All Chapters of หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท: Chapter 101 - Chapter 110

149 Chapters

บทที่ 101

มู่หนิงมองปราดเดียว ก็พบว่าเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งที่หิวโหยจนร่างกายผอมโซจนแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกนางและโม่จิ่นยวนหยิบก้อนเงินเล็ก ๆ สองก้อนออกมาจากตัวแทบจะในเวลาเดียวกัน ก่อนจะยัดใส่มือของเด็กชายพลางเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า “น้องชาย เจ้ารับนี่ไว้ แล้วไปหาซื้ออะไรกินเถิด”ความใจตรงกันนี้ ทำให้ทั้งสองต่างประหลาดใจไปชั่วขณะ ก่อนจะเหลือบมองหน้ากันและกันโดยไม่รู้ตัว“ขอบคุณพี่ชาย ขอบคุณพี่หญิงขอรับ”เด็กน้อยรับก้อนเงินมาด้วยความดีใจอย่างยิ่ง จากนั้นจึงโค้งกายคารวะทั้งสองด้วยความซาบซึ้งเขาเก็บเงินยัดเข้าไปในอกราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ทว่าเขากลับไม่ได้ไปซื้อของกินเป็นอันดับแรก แต่กลับมุ่งหน้าไปยังร้านยาแห่งหนึ่งเมื่อมู่หนิงและโม่จิ่นยวนเห็นภาพนั้น ก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้บ้าง เด็กคนนี้น่าจะมีคนในครอบครัวล้มป่วย ดังนั้นพอได้เงินมาสิ่งแรกที่เขาทำจึงเป็นการไปซื้อยาที่ร้านยา“ข้างหน้ามีร้านซาลาเปา พวกเราไปซื้อกินกันสักสองสามลูกเถอะ”มู่หนิงเห็นของกิน ก็รีบตรงไปยังแผงซาลาเปาทันทีตอนนี้ทุกวันช่วงบ่ายนางต้องกินมื้อย่อยเพิ่มเติม หากไม่ได้กินเพิ่มก็จะรู้สึกหิวโหยจนใจสั่น ทว่านางยังคงพยายามคว
Read more

บทที่ 102

โม่จิ่นยวนหยิบก้อนเงินออกมาวางไว้ข้างกายเขา จากนั้นเตรียมจะพามู่หนิงเดินจากไป ไหนเลยจะรู้ว่าจู่ ๆ เด็กหนุ่มจะเงยหน้าขึ้นยิ้มร่าให้มู่หนิง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “พี่หญิงช่างงดงามจริง ๆ ขอบคุณสำหรับซาลาเปานะขอรับ”มู่หนิง “...”ตอนนี้ข้าผิวดำเสียจนท่านพ่อท่านแม่ยังจำไม่ได้ แล้วเจ้ามองจากตรงไหนว่าข้างดงามกัน“ท่านรออยู่ที่นี่ ข้าเห็นเขาหิวโหยไม่น้อย เดี๋ยวจะกลับไปซื้อซาลาเปามาให้เขากินอีกสักสองสามลูก”มู่หนิงมองรอยยิ้มที่ใสซื่อไร้เดียงสาของเขา ในใจก็รู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย จึงตัดสินใจจะไปซื้อซาลาเปาเพิ่มสักหน่อย“ข้าไปซื้อเอง เจ้ารออยู่ที่นี่เถอะ”โม่จิ่นยวนรั้งตัวนางไว้ รู้สึกปวดใจที่เห็นนางต้องเดินไปเดินมาทั้งที่ท้องโตเช่นนี้พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินตรงไปยังแผงซาลาเปาเด็กคนนี้ดูแล้วอายุรุ่นราวคราวเดียวกับนาง แม้ว่าใบหน้าจะมอมแมมจนมองไม่ออกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ดวงตาคู่นั้นกลับสว่างไสวเป็นพิเศษ มู่หนิงโน้มตัวลงเล็กน้อย เอ่ยถามเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าอ่อนโยน “เจ้าเด็กน้อย เจ้าชื่ออะไรหรือ?”“ข้าไม่มีชื่อ”เด็กหนุ่มเงยหน้ามองนางพลางยิ้มแย้มมู่หนิงดูออกว่าเขามีความผิดปกติ จึ
Read more

