Home / แฟนตาซี / เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส / บทที่ 108 กวาดล้างกบฏซูเหวินอี้

Share

บทที่ 108 กวาดล้างกบฏซูเหวินอี้

last update Last Updated: 2026-01-11 20:36:25

รุ่งอรุณของวันที่ฟ้าหม่น เมฆสีเทาปกคลุมเหนือพระราชวังหลวง ราวกับสวรรค์เองก็รับรู้ว่ากำลังจะเกิดเหตุการณ์สำคัญที่สั่นสะเทือนแผ่นดิน ระฆังวังถูกตีขึ้นช้า ๆ หนักแน่น สามครั้งติดกัน เสียงนั้นกังวานไกลไปทั่วเมืองหลวง เป็นสัญญาณที่ขุนนางทุกคนรู้ดีนี่ไม่ใช่พิธีมงคลหากคือพระราชอาญา

ในท้องพระโรง ฮ่องเต้จิ้งอู่ประทับเหนือบัลลังก์มังกร พระพักตร์สงบนิ่ง เย็นเฉียบ ดวงพระเนตรทอดมองเบื้องล่างอย่างหนักแน่น รัชทายาทจิ้งไฉประทับอยู่ด้านข้าง สีพระพักตร์ยังซีดจากพิษที่เพิ่งถอน แต่พระวรกายตั้งตรง แววตาแน่วแน่ มู่เทียนหลางคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า มือกุมตราพยัคฆ์บัญชาการสูงสุด แน่นราวกับรู้ว่าคำสั่งต่อไปจะเปลี่ยนชะตาของผู้คนจำนวนมาก ขันทีหลวงก้าวออกมากลางท้องพระโรง คลี่ราชโองการ เสียงอ่านดังก้อง ชัดถ้อยชัดคำ

“ซูเหวินอี้ มหาเสนาบดีฝ่ายซ้าย ลอบสังหารรัชทายาท ซ่องสุมกำลัง ก่อกบฏต่อแผ่นดิน บ่อนทำลายราชบัลลังก์และความสงบของประชาชน มีโทษสถานหนักตามกฎหมายหลวง”

เมื่อชื่อของซูเหวินอี้ถูกเอ่ย ขุนนางทั้งท้องพระโรงก้มศีรษะแตะพื้น ไม่มีผู้ใดกล้าขยับ เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยิน ความเงียบหนักอึ้งราวภูผาทับลงบนอก ฮ่องเต้จิ้งอ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 130 ภัยหนาวครั้งประวัติศาสตร์

    หลังการกวาดล้างสำนักโคมดำ แคว้นเว่ยเหมือนผู้ป่วยที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดใหญ่ บ้านเมืองสงบลงถนนหนทางกลับมามีผู้คน เสียงพ่อค้าเสียงเด็กเล่นดังขึ้นอีกครั้ง ราชสำนักพยายามฟื้นฟูความเชื่อมั่น ฮ่องเต้จิ้งอู่ลดทหารประจำการ เพิ่มการค้าขายและฟื้นการเก็บภาษีอย่างระมัดระวังหนึ่งปีเป็นเวลาสั้นเกินไปสำหรับแผลลึกจากการกบฏและการนองเลือด แต่ก็ยาวพอให้ผู้คนเริ่มหวังว่า ความทุกข์อาจจบลงแล้ว ทว่าฟ้าดินไม่เคยปรานีมนุษย์ ฤดูใบไม้ร่วงปีนั้นลมเหนือมาเร็วผิดปกติ หิมะโปรยปรายตั้งแต่เดือนที่ไม่ควรมี แม่น้ำเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง นกอพยพบินต่ำสัตว์ป่าเคลื่อนลงจากภูเขาชาวบ้านเริ่มกระซิบกันคำว่าภัยหนาว เริ่มดังขึ้นอีกครั้งคำที่ปรากฏในบันทึกโบราณเพียงไม่กี่หน้า แต่ทุกครั้งที่ปรากฏ มันหมายถึงความอดอยากและความตายหลิงเซียงยืนอยู่ในสวนจวน ลมหอบไอเย็นพัดผ่านผิว นางก้มมองใบไม้ที่ยังไม่ร่วงดี แต่ปลายใบกลับไหม้จากความหนาว ภาพนี้ไม่ใช่ภาพของปีปกติ ในความทรงจำจากประวัติศาสตร์เดิม ภัยหนาวครั้งใหญ่ควรจะมาอีกหลายปีให้หลัง ไม่ใช่ตอนนี้แต่โลกใบนี้โลกที่ประวัติศาสตร์เริ่มเบี่ยงเบน ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าบันทึกไม่ใช่คำพยากรณ์“หากเรารอใ

