All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 161 - Chapter 170

208 Chapters

บทที่ 161

ฆ่าได้หยามมิได้“เช่นนั้น คงต้องจัดเตรียมของขวัญแสดงความยินดีเสียหน่อยแล้ว” เขาจับจ้องเซวียหมิงเฟยด้วยแววตาอ่อนโยนยามที่คิดจะเอ่ยปากกล่าวสิ่งใดต่อ สตรีในอาภรณ์สีเหลืองก็ยกถาดของว่างก้าวเข้ามา“นายท่าน ฮูหยิน นี่เป็นของว่างที่ในครัวเพิ่งทำเสร็จเจ้าค่ะ”เซวียหมิงเฟยเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ รูปร่างหน้าตาไม่เลว อาภรณ์ที่สวมใส่ก็มิได้แย่ เพียงแต่ไฉนเมื่อก่อนจึงมิเคยพบหน้ามาก่อน?เรื่องพรรค์นี้ย่อมเป็นไปมิได้แม้ตระกูลฉู่จะพอมีทรัพย์สินอยู่บ้าง ทว่าบ่าวไพร่ที่คอยปรนนิบัติในเรือนกลับมีอยู่เพียงไม่กี่คนยามที่แต่งเข้ามาเพียงวันรุ่งขึ้นนางก็จดจำได้จนหมดสิ้น สาวใช้ผู้นี้ช่างดูแปลกตายิ่งนัก“เจ้าคือ...” สัญชาตญาณอันไร้ที่มาของสตรี ทำให้นางบังเกิดความรู้สึกถึงภัยคุกคามขึ้นมาโดยมิต้องสงสัย“หลี่อิงหนิง” นางทอดสายตาเปี่ยมรักใคร่ผูกพันมองไปทางฉู่ยวนอย่างไม่คิดปิดบังอำพรางแววตาของเซวียหมิงเฟยขรึมลงเล็กน้อย “ท่านพี่...”ฉู่ยวนโบกมือ ส่งสัญญาณให้คนออกไปก่อนเขามีสีหน้าลำบากใจ เอ่ยว่า “ฮูหยิน มิใช่ว่าข้าทำตัวเหลวไหล หากแต่การไปปฏิบัติราชการในครานี้ เกิดเหตุบังเอิญให้ได้ช่วยชีวิตนางไว้”“แล้
Read more

บทที่ 162

“ได้ยินคำร่ำลือมาว่าแม่นางหลี่เติบโตมากับบิดาที่ชายแดน การกระทำห้าวหาญเปิดเผย ไม่สนธรรมเนียมจารีต ช่างมีจริตเสเพลเสียจริง...”“ทว่าต่อให้แม่นางหลี่ไร้การอบรมเพียงไร ก็ควรรู้ไว้ว่าสามีของผู้อื่น อย่าได้ริอาจหมายปอง”เซวียหมิงเฟยเอ่ยวาจาเชือดเฉือน “คนนอกจะวิจารณ์สามีข้าอย่างไร ข้าหารู้ไม่ แต่เรื่องที่แม่นางหลี่ลอบปีนเตียงสามีข้ากลางดึก คิดว่าผู้คนในเมืองหลวงคงให้ความสนใจมากกว่า”ข่มขู่นางหรือ?ชาติก่อนนางสามารถใช้ชีวิตอยู่ในจวนเจิ้นกั๋วกงได้อย่างมั่นคงมาเกือบสิบปี คิดว่านางเป็นพวกกินเจถือศีลไม่สู้คนหรือไร?ถึงขนาดที่ปิดบังเย่จั๋ว แอบเลี้ยงดูบุรุษไว้ได้ตั้งสองปีนางที่เป็นเพียงหญิงเสเพลกลับมาจากชายแดนผู้หนึ่ง ยังกล้าจะมาต่อกรกับตนอีกหรือ?ช่างไม่รู้จักประมาณตนเซวียหมิงเฟยกล่าวต่อ “เรื่องรับอนุนั้น เป็นไปไม่ได้”น้ำเสียงของนางเด็ดขาดชัดเจน ขณะเดียวกันก็ลอบสังเกตฉู่ยวนไปด้วย เมื่อเห็นฝ่ามือที่กำแน่นเล็กน้อยของเขา ก็รู้สึกขบขันแกมสมเพช“เพิ่งแต่งได้เพียงเดือนเศษก็จะรับอนุ จะให้หน้าตาของตระกูลเซวียเอาไปไว้ที่ใด”“หากแม่นางหลี่ปรารถนาจะเป็นอนุนั้นย่อมได้ ทว่ามิใช่ยามนี้”“หากท่านท
Read more