บทที่ 103

มู่หนิงและโม่จิ่นยวนทั้งสองคนสบตากันด้วยความจนปัญญา ดูท่าว่าการรักษาคงเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว อีกอย่างพวกนางยังมีธุระ ไม่อาจเสียเวลาอยู่ที่นี่ได้ตลอด“เจ้าเด็กน้อย ลาก่อน”โม่จิ่นยวนประคองมู่หนิงลุกขึ้น เขาหันกลับไปมองเด็กหนุ่มที่ตัวสั่นเทาแวบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปหากพวกนางจัดการธุระเสร็จสิ้นแล้ว เด็กหนุ่มยังอยู่ที่นี่ นางอาจจะอยู่ช่วยรักษาเขาสักหน่อยมู่หนิงพาโม่จิ่นยวนไปแลกเงินอีแปะและเศษเงินที่โรงแลกเงิน ช่วงบ่ายนางซื้อของบนถนนไม่หยุด จนกระทั่งโม่จิ่นยวนถือไม่ไหว ทั้งสองจึงเดินเข้าไปในซอกซอยที่ไร้ผู้คนแล้วเก็บของเข้ามิติ จากนั้นก็เดินออกมาเลือกซื้อต่อครึ่งบ่ายผ่านไป นางได้ทั้งฟูกและผ้าห่มหนา ๆ มาหลายผืน รวมไปถึงเบาะรองนั่ง และยังมีหมอน เสื้อกันหนาว รองเท้าบุขน แน่นอนว่าเสื้อผ้าบาง ๆ ก็ซื้อมาด้วยเช่นกัน มิหนำซ้ำยังไปซื้อรถม้ามาอีกหลายคัน รวมถึงอาชาโลหิตอีกสิบตัวอย่างไรเสียในมิติก็สามารถเลี้ยงสิ่งมีชีวิตได้ การจะเลี้ยงม้าสักฝูงย่อมไม่มีปัญหาไม่เพียงเท่านี้ นางยังซื้อเครื่องปรุงรสมาอีกมากมาย อย่างเช่น น้ำส้มสายชู ซีอิ๊ว พริกไทยเสฉวน น้ำมันพืช น้ำมันหมู แล้วยังมีถ้วยชามราม
Read more

บทที่ 104

“เจ้าเด็กน้อย พี่หญิงจะฝังเข็มรักษาให้เจ้าสักหน่อย เจ้าอย่าขัดขืนจะได้หรือไม่?”มู่หนิงยังคงอยากจะช่วยเด็กที่น่าสงสารคนนี้ จึงหยิบเข็มทองออกมาจากมิติอีกครั้ง แล้วเอ่ยหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง“ไม่เอา อย่าแทงข้า”ทันทีที่เห็นเข็มทอง เด็กหนุ่มก็ส่ายหน้าอย่างแรงอีกครั้ง เขาปล่อยมือมู่หนิงแล้วทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้น ตัวสั่นเทาไม่หยุด“ทำอย่างไรดี เจ้าเด็กคนนี้ไม่ยอมให้ข้ารักษาให้เขา แต่จะทิ้งเขาไว้ที่นี่โดยไม่สนใจไยดี เขาคงไม่อาจมีชีวิตรอดต่อไปได้แน่ ต่อให้มอบเงินให้เขาอีก ก็คงไม่พ้นถูกคนอื่นแย่งไปอยู่ดี”มู่หนิงเก็บเข็มทอง มองไปยังโม่จิ่นยวนด้วยความจนปัญญานางไม่ใช่คนที่ใจดีพร่ำเพรื่อ แต่สำหรับเด็กที่ไร้ที่พึ่งคนนี้ นางไม่อาจทนเห็นเขาตายไปโดยที่ไม่ยื่นมือเข้าช่วยได้โม่จิ่นยวนมองความคิดของนางออก “เจ้าอยากจะพาเขาไปอยู่ข้างกายแล้วค่อย ๆ รักษาอย่างนั้นหรือ? แต่เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่า ตอนนี้พวกเราต่างมีความผิดติดตัว เดิมทีชีวิตก็ลำบากยากเข็ญอยู่แล้ว หากพาเขาไปด้วย ข้าเกรงว่านอกจากจะช่วยเขาไม่ได้แล้ว จะกลายเป็นทำร้ายเขาเสียมากกว่า”มู่หนิงย่อมรู้ถึงสถานการณ์นี้ดี หลังจากไตร่ตรองซ้ำแ
Read more

