All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 171 - Chapter 180

208 Chapters

บทที่ 171

มิหนำซ้ำ ยังสามารถนำตระกูลฉู่กลับคืนสู่ตำแหน่งตระกูลขุนนางชั้นสูงได้อีกครารถม้ากระเทือนโคลงเคลงเล็กน้อย ทว่าฉู่ยวนหาได้ใส่ใจไม่ห้วงความคิดหวนกลับไปที่เซวียหมิงเฟยด้วยเพราะไม่อาจทนต่อการหมางเมินของเจิ้นกั๋วกง และการต้องครองตัวโดดเดี่ยวเยี่ยงแม่หม้ายมานานหลายปี ท้ายที่สุดจึงลักลอบมีสัมพันธ์กับองครักษ์ในจวน จนถูกเย่จั๋วสั่งประหารด้วยโทษแล่เนื้อเถือหนังชาตินี้ที่นางแต่งงานกับเขา คงเป็นเพราะล่วงรู้ว่าในชาติก่อนเขาได้นั่งในตำแหน่งผู้นำเหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นหากเป็นเช่นนั้น สิ่งที่นางรู้ย่อมมีไม่น้อยทีเดียวอาทิเช่น ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดผู้นั้น“ไปจวนตระกูลเซวีย”“ขอรับ”ในใจเขามีตัวเลือกอยู่ราง ๆ ทว่ายังมิอาจแน่ใจได้เต็มส่วนหากเป็นองค์ชายห้าที่ขึ้นครองราชย์จริง การที่เขาได้ดำรงตำแหน่งมหาอำมาตย์ในวัยสามสิบกว่าปี ก็ถือว่าสมเหตุสมผล……เรือนว่างซูเซวียหว่านอี้ยืนอยู่ใต้ระเบียงทางเดิน มองดูท้องฟ้าที่เมื่อครู่ยังปลอดโปร่งแจ่มใส ทว่ายามนี้กลับเริ่มมืดครึ้มลง ดูท่าว่าฝนคงจะตกลงมาเป็นแน่“คุณหนู คนผู้นั้นไปที่วัดหัวหมิง ยามนี้กำลังเร่งเดินทางมายังจวนตระกูลเซวียขอรับ”หวังเหลยเ
Read more

บทที่ 172

“พระนางกุ้ยเฟย”ณ เรือนพักแห่งหนึ่ง เย่จั๋วเดินทางมาขอเข้าเฝ้าหว่านกุ้ยเฟยยืนสงบนิ่งอยู่ใต้ชายคาระเบียง ทอดสายตามองหลานชายผู้สวมหน้ากากสีดำสนิทเบื้องหน้า ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกหดหู่ระคนเสียดายยามเมื่อทราบข่าวว่าพี่หญิงได้ออกเรือนไปกับแม่ทัพเย่ นางนึกอิจฉายิ่งนักทั้งที่เป็นพี่น้องฝาแฝดคลานตามกันมา พี่หญิงได้แต่งเข้าจวนแม่ทัพ ส่วนตัวนางกลับถูกบิดามารดาบุญธรรมส่งตัวเข้าวังผู้คนต่างรู้แจ้งแก่ใจ บุรุษตระกูลเย่หากอายุไม่ครบสี่สิบปีและไร้ซึ่งทายาท จะไม่รับอนุทว่าตัวนางเล่า?เพียงย่างเข้าวัยปักปิ่น ก็ถูกคัดเลือกตัวเข้าวังเสียแล้วสตรีในใต้หล้า มิใช่ทุกคนจะยินดีปรีดาที่ได้เข้าวังถวายตัวเป็นพระสนมผู้ใดจะคาดคิดว่า พี่หญิงเพราะสูญเสียสามี จึงตรอมใจจนล้มป่วยและสิ้นใจไปในที่สุดหวนนึกถึงแม่ทัพเย่ที่เคยพบพาน บิดาของเย่จั๋วผู้นั้น เขาคือบุรุษรูปงามองอาจ ผิวพรรณคมเข้ม เปี่ยมด้วยพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่ เป็นยอดขุนพลโดยกำเนิดเย่จั๋วก็นับว่าถอดแบบมาจากบิดาของเขา“ยามอยู่ลำพังเรียกน้าหญิงเถิด” นางมิได้แสดงท่าทีสนิทสนมจนเกินงาม ทว่าในใจปรารถนาจะทำสิ่งใดเพื่อเด็กคนนี้บ้างเย่จั๋วสีหน้าเรียบ
Read more