บทที่ 163

หลี่อิงหนิงเป็นเพียงบุตรสาวของนายกองพันขั้นห้า รูปโฉมโนมพรรณมิได้มีจุดใดโดดเด่น อย่างมากก็กล่าวได้เพียงว่าหมดจดเกลี้ยงเกลาเท่านั้นหากกล่าวถึงรูปโฉม สตรีเช่นนางนับว่ารั้งท้ายในหมู่กุลสตรีตระกูลขุนนางในเมืองหลวงฉู่ยวนมิใช่คนไร้ขอบเขตความเหมาะสมเช่นนั้น ดังนั้นหลี่อิงหนิงจึงมีความสำคัญยิ่ง“องครักษ์สิบสองหน่วยเมืองหลวง ผู้บัญชาการของแต่ละกองนั้นมิได้ข้องแวะกับขุนนางอื่นโดยง่าย...”เมื่อได้ยินวาจานี้ เซวียหมิงเฟยก็พอจะเข้าใจความนัยแล้วหวนนึกถึงชาติก่อนที่องค์ชายห้าได้ขึ้นครองราชย์ นางก็กระจ่างแจ้งแก่ใจ“รับอนุได้ แต่ทว่ามิใช่ตอนนี้”สิ่งที่เซวียหมิงเฟยปรารถนามิใช่เพียงตัวฉู่ยวน ทว่าสิ่งที่นางต้องการที่สุดคือเกียรติยศแห่งฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งความรักใคร่เฉกเช่นนั้น หามีประโยชน์อันใดไม่ขอเพียงฉู่ยวนมอบหน้าตา มอบเกียรติยศและความมั่งคั่งให้นาง ต่อให้ข้างกายเขาจะมีอนุนับร้อยแปดพันเก้า นางก็พร้อมจะโอบอุ้มยอมรับไว้ได้ทั้งสิ้นฉู่ยวนชะงักไปเล็กน้อย คล้ายจะคาดไม่ถึงอยู่บ้างเซวียหมิงเฟยกล่าวว่า “ท่านและข้าแต่งงานกันได้เพียงเดือนเศษ หากรับอนุในยามนี้ย่อมเท่ากับตบหน้าตระกูลเซวียของข้า
Read more

บทที่ 164

เซวียหว่านอี้พยักหน้า พลางเอ่ยว่า “ขนมพวกนี้เจ้าเอากลับจวนไปฝากท่านป้าสะใภ้กับพี่สาวของเจ้าเถิด ช่วงนี้ข้าคงไปพบปะผู้พี่มิได้ ต้องรอให้ทางนี้เรียบร้อยเสียก่อนค่อยว่ากัน”เจียงอี้จือมิชอบทานขนมหวาน หากให้เขา เขาต้องปฏิเสธเป็นแน่แต่หากฝากไปให้ท่านแม่กับพี่สาว เขาย่อมไม่ปฏิเสธเขารับของจากมือเฝ่ยชุ่ยแล้วยิ้มกล่าว “ทราบแล้วขอรับ พี่หญิง ข้าขอตัวก่อน รอถึงวันมงคลสมรสของท่าน แล้วเราค่อยพบกันใหม่”เซวียหว่านอี้มองรอยยิ้มของเขาแล้วพยักหน้า “ได้ ไปเถิด”หลังจากส่งเหล่าเด็กหนุ่มกลุ่มนี้กลับไปแล้ว นางจึงให้เฝ่ยชุ่ยซื้อขนมใหม่อีกครั้ง ก่อนจะขึ้นรถม้ากลับจวนอีกด้านหนึ่งเด็กหนุ่มเดินเคียงไหล่ไปกับเจียงอี้จือ “อี้จือ นี่คือบุตรีสายตรงของรองเสนาบดีเซวียผู้นั้นหรือ?”เจียงอี้จือยิ้มตอบ “ใช่แล้ว ผู้พี่สายตรงของข้าเอง”เด็กหนุ่มรู้สึกเพียงว่าใบหน้าร้อนผ่าว เหตุใดเมื่อก่อนตนถึงไม่เคยสังเกตเห็นนะ“แม่นางเซวียช่างงดงามเหลือเกิน”เด็กหนุ่มตื่นตระหนกในใจ หรือว่าตนเผลอพูดความในใจออกไปแล้ว?ครั้นรู้สึกตัวภายหลัง จึงพบว่าเป็นสหายอีกคนหนึ่งที่เอ่ยขึ้นเจียงอี้จือกล่าวว่า “พี่หญิงหน้าตาคล้ายท่านอาห
Read more

