All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 181 - Chapter 190

208 Chapters

บทที่ 181

ยามนี้ในวังหลังมีสนมชายาอยู่ราวสามสิบสี่สิบนางแล้ว หากเป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติเช่นปีก่อน ๆ การคัดเลือกสาวงามเข้าวังปีนี้คงจะมีผู้ถูกคัดเลือกเข้ามาราวสิบคนเมื่อได้ยินเรื่องนี้ เซวียหว่านอี้ก็ชะงักไปเล็กน้อยนางรู้สึกใส่ใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่เรื่องนี้มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับนางเลยแม้แต่น้อยฮองเฮาหรงยิ้มกล่าวว่า “ทำไมกัน หรือเจ้าจะรังเกียจว่าตำหนักจงเสียเงียบเหงาเกินไป จึงอยากได้คนเพิ่มให้ครึกครื้นขึ้นสักหน่อย?”หว่านกุ้ยเฟยรีบปฏิเสธทันควัน “หามิได้เพคะ หม่อมฉันอยู่เช่นนี้ก็ดีอยู่แล้ว พี่หญิงอย่าได้ส่งใครมาให้หม่อมฉันเลยนะเพคะ”“พี่หญิงก็ทรงทราบ สนมใหม่ย่อมต้องถวายงานรับใช้ หากส่งคนที่ทะเยอทะยานมาให้หม่อมฉัน ก็คงวุ่นวาย แต่หากเป็นพวกไม่เอาไหน ก็คงหนีไม่พ้นต้องมานั่งร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าหม่อมฉัน เพียงแค่คิดก็น่ารำคาญแล้วเพคะ”ก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นจริง เมื่อสามปีก่อนมีนางในคนหนึ่งถูกส่งมาอยู่ที่เรือนข้างของตำหนักจงเสีย ทว่านางกลับไร้วาสนา เข้าวังมาเกินครึ่งปีแล้วก็ยังมิได้รับใช้ฝ่าบาทยามมาคารวะหว่านกุ้ยเฟย ก็เอาแต่ทำหน้าตาเศร้าหมองอมทุกข์ ดูแล้วชวนให้รู
Read more

บทที่ 182

จวนตระกูลเซวียเจินจูตามหาหญิงรับใช้รุ่นน้องที่คุ้นเคยกันที่ประตูหลัง“เสี่ยวเหมย ผู้ดูแลที่ไปหนิงโจวกลับมาแล้วหรือยัง?”สาวใช้เสี่ยวเหมยครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าตอบ “กลับมาเมื่อคืนเจ้าค่ะ มีอันใดหรือ?”เจินจูเอ่ยว่า “เรื่องที่คนผู้นั้นก่อไว้เมื่อคราวก่อน คุณหนูยังคงเป็นห่วงแม่นางหมิงจิ้งที่หนิงโจวอยู่ตลอด จึงใคร่รู้ผลการจัดการทางบ้านเดิมว่าเป็นอย่างไรบ้าง”เสี่ยวเหมยพยักหน้ารับ มิได้คิดมากความ “เรื่องนี้ข้ารู้ พี่ชิงถานเคยเอ่ยถึงอยู่ ดูเหมือนคนผู้นั้นจะถูกโบยยี่สิบไม้ เหล่าคุณชายในตระกูลเป็นผู้ลงมือเอง สภาพเนื้อตัวแหลกเหลวและถูกลบชื่อออกจากตระกูลแล้ว ตอนนี้ถูกนำไปไว้ที่เรือนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของตระกูล ส่วนจะมีหมอไปรักษาหรือไม่นั้นข้าไม่แน่ใจ แต่ฟังจากน้ำเสียงของพี่ชิงถานแล้ว เกรงว่าคนผู้นั้นคงไม่รอด”เจินจูขมวดคิ้วเล็กน้อยนางเอ่ยถามต่อ “แล้วทางซือหม่าแห่งหนิงโจวมิได้มีความเคลื่อนไหวใดหรือ?”เสี่ยวเหมยส่ายหน้า “เรื่องนี้ข้าไม่รู้ แต่ในเมื่อเป็นคุณหนูใหญ่ที่อยากทราบ ท่านลองไปสอบถามผู้ดูแลเซวียหรือแม่นมหลินดูเถิด ทั้งสองท่านนี้น่าจะรู้เรื่องดี”ครั้นจะให้นางไปเรียนถามฮูหยินโ
Read more