บทที่ 173

หลังจากหัวหน้าตระกูลทราบเรื่อง ก็รีบเรียกประชุมเหล่าผู้อาวุโสในทันที ทุกคนมารวมตัวกัน ณ โถงหารือ เหล่าผู้เฒ่าที่อายุน้อยที่สุดก็ปาเข้าไปห้าสิบปีนั่งอยู่ภายในโถง บรรยากาศกดดันจนชวนให้อึดอัดยิ่งนักเซวียหมิงเยว่ถูกคุมตัวเข้ามาในยามนี้เองเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า นางก็ตกใจจนแข้งขาอ่อนแรง ทรุดกายลงไปกองกับพื้นสายตาหลบเลี่ยงมิกล้าสบตาผู้ใดในที่นั้น ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย ความหวาดกลัวในใจฉายชัดออกมาอย่างแจ่มแจ้ง“คนสารเลว”เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังแว่วมา พร้อมกับเสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยวของสตรี ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของนางอย่างแรง“โอ๊ย...” เซวียหมิงเยว่ร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดนางกุมใบหน้า มองสตรีเบื้องหน้าด้วยวงหน้าซีดเผือดมารดาของเซวียหมิงจิ้งนั่นเอง“ป้าสะใภ้...” นางหดตัวถอยหลังไปเล็กน้อยชั่วพริบตาถัดมา เส้นผมดำขลับก็ถูกฝ่ามือกระชากดึงรั้งหนังศีรษะ ความเจ็บปวดทำให้นางมีสีหน้าบิดเบี้ยว“โอ๊ย ท่านป้า ข้าเจ็บเจ้าค่ะ ท่านป้า ได้โปรดเถิด ข้ารู้ผิดแล้วเจ้าค่ะ ท่านป้า...”ความหวาดกลัวในใจของเซวียหมิงเยว่พุ่งขึ้นถึงขีดสุดสตรีผู้นั้นเคียดแค้นยิ่งนักแล้วบุตรสาวของนางไม่เจ็บปวดหรือไร?
Read more

บทที่ 174

เดิมทีหัวหน้าตระกูลและคนอื่น ๆ ยังหลงเหลือความเมตตาอยู่บ้าง คิดจะละเว้นชีวิตให้นางสักครา แต่ครั้นได้ยินวาจาของนางแล้ว ก็ให้รู้สึกว่าช่างเหลวไหลสิ้นดีสตรีผู้นี้มีจิตใจอำมหิตโหดเหี้ยม นอกจากจะใส่ความมุ่งร้ายต่อพี่น้องในตระกูลเดียวกันแล้ว มาถึงยามนี้กลับมิได้มีความสำนึกเสียใจเลยแม้แต่น้อยคิดหมายจะใช้เซวียฉงมากดข่มพวกเขาทั้งตระกูล ช่างน่าขันสิ้นดี“เซวียฉงเป็นท่านอาของเจ้าไม่ผิดแน่ ทั้งยังมีสายเลือดใกล้ชิดกับเจ้าที่สุด” ผู้อาวุโสในตระกูลท่านหนึ่งที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายเอ่ยปากขึ้นคนผู้นี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับท่านปู่ของเซวียฉง ความสัมพันธ์นับว่าใกล้ชิดตลอดกว่ายี่สิบปีมานี้ หากเซวียฉงกลับมายังหนิงโจวคราใด ย่อมต้องไปเยี่ยมคารวะท่านปู่ผู้นี้เป็นคนแรกเสมอ“ทว่าปีนั้นท่านปู่ของเจ้าเพิ่งจะสิ้นลม บิดาของเจ้าก็ขับไล่สองแม่ลูกเซวียฉงออกจากตระกูล นอกจากสินเดิมของหลานสะใภ้ข้าแล้ว ทรัพย์สินของตระกูลเซวียแม้แต่น้อยนิดก็ไม่ยอมให้ติดตัวไป”เรื่องนี้หาใช่ความลับในตระกูลเซวียแต่อย่างใดปีนั้น คนในตระกูลเซวียล้วนเห็นว่าบุตรชายคนโตกระทำเกินกว่าเหตุ แม้ว่ายามที่มารดาของเซวียฉงแต่งเข้ามา บุตรชายคนโตจะม
Read more

