All Chapters of หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท: Chapter 141 - Chapter 149

149 Chapters

บทที่ 141

เพราะเส้นทางบนภูเขาขรุขระอีกทั้งด้านนอกยังเป็นหน้าผาสูงชันนับร้อยจั้ง แม้เดินกันสามคนยังพอผ่านไปได้ ทว่าทุกคนก็ยังคงระมัดระวังกันเต็มที่ “ท่านแม่ กินยาหน่อยเถิด”ผ่านไปครู่หนึ่งมู่หนิงก็หยิบยาแก้ปวดกระดูกออกมาสองเม็ดและยื่นให้ฮูหยินผู้เฒ่าโม่กินเพราะหน้าผาด้านนี้ไม่ได้รับแสงแดด อีกทั้งพวกมู่หนิงเองก็เดินบ้างหยุดพักบ้าง ดังนั้นจึงมิได้รู้สึกร้อนเกินไปนัก จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ถึงจะเดินข้าภูเขาลูกใหญ่นี้สำเร็จ เมื่อมองไปยังพื้นที่ราบด้านหน้า โม่จิ่นยวนก็มิได้รีบร้อนพาทุกคนเดินต่อ แต่กลับหยิบโต๊ะและเก้าอี้ออกมาจากมิติ“มืดมากแล้ว ตรงนี้มีหน้าผาและต้นไม้ใหญ่บดบัง อีกทั้งพื้นดินก็ค่อนข้างราบทีเดียว คืนนี้พวกเราพักที่นี่ก่อนเถิด ไว้พรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยเดินทางกันต่อ”โม่จิ่นยวนพูดจบ ก็จัดแจงวางโต๊ะและเก้าอี้ทันที ในตอนที่มู่หนิงกำลังคิดว่าจะหยิบวัตถุดิบออกมาหุงข้าวทำอาหาร เหมิงเหมิงก็ตะโกนเรียกโดยไม่ทันตั้งตัว “เจ้านาย เจ้านาย รีบเข้ามาเร็วเข้า” ได้ยินเสียงของเหมิงเหมิง มู่หนิงก็บอกกล่าวทุกคน แล้วจากนั้นก็เข้าไปในมิติ “เกิดอะไรขึ้นหรือเหมิงเหมิง?”มู่หนิงเข้ามา
Read more

บทที่ 142

เหมิงเหมิงพยักหน้า “ของพวกนี้เป็นรางวัลจากมิติที่มอบให้ท่าน ย่อมนำออกไปได้แน่นอนอยู่แล้ว อีกทั้งพวกเขายังมีวรยุทธ์ เพียงแต่ฝีมืออาจมิได้เก่งกาจเท่านายท่าน เพราะพวกเขาไม่มีพลังภายในจึงไม่สามารถเหาะเหินได้ แล้วก็อีกอย่าง หากได้รับความเสียหายขึ้นมา การซ่อมแซมพวกเขาค่อนข้างยุ่งยากทีเดียว อาจถึงขั้นซ่อมไม่ได้เลย ดังนั้นเจ้านายต้องใคร่ครวญพิจารณาอย่างรอบคอบ”มู่หนิงได้ยินดังนั้น ก็พอจะประมาณกำลังรบของหุ่นยนต์ได้คร่าว ๆ“ได้ เช่นนั้นข้าขอนำออกไปก่อนหนึ่งตัว”หลังจากมู่หนิงใคร่ครวญอย่างตั้งใจแล้ว จึงตัดสินใจพาออกไปก่อนหนึ่งตัวเดิมทีนางคิดจะพาออกไปสองตัว แยกกันขับรถม้าตัวละคันทว่าจากสถานการณ์ตอนนี้มองแล้วคงไม่ได้ หากบังเอิญเจอคนไล่ล่า แล้วพวกเขาบาดเจ็บถึงขั้นหมดหนทางซ่อมแซม เช่นนั้นจะแย่เอารถม้าของพวกพี่สะใภ้ยังพอไปต่อไหว พวกนางสามารถผลัดกันเป็นคนขับรถม้าได้ทว่ารถม้าของนางทำแบบนั้นไม่ได้ โม่จิ่นยวนไม่สามารถขับรถม้าได้ตลอดเวลา ส่วนนางก็กำลังตั้งครรภ์ไม่สะดวก ยิ่งเจ๋ออวี่ที่สติปัญญาบกพร่องยิ่งทำไม่ได้ และแม่สามีก็มีโรคประจำตัวอีกทั้งยังมีบาดแผล จำเป็นต้องให้นางสังเกตอาการตลอดเวลา ย่อมไ
Read more

