All Chapters of หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท: Chapter 81 - Chapter 90

461 Chapters

บทที่ 81

นางคือหลี่เชียนเชียนหรือนี่ ตามประวัติศาสตร์นางคือภรรยาคนที่สองโม่จิ่นยวนว่ากันว่าโม่จิ่นยวนรักภรรยาคนที่สองผู้นี้อย่างลึกซึ้งยิ่งนัก เมื่อถึงวัยสามสิบเจ็ดปีภรรยาก็จากโลกใบนี้ไป และนับจากนั้นเขาก็ใช้ชีวิตเรื่อยมากระทั่งแก่ชราจนล้มป่วยและเสียชีวิตไปก็ไม่เคยแต่งงานกับสตรีอื่นใดอีกเลย แม้กระทั่งอนุภรรยาก็ยังไม่มีสักคนด้วยซ้ำไปก่อนลาไปปรโลกยังทุ่มเทแรงกายแรงใจวาดภาพเหมือนของเขาคู่กับภรรยาเอาไว้ภาพหนึ่งด้วย กระทั่งผ่านไปหนึ่งพันปีภาพวาดนั้นถูกค้นพบโดยนักโบราณคดี สีสันยังคงสดใสงดงามไม่ซีดจางบุบสลาย และสุดท้ายก็ถูกนำมาจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ต้าเซี่ยและนี่ก็คือเหตุผลที่นางเพียงเห็นหลี่เชียนเชียนแค่ครั้งแรก ก็จำได้ทันทีหรือนี่จะเป็นลิขิตสวรรค์?ถึงแม้ว่าโม่จิ่นยวนจะเคยรอดชีวิตเพราะได้รับความช่วยเหลือจากนาง อีกทั้งบาดแผลก็ยังได้ให้นางรักษาจนหายดีแล้ว ทว่าที่โชคชะตาของทั้งสองคนได้มาพบเจอกันนั้นก็ยังคงเป็นเพราะความเจ็บป่วยกะทันหันของแม่สามีมู่หนิงเองก็ไม่มีเวลาว่างมาคิดมาก หลังจากถูกโม่จิ่นยวนลากขึ้นรถม้า ก็เริ่มตรวจสอบสาเหตุที่แม่สามีหมดสติ“แย่แล้ว ท่านแม่มีอาการหลอดเลือดสมองตีบกะทัน
Read more

บทที่ 82

“ท่านแม่กระดูกซี่โครงหัก ระหว่างพยายามทำการกู้ชีพเจ้าค่ะ ท่านรีบวางท่านแม่นอนลงก่อนเถิด” มู่หนิงบอกโม่จิ่นยวนให้วางแม่สามีให้นอนลง จากนั้นจึงหยิบยาระงับปวดเม็ดหนึ่งออกมาจากมิติยื่นให้นางพร้อมเอ่ยว่า “ท่านแม่ นี่คือยาระงับปวด รีบกลืนลงไปเถิดเจ้าค่ะ”แม้ร่างกายของแม่สามีจะดูแข็งแรงดี แต่ถึงอย่างไรก็เป็นหญิงชราวัยหกสิบกว่าแล้ว ต่อให้มีวรยุทธ์ดีเพียงใด แต่เมื่อกระดูกซี่โครงหักแล้วย่อมร้องโอดครวญเจ็บปวดเป็นเรื่องธรรมดาฮูหยินผู้เฒ่าโม่กลืนโอสถระงับปวดลงไป จากนั้นก็จับมือของมู่หนิงไว้ด้วยความรู้สึกตื้นตันในทรวง นัยน์ตารื้นแดงพลางเอ่ยว่า “ลูกเอ๋ย ขอบใจเจ้ามากนะ หากมิใช่เพราะเจ้าช่วยไว้ทันเวลา แม่คง…”“ท่านแม่ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ในเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วหากยังพูดขอบคุณกันอีกก็กลายเป็นคนอื่นคนไกลไปแล้วสิเจ้าคะ”มู่หนิงเห็นแม่สามีฟื้นคืนสติแล้ว ก็รู้สึกปีติยินดียิ่งนักแต่เมื่อได้ยินนางเอ่ยขอบคุณตนเอง ก็แสร้งทำเป็นโกรธขึ้นมาทันที “หลังจากนี้หากท่านยังพูดขอบคุณอีก หนิงหนิงจะโกรธแล้วนะเจ้าคะ”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เบิกบานใจเป็นที่สุด ขยับมือลูบมือของนางเบา ๆ “ก็ได้ ๆ ครอบครัวเดียวกัน
Read more