บทที่ 183

“แม่นมวางใจเถิดเจ้าค่ะ ฮองเฮาและฮุ่ยกุ้ยเฟยเมตตาคุณหนูของพวกเรายิ่งนัก ในคืนเข้าหอท่านกั๋วกงเองก็ค้างแรมในห้องหอ มอบเกียรติแก่คุณหนูของพวกเราอย่างเต็มที่”นางกล่าวพลางเอ่ยต่อว่า “วันนี้ยามเข้าวังไปขอบพระทัย ก็ได้รับพระราชทานของกำนัลมามากมาย ข้าเป็นผู้ลงบัญชีนำเข้าคลังให้คุณหนูด้วยตนเอง มีทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่นับสิบรายการ ล้วนเป็นของล้ำค่าทั้งสิ้น”มูลค่าของรางวัลนั้นเป็นเรื่องรอง ทว่าเกียรติยศที่เหล่าชนชั้นสูงมอบให้ต่างหากเล่าที่สำคัญที่สุดนางย่อมปรารถนาให้คุณหนูใหญ่ได้ดี ด้วยตระหนักว่าหากผู้หนึ่งรุ่งโรจน์ย่อมรุ่งโรจน์ไปด้วยกัน หากผู้หนึ่งตกต่ำก็ย่อมตกต่ำไปตามกันหากคุณหนูใหญ่ไม่ได้รับความโปรดปรานจากกั๋วกง ตระกูลเซวียของพวกเขาก็คงมิวายถูกผู้คนในแวดวงขุนนางเย้ยหยันการมงคลสมรสของท่านผู้นั้น เป็นที่จับตามองมากเหลือเกินผู้คนทั่วเมืองหลวง ล้วนกำลังเฝ้าดูอยู่เมื่อได้รับคำตอบจากเจินจู เซวียหว่านอี้ควรจะสงบใจลงได้แล้วใช่ ควรจะเป็นเช่นนั้นทว่าหัวใจของนางกลับยังคงเต้นระรัว มิอาจวางลงได้ ทั้งยังมีความรู้สึกร้อนรุ่มกลัดกลุ้มที่ไม่อาจอธิบาย“หวังเฟิง”นางเดินออกมานอกเรือน ทอดสายตามอ
Read more

บทที่ 184

เซวียหว่านอี้กะพริบตา เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงคล้ายขอคำชี้แนะ“เช่นว่า แผนสาวงามกระนั้นหรือ?”กล่าวจบ สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนไปสีหน้าที่เดิมทียังดูปกติ มาบัดนี้กลับเจือไปด้วยความตื่นตระหนกอยู่หลายส่วนอย่างมิอาจห้ามนางคล้ายจะไม่รู้ว่าฉู่ยวนมีจุดอ่อนอันใดบุตรชายหรือ?ช่างน่าประหลาดนัก นางกลับรู้สึกว่าหากฉู่เซียวขัดขวางหนทางของเขา เขาถึงขั้นสามารถทอดทิ้งบุตรชายผู้นี้ได้แม้ว่าฉู่เซียวจะเป็นทายาทสืบทอดที่เฉลียวฉลาดใฝ่รู้และโดดเด่นเหนือผู้ใดอย่างแท้จริงก็ตามฮูหยินผู้เฒ่าฉู่หรือ?เรื่องนี้นางเองก็มิอาจมั่นใจฉู่ยวนช่ำชองเรื่องการตบตาผู้คนยิ่งนัก สิบปีมานี้มิได้ทำให้คนข้างหมอนเช่นนางมองเห็นธาตุแท้ของเขาเลยแม้แต่น้อยเช่นนั้นเซวียหมิงเฟยเล่าจะเป็นไปได้หรือไม่?ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา ก็ถูกนางปัดตกไปในทันทียามนี้อาจจะรักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่หากขัดขวางเส้นทางขุนนางของเขา ทำให้เขาไม่อาจฟื้นฟูตระกูลฉู่ได้ ก็มิใช่เรื่องแปลกอันใดที่นางจะถูกเขาทอดทิ้งเช่นกัน“เจ้าอยากสังหารผู้ใดหรือ?” เย่จั๋วเอ่ยถามฉู่ยวนหรือ?จากการสืบข่าวขององครักษ์เงาตระกูลเย่ สองคนนี้มิเคยข้องแวะกันมาก่อน
Read more