บทที่ 143

“รับทราบขอรับ นายท่าน”ศูนย์ศูนย์เจ็ดอุ้มอุปกรณ์เอาไว้ เดินไปยังพื้นที่กว้างใต้หน้าผา จากนั้นก็เริ่มลงมือทำงานอย่างขะมักเขม้นทันที“น้องเจ็ด เอาวัตถุดิบออกมาก่อนเถิด พวกเราต้องพยายามกินให้เสร็จก่อนที่ฟ้าจะมืด”พี่สะใภ้ใหญ่เห็นมู่หนิงยังไม่เอานำวัตถุดิบออกมา ก็กังวลว่าหากทำอาหารช้าเกินไป พอฟ้ามืดแล้วจะมองไม่เห็นมู่หนิงเดินมายังเก้าอี้ว่างข้างกายโม่จิ่นยวนก่อนจะนั่งลงและเอ่ยว่า “ในมิติยังมีหุ่นยนต์อีกหนึ่งตัว ตอนนี้เขากำลังทำอาหารให้พวกเรา ดังนั้นหลังจากวันนี้เป็นต้นไปพวกเราไม่ต้องทำอาหารเองแล้ว พอถึงเวลาอาหารก็เริ่มกินกันได้เลยเจ้าค่ะ”“สวรรค์ น้องหกเจ้ารีบหยิกข้าหน่อย นี่ไม่ใช่เรื่องจริงแน่ ๆ ใต้หล้านี้จะมีหุ่นยนต์อะไรแบบนี้อยู่จริงหรือ? ข้ารู้สึกว่าพวกเขาทำได้ไปหมดทุกอย่าง แบบนี้มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”โจวชิงอี๋สะใภ้ห้า ใช้ศอกถองมู่อวิ๋นชิงเจ้าหกเบา ๆ รู้สึกเหมือนกันว่าหุ่นยนต์อะไรนั่นที่มู่หนิงพูดถึง ดูไม่เหมือนของที่จะมีจริงบนโลกนี้เลยสักนิด“ต้องเป็นเรื่องจริงแน่อยู่แล้วสิ ท่านดูสิศูนย์ศูนย์เจ็ดตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว”มู่อวิ๋นชิงไม่ได้หยิกนาง แต่กลับชี้ให้นางดูเจ้าศูนย์ศ
Read more

