All Chapters of หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท: Chapter 181 - Chapter 190

461 Chapters

บทที่ 181

“หนอนกู่แฝด?”เจ๋ออวี่ได้ยินดังนั้น ภาพบางอย่างก็ฉายวาบขึ้นมาในหัวเขานึกออกแล้วภาพเหตุการณ์นี้คือตอนที่เขาอายุหกขวบเพิ่งเข้าสู่ตำหนักราชาผี ท่านประมุขเป็นคนฝังหนอนกู่เข้าสู่ร่างกายของเขากับเย่อู๋เฉินด้วยตัวเอง แม้แต่ชื่อก็เป็นคนตั้งให้รวมไปถึงการฝึกฝนดุจปีศาจในวัยเด็กเหล่านั้น ความทรงจำของเขากำลังค่อย ๆ ฟื้นคืนกลับมาหากพูดถึงความรันทดในวัยเด็ก ความจริงแล้วเย่อู๋เฉินต่างหากที่น่าสงสารที่สุดท่านประมุขฟูมฟักเขาในฐานะราชาพิษในอนาคต ถูกโยนลงไปในถ้ำอสรพิษหมื่นแมลงตั้งแต่เด็ก ถูกกัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนติดพิษ จากนั้นก็ใช้สมุนไพรนานาชนิดมาถอนพิษรักษาจนหายเป็นเช่นนี้วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า“ตอนนี้จำได้แล้วหรือ?”เย่อู๋เฉินมองสีหน้าของเขา ก็รู้ว่าเขานึกเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาได้แล้วเจ๋ออวี่พยักหน้า จากนั้นหันไปมองมู่หนิงแล้วกล่าวว่า “พี่หญิงมู่! พี่ใหญ่โม่! เรื่องที่เขาพูดเมื่อครู่ล้วนเป็นความจริง ไม่ได้โกหกพวกท่านแม้แต่คำเดียวขอรับ”“ตกลง”มู่หนิงหยิบถ้วยตะเกียบชุดหนึ่งออกมาจากมิติ ตามด้วยเก้าอี้อีกตัว กล่าวเสียงเรียบว่า “นั่งลงกินสิ”“ขอบคุณท่านพี่”เย่อู๋เฉินรีบนั่งลงกล่าว
Read more

บทที่ 182

นางเข้าใจซึ้งถึงวันเวลาอันเจ็บปวดจากการถูกส่งตัวเข้าไปฝึกฝนในองค์กรตั้งแต่ยังเด็ก แม้การฝึกฝนของนางจะยากลำบากแสนเข็ญ แต่เมื่อเทียบกับการฝึกฝนอันวิปริตผิดมนุษย์ที่อดีตประมุขตำหนักราชาผีทำกับเขาแล้ว ก็นับเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยมิใช่เพียงแค่นาง คนตระกูลโม่เองต่างก็ส่งสายตาสงสารไปยังเย่อู๋เฉินที่ล้มตัวลงนอนในกระโจมเล็กด้านหน้ามู่หนิงพลันนึกปัญหาหนึ่งขึ้นมาได้ และอยากจะยืนยันให้แน่ใจ จึงหันไปถามเจ๋ออวี่อีกครั้ง “จริงสิเจ๋ออวี่ ข้ายังมีคำถามอีกข้อ ดวงตาของเย่อู๋เฉิน เป็นสีฟ้าโดยกำเนิดหรือไม่? หรือมีข่าวคราวเกี่ยวกับพ่อแม่ของเขาบ้างไหม”เจ๋ออวี่ตอบกลับว่า “ไม่ใช่ขอรับ ดวงตาสีฟ้าของเขา เป็นเพราะถูกจับไปทดลองกับงูแมลงมดปลวกและหญ้าพิษตั้งแต่เด็ก วันหนึ่งจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ส่วนเรื่องพ่อแม่ ข้าเคยฟังเขาพูดเมื่อก่อน ดูเหมือนจะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ประสบเคราะห์ร้ายเสียชีวิตคู่ในเหตุการณ์น้ำท่วม หลังจากนั้นถึงถูกอดีตประมุขเก็บกลับมาขอรับ”“ข้าเข้าใจแล้ว”ตอนนี้มู่หนิงมั่นใจเต็มร้อยส่วนแล้วว่า เย่อู๋เฉินก็คือหมอเทวดาที่จะช่วยชีวิตราษฎรนับพันนับหมื่นในอนาคตเพราะยิ่งเป็นคนที่เชี่ยวช
Read more