บทที่ 185

ความอิจฉาริษยานั้นย่อมมีอยู่แม้จะตาร้อนผ่าว ก็ยังคงอดมิได้ที่จะรู้สึกเช่นนั้นทว่าหากให้นางลงมือปองร้ายเซวียหว่านอี้ เห็นทีคงจะเป็นไปมิได้แน่นอนว่า หากอีกฝ่ายกลายเป็นขวากหนามขัดขวางหนทางสู่อำนาจของนาง ยามนั้นก็มิอาจกล่าวได้เต็มปากแล้วอีกด้านหนึ่งสองสามีภรรยานั่งรถม้า มุ่งหน้าไปยังตระกูลเซวียยามเคลื่อนผ่านเส้นทางช่วงหนึ่ง พลันเห็นกลุ่มคนสวมอาภรณ์ลักษณะเฉพาะ ปิดล้อมจวนแห่งหนึ่งไว้อย่างแน่นหนาเซวียหว่านอี้ใช้นิ้วมือเลิกม่านหน้าต่างรถขึ้น มองเข้าไปในตรอกพิจารณาจากเครื่องแต่งกายของคนเหล่านั้นแล้ว น่าจะเป็นกององครักษ์อวี่หลินฝ่ายซ้าย“ท่านพี่...” นางหันกลับมามองเย่จั๋วเย่จั๋วปรายตามองผ่านช่องว่างนั้นเพียงแวบหนึ่งอย่างเรียบเฉย “รองเจ้ากรมกวงลู่ ตระกูลเว่ย”มือข้างหนึ่งจับสันหนังสือ นิ้วหัวแม่มือพลิกหน้ากระดาษ ก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงฮุ่ยกุ้ยเฟยและองค์ชายห้า ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้องครักษ์อวี่หลินสืบสวนทางลับ บัดนี้ในเมื่อปิดล้อมจวนอย่างเอิกเกริก เห็นทีคงได้หลักฐานมัดตัวแน่นหนา เตรียมคุมตัวไปไต่สวนแล้ว”เซวียหว่านอี้นึกถึงบทสนทนาส่วนตัวกับผู้พี่เจียงหมิ
Read more

บทที่ 186

เย่จั๋วจ้องมองนางอย่างเงียบงันจวบจนเซวียหว่านอี้รู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง เขาจึงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ตกลง”ในเมื่อสืบทราบมาว่าฉู่ยวนมีความเป็นไปได้สูงที่จะเข้าพวกกับองค์ชายห้า เย่จั๋วซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกับองค์รัชทายาท ย่อมไม่อาจทนดูขั้วอำนาจขององค์ชายห้าผงาดขึ้นมาได้เมื่อเป้าหมายตรงกัน เนื้อแท้ภายในใจของเซวียหว่านอี้จะเป็นคนเช่นไร ดูเหมือนจะมิใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปความรู้สึก เป็นเพียงเรื่องชั่วคราว ความสัมพันธ์ที่ผูกมัดด้วยความรู้สึก ยามเมื่อความรู้สึกจืดจางหรือมลายหายไป ความสัมพันธ์ย่อมเหินห่างกระทั่งแตกหักลงไปตามธรรมชาติมีเพียงความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงด้วยผลประโยชน์เท่านั้น จึงจะมั่นคงที่สุดภายใต้เงื่อนไขที่ว่า ไม่ถูกผลประโยชน์ภายนอกชักจูงไปเสียก่อน……ท่านเขยมาเยี่ยมคารวะถึงเรือน ทั้งยังมีบรรดาศักดิ์เป็นถึงกั๋วกง สำหรับบิดามารดาทุกตระกูลแล้ว นับเป็นเรื่องมงคลอันยิ่งใหญ่แม้มิได้โปรดปรานบุตรสาวอย่างเซวียหว่านอี้ แต่เมื่อเกี่ยวข้องกับจวนเจิ้นกั๋วกง เซวียฉงก็ยังแสดงความจริงใจทั้งหมดออกมาเพื่อต้อนรับขับสู้รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนมาหยุดลงหน้าประตูจวนตระกูลเซวีย เซวียหว่านอี้ก้าวลงมา
Read more