บทที่ 175

เขาชื่นชอบจันทร์เต็มเดือน หรือไม่ก็จันทร์ข้างขึ้นข้างแรมเซวียหมิงเฟยรู้สึกว่าฉู่ยวนนั้นรักนาง ทว่ากลับมิได้รักอย่างบริสุทธิ์ใจเพียงนั้น“หึ...”เสียงแค่นหัวเราะดังขึ้นเซวียหมิงเฟยอดมิได้ที่จะหัวเราะออกมาบริสุทธิ์ใจหรือ?เหตุใดสมองของนางจู่ ๆ ถึงเลอะเลือนไปได้“ฮูหยิน” ฉู่ยวนกุมมือนางไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้ากับแม่นางหลี่ หามีความสัมพันธ์ส่วนตัวกันไม่ หวังว่าฮูหยินจะไม่ห่างเหินกับข้า”ท่าทีของเขาอ่อนโยนดั่งสายน้ำ เปี่ยมล้นด้วยความรักใคร่ผูกพัน ยามมองนางช่างดูจริงจังเป็นพิเศษชั่ววูบหนึ่ง เซวียหมิงเฟยรู้สึกจริง ๆ ว่าเขารักนาง“ท่านพี่ ในใจข้าขุ่นเคืองจริง ๆ แต่ท่านพ่อกล่าวว่าท่านด้อยประสบการณ์จึงถูกคนลอบกัด นับเป็นเรื่องที่จนปัญญาจะแก้ไข แม้ข้าจะคับแค้นใจ ก็ไม่อาจไปลงที่ท่านได้”ลองตรองดูแล้ว ก็ดูเหมือนจะเข้าใจได้นางเป็นผู้กลับชาติมาเกิด แต่ฉู่ยวนมิใช่เล่ห์เหลี่ยมของสตรี บางคราก็ยากจะป้องกันจริง ๆผู้อื่นวางแผนทำร้ายหรือ?นางไม่เชื่อหากกล่าวว่าหลี่อิงหนิงวางแผนจับฉู่ยวน ข้ายังพอจะเชื่อถือสักสามส่วนฉู่ยวนนั้นโดดเด่นมิต้องสงสัย มิฉะนั้นนางที่ได้มีชีวิตใหม่อีก
Read more

บทที่ 176

พิธีมงคลสมรสอันยิ่งใหญ่ของเจิ้นกั๋วกงเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางบุ๋นบู๊ที่ได้รับเทียบเชิญ ต่างพากันตื่นแต่ยามเช้าตรู่เพื่อตระเตรียมตัวเนื่องด้วยงานมงคลนี้ ฝ่าบาททรงมีราชโองการให้งดว่าราชการหนึ่งวัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ตามธรรมเนียมรับเจ้าสาวในยามเช้าและส่งตัวในยามค่ำ องค์ชายสามตื่นแต่เช้าตรู่ สวมอาภรณ์สีสันมงคล เพื่อติดตามเย่จั๋วไปยังตระกูลเซวียในยามนี้ ภายในจวนตระกูลเซวียต่างวุ่นวายโกลาหลยิ่งนักข้าวของสำหรับพิธีออกเรือนล้วนตระเตรียมไว้พร้อมสรรพ เฝ้ารอเพียงเจ้าบ่าวเดินทางมารับตัวเท่านั้นส่วนสินเดิมของเจ้าสาวนั้น ตามธรรมเนียมแคว้นอวิ๋น จะต้องส่งไปยังจวนสามีก่อนวันงานหนึ่งวันทว่าด้วยสินเดิมที่มีมากจนล้นมือ บ่าวไพร่ในตระกูลเซวียจึงไม่เพียงพอ จวนกว่างผิงโหวจึงได้จัดส่งคนมาช่วยจัดการณ เรือนว่างซูเซวียหว่านอี้นั่งอยู่หน้าคันฉ่อง จ้องมองสตรีในชุดแต่งงานสีเขียวที่สะท้อนอยู่ในกระจกทองแดง ด้วยความรู้สึกแปลกตาไปชั่วขณะชุดเจ้าสาวนี้ช่างพอดีตัวนัก ลวดลายปักเย็บก็งดงามวิจิตรตระการตา สมกับเป็นฝีมือของช่างปักหลวงจากกรมภูษาซึ่งเป็นยอดฝีมือแห่งยุคอีกทั้งด้วยพระเมตต
Read more