บทที่ 83

ตอนนี้โม่จิ่นยวนเป็นชายอัปลักษณ์ที่มีรอยแผลเป็นโหดเหี้ยมสองรอยบนใบหน้า ส่วนมู่หนิงก็ผิวคล้ำเหมือนขอทาน ดูเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าทั้งสองคนจะเป็นสามีภรรยากันแววตาของนางแม้มีความประหลาดใจ แต่กลับไม่มีท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย“ขอโทษด้วย เมื่อครู่สถานการณ์ท่านแม่ข้าเร่งด่วนนัก จึงมิทันได้แนะนำทุกท่านให้ท่านได้รู้จัก แม่นางผู้นี้คือมู่หนิงภรรยาของข้า”โม่จิ่นยวนประคองมู่หนิงให้เดินมาหยุดข้างกายหลี่เชียนเชียนอย่างระมัดระวัง ก่อนจะแนะนำอีกฝ่ายให้รู้จักมู่หนิง “น้องหญิง คุณหนูท่านนี้คือคุณหนูหลี่ เมื่อครู่วงล้อรถม้าของพวกเราเสีย กอปรกับท่านแม่ก็อาการกำเริบในช่วงเวลานี้พอดี เคราะห์ดีที่คุณหนูหลี่ผ่านมาเห็นและเมตตาช่วยพวกเราไว้”“คุณหนูหลี่สวัสดี”มู่หนิงเห็นนาง ก็โบกมือพลางกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร“คารวะพี่สะใภ้มู่”หลี่เชียนเชียนวางสองมือไว้ตรงเอวข้างซ้าย ก่อนยอบกายลงทำความเคารพอย่างสง่างามท่วงท่านางอ่อนโยนดุจสายธาร มีมารยาทและสุภาพเรียบร้อย กลิ่นอายสูงส่งดุจกล้วยไม้ ถ้อยคำวาจาและอากัปกิริยาล้วนเต็มไปด้วยความงดงามเพียบพร้อม แม้กระทั่งน้ำเสียงก็เบานุ่มไพเราะน่าฟังยิ่งนัก สร้างความประทับใจใ
Read more

บทที่ 84

แม้นางจะทำให้ตนเองดำคล้ำ ทว่าท้องที่ตั้งครรภ์มาเป็นเวลาเจ็ดเดือนนั้นก็ดูสะดุดตาเกินไปจริง ๆ เพื่อความปลอดภัยแล้ว ในเวลานี้การเข้าไปในมิติจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด“พวกเจ้าสองคน หันมาทางนี้”ตอนที่ทหารสองสามนายขี่ม้าผ่านข้างกายหยางซูหว่านและฟางเหวิน พอเห็นว่ารูปร่างลักษณ์ของพวกนางคล้ายคลึงกับคนในประกาศจับ ก็หยุดม้าและหยิบภาพประกาศจับขึ้นมา“ท่านเจ้าหน้าที่ มีธุระอะไรหรือ?”ฟางเหวินพี่สะใภ้รองประคองพี่สะใภ้ใหญ่ซึ่งแต่งหน้าปลอมเป็นคนชรา หมุนตัวกลับมาอย่างไม่มีเก้อเขิน พร้อมแสร้งทำเป็นถามด้วยสีหน้างุนงงมู่หนิงเฝ้าสังเกตสถานการณ์ภายนอกอยู่ในมิติอย่างละเอียดตั้งใจ หากเกิดเหตุไม่คิดฝันขึ้นมา นางจะได้ออกไปทันที“อัปลักษณ์ยิ่งนัก”ทหารครั้นเห็นว่าฟางเหวินมีรอยเป็นปุ่มเป็นปมขรุขระเต็มใบหน้า มิหนำซ้ำยังประคองคนชราอีกคนไว้ข้างกาย ก็เบ้หน้ารังเกียจไม่แม้แต่จะลงจากหลังมาด้วยซ้ำ เก็บภาพประกาศจับแล้วเตะม้าให้เดินต่อไม่นานนัก ทหารคนหนึ่งก็ย้อนกลับมาอีกครั้งฟางเหวินหันไปสบตากับหยางซูหว่านแวบหนึ่ง รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีประหลาด มือเลื่อนไปที่เอวทันทีตามสัญชาตญาณ พร้อมชักกริชที่ซ่อนเอาไว้ออกมาได
Read more