บทที่ 105

เมื่อทุกคนได้ยินเสียงของนาง ต่างพากันสะดุ้งตกใจ“คุณหนูหลี่ ท่านมาได้อย่างไร”หยางซูหว่านรีบเดินเข้าไป เชื้อเชิญให้นางเข้ามานั่งในห้องอย่างกระตือรือร้นขอบตาของหลี่เชียนเชียนแดงก่ำและบวมเป่งเล็กน้อย มองปราดเดียวก็รู้ว่าช่วงบ่ายคงร้องไห้มาอย่างหนักด้วยความเสียใจนางกวาดตามองทุกคนด้วยรอยยิ้มขมขื่น แล้วเอ่ยเสียงเบา “นี่ก็ใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว ข้าก็เลยมาเชิญพวกท่านไปทานข้าว อีกอย่างข้าได้ยินสาวใช้บอกว่าพี่ใหญ่โม่และพี่สะใภ้มู่พาขอทานกลับมาด้วยคนหนึ่ง จึงอยากจะมาดูเสียหน่อย”พูดจบ นางก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “ก็คือเขาหรือ?”“ใช่แล้ว”โม่จิ่นยวนเกรงว่านางจะถือสา จึงเดินมาข้างกายเด็กหนุ่มแล้วเอ่ยขึ้น “แม่นางเชียนเชียนไม่ต้องกังวล เด็กคนนี้พวกเราจะพาเขาไปด้วย ไม่สร้างความเดือดร้อนให้จวนพวกเจ้าแน่นอน”หลี่เชียนเชียนยิ้มอย่างขมขื่น “พี่ใหญ่โม่กล่าววาจาอันใดกัน เด็กที่พวกท่านมีเมตตาช่วยกลับมา ข้าย่อมต้องสนับสนุนอย่างเต็มที่ จะกล่าวว่าเป็นภาระได้อย่างไร”พูดจบ นางก็หันไปมองสาวใช้ข้างกาย แล้วเอ่ยกำชับ “เสี่ยวหง พาเด็กคนนี้ไปล้างเนื้อล้างตัวเสียหน่อย จากนั้นค่อยพามาที่ห้อ
Read more

บทที่ 106

มู่หนิงได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ ในใจก็รู้สึกคลายกังวลไปไม่น้อยประกอบกับช่วงบ่ายนางและโม่จิ่นยวนได้เห็นคุณชายผู้นั้นแล้ว แม้ท่าทางจะดูหยิ่งยโสไปบ้าง แต่สายตาที่เขามองหลี่เชียนเชียนนั้นเป็นความชอบพออย่างแท้จริงเชื่อว่าหากแต่งให้เขา อนาคตคงไม่ต้องทนทุกข์น้อยเนื้อต่ำใจ“พี่ใหญ่โม่ พี่สะใภ้ทั้งหลาย พวกท่านช่วยรับปากว่าจะอยู่ต่ออีกสักสองวันแล้วค่อยไปได้หรือไม่เจ้าคะ?”หลี่เชียนเชียนขอบตาแดงก่ำ มองไปยังโม่จิ่นยวนและมู่หนิงพวกเขาพลางเอ่ยขอร้องอย่างไรเสียการจากลาครั้งนี้ เกรงว่าในภายภาคหน้าคงยากที่จะได้พบกันอีก“ได้ ข้ารับปากเจ้า”โม่จิ่นยวนเห็นนางขอร้องถึงเพียงนี้ ในที่สุดก็พยักหน้าตอบตกลง“ขอบคุณเจ้าค่ะ”หลี่เชียนเชียนซาบซึ้งใจจนน้ำตาคลอเบ้าเมื่อมาถึงห้องอาหาร อาหารมื้อค่ำอันอุดมสมบูรณ์ได้ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว หลี่เฉิงหมิงก็เพิ่งกลับมาถึงในเวลานี้ ทว่าสีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก“ท่านพี่ ท่านเป็นอะไรไปหรือ?”หลี่เชียนเชียนเห็นสีหน้าผิดปกติของเขา จึงลุกเดินเข้าไปถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงหลี่เฉิงหมิงเหลือบมองโม่จิ่นยวน ก่อนจะหันมามองนาง แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก
Read more