บทที่ 177

สินเดิมมีจำนวนรวมแล้วไม่ถึงสี่สิบหาบ ซ้ำยังเบาหวิว ช่างดูน่าอนาถานักด้วยเหตุนี้ มารดาของเขาจึงดูแคลนสะใภ้ผู้นี้ไปเสียทุกทางเซวียหว่านอี้เป็นภรรยาที่ดี หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นภรรยาที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบเขาย่อมรู้ดีว่ามารดาของตนปรนนิบัติยากเพียงไร ทว่านางกลับทนปรนนิบัติดูแลอย่างใส่ใจตลอดสิบปีมิได้ขาด จนในที่สุดช่วงไม่กี่ปีหลังมานี้มารดาจึงมีสีหน้าดีขึ้นบ้างทว่าจะมีประโยชน์อันใดเล่ายามนางตกทุกข์ได้ยาก มารดากลับมิได้ช่วยพูดขอความเมตตาแม้แต่น้อย ซ้ำยังแสดงท่าทีเย็นชาอย่างยิ่งการปรนนิบัติดูแลอย่างดีตลอดสิบปี สิ่งที่ได้คืนมากลับเป็นการยืนดูดายด้วยสายตาเย็นชายามตรึกตรองดูแล้ว แม้แต่เขายังรู้สึกหนาวเหน็บในหัวใจยังมีบุตรชายผู้รังเกียจมารดาบังเกิดเกล้า เอะอะก็ตัดพ้อระบายอารมณ์ผู้นั้นอีกรวมไปถึงเขา ผู้เป็นสามีที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับนางมาสิบปี แต่กลับเป็นผู้ผลักไสนางลงขุมนรก…เขาแค่นยิ้มเย้ยหยันในใจนางช่างโชคร้ายเหลือแสน มอบใจจริงให้ไป แต่กลับไม่ได้รับความเมตตาตอบแทนแม้แต่น้อยไม่รู้ว่าเจิ้นกั๋วกงจะสามารถมอบความสุขให้นางได้หรือไม่ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงอุทานด้วยความ
Read more

บทที่ 178

วันนี้คือวันมงคลสมรสของนาง ทว่าภายในใจกลับสงบนิ่งยิ่งนักไร้ซึ่งความตื่นเต้น ไร้ความกังวล มิได้ต่อต้าน และมิได้คาดหวังสิ่งใดนางจะเป็นภรรยา ปฏิบัติหน้าที่ที่พึงกระทำและสมควรกระทำส่วนหัวใจดวงนี้ ชั่วชีวิตนี้ก็คงเก็บรักษาไว้กับตัวเท่านั้นระหว่างสนทนากับแม่นมเฉินเรื่องราวในจวนกั๋วกง แม้จะรู้สึกหิวโหยเพียงใด นางก็มิได้รับประทานสิ่งใด ทำเพียงจิบน้ำพอให้ริมฝีปากชุ่มชื้นเท่านั้นด้วยชุดแต่งงานนั้นสวมใส่ซับซ้อน หากดื่มน้ำมากเกินไป เกรงว่าจะลำบากยามต้องไปปลดทุกข์ยามที่เสียงหยอกล้ออึกทึกดังใกล้เข้ามา เฝ่ยชุ่ยและเจินจูก็รีบสาวเท้าก้าวเข้ามาในห้อง“คุณหนู ท่านกั๋วกงมาถึงแล้วเจ้าค่ะ”จากนั้น นางจึงถือพัดกลมบดบังใบหน้า แล้วกราบลาบิดามารดาพร้อมกับเย่จั๋วก่อนจะให้เซวียมู่เจาแบกขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแม้ในใจไร้รักไร้โศก ทว่านางรู้ธรรมเนียมดี จึงแสร้งหลั่งน้ำตาออกมาพอเป็นพิธี พลางร้องเรียกท่านพ่อท่านแม่ท้ายที่สุด ท่ามกลางความอาลัยอาวรณ์ของบุพการีทั้งสอง นางก็นั่งลงอย่างมั่นคงภายในเกี้ยวเจ้าสาวทันทีที่ม่านเกี้ยวสีแดงทิ้งตัวลง ความโศกเศร้าบนใบหน้าก็เลือนหายไป น้ำตาที่เคยไหลรินพลันเหือดแห้งลงใ
Read more