บทที่ 85

“ใบหน้าข้ามีอะไรหรือ?”โม่จิ่นยวนเผลอเลื่อนมือขึ้นแตะรอยแผลเป็นบนใบหน้าตนเอง ถึงจะรู้สึกตัวว่าตอนนี้แผลเป็นสองรอยได้หลุดออกไปแล้วเพราะไม่มีฝีมือแต่งหน้าแปลงโฉมของมู่หนิง เขาจึงดึงมันออกมาดื้อ ๆ และเก็บใส่อกเสื้อแทน“พี่ใหญ่โม่ ท่าน…ท่านคือแม่ทัพโม่ที่ตอนนี้กำลังถูกทางการประกาศจับใช่หรือไม่?”หลี่เชียนเชียนเมื่อเห็นโม่จิ่นยวนดึงแผลเป็นปลอมออก แววตาก็ยิ่งฉายประกายตกใจหนักกว่าเก่า“ข้าไม่ใช่”โม่จิ่นยวนปฏิเสธอย่างเยือกเย็นประการแรก เขาไม่ต้องการเปิดเผยฐานะของตนเองประการที่สอง เขาไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้นางหลี่เชียนเชียนผุดยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยด้วยสุ้มเสียงแผ่วเบา “ท่านไม่ต้องโกหกข้า ก่อนหน้านี้ตอนข้าแวะไปเยี่ยมพี่ชายที่จ้านเป่ย ข้าเคยเห็นท่านครั้งหนึ่งจากที่ไกล ๆ ทว่านับแต่ครานั้นข้ากลับไม่เคยลืมโฉมหน้าของท่าน อีกอย่างครอบครัวของท่านนับรวมกันได้เก้าคนพอดี ซึ่งตรงกับจำนวนคนในประกาศจับของทางการ”ราวกับกลัวว่าโม่จิ่นยวนจะเป็นกังวล นางยังตั้งใจย้ำไปอีกทีว่า “ข้าไม่เปิดเผยตัวตนของท่านแน่ อีกอย่าง ตอนนี้หากให้ดีที่สุดพวกท่านอย่าพำนักที่โรงเตี๊ยมในเมืองหรงเลย เพราะช่วงนี้
Read more

บทที่ 86

“อืม!”มู่หนิงส่งจิตใต้สำนึกเข้าไปในมิติ ฟังจากคำพูดเหมิงเหมิง ก็รู้ว่าเขาไปที่จวนของพี่ชายของหลี่เชียนเชียนแล้ว ถึงได้เข้าใจว่าเรื่องบางเรื่องและคนบางคน เมื่อควรจะต้องได้เจอกันสุดท้ายก็จะได้เจอกันอยู่ดีประวัติศาสตร์ก็คือประวัติศาสตร์ ต่อให้นางจะเปลี่ยนวิถีโคจรไปแล้วบางส่วน ก็มิอาจเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุก อย่างได้ทั้งหมด“จิ่นยวนไปที่จวนของพี่ชายคุณหนูหลี่แล้ว เป็นคนเดียวกับผู้ใต้บังคับบัญชาคนนั้นที่เขาเคยพูดถึงก่อนหน้านี้พวกเราเตรียมตัวเข้าเมืองไปสมทบกับเขาที่นั่นเถิด”มู่หนิงเล่าเรื่องที่โม่จิ่นยวนไปที่จวนของพี่ชายหลี่เชียนเชียนให้ทุกคนฟัง เมื่อเห็นว่าซ้ายขวาหน้าหลังไม่มีคน ก็เปิดใช้ความสามารถล่องหน พาทุกคนมุ่งหน้าเข้าเมืองอย่างรวดเร็วเมืองหรงมีขนาดใหญ่ ชาวบ้านที่เข้าออกเมืองแห่งนี้ก็มีมาก ไม่รู้เป็นเพราะช่วงไม่กี่วันมานี้มีประกาศจับพวกนางหรือไม่ เดิมทีการเข้าเมืองจะไม่มีการตรวจสอบทะเบียนบ้าน แต่วันนี้หากตรวจพบว่ามีคนน่าสงสัย ก็จะถูกเรียกตรวจสอบทีละคนหากมู่หนิงไม่มีความสามารถในการล่องหน จะเมืองไหน ๆ ก็เข้าไม่ได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยมู่หนิงนำทางทุกคนเดินลัดเลาะไปตามแปลงที่ดินว่
Read more