บทที่ 165

เซวียฉงลุกขึ้น กล่าวกับฮูหยินเจียงว่า “ฮูหยินช่วยปลอบโยนเฟยเอ๋อร์สักหน่อยเถิด ข้าจะพาเขาไปที่ห้องตำรา”ฮูหยินเจียงพยักหน้ารับเพียงไม่นาน เซวียหมิงเฟยก็เดินเข้ามาจากด้านนอกยามเห็นคนทั้งสองภายในห้อง นางดูเหมือนจะปลดเปลื้องความเข้มแข็งภายในใจลง เดินเข้าไปหาฮูหยินเจียงและคล้องแขนมารดาไว้“ท่านแม่”ฮูหยินเจียงชำเลืองมองเซวียหว่านอี้แวบหนึ่ง ก่อนจะตบหลังมือบุตรสาวเบา ๆ เพื่อปลอบประโลมเซวียหมิงเฟย“เจ้าเตรียมการจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร?”น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทรงไว้ซึ่งบารมีของภรรยาเอก “หากเจ้าไม่พยักหน้า สตรีผู้นั้นก็เป็นได้เพียงอนุนอกเรือนเท่านั้น”การรับอนุ จำต้องได้รับความยินยอมจากนายหญิงแม้แต่แม่สามี ก็มิอาจทุบโต๊ะตัดสินใจได้โดยพลการนี่คือสิทธิ์ขาดที่มอบให้แก่ภรรยาเอกภายในใจของเซวียหมิงเฟยเองก็เหนื่อยล้า การหย่าร้างนั้นเป็นไปมิได้ ทว่าหลี่อิงหนิงผู้นั้นคิดอยากจะก้าวเข้าสู่จวนตระกูลฉู่โดยราบรื่น ก็มิใช่เรื่องง่ายดายปานนั้นนางเอ่ยเสียงเบาว่า “อย่างเร็วที่สุดต้องเป็นปีหน้าถึงจะเข้าจวนได้ นี่เป็นข้อตกลงระหว่างข้ากับสามี อีกทั้ง...”นางขบริมฝีปากบางเบา ๆ ก่อนกล่าวต่อ “ท่าน
Read more

บทที่ 166

สำรับมื้อกลางวันจัดขึ้นที่เรือนทิงหลาน คนของตระกูลเซวียอยู่กันพร้อมหน้ายามสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาเนิ่นนาน เซวียหว่านอี้ก็ลอบขมวดคิ้ว ภายในใจเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและรังเกียจมิได้ผิดไปจากที่คาด เรื่องการรับอนุของฉู่ยวนถือว่าตกลงกันแล้ว เพียงแต่เลื่อนเวลาออกไปเป็นปีหน้าเท่านั้นบรรดาผู้ที่อยู่ ณ ที่นั้น นอกจากเซวียหมิงเฟยแล้ว เห็นทีจะไม่มีผู้ใดรู้สึกว่าการตัดสินใจนี้มีอันใดไม่เหมาะสมแม้กระทั่งฉินเยว่ชิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ในเวลานี้ก็ตามนางรู้ดีว่า ไม่ช้าก็เร็วเซวียมู่เจาก็จะต้องรับอนุเข้าเรือนเช่นกันรอให้ครรภ์ของนางมั่นคงดีแล้ว แม่สามีก็อาจจะส่งคนเข้ามาปรนนิบัติในห้องของพวกเขาก็เป็นได้หากแม่สามีมิได้จัดการ นางเองก็คงต้องยกสาวใช้ข้างกายขึ้นเป็นอนุอยู่ดีแล้วเสียใจหรือไม่?เมื่อตรองดูแล้วก็อาจจะมีบ้าง ทว่ามิใช่ปัญหาใหญ่อันใด เป็นเรื่องที่ยอมรับได้โลกียวิสัยล้วนเป็นเช่นนี้ คิดมากไปก็ป่วยการเปล่า“อีกห้าวันก็จะถึงพิธีมงคลสมรสของเจ้าแล้ว...” เซวียหมิงเฟยเอ่ยขึ้น หมายจะเบี่ยงเบนความกลัดกลุ้มในใจตนในชาติก่อน ข้างกายฉู่ยวนมิเคยมีอนุ เหตุใดเมื่อเวียนมาถึงคราของนาง เขาจึ
Read more

