All Chapters of หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท: Chapter 291 - Chapter 300

461 Chapters

บทที่ 291

“เข้าใจแล้ว”ฟางเหวินมองโจวชิงอี๋ ยิ้มพร้อมเอ่ยกำชับ “น้องห้า เจ้าต้องตั้งใจศึกษาจากน้องเจ็ดให้ดี”น่าอิจฉาน้องสะใภ้ห้าเสียจริง ที่น้องสะใภ้เจ็ดได้ค้นพบพรสวรรค์ด้านการคำนวณในตัวนางไม่เหมือนตนเอง นอกจากกวัดแกว่งดาบกระบี่แล้ว อย่างอื่นก็ไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง“วางใจเถิด ข้าจะตั้งใจศึกษาเรียนรู้อย่างดี”โจวชิงอี๋ตบหน้าอกตนเองเบา ๆ ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมหลังจากเห็นฟางเหวินเดินออกไปแล้ว มู่หนิงก็มองทางศูนย์ศูนย์เจ็ดก่อนจะเอ่ยว่า “ศูนย์ศูนย์เจ็ด! เจ้าไปช่วยดูแลคุณหนูและคุณชายน้อยที่เรือนหลังกับข้า ประตูใหญ่ทางนี้สิบเอ็ดเฝ้ายามชั่วคราวไปก่อน”ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเจ้าหนูน้อยทั้งสองคุ้นเคยกับการเลี้ยงดูของศูนย์ศูนย์เจ็ดหรืออย่างไร เพราะนอกจากคนสกุลโม่แล้ว มีเพียงศูนย์ศูนย์เจ็ดเท่านั้นที่สามารถกล่อมโม่ซีเหยียนได้หากเปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์ตัวอื่นมาดูแล เจ้าตัวน้อยแค่ลืมตาขึ้นมาเห็น ก็ร้องไห้จ้าออกมาทันทีแล้วดังนั้นจึงไม่มีทางเลือก เมื่อใดที่พวกนางทุกคนต่างวุ่นกับการทำงาน ก็มีแต่ต้องให้ศูนย์ศูนย์เจ็ดช่วยดูแลพวกเด็ก ๆ“รับทราบเจ้านาย”หลังจากศูนย์ศูนย์เจ็ดส่งข้อมูลให้หมายเลขสิบเอ็ดเรียบ
Read more

บทที่ 292

“หนิงหนิง ได้ยินว่าวันนี้เจ้าถูกรังแก เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”ทันทีที่โม่จิ่นยวนเห็นมู่หนิง ก็ปราดเข้าไปประคองไหล่นางไว้ทันที มองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความลนลาน เพื่อตรวจสอบว่านางได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่“ท่านรู้ได้อย่างไร?”มู่หนิงถามเขาอย่างสงสัยซวนหยวนเฉินกำชับกับพวกชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์เป็นพิเศษว่า ห้ามหลุดปากเปิดเผยตัวตนของเขาเด็ดขาด ซึ่งนั่นก็เท่ากับเป็นการบอกทุกคนกลาย ๆ ว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องในวันนี้ออกไปโม่จิ่นยวนอยู่ด้านนอก ไปรู้เรื่องนี้มาได้อย่างไร“ข้ากำลังจัดการธุระบางอย่างอยู่นอกเมือง บังเอิญไปเจอนายอำเภออวี๋ลงตรวจพื้นที่ตรวจดูความเป็นอยู่ของชาวบ้านพอดี เขาเป็นคนเล่าให้ข้าฟัง ว่ามู่หย่วนเฟิงบิดาของเจ้าสั่งให้มู่ชิงโหรวมาให้ร้ายเจ้า ใส่ร้ายพวกข้าสกุลโม่ ข้ายังได้ยินอีกว่ามีชาวบ้านจำนวนมากที่มามุงดู พากันเขวี้ยงปาสิ่งของใส่เจ้ากับพี่สะใภ้รองแล้วก็พี่สะใภ้ห้าด้วย เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือไม่?”แม้โม่จิ่นยวนจะไม่เห็นร่องรอยบาดแผลใด ๆ บนตัวนาง ทว่าหลังจากอธิบายเหตุการณ์เสร็จสิ้น เขาก็ยังคงถามถึงสถานการณ์ของนางด้วยความเป็นห่วงเป็นใ
Read more