บทที่ 87

อาจเพราะเพิ่งรู้จักกันไม่นาน บทสนทนาของทุกคนในช่วงเวลานี้จึงน้อยมาก หลังจากหลี่เชียนเชียนพูดจบ บรรยากาศพลันเงียบสงัดลงทันตา“จริงสิคุณหนูหลี่ ท่านแม่ข้าพักผ่อนอยู่ที่ใดหรือ ข้าอยากไปดูอาการนางสักหน่อย”มู่หนิงเป็นกังวลกับอาการของแม่สามีในตอนนี้ จึงทำลายบรรยากาศน่ากระอักกระอ่วนนี้ลงในที่สุด“พวกข้าเองก็อยากไปดูท่านแม่ด้วยเหมือนกัน”พี่สะใภ้ทั้งหกคนหยัดกายลุกขึ้นพร้อมกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล“อยู่ที่เรือนปีกตะวันตก ข้าจะนำทางทุกท่านไปเดี๋ยวนี้”หลี่เชียนเชียนหยัดกายขึ้นยืน แล้วพาทุกคนไปที่เรือนปีกตะวันตก“ท่านแม่”หยางซูหว่านพร้อมมู่อวิ๋นชิงและคนอื่น ๆ เมื่อเดินเข้าห้อง ก็ตรงไปข้างเตียงของแม่สามีทันที พอเห็นสีหน้าซีดเซียวของแม่สามีแล้ว ก็ปวดใจอย่างมาก“บัดนี้ท่านแม่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว พวกเราออกไปข้างนอกเถิด อย่ารบกวนการพักผ่อนของนางเลย”มู่หนิงจับชีพจรให้แม่สามีครู่หนึ่ง เห็นว่าจังหวะชีพจรของนางคงที่สม่ำเสมอ จึงนับว่าอาการทรงตัวดีแล้วความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองตีบก็เป็นเช่นนี้ หากอาการยังไม่กำเริบก็เหมือนเป็นคนปกติ ทว่าหากอาการกำเริบขึ้นมา อัตราการเสียชีวิตมีสูงมา
Read more

บทที่ 88

“ไม่มีอะไร” โม่จิ่นยวนค่อนข้างขี้อาย ไม่อยากพูดถึงประเด็นนี้ต่อเขากับมู่หนิงตอนนี้เป็นสามีภรรยาก็จริงแต่ก็มิได้มีสัมพันธ์อย่างสามีภรรยา ความสัมพันธ์นั้นซับซ้อนยิ่งนักมู่หนิงเงียบไป “…”หลี่เชียนเชียนครั้นเดินพ้นประตูห้องออกไป ก็เผลอหันกลับไปมองด้านในห้องอีกครั้งอย่างลืมตัวไม่รู้เหตุใด ตอนเจอโม่จิ่นยวน นางถึงได้มีความรู้สึกคุ้นหน้าค่าตาราวกับเคยเจอกันมาก่อนความรู้สึกนี้อธิบายไม่ถูก แต่ไม่ใช่แบบตอนที่นางไปเยี่ยมพี่ชายที่ค่ายทหาร แล้วมองเห็นโม่จิ่นยวนจากที่ไกล ๆ เหมือนเมื่อตอนก่อนนั้นแน่นอนคิดได้ว่ามู่หนิงมีวิชาแพทย์ อีกทั้งยังดูมีฝีมือปราดเปรื่อง หลี่เชียนเชียนจึงหันมองฟางเหวินที่อยู่ข้างกายทันที ก่อนจะถามว่า “พี่หญิง ขอถามท่านสักคำวิชาแพทย์ของภรรยาพี่ใหญ่โม่สูงมากเลยหรือ?”ฟางเหวินได้ยินเช่นนั้น มิได้ตอบกลับทันที แต่กลับถามย้อนว่า “ในเรือนคุณหนูหลี่มีคนป่วยหรือ?”หลี่เชียนเชียนทอดถอนใจออกมาอย่างเหี่ยวแห้ง ก่อนจะเอ่ยอย่างทุกข์ใจว่า “มารดาข้าเอง สองปีมานี้ปวดศีรษะบ่อยครั้ง หาหมอทั่วทุกแห่งหนแล้วก็ไม่เป็นผล วันนี้ข้าเห็นพี่สะใภ้มู่ช่วยชีวิตแม่สามีของพวกท่านไว้ได้ จึงอยากให้นาง
Read more