บทที่ 179

เย่จั๋ว “...”ท่านพี่กระนั้นหรือ?ช่างเรียกขานได้คล่องปากเสียจริง“ข้ามีเย่อันคอยปรนนิบัติ คืนนี้ข้าจะพักผ่อนที่นี่”แม้มิอาจร่วมหอลงโรง แต่ความเคารพให้เกียรตินั้นเป็นสิ่งที่จำต้องมอบแก่นางเซวียหว่านอี้ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางเรียกเจินจูและเฝ่ยชุ่ย ก่อนจะพากันเดินไปยังสระน้ำอุ่นด้านหลังผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม นางกลับมาในชุดตัวในสีแดงชาด เส้นผมถูกเช็ดจนแห้งสนิท ปล่อยสยายทิ้งตัวลงกลางแผ่นหลังอย่างนุ่มนวลภายใต้แสงเทียนสลัว ขับเน้นให้พวงแก้มของนางเจือสีระเรื่อดูงดงามจับตายิ่งนักเย่จั๋วชำระล้างร่างกายเรียบร้อยก่อนแล้ว ยามนี้เขาปล่อยผมสยาย เอนกายพิงหัวเตียงอ่านตำราอยู่ครั้นเห็นนางเดินเข้ามา เขาจึงตบลงบนพื้นที่ว่างข้างกาย“เข้านอนเถิด”“เจ้าค่ะ”นางก้าวเข้าไป ข้ามผ่านท่อนขาของเขา แล้วล้มตัวลงนอนด้านในผ้าห่มมงคลสีแดงสดเนื้อไหมแผ่ไอเย็นจาง ๆ สัมผัสนั้นนุ่มลื่นดุจแพรพรรณ ยามเสียดสีผิวกายให้ความรู้สึกสบายตัว จนพานให้ง่วงงุนยิ่งขึ้นไปอีกนางยื่นมือออกไป ช่วยประคองเย่จั๋วให้เอนตัวลงนอนเจินจูและเฝ่ยชุ่ยปลดม่านเตียงลง ก่อนจะถอยออกไปอย่างเงียบเชียบครู่ต่อมาเย่จั๋วหันศีรษะกลั
Read more

บทที่ 180

ณ โต๊ะอาหารหว่านกุ้ยเฟยมองคู่บ่าวสาวข้าวใหม่ปลามัน พลางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจสีหน้าของเย่จั๋วเรียบเฉย ไร้แววรังเกียจเดียดฉันท์ คาดว่าคงพึงใจในตัวฮูหยินผู้นี้อยู่ไม่น้อยเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว มิเช่นนั้นนางคงปวดใจแย่ยามที่พี่หญิงยังอยู่ ด้วยฐานะกุ้ยเฟย นางมิอาจไปมาหาสู่กับจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วได้อย่างสนิทใจ ทว่าสายใยระหว่างพี่น้อง โดยเฉพาะฝาแฝด ย่อมลึกซึ้งกว่าพี่น้องทั่วไปเย่จั๋วคือเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวของพี่หญิงที่เหลืออยู่ในโลกใบนี้ แล้วนางจะทอดทิ้งดูดายได้อย่างไร“เด็กดี ในเมื่อแต่งงานกันแล้ว ข้าหวังว่าพวกเจ้าทั้งสองจะครองรักกันฉันสามีภรรยา ปรองดองดั่งขลุ่ยบรรเลงคู่พิณ”“เย่จั๋วเด็กคนนี้อารมณ์แข็งกระด้างไปบ้าง แต่เนื้อแท้นั้นเป็นคนจิตใจดี...”หว่านกุ้ยเฟยทำทีเป็นมองไม่เห็นสายตาของเย่จั๋ว แล้วพูดต่อว่า “หากมีเรื่องใดขัดใจ เจ้าก็บอกกล่าวกับเขาเถิด หากเขาไม่ฟังก็มาฟ้องข้า ข้าเป็นน้าแท้ ๆ ของเขา ย่อมกำราบเขาได้บ้าง”ต่อให้เย่จั๋วจะแสดงท่าทีห่างเหินเพียงใด แต่หากหว่านกุ้ยเฟยต้องการให้เขาทำสิ่งใดจริง ๆ เย่จั๋วก็มิอาจปฏิเสธได้ด้วยศักดิ์เป็นทั้งพระสนมเอกและน้าหญิง สถานะซ้อน
Read more
PREV
1
...
161718192021
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status