บทที่ 183

“ข้า... พวกข้า...”ชายชราขาเป๋มองไปทางพวกมู่หนิงแวบหนึ่งโดยสัญชาตญาณ สายตานั้นเหมือนจะสื่อว่า พวกเจ้าหนีไปเร็ว นี่คือกลุ่มโจรฆ่าคนไม่กะพริบตา“พวกเขาเป็นคนให้”ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง จู่ ๆ ก็ชี้ไปที่กลุ่มของมู่หนิง เพื่อเอาชีวิตรอด เขาจึงรีบโพล่งออกมาว่าซาลาเปาและหมั่นโถวเป็นของที่พวกนางให้มาพวกโจรหันไปมองทางคนตระกูลโม่ เมื่อเห็นเหล่าสตรีที่งดงามดุจบุปผาและหยก ในดวงตาของพวกมันก็เผยแววหื่นกามลามกออกมา เห็นได้ชัดว่าปกติคงข่มเหงรังแกสตรีชาวบ้านมาไม่น้อย“ไม่เลว ไม่เลวเลยจริง ๆ แม้จะหน้าตาเปรอะเปื้อนฝุ่นดิน แต่รูปโฉมไม่เลวเลย พี่น้องเรามีลาภปากแล้ว ผู้ชายจับกลับไปเป็นเสบียง ผู้หญิงจับกลับไปเป็นแรงงานและเครื่องมือระบายอารมณ์”หัวหน้าโจรจ้องมองอวิ๋นชิงชิงที่ดูบอบบาง แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะแบกนางกลับค่ายไปย่ำยีให้หนำใจ“หนีไป รีบหนีไป”ชายชราขาเป๋โบกมือให้พวกเขา ตะโกนเสียงดังบอกให้รีบหนีไปส่วนคนอื่น ๆ ต่างกอดเสบียงในอ้อมอกวิ่งหนีกระเจิงไปคนละทิศละทาง“ตาเฒ่า รนหาที่ตายนัก”ลูกสมุนที่อยู่ข้างกายหัวหน้าโจรเงื้อดาบในมือขึ้น หมายจะฟันชายชราขาเป๋ให้ตายในดาบเดียว“ปัง~”เสียงปืนดังขึ้นกึ
Read more

บทที่ 184

มู่หนิงซบลงที่ไหล่ของเขา ไม่อยากเดินต่อแล้วแม้แต่นิดเดียวนับตั้งแต่เข้าสู่เขตทุพภิกขภัย เวลาส่วนใหญ่พวกนางล้วนต้องเดินเท้า จนเท้าพองเป็นตุ่มน้ำใสไปหมดแล้วเพราะไม่อาจนั่งรถม้าได้ หากนั่งรถม้า เพียงชั่วครู่เดียว ผู้ประสบภัยที่มาขอทาน ก็จะแห่กันมาล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อขออาหาร ชาวบ้านบางหมู่บ้านถึงขั้นบ้าคลั่งคิดจะแย่งชิงรถม้า หากไม่ใช่เพราะกลุ่มของพวกเขาวรยุทธ์สูงส่ง เกรงว่าเพิ่งเข้าสู่แดนรกร้างมาได้ไม่นาน คงจบชีวิตกันไปหมดแล้ว“ข้าอุ้มเจ้าเอง”โม่จิ่นยวนยื่นมือออกไปช้อนร่างนางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิงด้วยความรักใคร่เอ็นดู อุ้มเดินเช่นนี้อยู่นานถึงครึ่งชั่วยาม จนกระทั่งพบสถานที่ลับตาเหมาะแก่การกางกระโจม“ข้าเมื่อยเท้า”ทันทีที่โม่จิ่นยวนวางนางลง มู่หนิงก็นำเก้าอี้สนามออกมาจากมิติแล้วเอนตัวลงนอน ยื่นเท้าเล็ก ๆ ออกไป ส่งสัญญาณให้เขานวดให้หน่อย“ข้าจะนวดให้เจ้าสักครู่”โม่จิ่นยวนนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว จากนั้นยกขาของนางมาวางพาดบนหน้าตักตนเอง แล้วเริ่มลงมือนวดมู่หนิงหลับตาพริ้ม สีหน้าเปี่ยมด้วยความสุข ในที่สุดร่างกายก็ได้ผ่อนคลายลงบ้างแล้วช่วงนี้ นางต้องให้โม่จิ่นยวนนวดให้วันละสองครั้ง
Read more