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 129 บทสุดท้ายของสำนักโคมดำ

    รุ่งอรุณของวันนั้น เมืองหลวงแคว้นเว่ยปกคลุมด้วยหมอกหนา ไม่ใช่หมอกธรรมชาติแต่เป็นหมอกแห่งความหวาดกลัว เสียงกลองราชสำนักดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น แต่ก้องสะท้อนราวประกาศจุดจบของยุคสมัยหนึ่ง ฮ่องเต้จิ้งอู่ประทับเหนือบัลลังก์มังกร พระพักตร์ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ไม่มีความโกรธ ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงความเด็ดขาดของผู้ปกครองที่ผ่านการสูญเสียมามากเกินพอ“สำนักโคมดำ” จิ้งอู่พระสุรเสียงดังขึ้นชัดเจนเย็นเยียบ“เป็นกลุ่มกรกบฏที่แฝงตัวอยู่ในแคว้นเว่ยมาหลายสิบปี บ่อนทำลายราชสำนัก ฆ่าฟันผู้บริสุทธิ์ และสมคบกับศัตรูภายนอก” จิ้งอู่เหล่าขุนนางคุกเข่าพร้อมกันไม่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง“วันนี้ข้ามีพระราชโองการ” จิ้งอู่ตรามังกรถูกยกขึ้นและคำตัดสินที่รอคอยก็ดังก้อง“ให้กวาดล้างสำนักโคมดำทั่วทั้งแคว้น ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวง หัวเมือง หรือชายแดน ผู้เกี่ยวข้องให้ประหาร ผู้ให้ที่พักพิงให้ประหารผู้รู้เห็นแต่ปิดบังให้เนรเทศหรือประหารตามโทษ” จิ้งอู่เสียงอักษรถูกขีดลงบนราชโองการราวกับขีดเส้นใต้คำว่าสิ้นสุดคำสั่งถูกส่งออกไปภายในครึ่งวัน ท่านอ๋องสามจิ้งหาว ท่านอ๋องห้าจิ้งเซียน มู่เทียนหลาง และกองทัพหลวง ออกเคลื่อนไหวพร

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 128 การไถ่บาปของซูหนิงซาน

    สายฝนโปรยปรายเหนือชายแดนแคว้นเว่ย ราวกับฟ้าดินกำลังไว้ทุกข์ให้กับความผิดบาปที่กำลังจะถูกชำระ ซูหนิงซานยืนอยู่ใต้ชายคาจวนร้างกลางหุบเขา มือเรียวสั่นเทาเมื่อกำสายประคำเก่าที่ติดตัวมาตั้งแต่ยังเป็นกุ้ยเฟยในวังหลวง นางเคยเป็นสตรีที่งดงามสูงศักดิ์ เป็นที่โปรดปราน เป็นมารดาของรัชทายาท เป็นผู้ที่คนทั้งวังต้องก้มศีรษะให้แต่วันนี้นางเป็นเพียงหญิงต้องโทษที่หนีออกจากวังเป็นอดีตพระสนมที่มีบาปติดตัว และเป็นมารดาของทั้งจิ้งไฉและเฟิงไป๋จิน เป็นสตรีชั่วที่คนทั่วทั้งแผ่นดินสาปแช่ง บาปที่นางทำนั้นไม่มีวันล้างออกได้“ท่านแม่…” ไป๋จินเสียงเรียกเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านหลังเฟิงไป๋จินยืนอยู่ไม่ไกล ร่างสูงในชุดสีดำของสำนักโคมดำ ดวงตาเย็นชาเช่นเดียวกับบิดาเฟิงซือฉิน แต่ในแววตานั้นยังมีรอยแตกร้าวที่เขาไม่อาจซ่อน ซูหนิงซานไม่กล้าหันไปมอง นางรู้ดีว่าตนเองคือจุดเริ่มต้นของหายนะทั้งหมดความรักต้องห้ามและเมล็ดพันธุ์แห่งหายนะที่นางก่อขึ้นนั้น ต้องย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน ซูหนิงซานยังเป็นสาวน้อยจากตระกูลขุนนาง ได้รับคัดเลือกเข้าวังเพราะความงามและปัญญา เฟิงซือฉินในเวลานั้น ยังไม่ใช่หัวหน้าสำนักโคมดำ เขาเป็นเพียงบุรุษลึกล