บทที่ 167

เซวียหมิงเฟยใคร่จะเอ่ยปากอีก ทว่ากลับถูกฉู่ยวนกุมมือปรามไว้ใต้โต๊ะเสียก่อน“เชื่อฟังท่านพ่อตาเถิด” เขาหันมองภรรยาพลางแย้มยิ้ม “ข้าจะคอยรับส่งเจ้าเช้าเย็นเอง”นัยน์ตาของเซวียหมิงเฟยไหวระริก นางขยับปากหมายจะกล่าววาจา แต่ท้ายที่สุดก็เพียงพยักหน้ารับเท่านั้นทว่าช่วงเวลาต่อจากนั้น จิตใจของนางกลับล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว……กายหอมกรุ่นนุ่มนิ่มดั่งหยกงามในอ้อมกอด ความหฤหรรษ์อันถึงที่สุดกระตุ้นเร้าประสาทสัมผัสทั่วสรรพางค์กายของเขาฉู่ยวนพอจะรู้ตัวว่าตนกำลังตกอยู่ในห้วงความฝัน มิเช่นนั้นสตรีในอ้อมแขนของเขาไฉนจึงเป็นเซวียหว่านอี้ไปได้สีหน้าแววตาที่เอียงอายระคนขลาดเขลา เมื่อได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยรสรัก ก็ดูเย้ายวนใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ในสายตาของเขา นางดูงดงามจับใจยิ่งกว่าเซวียหมิงเฟยเสียอีก“แว๊...” เสียงร้องไห้ของเด็กทารกดังแว่วมาฉู่ยวนมองตามเสียงไป เห็นเปลเด็กวางอยู่ไม่ไกล เสียงร้องไห้นั้นดังสนั่นฝ่าความมืดมิดในยามราตรีเซวียหว่านอี้ที่อยู่ข้างกายสวมเพียงชุดนอนผ้าโปร่งบาง นางลุกขึ้นเดินเท้าเปล่าตรงเข้าไปหาภายใต้แสงเทียนสีเหลืองนวล แผ่นหลังของนางดูยั่วยวนเป็นพิเศษ จนทำให้ฉู
Read more

บทที่ 168

“แม่นางเซวีย”ยามรุ่งสาง ฉู่ยวนมาส่งเซวียหมิงเฟยถึงจวน ประจวบเหมาะกับที่เซวียหว่านอี้มีธุระต้องออกไปข้างนอกพอดีนางไม่อยากจะรบกวนคนทั้งสอง ทว่าเมื่อถึงหัวมุมถนนไม่ไกลนัก กลับถูกเขารั้งตัวเอาไว้มีเพียงรถม้าและม่านหน้าต่างกั้นขวาง เสียงอันเย็นชาของฉู่ยวนลอยลอดเข้ามานางมิได้เลิกม่านขึ้น เพียงเอ่ยถามว่า “ใต้เท้าฉู่มีธุระอันใดหรือ?”เกิดความเงียบงันขึ้นชั่วอึดใจนางเผยอปากเตรียมจะสั่งให้คนขับรถม้าออกเดินทาง ทว่าเสียงของอีกฝ่ายกลับลอยเข้ากระทบโสตประสาทเสียก่อน“เจ้าเชื่อเรื่องชาติภพก่อนหลังหรือไม่?”สิ้นคำนั้น หัวใจของเซวียหว่านอี้พลันปวดแปลบอย่างรุนแรง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นล้วงเข้ามาในอก หมายจะบีบขยี้ดวงใจดวงนี้ให้แหลกสลายคามือนางข่มความเจ็บปวดที่ไม่มีอยู่จริงนั้นเอาไว้ ก่อนเอ่ยตอบเสียงเรียบ “ใต้เท้าฉู่สมควรออกบวช มิใช่เข้ารับราชการเป็นขุนนาง วาจาเช่นนี้ ข้าเคยได้ยินเพียงยามที่ปรมาจารย์ทำนายเซียมซีเท่านั้น”กล่าวจบ นางจึงกล่าวว่า “ไปเถิด อย่าให้เสียฤกษ์ยาม”รถม้าเคลื่อนตัวไปเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า ก่อนจะค่อย ๆ ห่างออกไปฉู่ยวนมิได้ขยับเขยื้อน เขานั่งพิงผนังรถม้า ฝ่ามือปิด
Read more