บทที่ 107

โม่จิ่นยวนตอบกลับไปอย่างเรียบง่าย “เดิมทีตั้งใจจะไปพรุ่งนี้ แต่พรุ่งนี้เป็นงานแต่งงานของแม่นางเชียนเชียน นางเชิญพวกเราให้อยู่ร่วมงานเสียก่อนค่อยจากไป ดังนั้นอาจจะเป็นพรุ่งนี้ช่วงบ่าย หรือไม่ก็เช้าตรู่วันมะรืน”“ค่อยไปวันมะรืนเถอะ พรุ่งนี้เช้าหลังจากร่วมงานแต่งของเชียนเชียนเสร็จ ช่วงบ่ายข้าจะให้คนจัดเตรียมยาสมานแผลและยาบำรุงให้พวกท่านก่อนออกเดินทาง”หลี่เฉิงหมิงแสดงความหวังดี โดยไม่แสดงท่าทีผิดปกติใด ๆ ออกมา“พี่หญิง”ขณะที่มู่หนิงกำลังจะไปดูว่าเจ้าเด็กน้อยอาบน้ำเสร็จหรือยัง จู่ ๆ ร่างของเขาก็พุ่งออกมาจากประตู แล้ววิ่งตรงเข้ามากอดนางทันทีการสวมกอดที่กะทันหันนี้ เกือบจะทำให้มู่หนิงล้มไปด้านหลัง โชคดีที่โม่จิ่นยวนตาไวคว้าตัวนางไว้ได้ทันมู่หนิงกังวลว่าเจ้าเด็กน้อยจะซุ่มซ่าม หากวันใดพลั้งเผลอมาชนนางเข้าจนกระทบกระเทือนถึงลูกในท้องคงไม่ดี นางจึงให้เขามานั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ อย่างอ่อนโยน แล้วพร่ำสอนอย่างละเอียด “ต่อไปตอนที่อยากกอดพี่หญิง จำไว้ว่าต้องทำเบา ๆ หน่อย เพราะตอนนี้พี่หญิงมีน้องอยู่ในท้อง ถ้าเจ้าทำแรงเกินไป จะทำให้น้องบาดเจ็บได้ง่าย” “ขอรับ ต่อไปข้าจะเบา ๆ หน่อย”เด็กหนุ่มพ
Read more

บทที่ 108

ความจงรักภักดีของหลี่เฉิงหมิงนั้น เดิมทีเป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลยแต่ในยามนี้เขาเชื่อใจมู่หนิงมากกว่าโดยเฉพาะคำพูดเหล่านั้นที่หลี่เฉิงหมิงถามในช่วงค่ำ ยิ่งทำให้เขาปักใจเชื่อมู่หนิงมากขึ้นไปอีกโม่จิ่นยวนตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “พวกเราเก็บข้าวของก่อน รอจนถึงช่วงหลังเที่ยงคืนค่อยออกเดินทาง”“พวกเราจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”บรรดาพี่สะใภ้ต่างพยักหน้า แล้วแยกย้ายกันกลับไปเก็บสัมภาระที่ห้องของตน“จิ่นยวน คุณหนูหลี่อย่างไรเสียก็ถือเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้าไว้ พวกเจ้ารับปากว่าจะอยู่ร่วมงานแต่งของนางแล้ว ยามนี้กลับจะหนีไปเงียบ ๆ ออกจะเป็นการเสียมารยาทและผิดต่อผู้อื่นไปหน่อยกระมัง”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่นึกถึงว่าหลี่เชียนเชียนเคยช่วยชีวิตตนไว้ อีกทั้งโม่จิ่นยวนก็รับปากไปแล้วว่าจะร่วมงานแต่งจนจบแล้วค่อยไป หากจากไปโดยไม่บอกกล่าว เช่นนี้ก็คงดูไม่ดีนักนางจึงหันไปมองโม่จิ่นยวนและมู่หนิง แล้วเอ่ยขึ้น “หรือไม่ก็จิ่นยวนเขียนจดหมาย จากนั้นหนิงหนิงก็ทิ้งตั๋วเงินไว้ให้นางสักหน่อยถือเป็นของขวัญ พวกเจ้าคิดว่าเป็นอย่างไร?”มู่หนิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านแม่ ข้ากับจิ่นยวนเข้าใจดีเจ้าค่ะ ย่อมไม่จากไปเช่นนี้แน่น
Read more