บทที่ 144

โม่จิ่นยวนเห็นการปรากฏตัวของเขา ก็ชักกระบี่พกประจำกายออกมาทันที และเหาะไปตรงหน้าเขา “ท่านติดตามพวกข้ามาตลอด ในที่สุดตอนนี้ก็ยอมเผยตัวออกมาแล้วหรือ”“คนผู้นี้ตามพวกข้ามาตลอดทาง?”บรรดาพี่สะใภ้ได้ยินดังนั้น พลันรู้สึกใจสั่นสะท้านคนผู้นี้เริ่มสะกดรอยตามพวกนางมาตั้งแต่เมื่อใดกัน?ตัวตนของเขาคือยอดฝีมือจากราชสำนักอย่างนั้นหรือ?หรือเป็นคนจากองค์กรนักฆ่าในหมู่ชาวบ้าน?มู่หนิงหรี่ตาลงเล็กน้อย แม้นางมิได้มีฝีมือเก่งกาจเท่าโม่จิ่นยวน แม้แต่กำลังภายในก็เพิ่งได้รับถ่ายทอดจากเขามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทว่านางที่มีลางสังหรณ์เฉียบคม ตลอดทั้งวันมานี้ ก็รู้สึกอยู่ตลอดว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องพวกนางอยู่เพียงแต่คนผู้นั้นมีวรยุทธ์สูงส่งเกินไป นางจึงจับตัวไม่ได้ตอนแรก นางคิดว่าคงเป็นเพราะการหนีภัยในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ ทำให้นางเกิดภาพหลอนขึ้นมาเองจนกระทั่งตอนกินข้าวเมื่อครู่ นางถึงได้มั่นใจว่า คนผู้นั้นอยู่ใกล้พวกนางจริง ๆนางไม่กลัวว่าเรื่องมิติจะถูกเปิดโปง เพราะในใจของนาง ตัดสินแล้วบุรุษสวมหน้ากากตรงหน้า ได้กลายเป็นคนตายไปแล้ววรยุทธ์ของเขาแกร่งกล้าจริง และนางก็สู้ด้วยไม่ไหวทว่าหา
Read more

บทที่ 145

พูดจบ เขาก็เปิดฉากโจมตีที่ดุเดือดยิ่งกว่าเดิม กำลังภายในแต่ละฝ่ามือที่ฟาดออกไป และวิชาฝ่ามือของบุรุษผู้นั้นใช้รับแรงปะทะ ก่อเกิดเสียงกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว ฉากการต่อสู้นั่นดุเดือดถึงขีดสุดเงาร่างของพวกเขาสลับสับไขว้กันกลางอากาศ กระบวนท่าโจมตีรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ประหนึ่งพายุฝนคะนองคลั่ง เร็วมากเสียจนทำให้คนตาลายไปหมดนี่เป็นครั้งแรกที่มู่หนิงได้เห็นการประลองของสองยอดฝีมือกับตาตนเองจริง ๆ นางมั่นใจอย่างยิ่งว่า ครั้งนี้โม่จิ่นยวนมิได้ซ่อนพลังไว้แม้แต่น้อย เขากำลังมุ่งมั่นต่อสู้กับบุรุษสวมหน้ากากอย่างสุดหัวใจจริง ๆพละกำลังของบุรุษสวมหน้ากากสูสีกับโม่จิ่นยวน ภายในชั่วเวลาสั้น ๆ มิอาจตัดสินชี้ขาดได้ว่าระหว่างพวกเขาทั้งสองใครแพ้ใครชนะ“ข้าจะไปช่วยน้องเจ็ด”หยางซูหว่านเห็นโม่จิ่นยวนยังมิอาจตัดสินแพ้ชนะกับบุรุษสวมหน้ากากผู้นั้น ก็ลุกขึ้นพร้อมประกาศว่าจะไปช่วยเขา“พวกเราไปด้วย”พี่สะใภ้คนอื่นที่เหลือที่มีวรยุทธ์ ต่างชักกระบี่พกออกจากเอว หมายมั่นตั้งใจว่าจะเข้าไปช่วยด้วยกัน“หว่านหว่าน เหวินเหวิน พวกเจ้านั่งลงเถิด”ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นเช่นนั้น ก็กล่าวด้วยเสียงอ่อนโยนเมตตาพร้อมกับวิเคราะห
Read more