บทที่ 187

การครองคู่เพียงหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีชั่วชีวิตนั้นย่อมมีอยู่ ทว่าน่าจะเป็นในเรือนของราษฎรสามัญชน ด้วยเพราะคนเหล่านั้นมิอาจเลี้ยงดูสตรีถึงสองนางไหว“รอให้เรื่องราวในจวนของเจ้าเข้าที่เข้าทางแล้ว ยามว่างพวกเรามาพบปะสังสรรค์กันหน่อยหรือไม่?” เซวียหมิงเฟยเอ่ยขึ้นอย่างกะทันหันเซวียหว่านอี้ปรายตามองนางแวบหนึ่ง “ไม่”“เจ้านี่มัน...” เซวียหมิงเฟยเกือบจะโกรธจนหลุดหัวเราะออกมาคนผู้นี้ช่างมีวาจาเชือดเฉือนนัก ส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่ไว้หน้าผู้อื่นเอาเสียเลย“ยามเราสองคนยังไม่ออกเรือนก็มิได้สนิทชิดเชื้อกัน ออกเรือนไปแล้วจะดีขึ้นได้หรือ?” เซวียหว่านอี้กล่าว “เจ้ามีพี่น้องของเจ้า ข้าเองก็มีของข้า...”“ผู้ใดกัน?” เซวียหมิงเฟยกล่าว “คุณหนูสามตระกูลเฉียนผู้นั้นหรือ?”“เกี่ยวอันใดกับเจ้า” เซวียหว่านอี้ขบเคี้ยวผลไม้แห้ง คร้านจะเสแสร้งแกล้งทำดีด้วยวาจาของทั้งสองต่างเชือดเฉือนกันไปมา ทว่าสีหน้ากลับมิได้ฉีกหน้ากันจนแตกหักในเมื่อสามารถต่อปากต่อคำต่อหน้าฮูหยินเจียงได้ ย่อมแสดงว่าความสัมพันธ์มิได้ย่ำแย่ถึงขั้นตายจากไม่เผาผีเซวียหมิงเฟยไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับนาง จึงเอ่ยว่า “ดูเหมือนเซวียหมิงเยว่จะถ
Read more

บทที่ 188

ผ้าอวิ๋นจิ่นและผ้าโปร่งเนื้อนิ่มล้วนเป็นแพรพรรณที่สงวนไว้ใช้เฉพาะในราชสำนัก หากมิใช่ของในวัง ก็ล้วนเป็นของที่ได้รับพระราชทานลงมาทั้งสิ้นผ้าทอทั้งสองชนิดนี้มีค่าควรเมืองดุจทองคำ ล้ำค่าหาใดเปรียบ อีกทั้งร้านรวงทั่วราชวงศ์อวิ๋นก็มิได้มีขาย ไร้หนทางที่จะหาซื้อมาครอบครองหากผู้ใดมีไว้ในครอบครอง เกรงว่าศีรษะคงหลุดจากบ่าเป็นแน่“ยามนี้อากาศเริ่มร้อนอบอ้าว หากได้ผ้าโปร่งเนื้อนิ่มมาสวมใส่ ฤดูร้อนปีนี้คงมิใช่เรื่องยากที่จะผ่านพ้นไป” เจียงหมิ่นกล่าวด้วยความทอดถอนใจผ้าโปร่งเนื้อนิ่มนั้นเบาหวิวดั่งหมอกควัน ทั้งยังแฝงไอเย็นจาง ๆ เอาไว้ในยามคิมหันต์ เหล่าฮูหยินและคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์มักนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อคลุมตัวนอกอันบางเบา ยามสวมใส่ เนื้อผ้าโปร่งแสงจะเผยให้เห็นผิวพรรณอันเนียนละเอียดของสตรีรำไร“ตระกูลเว่ยถูกริบทรัพย์แล้ว” เจียงหมิ่นเอ่ยบอกกับทุกคน “เดิมทีพวกข้าควรมาถึงนานแล้ว ทว่าระหว่างทางพบเหตุการณ์ที่จวนตระกูลเว่ย จึงทำให้ล่าช้าไปบ้าง”ฮูหยินเจียงกล่าวว่า “ดูท่าคงตรวจสอบแน่ชัดแล้ว เป็นฝีมือเว่ยหงเฉิงจริงหรือ?”ชายชราวัยสี่ห้าสิบปีที่ไม้ใกล้ฝั่ง กับดรุณีน้อยวัยแรกแย้มบุตรสาวขุนนาง เหต
Read more