บทที่ 185

“ข้างในมีอะไรกันแน่? เจ้าค่อย ๆ พูด พูดทีละเรื่อง ไม่ต้องรีบร้อน”ทุกคนสบตากัน ในใจต่างเตรียมพร้อมรับฟังเรื่องราวที่จะได้ยินต่อไปอย่างเงียบๆ“เฮ้อ~”เย่อู๋เฉินถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ถึงค่อย ๆ เอ่ยปากเล่า “คนในค่ายโจรนี้ แต่ละคนเรียกได้ว่าเป็นเดรัจฉาน พวกมันฉุดคร่าหญิงชาวบ้าน แล้วยังจับชายฉกรรจ์ไปใช้แรงงานในค่ายแม้ข้าจะเข้าไปดูในค่ายโจรเพียงครู่เดียว แต่ก็พอจะเข้าใจสถานการณ์โดยรวม ชายฉกรรจ์เหล่านั้นน่าจะทำงานหนักโดยไม่ได้กินอิ่ม สุดท้ายพอหิวจนใกล้ตายก็จะถูก...”วาจาของเย่อู๋เฉินไม่ได้พูดออกมาจนกระจ่างแจ้ง แต่ทุกคนในที่นั้น ไม่มีใครไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่“ไม่ใช่เพียงแค่นั้น พวกมันไม่เพียงปล้นชิงสตรี ภายในค่ายโจรยังคุมขังเด็กหนุ่มสาวอายุสิบสองสิบสามปีไว้อีกจำนวนมาก ข้าเดาว่าไม่เอาไว้เป็นเสบียงสำรอง ก็คงเตรียมนำไปขายแลกเงิน ไม่ว่าทางไหนก็เป็นไปได้ทั้งสิ้นค่ายโจรมีขนาดใหญ่มาก โจรทั้งค่ายมีประมาณร้อยกว่าคน แถมแต่ละคนยังรูปร่างกำยำล่ำสัน ชาวบ้านธรรมดาไม่มีทางสู้พวกมันได้เลยหากพวกเราปล่อยปละละเลย ค่ายโจรนี้ในอนาคตจะมีแต่กำเริบเสิบสานยิ่งขึ้นเกรงว่าชาวบ้านในรัศมีหลายสิบลี้คงต้อ
Read more

บทที่ 186

มู่หนิงได้ยินวาจาของโม่จิ่นยวน มุมปากก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมาวันรุ่งขึ้นท้องฟ้าเพิ่งจะสางรำไร ทุกคนก็ตื่นขึ้นมากินมื้อเช้า หลังกินเสร็จและเก็บกวาดกระโจมเครื่องมือเรียบร้อย ก็ย้อนกลับมายังพื้นที่ที่แจกหมั่นโถวเมื่อวานอีกครั้งระหว่างทางยังพบเจอชาวบ้านจำนวนไม่น้อย ต่างพากันเดินหาเปลือกไม้และรากหญ้ากันไปทั่วในที่สุดมู่หนิงก็ได้ประจักษ์แก่สายตาว่า เหตุใดในยุคโบราณยามเกิดทุพภิกขภัย บนภูเขาถึงไม่มีพืชสีเขียวหลงเหลืออยู่เลยนั่นเพราะสิ่งใดที่พอจะกินได้ ล้วนถูกชาวบ้านขุดคุ้ยนำกลับไปกินประทังชีวิตจนหมดสิ้น บางคนกินเปลือกไม้มากเกินไปจนท้องป่องพองราวกับลูกบอล สุดท้ายอาหารไม่ย่อยจนต้องตายไปทั้งอย่างนั้น“ท่านผู้มีพระคุณ พวกท่านกลับมาทำไมอีก?”ชายชราขาเป๋นั่งอยู่หน้าประตู มองดูผืนดินและเนินเขาที่รกร้างด้วยใบหน้ากลัดกลุ้มพอเห็นกลุ่มของมู่หนิง เขาก็รีบลุกเดินเข้ามาหา เอ่ยเร่งเร้าว่า “รีบไปจากที่นี่เสียเถิด พวกโจรพวกนั้นร้ายกาจมาก วันนี้ต้องพาคนมาจับพวกท่านที่นี่เพิ่มขึ้นแน่”“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านปู่ พวกเราไม่กลัว”อวิ๋นชิงชิงเห็นเขาขาไม่ดี จึงรีบเข้าไปประคองเขาให้กลับไปนั่งที่ธรณีประ
Read more