บทที่ 169

นางถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังว่าจะเป็นบุตรชาย ครั้นทราบว่าเป็นบุตรสาว ชะตาชีวิตก็ถูกกำหนดให้ต้องระทมทุกข์แล้ว“เป็นเช่นนี้ก็นับว่าดีแล้ว นางตอบกลับเสียงแผ่วเบา “ทว่าน้องหญิงเล่า อีกสองวันก็จะเข้าพิธีสมรสแล้ว ข้า...”นางหยิบตลับไม้เรียบง่ายใบหนึ่งออกมา แล้วยัดใส่มือของเซวียหว่านอี้“ข้าเตรียมของขวัญมงคลไว้ให้เจ้า”ในวันงาน นางมิได้มีฐานะเหมาะสมที่จะไปร่วมแสดงความยินดีถึงหน้าประตูท่านพ่อและพี่ชายสายตรงย่อมต้องไปร่วมงานเป็นแน่ หากนางปรากฏตัวขึ้นเกรงว่าจะดูไม่งามอีกทั้งเซวียหว่านอี้ออกเรือนไปเข้าตระกูลเย่กั๋วกง ซึ่งมีฐานะสูงส่ง เพื่อมิให้ผู้คนครหาว่าใฝ่สูงหวังเกาะเกี่ยว และอาจทำให้แขกเหรื่อขุ่นเคืองใจ ไม่ไปเสียจะดีกว่าเซวียหว่านอี้เข้าใจความนัยของนาง จึงแย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “พี่หญิง รอให้ข้ากลับมาเยี่ยมบ้านเดิมเรียบร้อยแล้ว พวกเราค่อยนัดพบปะกันตามลำพังเถิด”“ตกลง” เฉียนชิวสุ่ยรับคำด้วยรอยยิ้มสำหรับของขวัญมงคลนั้น นางมิได้เอ่ยถ้อยคำใดยืดเยื้อ“รับของขวัญจากพี่หญิงแล้ว ข้าย่อมต้องมอบของตอบแทนคืนให้เช่นกัน”เมื่อได้ยินวาจานั้น เฝ่ยชุ่ยจึงยื่นกล่องเคลือบเงาที่พกติดตัวมาส่งใ
Read more

บทที่ 170

เพลิงโทสะที่ไร้ชื่อลุกโชนอยู่ในอก ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยากจะปรี่เข้าไปสังหารเดรัจฉานที่ข่มเหงเจ้านายพวกนั้นให้สิ้นซาก พร้อมกันนั้นก็บังเกิดความไม่พอใจในตัว “บุตรชาย” ผู้นั้นขึ้นมาแม้แต่มารดาบังเกิดเกล้าของตนยังจดจำมิได้ เสียแรงที่เกิดมาเป็นบุตรชายการทุบตีที่ต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ทำให้เซวียหว่านอี้สิ้นสติไปในที่สุดเขาจ้องมองสตรีที่ล้มฟุบอยู่ในคอกม้าด้วยสภาพราวกับขอทานผู้นั้น หมายจะเข้าไปดูอาการ ทว่าภาพเหตุการณ์กลับแปรเปลี่ยนไปอีกคราเขาได้แต่เหม่อมองภาพเบื้องหน้าอย่างตายด้านเซวียหว่านอี้ที่ถูกทรมานจนมีสภาพเป็นมนุษย์หมู ซึ่งเคยปรากฏในความฝันของเขาอยู่หลายหนเมื่อครู่เขาได้เห็นขั้นตอนการสังหารผลาญชีวิตเซวียหว่านอี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ช่างโหดเหี้ยมอำมหิตถึงขีดสุดแม้แต่บุรุษอกสามศอกเยี่ยงเขาได้เห็นแล้ว ยังรู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วสรรพางค์กายสตรีที่มีใบหน้าคล้ายคลึงเซวียหว่านอี้ผู้นั้นเพียงยืนมองด้วยสายตาเย็นชา ความเยือกเย็นและเจตนาร้ายในแววตานั้น แม้แต่เขามองแล้วยังรู้สึกขวัญผวาฉู่ยวนอดสงสัยมิได้ว่าสตรีผู้นี้ “เขา” ไปเสาะหามาจากที่ใดกัน?ยามภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากถูกทรมานเช่นนี
Read more
PREV
1
...
1516171819
...
21
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status