บทที่ 293

“ภัตตาคาร?”“แม่นางมู่ ท่านเปิดหอสุราไม่สู้เปิดร้านหม้อไฟเพิ่มอีกสาขาดีกว่าหรือ หม้อไฟน่ะอร่อยที่สุดแล้ว”เห็นได้ชัดว่า หลังจากพวกลูกค้าฟังจบ พวกเขามิได้สนใจหอสุราที่มู่หนิงเปิดมากนักเพราะถึงอย่างไรเมืองไถโจวก็มิได้ขาดแคลนหอสุรา อีกทั้งบนถนนแทบทุกสาย ก็มีร้านอาหารอยู่แล้ว ไหนเลยจะพิเศษและโดดเด่นกว่าร้านหม้อไฟกันมู่หนิงรู้ความคิดในใจพวกเขา จึงผุดยิ้มพร้อมเอ่ยอีกครั้ง “หม้อไฟก็อร่อยอยู่หรอก แต่ร้านอาหารที่ข้าเปิดก็ใช่ว่าจะด้อยไปกว่ากัน แล้วยังมีอาหารอีกหลายอย่างที่ร้านอาหารอื่นในเมืองไถโจวไม่มีด้วย รับรองว่าแปลกใหม่ไม่เหมือนใครแน่ อย่างเคาหยก ซี่โครงเปรี้ยวหวาน ปลาเปรี้ยวหวาน เป็ดปักกิ่ง เต้าหู้ผัดพริกเสฉวน หมูตงพอ พระกระโดดกำแพง ไก่ถาดใหญ่ สิ่งเหล่านี้แม้ว่าจะเป็นอาหารธรรมดาทั่วไป แต่รสชาติเลิศล้ำเกินบรรยายแน่นอน รับรองว่าทุกท่านได้กินแล้วไม่เสียใจ”อาหารของต้าเซี่ยมีมากมายเพียงนั้น ลำพังแค่จานผัดจานนึ่งก็มีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่ว่านางก็ไม่ได้อยากทำให้มันซับซ้อนเกินไป แค่จัดอาหารมาสักสี่สิบห้าสิบอย่าง พอให้ลูกค้าได้เลือกกินเองตามรสนิยมก็นั่นก็ใช้ได้แล้ว“ซี่โครงเปรี้ยวหวาน? เป็
Read more

บทที่ 294

โม่จิ่นยวนแทบไม่ต้องคิด ก็ปฏิเสธออกมาทันที “ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้ข้าเพียงต้องการตามหาพี่สี่ให้พบเท่านั้น และหลังจากนั้นข้าจะอยู่ในเมืองไถโจวกับลูกเมียและคนในครอบครัวอย่างมีความสุขและสงบปลอดภัยไปชั่วชีวิต”หัวใจเขาผูกไว้กับใต้หล้า ไม่เคยหวั่นเกรงต่อความยากลำบากในสมรภูมิรบ และเป็นเช่นนี้มาตลอดทว่าหลังจากประสบพบเจอกับความโหดเหี้ยมไร้มโนธรรมของฮ่องเต้ต้าโจวมากับตัว ไม่เพียงทำให้หัวใจของเขาเยือกเย็น ยังเป็นการดูหมิ่นต่อความจงรักภักดีของสกุลโม่ที่สั่งสมมานานกว่าร้อยปีด้วยบัดนี้เขามีภรรยา มีลูกสาวมีลูกชาย และไม่มีสิ่งใดจะงดงามไปกว่าการที่คนในครอบครัวได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขและปลอดภัยแล้วซวนหยวนเฉินรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง แต่ก็เคารพต่อการตัดสินใจของเขา ท้ายที่สุดจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่ว่าพี่ใหญ่โม่ตัดสินใจอย่างไร ข้าล้วนสนับสนุนท่านเต็มที่ และตำแหน่งแม่ทัพแห่งแคว้นฉู่จะเว้นไว้ให้ท่านตลอดไป ตราบใดที่ท่านต้องการ ก็สามารถกลับมารับตำแหน่งคืนได้ทุกเมื่อ”“เข้าใจแล้ว”โม่จิ่นยวนตอบรับพร้อมรอยยิ้มจากนั้นก็รินสุราเพิ่มอีกหนึ่งจอก และดื่มพร้อมกับทุกคนจนหมดจอกแล้ว งานเลี้ยงค่ำ
Read more