บทที่ 187

“น้ำหน้าอย่างพวกเจ้า ช่างสามหาวสิ้นดี”หัวหน้าโจรประกาศก้องสั่งการว่า “พี่น้องทั้งหลาย ฆ่าไอ้ผู้ชายสามคนนั้นให้หมด นังแก่นั่นก็ฆ่าทิ้งเสีย ส่วนนังผู้หญิงสาว ๆ พวกนี้ เก็บไว้แบกกลับค่ายไปแบ่งให้พี่น้องเราเสพสุขกัน”“โฮ่ ๆ ๆ~”เหล่าโจรภูเขาพอได้ยินคำสั่ง ต่างก็คึกคะนองบ้าระห่ำ แบกดาบชูกระบี่พุ่งเข้าใส่พวกโม่จิ่นยวนอย่างไม่กลัวตายโม่จิ่นยวนและฮูหยินผู้เฒ่าโม่ลงมือก่อน บรรดาพี่สะใภ้เห็นดังนั้นก็เข้าร่วมวงต่อสู้ ตามด้วยเย่อู๋เฉินส่วนเจ๋ออวี่ยืนอยู่ข้างกายมู่หนิงและอวิ๋นชิงชิง คอยปกป้องพวกนางอย่างระมัดระวัง เผื่อว่ามีใครกล้าลงมือกับพวกนาง เขาจะได้สังหารศัตรูได้ทันท่วงทีเนื่องจากพวกมันเป็นแค่ลูกสมุนปลายแถว โม่จิ่นยวนจึงไม่จำเป็นต้องใช้ปืน ที่เมื่อวานเขาใช้ปืน เป็นเพราะชายชราขาเป๋ตกเป็นตัวประกันในมือพวกมันท้องของมู่หนิงใหญ่มาก ยืนนาน ๆ จะรู้สึกเหนื่อยและหน่วงท้อง ดังนั้นนางจึงหาหินก้อนใหญ่สักก้อน แล้วนั่งลงบนนั้นอย่างไม่ทุกข์ร้อนคนกลุ่มนี้นอกจากหัวหน้าที่พอจะมีวรยุทธ์อยู่บ้าง คนอื่น ๆ ก็แค่ชาวบ้านทั่วไปที่ร่างกายแข็งแรงกว่าปกติหน่อย ไม่มีทักษะวรยุทธ์อะไรเลยมู่หนิงไม่กังวลเรื่องค
Read more

บทที่ 188

ชาวบ้านพอได้ยินดังนั้น ก็ไม่หยุดรั้งรอแม้แต่ชั่วขณะ ต่างพากันวิ่งกลับบ้าน แม้แต่ครึ่งคำก็ไม่กล้าเอ่ยปากชายชราขาเป๋เดินกะเผลกเข้ามา กล่าวด้วยความขมขื่นว่า “ท่านผู้มีพระคุณ! พวกท่านอย่าได้ถือสาความเย็นชาของเพื่อนบ้านเลย พวกเขาเพียงแค่หวาดกลัวเกินไปเท่านั้น แม้พวกท่านจะสังหารโจรกลุ่มนี้ไปแล้ว แต่บนภูเขายังมีโจรอยู่อีกมาก เกรงว่าภายหลังพวกมันจะมาแก้แค้นหมู่บ้านเรา พวกท่านรีบหนีไปเถิดขอรับ”โม่จิ่นยวนประคองเขาไปนั่งลงบนหินก้อนใหญ่ที่มู่หนิงนั่งอยู่ กล่าวปลอบโยนว่า “ท่านปู่วางใจเถิด ในเมื่อพวกข้าสังหารโจรพวกนี้แล้ว ก็ไม่คิดจะหนีไปเฉย ๆ ข้ารู้ว่านี่ยังไม่ใช่จำนวนคนทั้งหมดของพวกมัน ดังนั้นพวกข้าจึงตัดสินใจจะบุกไปกวาดล้างรังโจรให้สิ้นซาก คืนความสงบสุขให้แก่ชาวบ้านแถวนี้ อีกเรื่องคือ รบกวนท่านช่วยไปป่าวประกาศแก่ชาวบ้านคนอื่น ๆ ใครมีเครื่องมือที่พอจะใส่ของได้ ให้ขนขึ้นไปที่ค่ายโจรเพื่อแบ่งปันสิ่งของ ขนได้เท่าไรก็เอาไปเท่านั้น ส่วนใครที่ไม่ไปขนเอง ถึงเวลาพวกข้าก็จะจัดสรรมาให้ แต่คงได้ไม่เยอะเท่าคนที่ไปขนด้วยตนเอง จะตัดสินใจอย่างไรก็สุดแล้วแต่ความคิดของพวกเขาเถิด”เขารู้ดีว่าชาวบ้านมีความระแวดร
Read more