บทที่ 109

“พรืด~”มู่หนิงเห็นโม่จิ่นยวนอับจนถ้อยคำ ก็อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมานางกระตุกแขนเสื้อของโม่จิ่นยวน แล้วเอ่ยขึ้น “เด็กคนนี้ยังไม่มีชื่อ พวกเรามาตั้งชื่อให้เขาก่อนเถอะ จะเรียกเขาว่าเจ้าเด็กน้อยไปตลอดคงไม่ได้”“เช่นนั้นก็เรียกเจ้าทึ่มก็แล้วกัน”โม่จิ่นยวนโพล่งออกมามู่หนิง “...”เขาแค่ความจำเสื่อม ไม่ได้ปัญญาอ่อนจริง ๆ เสียหน่อย“ข้าว่าเขาก็ดูเฉลียวฉลาดออก เอาเป็นชื่อเจ๋ออวี่ หมายถึงความเมตตากรุณาที่แผ่ซ่านและจิตใจที่กว้างขวาง สื่อถึงความโชคดีมีวาสนาเปี่ยมล้น หวังว่าเขาจะหายป่วยในเร็ววัน”มู่หนิงตั้งชื่อไม่ค่อยเป็นนัก เพียงแค่อยากให้เขาหายดีในเร็ววัน จึงตั้งชื่อให้ไปอย่างนั้น“ฟื้นคืนความทรงจำหรือ?”โม่จิ่นยวนได้ยินนางพูดเช่นนี้ ก็รู้ทันทีว่าตอนที่เขาไปซื้อซาลาเปา นางต้องตรวจร่างกายให้เจ๋ออวี่แล้วแน่นอนหลังจากมู่หนิงเล่าอาการของเจ๋ออวี่ให้เขาฟัง โม่จิ่นยวนก็เดินตรงไปยังมุมห้องทันที แล้วจับมือของเด็กหนุ่มขึ้นมาตรวจดู จากนั้นก็จับดูหน่วยก้านของเขา สีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมและระแวดระวัง“มีอะไรหรือ?”มู่หนิงสังเกตเห็นสีหน้าของเขาผิดปกติ จึงเดินเข้าไปถามเสียงเบา“เข
Read more

บทที่ 110

โม่จิ่นยวนเห็นเขารู้จักมารยาทเช่นนี้ ความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อเขาก็เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย“เมื่อครู่ข้าก็บอกแล้วว่าเขาฉลาดไม่เบา”มู่หนิงยิ้ม แล้วนั่งลงข้าง ๆ เพื่อกล่อมเจ๋ออวี่ให้หลับไปก่อนหลังจากกล่อมเด็กหนุ่มเสร็จแล้ว มู่หนิงจึงหันไปมองโม่จิ่นยวนพลางเอ่ยถาม “ตอนนี้ยังหัวค่ำ ท่านจะนอนพักกับเจ๋ออวี่สักหน่อยหรือไม่?”ใบหน้าหล่อเหลาของโม่จิ่นยวนพลันมืดมน ชี้ไปที่ศีรษะพลางเอ่ยอย่างรังเกียจ “ถึงแม้เจ๋ออวี่จะบาดเจ็บตรงนี้ แต่เขาก็ยังเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบหกสิบเจ็ดปี ผู้ชายวัยนี้หลายคนแต่งภรรยามีลูกแล้ว ข้าเป็นบุรุษอกสามศอกจะไปนอนกับเขาได้อย่างไร”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านก็เฝ้าอยู่ข้างนอก ข้าจะเข้าไปพักผ่อนในมิติสักหน่อย”เมื่อเห็นว่าเขาไม่ต้องการพักผ่อน มู่หนิงจึงให้เขาเฝ้าอยู่ข้างนอก ส่วนตัวเองก็เข้าไปในมิติแล้ว“เจ้าจะเข้ามิติก็พาข้าไปด้วยสิ”โม่จิ่นยวนมองมู่หนิงที่หายวับไปต่อหน้าต่อตา มุมปากก็กระตุกอย่างแรงเขาก็แค่บอกว่าไม่อยากนอนกับเจ๋ออวี่ ไม่ได้บอกว่าไม่อยากนอนกับนางเสียหน่อยเดี๋ยวก่อน เหตุใดเขาถึงอยากนอนกับมู่หนิงล่ะ?เมื่อมู่หนิงเข้าไปในมิติ สิ่งแรกที่ทำคือสังเกตถึงความเปลี
Read more
PREV
1
...
910111213
...
15
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status