บทที่ 295

“ได้สิ”โม่จิ่นยวนรู้ว่ากำลังภายในของนางตอนนี้บรรลุถึงขั้นห้าเรียบร้อยแล้ว และช่วงเวลานี้ก็เหมาะกับการฝึกฝนวิชาตัวเบาเป็นที่สุดต่อให้มู่หนิงจะไม่เอ่ยปากขอ เขาก็ตั้งใจว่าจะสอนวิชาตัวเบาให้นางอยู่แล้วสองชั่วยามต่อมามู่หนิงสามารถดีดตัวจากพื้นขึ้นไปด้านบน และพอจะทะยานออกไปได้ไกลราวห้าเมตรแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ถือว่าสูงมากพอ และยังไม่นับว่าไกลมากพอ แต่นางเพิ่งเรียนรู้ได้เพียงสองชั่วยามเท่านั้นเอง“พรสวรรค์ของเจ้า ยอดเยี่ยมกว่าที่ข้าคิดเอาไว้เสียอีก”ขณะที่มู่หนิงกำลังนั่งพัก โม่จิ่นยวนก็ล้วงผ้าขนหนูผืนหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ก่อนจะค่อย ๆ ซับเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นบนขมับทั้งสองข้างให้นางอย่างนุ่มนวลถึงแม้ว่าเขาจะรู้มาตลอดว่ามู่หนิงเป็นคนเก่งกาจ และฉลาดเฉลียวมาก แต่คนที่มีพรสวรรค์เช่นนาง เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนเลยจริง ๆ“แน่นอนอยู่แล้ว ท่านไม่ดูหรือว่าข้าเป็นใคร”มู่หนิงฉีกยิ้มกว้างมิใช่ว่านางลำพองใจ แต่ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ที่แลกมาด้วยความพยายามของนางหากตนเองยังรู้สึกว่าไม่ดีพอ นั่นก็แปลว่ายังไม่ดีพอจริง ๆดังนั้นไม่ว่าเมื่อใด ก็ต้องเชื่อมั่นในตนเอง ไว้วางใจตนเองเสมอ“แต่ความดีความ
Read more

บทที่ 296

“ไม่ใช่นะ ข้าไม่ได้ไม่อยากเล่าสักหน่อย”มู่หนิงครุ่นคิด ตราบใดที่นางไม่พูดออกไปว่าตนเองมาจากอนาคตก็พอแล้ว จากนั้นจึงเริ่มเล่าถึงเรื่องราวก่อนหน้านี้ของนาง“ความจริงแล้วชื่อจริงของข้าก็คือมู่หนิงเหมือนกัน อายุจริงมากกว่าร่างนี้อยู่หลายปี ในโลกของพวกข้าก่อนหน้านี้ข้าเองก็เป็นแม่ทัพเช่นกัน แต่มิใช่แม่ทัพที่อยู่เบื้องหน้า หากแต่เป็นพวกที่ทำงานให้กับประเทศอย่างลับ ๆ และองค์กรที่ข้าเป็นผู้นำมีชื่อว่าสำนักมังกรเทวะ…”“ต่อมา หลังจากเกิดเรื่องงานประมูลครั้งนั้น ก็ทำให้ข้าทะลุมิติมาเกิดใหม่ในร่างนี้ ซึ่งก็คือวันนั้นที่มู่หนิงเจ้าของร่างเดิมจะต้องดื่มยาขับเลือด”มู่หนิงเล่าเรื่องราวในอดีตให้เขาฟังโดยคร่าว ๆโม่จิ่นยวนได้ฟังแล้ว ก็กระชับอ้อมแขนกอดนางแน่นขึ้นด้วยความรู้สึกสงสารสุดดวงใจ “มิน่าเจ้าถึงทนความลำบากได้มากถึงเพียงนี้ ที่แท้การฝึกฝนที่เจ้าเคยเจอมาตอนเยาว์วัย โหดร้ายยิ่งกว่าตอนนี้เสียอีก จินตนาการไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าเด็กผู้หญิงคนเดียวอย่างเจ้าไม่มีทั้งกำลังภายในไม่มีทั้งวิชาตัวเบา แม้แต่ปืนสักกระบอกก็ยังไม่มี จะสามารถเอาตัวรอดอยู่ในป่ารกทึบแบบนั้นได้เกือบครึ่งเดือน”“ต่อไปเจ้าไม่ต้องฝึ
Read more