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 127 การปะทะกันครั้งแรกของจิ้งไฉกับเฟิงไป๋จิน

    เช้าวันนั้นท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงเว่ยไม่มืดแต่ก็ไม่สว่าง เมฆสีเทาเคลื่อนต่ำบดบังแสงอาทิตย์ราวกับฟ้ารู้ดีว่า วันนี้จะมีเลือดหลั่งลงสู่ผืนแผ่นดิน เสียงกลองศึกดังขึ้นจากกำแพงเมืองไม่ใช่กลองเฉลิมฉลอง แต่เป็นกลองเตือนภัย สำนักโคมดำเคลื่อนไหวแล้ว ข่าวจากชายแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือ รายงานตรงกันว่ากองกำลังไม่ทราบฝ่าย ยึดคลังเสบียงเผาด่านตรวจ และสังหารขุนนางท้องถิ่นภายในคืนเดียว ทุกหลักฐานชี้ไปที่ชื่อเดียเฟิงไป๋จินจิ้งไฉยืนอยู่กลางท้องพระโรงรายงานกองทัพถูกวางเรียงตรงหน้า ขุนนางเถียงกันเสียงดังบางคนเสนอให้เจรจา บางคนเสนอให้ประหารทั้งเครือข่ายบางคนยังไม่กล้าเอ่ยชื่อน้องชายต่างสายเลือด จิ้งไฉยกมือขึ้นทั้งท้องพระโรงเงียบลงทันที“นี่ไม่ใช่การก่อจลาจลเล็ก ๆ” จิ้งไฉเขาตรัสเสียงหนักแน่น“นี่คือสงครามและเป็นสงครามที่ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” จิ้งไฉเขาหยุดเล็กน้อยก่อนกล่าวประโยคที่ทำให้หลายคนใจสั่น“ข้าจะนำทัพด้วยตนเอง” จิ้งไฉเสียงฮือฮาดังขึ้นแต่ไม่มีใครคัดค้านอย่างแท้จริง เพราะทุกคนรู้นี่ไม่ใช่เพียงศึกของแผ่นดิน แต่คือศึกของหัวใจฮ่องเต้ในขณะเดียวกันที่ราบหินดำทางเหนือธงสีดำไร้ตราโบกสะบัด กองกำลังของส