บทที่ 146

“หนิงหนิง นี่เจ้า…”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่และบรรดาพี่สะใภ้ได้ยินคำพูดเช่นนี้ของนาง ก็ตกใจแตกตื่นจนต้องรีบหันมามองนางทันทีมู่หนิงมองทุกคน ก่อนจะขยิบตาให้พวกนางอย่างซุกซน แล้วเอ่ยเบา ๆ “ท่านแม่ พี่สะใภ้ทุกท่าน พวกท่านไม่ต้องกังวลใจไป ข้ามีวิธีของข้า”แม้วิธีนี้ออกจะเจ้าเล่ห์ไปเสียหน่อยทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าชีวิต จะร้ายกาจไม่ร้ายกาจ จะบริสุทธิ์ไม่บริสุทธิ์อะไรก็ช่าง ตราบใดที่สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้มันก็คือวิธีที่ดีแล้วทุกคนเห็นสีหน้าของนางแล้ว ก็รู้ทันทีว่าวิธีการนั้นหาใช่เรื่องที่ต้องสนใจ ตอนนี้ไม่ว่าวิธีนั้นจะดีหรือไม่ดีอย่างไรก็ช่าง ขอแค่ใช้ได้ผลก็เพียงพอแล้วทุกคนต่างพยักหน้า และมิได้พูดอะไรออกมาอีก แต่ให้ความร่วมมือกับนางอย่างเต็มที่ควบคุมสีหน้าของตนเองให้เป็นปกติที่สุดบุรุษสวมหน้ากากเมื่อได้ยิน ก็มองมู่หนิงพร้อมเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นสุดขีด “จริงหรือ? ข้าสามารถร่วมโต๊ะกินข้าวได้ด้วยจริงหรือ?”“จริงอยู่แล้วสิ”มู่หนิงพยักหน้าอย่างจริงใจจนไม่อาจจริงใจได้มากกว่านี้อีกแล้วโม่จิ่นยวนเลิกคิ้วเรียวดุจกระบี่อันองอาจขึ้นด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่าในใจมู่หนิงตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ ทว่
Read more

บทที่ 147

โม่จิ่นยวนชี้กระบี่ยาวใส่เขา บุรุษสวมหน้ากากเอียงศีรษะเล็กน้อย “พวกเจ้าไม่กินหรือ? หากไม่กินถ้าอย่างนั้นข้าจะกินให้หมดเลย”เขาหิวมากจริง ๆตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ เขาไม่เคยกินอาหารที่อร่อยมากเพียงนี้มาก่อนหากมิใช่เพราะตาแก่นั่นตาย แล้วถ่ายทอดพลังทั้งหมดมาให้เขา กอปรกับไอ้ฮ่องเต้สุนัขนั่นมีรับสั่งให้เขาออกมาไล่ล่าคนสกุลโม่ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อใดถึงจะได้ออกมาจากหุบเขานั่นเสียทีบุรุษสวมหน้ากากเห็นพวกฮูหยินผู้เฒ่าสกุลโม่กับคนอื่น ๆ ยืนกันเป็นกลุ่ม ไม่มีใครนั่งลงกินข้าวกับเขาแม้แต่คนเดียว ก็รู้ทันทีว่าพวกนางกำลังกังวลว่าเขาจะลงมือทำร้ายพวกนางหรือไม่เขาจึงเอ่ยออกไปเชิงข่มขู่ “อย่ามัวแต่ยืน รีบมานั่งกินด้วยกันเร็ว ๆ ไม่อย่างนั้นข้าจะกินให้หมดเลย”เขาเป็นโรคเบื่ออาหาร ไม่ค่อยสนใจสิ่งใดมากนัก แต่สิ่งนี้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุด เท่าที่เขาเคยกินมาตลอดชีวิตตั้งแต่เล็กจนโตมาเลยบรรดาพี่สะใภ้เหลือบสายตามองมู่หนิง พอเห็นว่ามู่หนิงพยักหน้าให้พวกนาง ทุกคนถึงจะยอมนั่งลงร่วมรับประทานอาหารด้วยสีหน้าสงบนิ่ง“พอได้แล้ว ไม่ต้องโมโหแล้ว ท่านเก็บกระบี่เถิด แล้วไปกินข้าวด้วยกัน”มู่หนิงแย
Read more