บทที่ 297

ศูนย์ศูนย์เจ็ดรายงานสถานการณ์ของเจ้าตัวน้อยทั้งสองให้มู่หนิงและโม่จิ่นยวนฟังหนึ่งรอบ“ได้ พวกข้าเข้าใจแล้ว เจ้าออกไปก่อนเถิด”มู่หนิงหยิบเสื้อคลุมตัวนอกบุใยฝ้ายแบบบางที่เพิ่งซื้อใหม่สำหรับเด็กน้อยทั้งสองคนออกมาจากมิติ หมายใจไว้ว่าจะสวมให้ตอนพวกเขาตื่นราวกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพ่อกับแม่ เจ้าตัวน้อยทั้งสอง ก็ตื่นขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน“แง ๆ~”โม่ซีเหยียนที่หลับยาวทั้งคืน ตอนนี้หิวจนท้องกิ่วแล้ว พอตื่นขึ้นมาก็ร้องไห้งอแงทันทีทว่าแม่หนูน้อยในตอนนี้ ไม่เหมือนกันหน้านี้แล้ว ที่จะร้องไห้ออกมาทุกครั้งที่ตื่น ตอนนี้มีแค่บางครั้งที่หิวมากจริง ๆ ถึงจะครางฮือ ๆ ออกมาเบา ๆ“เหยียนเอ๋อร์ตัวน้อย เจ้าเป็นเจ้าหนูจอมตะกละอย่างเดียวไม่พอ ยังเป็นเจ้าเด็กขี้แยด้วยนะ”มู่หนิงอุ้มนางขึ้นจากเตียงอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางด้วยความรวดเร็ว หลังจากเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เรียบร้อยก็จัดการห่อด้วยผ้าห่อตัวอีกชั้นทันทีปกติเด็กทารกทั่วไปจะใช้ผ้าห่อตัวในช่วงอยู่เดือนเท่านั้น แต่เพราะตอนนี้อากาศหนาว มู่หนิงไม่อยากให้ลูกรู้สึกอึดอัดมากเกินไปที่ต้องสวมชุดหลาย ๆ ชั้นให้พวกเขาที่สำคัญคือผ้าห่อตัวให้ควา
Read more

บทที่ 298

“เจ้าขอทานคนนี้โผล่มาจากที่ไหนกัน วันนี้เป็นงานเลี้ยงอายุครบหนึ่งร้อยวันของลูกเถ้าแก่ร้านพวกข้า เจ้ารีบไสหัวไปให้พ้นซะ อย่ามาเกะกะตรงนี้”เสี่ยวเอ้อร์ที่เฝ้าหน้าประตู เห็นสตรีตรงหน้าสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ดวงหน้าหมองคล้ำเปื้อนฝุ่นดิน รูปร่างผอมแห้งราวกับโดนลมพัดแรงหน่อยเดียวก็สามารถล้มลงได้ทันทีแค่มองก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นขอทานที่ไม่รู้ว่าร่อนเร่มานานแค่ไหน จึงโบกมือด้วยท่าทีรังเกียจคิดจะไล่นางออกไปให้พ้น ๆ“พี่ชาย ภัตตาคารของพวกท่านพอจะมีอาหารเหลือบ้างหรือไม่? ข้าหิวมาสามวันแล้ว ได้โปรดเมตตาหน่อยเถิด แบ่งเศษอาหารให้ข้ากินสักหน่อยได้หรือไม่?”หญิงสาวคนนั้นลูบท้องที่กำลังส่งเสียงร้องโครก ๆ พอสูดกลิ่นอาหารหอมกรุ่นที่โชยออกมาจากภัตตาคาร นางกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหิวโหย“ข้าขอเพียงแค่นิดเดียว ขอแค่ครึ่งชามก็ได้”หญิงสาวคนนั้นมองเขาอย่างระมัดระวัง แววตาและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ้อนวอน “พอจะได้…หรือไม่?”เสี่ยวเอ้อร์เห็นนางสุภาพเรียบร้อยดี อีกทั้งคำพูดคำจายังมีมารยาท กอปรกับได้ยินเสียงร้องโครก ๆ ดังมาจากท้องของนางไม่หยุด รวมถึงร่างกายที่ผอมแห้งอ่อนแอของนาง ก็เกิดความรู้สึกเห็นใจขึ้นมาอย่
Read more