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 126 การเริ่มต้นของการปะทะ

    คืนที่ลมพัดกลิ่นเลือด ลมค่ำคืนนั้นพัดแรงผิดฤดูกาล ผืนป่าชานเมืองหลวงสั่นไหว ใบไม้เสียดสีกันราวเสียงกระซิบของวิญญาณ ดวงจันทร์ถูกเมฆบดบังครึ่งหนึ่ง เหมือนฟ้าตั้งใจไม่ให้ใครเห็นทุกอย่างชัดเจน จิ้งไฉยืนอยู่กลางลานหินร้าง ด้านหลังคือกองกำลังองครักษ์ ด้านหน้าคือความว่างเปล่า แต่เขารู้อีกฝ่ายอยู่ที่นี่“ไม่ต้องซ่อนตัวแล้ว ออกมาเถอะข้ารอเจอเจ้าอยู่แล้ว” จิ้งไฉเขากล่าวเสียงต่ำมั่นคง“ข้ารู้ว่าเจ้ามาแล้ว…เฟิงไป๋จิน” จิ้งไฉเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังจากเงาไม้ราวกับคำเชิญ ร่างหนึ่งก้าวออกมาชุดดำผมยาวมัดหลวม ใบหน้าคมคายดวงตาเย็นเฉียบ“องค์รัชทายาทว่าที่ฮ่องเต้แห่งแคว้นเว่ยคนต่อไป... ท่านพี่” ไป๋จินชายหนุ่มโค้งศีรษะเล็กน้อยท่าทางไม่ใช่การคำนับแต่คือการเยาะ“ในที่สุด…น้องชายของข้าก็ยอมมาพบกัน... เจ้าคงจะคิดถึงข้ามาสินะ” จิ้งไฉจิ้งไฉมองชายตรงหน้าหัวใจแน่นจนแทบหายใจไม่ออก นี่คือเฟิงไป๋จินบุตรชายอีกคนของซูหนิงซานเลือดเดียวกันมารดาเดียวกัน เกิดมาหญิงชั่วชายโฉดที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี แต่กลับต่างกันราวฟ้ากับเหวเขาเติบโตในตำหนัก มีครูคอยสั่งสอน มีขุนนางคอยยำเกรง เป็นความคาดหวังแผ่นดินแต่อีกฝ่ายเติบโตในเ

  • เกิดใหม่เป็นองค์หญิงวิปลาส   บทที่ 125 กวาดล้างให้สิ้น

    การกวาดล้างสำนักโคมดำในเมืองหลวงกำลังเริ่มขึ้น คืนที่เงามืดถูกฉีกออกด้วยคมดาบราชวงศ์ คำสั่งที่ไม่มีเสียงกลองคำสั่งกวาดล้างสำนักโคมดำ ไม่ได้ประกาศกลางท้องพระโรง ไม่ได้ตีฆ้องไม่ได้ป่าวร้องเพราะศัตรูในครั้งนี้ไม่ได้อยู่หน้าประตูเมือง หากอยู่ในตรอกในตำหนักร้างในเรือนช่างในโรงเตี๊ยมในคุกลับ และแม้แต่ในเงาของขุนนางราชโองการถูกเขียนด้วยลายพระหัตถ์ ส่งตรงถึงมือท่านอ๋องสามจิ้งหาวและท่านอ๋องห้าจิ้งเซียนเพียงสามบรรทัด“กวาดล้างโคมดำ อย่าให้เหลือราก อย่าให้เหลือเงาอย่าให้เหลือคนที่รู้ความลับ”จิ้งหาวอ่านแล้วหลับตาจิ้งเซียนอ่านแล้วถอนหายใจ ทั้งสองรู้ดีคำสั่งนี้หมายถึงเลือดต้องนองแผ่นดินจิ้งหาวจับดาบคู่กายโดยที่ไม่ลังเล อ๋องสามขึ้นชื่อว่าเด็ดขาดเติบโตมากับสนามรบเชื่อว่าศัตรูต้องถูกกำจัดไม่ใช่เกลี้ยกล่อม“สำนักโคมดำไม่ใช่คนที่ควรอยู่บนแผ่นดินนี้” จิ้งหาวเขากล่าวกับแม่ทัพ“และมันคือพิษพิษต้องเผาทิ้ง” จิ้งหาวจิ้งเซียน สมองที่อ่านหมากขาด อ๋องห้าไม่ใช่นักรบที่ดุดันแต่เป็นนักวางแผนผู้รู้ว่าเงามืดมักซ่อนตัวในคนบริสุทธิ์“ถ้าเราฟันมั่ว” จิ้งเซียน เขาเตือน“เราจะสร้างโคมดำรุ่นใหม่จากความแค้นของผู้บริสุท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status