บทที่ 189

“ไม่ได้การ ข้าเดินไม่ไหวแล้วจริง ๆ พวกท่านหามข้าเถอะ”มู่หนิงทุบน่องที่ปวดเมื่อยเบา ๆ แม้จะมีน้ำพุวิญญาณช่วยฟื้นฟูพละกำลัง แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการเผาผลาญพลังงานของนางไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ครรภ์แปดเดือนกว่านี้ ถึงได้ดูใหญ่โตกว่าครรภ์แปดเดือนของผู้อื่นอยู่บ้าง จนน่าสงสัยว่านางกำลังตั้งครรภ์แฝดอยู่หรือไม่ น่าเสียดายที่ในคฤหาสน์ไม่มีห้องอัลตราซาวด์ มิเช่นนั้นคงได้เห็นกันไปแล้วมู่หนิงนำเปลหามที่โม่จิ่นยวนตั้งใจทำให้เป็นพิเศษก่อนหน้านี้ออกมา จุดประสงค์ก็เพื่อยามนางเดินไม่ไหว จะได้ใช้หามเดินได้เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้ปีนป่ายพื้นที่ภูเขาสูงชัน จึงไม่เคยร้องขอให้หาม อีกทั้งร่างกายของนางก็แข็งแรงดี จึงไม่อยากทำตัวบอบบางจนต้องให้คนหามทันทีที่ออกเดิน“น้องสะใภ้เจ็ด ให้พี่กับน้องเจ็ดช่วยกันหามเจ้าเถิด อย่างไรเสียส่วนสูงของพี่ก็ใกล้เคียงกับน้องเจ็ดที่สุด”ฟางเหวินเสนอตัวช่วยโม่จิ่นยวนหามมู่หนิงแม้น้องเจ็ดจะสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบเก้าเซนติเมตร ส่วนนางสูงเพียงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกเซนติเมตร แต่ในบรรดาทุกคนในที่นี้ ส่วนสูงของนางก็นับว่าใกล้เคียงกับเขาที่สุดแล้วเจ๋ออวี่และเย่อู๋เฉินในวัย
Read more

บทที่ 190

“ปัง~”เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ยามเฝ้าระวังอีกด้านหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากหอสังเกตการณ์ไม้ สภาพการตายเหมือนกับยามคนก่อนหน้านี้อย่างกับแกะเหล่าโจรภูเขารู้สึกได้ทันทีว่ามีอาวุธลับอันร้ายกาจจ่ออยู่ด้านหลังพวกมัน พร้อมจะปลิดชีพได้ทุกเมื่อ ไร้ซึ่งผู้นำ พวกมันจึงแตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น กลายเป็นกลุ่มคนแตกพ่ายราวกับทรายที่ก่อตัวไม่ติดโม่จิ่นยวนและคนอื่น ๆ ฉวยโอกาสนี้บุกสังหารจากหน้าประตูค่ายเข้าไปถึงด้านในส่วนมู่หนิงคอยลั่นไกสังหารทีละคนจากที่ลับ ทำให้จิตใจของพวกโจรพังทลายลงอย่างรวดเร็วแม้เสียงปืนจะถูกเก็บเสียงไว้ แต่นางก็ยังคอยเปลี่ยนตำแหน่งอยู่เป็นระยะเมื่อพวกโม่จิ่นยวนบุกเข้าไปถึงประตูชั้นใน หัวหน้าใหญ่จึงนำกำลังคนออกมาสู้รบ เป้าหมายของเขาชัดเจนมาก นั่นคือโม่จิ่นยวนที่เป็นผู้นำกลุ่ม“ใครหน้าไหนไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว ถึงกล้าบุกเข้ามายังค่ายโจรชิงเฟิงของข้า”ในมือของเขาถือค้อนเหล็กหนักสิบชั่งคู่หนึ่งพุ่งทะยานร่างเข้ามา เพียงเท่านี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเขาเป็นผู้มีวรยุทธ์และวิชาตัวเบา“คนล่าสุดที่พูดกับข้าแบบนี้ เมื่อเช้านี้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว~”เย่อู๋เฉินได้ยินดังนั้น ก็แค่นเสียงหัวเ
Read more
PREV
1
...
1718192021
...
47
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status