บทที่ 299

“ไม่ใช่ ข้ามิได้จะมามาแอบอ้างตีสนิท ข้าเป็นคนคุ้นเคยของพวกเขา เป็นคนคุ้นเคยที่รู้จักกันเมื่อนานมาก่อน”หญิงสาวคนนั้นรีบร้อนอธิบาย บอกว่าตนเองมิได้ต้องการมาก่อเรื่องสร้างปัญหา“คนคุ้นเคยอะไร เจ้ายังกล้าพูดอีกนะว่ามิได้จะแอบอ้างความสัมพันธ์ ออกไปซะ อย่ามัวมาเกะกะอยู่ตรงนี้”ทีแรกเสี่ยวเอ้อร์เห็นนางท่าทางน่าสงสาร ก็ยังพอรู้สึกเห็นใจอยู่บ้าง แต่ตอนนี้พอเห็นนางที่เป็นแค่ขอทานพยายามตีสนิท มิหนำซ้ำยังเลือกมาตรงวันที่ลูกของเถ้าแก่มีงานฉลองอายุครบหนึ่งร้อยวันพอดีแบบนี้ เขายิ่งรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์นางขึ้นมาทันที“พี่ชาย! ข้ามิได้โกหกจริง ๆ หากไม่เชื่อ ท่านก็ลองเอาชื่อของข้าไปแจ้งพี่หญิงมู่กับพี่ใหญ่โม่ดูสิ บอกว่าสตรีนามหลี่เชียนเชียนอยากพบพวกเขา”หลี่เชียนเชียนเห็นเสี่ยวเอ้อร์ไล่นางไปไกล ๆ ก็รีบร้อนรายงานชื่อของตนเองออกมาทันที หวังว่าเขาจะยอมเอาเรื่องของนางไปแจ้งแก่มู่หนิงและโม่จิ่นยวน“เจ้ารู้จักกับเถ้าแก่จริงหรือ?”เสี่ยวเอ้อร์เห็นนางจริงจังถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะนัยน์ตาคู่งามดวงนั้นของนาง ราวกับจะสื่อสารออกมาเป็นคำพูดได้อย่างไรอย่างนั้น เขาก็เริ่มลังเลใจหากขอทานคนนี้ รู้จักกับเถ้าแก่
Read more

บทที่ 300

หลี่เชียนเชียนกล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “หวังอวี่หลิงเจ้าบุรุษไร้ใจผู้นั้น พอเห็นว่าพี่ชายข้าสูญเสียอำนาจแล้ว ก็เริ่มดูแคลนครอบครัวข้า ภายในหนึ่งเดือนสั้น ๆ ก็รับอนุเข้าเรือนถึงสี่คนแล้ว ข้าทนความอัปยศนี้ไม่ไหว จึงไปอาละวาดโวยวายกับเขา สุดท้ายข้าก็ถูกเขาทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส กว่าข้าพักฟื้นจนหายดี เขาก็สังหารบิดามารดาของข้าไปแล้ว มิหนำซ้ำยังยึดเอาทรัพย์สินของพวกข้าสกุลหลี่ไปจนหมดด้วย”“ตอนแรกที่แต่งงานกับข้า พูดเสียดิบดีว่าจะดีกับข้าไปจนชั่วชีวิต จะรักข้าเพียงผู้เดียวไปจนชั่วชีวิต จะมีข้าเป็นภรรยาของเขาคนเดียวไปจนชั่วชีวิต คำพูดพวกนี้โกหกทั้งเพ ข้าแต่งกับเขาไปไม่นาน ก็มาทำกับข้าแบบนี้แล้ว”พูดมาถึงตรงนี้ หลี่เชียนเชียนก็สะอึกสะอื้นร่ำไห้จนพูดต่อไม่ได้มู่หนิงได้ยินเช่นนั้น ในใจเกิดความรู้สึกบางอย่างที่มิอาจอธิบายหากจะพูดให้ถึงที่สุด การที่หลี่เชียนเชียนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ก็เป็นเพราะการปรากฏตัวของนาง ที่ทำให้เส้นเวลาของประวัติศาสตร์คลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยหากมิใช่เพราะการปรากฏตัวของตนเอง นางก็คงไม่ต้องแต่งแก่หวังอวี่หลิง และนางในตอนนี้ ก็คงได้ใช้ชีวิตกับโม่จิ่นยวนไปแล้ว“ข้างนอกอา
Read more
PREV
1
...
2829303132
...
47
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status