บทที่ 89

หลี่เฉิงหมิงหยัดกายขึ้น พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แม้ยามนี้ท่านจะเป็นชาวบ้านธรรมดา ทว่าในใจของข้าน้อย ท่านคือแม่ทัพที่ข้าน้อยเคารพที่สุดตลอดไปขอรับ”โม่จิ่นยวนจับความหมายแฝงจากถ้อยคำของเขาได้ จึงลองหยั่งเชิงถามดูว่า “เรื่องสกุลโม่ เจ้ารู้มากน้อยเพียงใด?”แม้ทางการจะไล่ล่าพวกเขาทั่วทุกแห่ง แต่เรื่องนี้เป็นความลับระดับสูง ชาวบ้านคนธรรมดายังไม่รู้เรื่องนี้เขาจำเป็นต้องมั่นใจในระดับความรุนแรงของสถานการณ์ให้ได้ก่อน เพื่อจะได้ตัดสินทิศทางของอนาคตหลี่เฉิงหมิงเหลือบสายตามองผู้ใต้บังคับบัญชาด้านหลัง ก่อนจะโบกมือให้พวกเขาออกไป กระทั่งคนออกไปแล้ว เขาถึงจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “เรื่องครอบครัวของท่านแม่ทัพ ข้าน้อยทราบหมดแล้วขอรับ ทว่าท่านโปรดวางใจ ตลอดชีวิตนี้ข้าน้อยซื่อสัตย์ภักดีเพียงท่านแม่ทัพ ท่านพำนักในจวนข้าน้อยอย่างสบายใจได้เลย วันข้างหน้าข้าจะจัดการทุกอย่างแทนพวกท่านเองขอรับ”“ขอบใจเจ้ายิ่งนัก เรื่องของวันหน้าไว้พูดกันวันหน้าเถิด” โม่จิ่นยวนประสานมือพร้อมกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะดึงมู่หนิงเข้ามา และแนะนำให้อีกฝ่ายรู้จัก “เฉิงหมิง นี่คือมู่หนิงภรรยาข้า”ถ้อยคำของหลี่เฉ
Read more

บทที่ 90

“อาหารเหล่านี้แค่ดูก็รู้ว่าอร่อย คุณหนูหลี่ช่างใส่ใจยิ่งนัก”บรรดาพี่สะใภ้ต่างยิ้มกันอย่างมีความสุข ตลอดช่วงเวลาที่หนีตายนี้ แม้พวกนางจะมีอาหารเลิศรสมากมายจากในมิติของน้องเจ็ด แต่กลับไม่เคยได้กินอย่างสบายใจเหมือนช่วงเวลานี้เลยเพราะถูกไล่ล่า ดังนั้นพวกนางไม่ว่าจะกินข้าวหรือพักผ่อน ล้วนต้องระแวดระวังตัวในระดับสูงสุดอยู่ตลอดเวลาหลี่เฉิงหมิงเห็นทุกคนไม่ขยับตะเกียบ จึงหยิบตะเกียบขึ้นพลางเอ่ยด้วยความกระตือรือร้น “ทุกท่านรีบกินกันเถิด กินอิ่มแล้วกลับห้องพักผ่อนให้เต็มที่ จากนั้นค่อยครุ่นคิดเรื่องต่อจากนี้กันอีกที”เมื่อเจ้าบ้านไม่ขยับตะเกียบ คนสกุลโม่ย่อมไม่ขยับตะเกียบก่อน สิ่งนี้คือมารยาทขั้นพื้นฐานที่สุดกระทั่งได้ยินหลี่เฉิงหมิงเอ่ยเช่นนี้ ถึงจะเริ่มขยับตะเกียบในตอนนี้เอง“พี่ใหญ่โม่ ลองกินน้องไก่นี้สิ”ระหว่างนั้นเอง หลี่เชียนเชียนพลันคีบน่องไก่ชิ้นหนึ่งให้โม่จิ่นยวนทุกคนเห็นเช่นนั้น ทุกสายตาต่างก็หันมองทางนางอย่างพร้อมเพรียง แล้วจากนั้นก็มองทางมู่หนิงอีกครั้งมู่หนิงกินข้าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย คล้ายกับเรื่องทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับนาง“พวกท่านมองข้ามีอะไรหรือ? รีบกินเร็ว
Read more
PREV
1
...
7891011
...
47
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status