บทที่ 189

นางหัวเราะเบา ๆ พลางก้าวเข้าไปแทนที่ตำแหน่งของผู้ติดตาม “เช่นนั้นข้าจะพาท่านพี่ไปพักผ่อนที่เรือนเดิมของข้าสักครู่ พักหายเหนื่อยแล้วพวกเราค่อยกลับจวนกันนะเจ้าคะ”เย่จั๋วเงียบมิได้เอ่ยสิ่งใด ถือเป็นการตอบรับแล้วเสียงล้อรถเข็นดังครืดคราดแผ่วเบา เคลื่อนผ่านระเบียงทางเดินมุ่งหน้าสู่เรือนหลังเมื่อเข้าสู่เรือนว่างซู เย่จั๋วก็กวาดสายตาสำรวจลานเรือนที่ไม่ใหญ่นัก แทบจะมองเห็นได้ทั่วทั้งหมดในปราดเดียวเมื่อเทียบกับเรือนชุ่ยเวยในจวนกั๋วกงแล้ว ย่อมมิอาจเทียบชั้นกันได้แม้จะเล็กทว่ากลับดูงดงามประณีต อีกทั้งที่ตั้งยังอยู่ในมุมเงียบสงบของจวนตระกูลเซวีย ซึ่งเป็นความเงียบสงัดในแบบที่เขาโปรดปรานเจินจูและเฝ่ยชุ่ยล่วงหน้ามาถึงก่อนแล้ว ด้วยคิดจะจัดเตรียมห้องหับทว่าเมื่อตรวจดูแล้วกลับพบว่าไม่มีสิ่งใดต้องจัดเก็บ ทุกอย่างล้วนสะอาดสะอ้าน เห็นได้ชัดว่าฮูหยินเจียงคอยกำชับให้บ่าวไพร่มาดูแลปัดกวาดเซวียหว่านอี้ประคองเขาเอนกายลงบนเตียง เอ่ยว่า “ท่านพี่พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะไปพูดคุยกับท่านแม่และพี่น้องสักครู่”เย่จั๋วพยักหน้า “มิต้องรีบร้อน ยามจะกลับข้าจะให้ถิงอวิ๋นไปตามเจ้าเอง”“เจ้าค่ะ” เซวียหว่านอี
Read more

บทที่ 190

ตำหนักฟางหัวสตรีโฉมงามผู้หนึ่งนั่งเอนกายอยู่บนตั่งนุ่มด้วยสีหน้าอิดโรย ท่าทางดูเลื่อนลอยคล้ายวิญญาณไม่อยู่กับเนื้อกับตัวหญิงชราข้างกายเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึม นิ่งเงียบมิได้เอ่ยวาจาตระกูลเว่ยเกิดเรื่องขึ้น ฮุ่ยกุ้ยเฟยจึงไปขอเข้าเฝ้าฝ่าบาท หวังจะทูลขอความเมตตาผู้ใดจะคาดคิดว่านอกจากจะมิได้พบ ฝ่าบาทยังส่งหัวหน้าขันทีคนสนิทออกมาถ่ายทอดคำสั่ง ให้นางประทับอยู่อย่างสงบเสงี่ยมในตำหนักฟางหัว เลิกก่อเรื่องวุ่นวายเสียทีความนัยนั้นชัดเจนยิ่ง นี่คือการกักบริเวณทางอ้อมทั้งยังเป็นการแสดงท่าทีว่า ตระกูลเว่ยนั้นมิอาจรักษาเอาไว้ได้แล้ว“ข้าเองก็รู้...”จู่ ๆ ฮุ่ยกุ้ยเฟยก็เอ่ยขึ้นมา “ข้าเองก็รู้ว่าพี่ชายกับหลานชายไม่กี่คนนั้นประพฤติตนกำเริบเสิบสานเพียงใด แต่ข้าก็มักจะคิดเข้าข้างตนเองว่าหากมีข้าคอยกางปีกปกป้องสักสามส่วน อย่างไรเสียพวกเขาก็คงไม่ไปก่อเภทภัยใหญ่หลวงอันใดขึ้น”แต่ที่ทำให้นางคาดคิดไม่ถึงที่สุดก็คือ พี่ชายกลับไปลักลอบได้เสียกับคุณหนูเจ็ดแห่งจวนแม่ทัพเจิ้นเวย มิหนำซ้ำยังทำให้นังแพศยาน้อยนั่นตั้งครรภ์อีกด้วยที่น่าชิงชังยิ่งกว่าคือ นังแพศยาน้อยผู้นั้นนอกจากจะไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียม
Read more
PREV
1
...
161718192021
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status