บทที่ 148

“ซวยแล้ว ฆ่าคนผิดจริงด้วย”หลังจากยืนยันแล้วว่าเด็กหนุ่มมีดวงตาสีฟ้าจริง มู่หนิงก็เกือบจะหน้ามืดหมดสติไปสวรรค์ ไยจะต้องกลั่นแกล้งนางเพียงนี้ด้วย“หนิงหนิง นี่เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?”การกระทำของนาง ทำให้ทุกคนสับสนงงงันโม่จิ่นยวนเห็นนางโอนเอนเหมือนจะล้ม ก็รีบเข้าไปประคองนางไว้ทันที“ข้า…ข้าไม่เป็นอะไร”มู่หนิงฝืนกระตุกมุมปากผุดยิ้มบาง ๆ สื่อเชิงว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไร ก่อนจะยื่นมือออกไปสำรวจลมหายใจของเด็กหนุ่มคนนั้น“รอดไป ยังหายใจอยู่ ยังช่วยชีวิตกลับมาได้”เสี้ยวพริบตาหลังจากรู้ว่าเด็กหนุ่มยังมีลมหายใจ มู่หนิงพลันโล่งใจขึ้นมาทันที“อะไรนะ น้องสะใภ้เจ็ดนี่เจ้าคิดจะช่วยชีวิตเขาหรือ?”บรรดาพี่สะใภ้ยิ่งมองเหตุการณ์ยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจ ครั้นได้ยินนางเอ่ยว่าจะช่วยเด็กหนุ่มคนนี้ เสียงอุทานของทุกคนต่างก็ดังสูงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว“น้องเจ็ด คนผู้นี้คิดจะฆ่าพวกเรา เหตุใดเจ้าถึงยังคิดจะช่วยชีวิตเขาอีก?”อวิ๋นชิงชิงเดินเข้ามา แล้วถามด้วยความประหลาดใจมู่หนิงเห็นเด็กหนุ่มอาการไม่สู้ดี ก็รีบหยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมาจากมิติอย่างไม่รอช้า“ไม่มีเวลาอธิบายแล้ว ทุกคนรีบมาช่วยกัน ต้องช่วยชีวิตเด็
Read more

บทที่ 149

“ใช่แล้วน้องหญิงเจ็ด เหตุใดเจ้าจะต้องช่วยชีวิตชายผู้นี้ไว้ด้วย?”บรรดาพี่สะใภ้ก็สงสัยและไม่เข้าใจเหมือนกัน จึงถามย้ำอีกครั้งมู่หนิงเม้มริมฝีปาก ก่อนจะใช้ข้ออ้างเรื่องนิมิตความฝันมาอธิบายอีกครั้ง “คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ ก่อนหน้านี้ข้าฝันถึงเหตุการณ์หนึ่ง ในฝันข้าเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งช่วยชีวิตชาวบ้านนับพันหมื่นคนเอาไว้ เขาเป็นหมอเทวดา มีดวงตาสีฟ้าเหมือนน้ำแข็งและยังงดงามยิ่งกว่าท้องนภา ตอนนั้นข้าไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะในใต้หล้านี้ผู้ใดเล่าจะมีนัยน์ตาสีฟ้าแบบนั้น ทว่าเมื่อครู่ตอนที่เด็กหนุ่มคนนี้หันมองข้า ข้ากลับเห็นมันจริง ๆ เพื่อชีวิตของชาวบ้านนับพันหมื่น ดังนั้นข้าจึงต้องชีวิตเขา”ในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ชาวต่างชาติตาสีฟ้ามีอยู่มากมายถมเถ ทว่าที่แห่งนี้คือต้าโจว การที่มีคนตาสีฟ้าแบบนี้ได้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญเด็ดขาดยิ่งไปกว่านั้นโฉมหน้าของเขาก็ไม่เหมือนลูกครึ่งเลยสักนิด แต่เป็นใบหน้าของลูกหลานชาวต้าโจวอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเจือปน ดังนั้นนางไม่มีทางจำผิด“ช่วยชีวิตชาวบ้านนับพันหมื่น?” ฮูหยินผู้เฒ่าโม่เลิกคิ้วขึ้น พลางเอ่ยด้วยความสงสัย “เป็นไปไม่ได้กระมัง ต่อให้เขาจะเป็นหมอเทวดา ช่วยชี
Read more
PREV
1
...
101112131415
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status