All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 191 - Chapter 200

208 Chapters

บทที่ 191

ชัดเจนว่าผู้ที่ล่วงรู้ความนัย ดูเหมือนจะมิได้คิดเช่นนี้ตำแหน่งขุนนางของเขามิได้สูงส่ง หน้าที่ความรับผิดชอบก็หามีความสำคัญไม่จึงส่งผลกระทบมาไม่ถึงตนเองยามนี้ยังจำต้องเฝ้าดูสถานการณ์อย่างเงียบเชียบ ฝ่าบาทคงมิอาจทอดทิ้งพระโอรสผู้นี้เพียงเพราะตระกูลเว่ยเป็นแน่น้ำหนักของตระกูลเว่ยยังไม่มากพออันที่จริงหากจะเลือกองค์ชายพระองค์อื่นก็มิใช่ว่าจะทำมิได้ ทว่าเมื่อเขาพิจารณาเลือกเฟ้นอย่างถี่ถ้วนแล้ว องค์ชายห้ายังคงเหมาะสมที่สุดองค์ชายรองเป็นเพียงคนหยาบช้า มีแต่พละกำลัง แม้จะประจำการอยู่ชายแดนมานานปี ทว่ากลับไร้ซึ่งพรสวรรค์ในการนำทัพจับศึก ทำเป็นเพียงแค่การใช้กำลังห้ำหั่นฆ่าฟันเท่านั้นองค์ชายสามอยู่ฝ่ายองค์รัชทายาทมาแต่กำเนิด ย่อมเป็นไปมิได้เช่นกันองค์ชายสี่มีนิสัยอ่อนแอ เขาเคยลอบสืบดูแล้ว พบว่าเป็นคนอ่อนแออย่างแท้จริง อีกทั้งร่างกายยังขี้โรค หมอหลวงกล่าวว่าเขาจะมีอายุอยู่ไม่ถึงวัยสามสิบ แม้แต่เรื่องทายาทสืบสกุลก็ยังยากเย็นยิ่งนักองค์ชายพระองค์อื่นที่เหลือล้วนมีพระชันษายังเยาว์ ต่อให้ปรารถนาจะช่วงชิงตำแหน่งนี้ ก็ไม่รู้จะเริ่มลงมือจากที่ใดตระกูลฝั่งมารดามิได้มีอำนาจหนุนหลัง ตำแหน่
Read more

บทที่ 192

เซวียหว่านอี้พยักหน้า “เช่นนั้นวันหน้าหากข้าจัดเตรียมสำรับอาหาร จะให้บ่าวไพร่นำไปส่งเพียงหน้าประตูห้องตำรา ดีหรือไม่เจ้าคะ?”“ได้” เย่จั๋วพยักหน้ารับคำ “ฮูหยินพักผ่อนเถิด ระยะนี้มิได้มีกิจธุระสำคัญอันใด ฮูหยินไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าตรู่ทุกวัน”กล่าวจบ เขาก็จากไปจริง ๆภายในห้อง เจินจูและเฝ่ยชุ่ยปรนนิบัติฮูหยินล้างหน้าบ้วนปากผลัดเปลี่ยนอาภรณ์“นี่เพิ่งจะผ่านพิธีมงคลสมรส ท่านเขยก็แยกห้องนอนกับคุณหนูเสียแล้ว...” เจินจูรู้สึกเจ็บแปลบในใจอยู่บ้างเซวียหว่านอี้แย้มยิ้มบางเบา “ท่านพี่สุขภาพไม่แข็งแรง หากต้องร่วมเรียงเคียงหมอนกับข้าทุกค่ำคืน ย่อมไม่สะดวกอยู่บ้าง”“บ่าวทราบเจ้าค่ะ เพียงแต่...” นางกังวลว่าคุณหนูจะถูกคนภายนอกครหาเอาได้“อีกประการหนึ่ง หากมีเยื่อใยไมตรีต่อกัน แยกกันนอนจะเป็นไรไป แต่หากไร้ซึ่งวาสนา แม้นร่วมหอลงโรงทุกค่ำคืน ก็ยังคงห่างเหินเย็นชาเช่นเดิม” นี่คือบทเรียนที่เซวียหว่านอี้แลกมาด้วยชีวิตนางนึกอันใดขึ้นได้ “วันพรุ่งเจินจูจงไปเลือกผ้าโปร่งเนื้อนิ่มสีสดใสที่ห้องคลังสักสองพับ แล้วให้ผู้ดูแลเรือนนำไปมอบให้จวนกว่างผิงโหว”“เจ้าค่ะ ฮูหยิน” เจินจูรับคำเมื่อพินิจมองใบห
Read more

บทที่ 193

จวบจนกระทั่งเงาร่างของอีกฝ่ายลับหายไปตรงมุมตรอก เฝ่ยชุ่ยจึงหิ้วกล่องอาหาร สาวเท้าเร่งรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนชุ่ยเวยชั่วครู่ต่อมา องครักษ์เงาไม่กี่นายก็เริ่มสื่อสารกันด้วยภาษามือ[พวกเจ้าว่าใคร คราวนี้จะนำข่าวอันใดมา?][ลองถามสิบเก้าดู เขาเฝ้าเจ้าทึ่มนั่นอยู่ข้างนอก ย่อมต้องรู้อย่างกระจ่างแจ้ง][วาจาไร้สาระ สิบเก้ามิได้อยู่ในจวนเสียหน่อย ข้าจะไปถามได้อย่างไร][ข้าคิดว่าต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลฉู่เป็นแน่ ฮูหยินของพวกเราน่าจะแค้นใต้เท้าฉู่เข้ากระดูกดำ แค้นเสียจนอยากบดกระดูกโปรยเถ้าถ่านอีกฝ่าย][พวกเราพี่น้องไปจัดการปลิดชีพใต้เท้าฉู่ให้สิ้นซากเลยดีหรือไม่?][ไม่คุยโวแล้วจะตายหรือไร ฉู่ยวนแม้นเป็นขุนนางหนุ่มผู้มาจากตระกูลยากไร้ แต่ข้างกายเขามียอดฝีมืออย่างน้อยสี่ห้าคน ตระกูลฉู่ในอดีตเคยเป็นขุนนางชั้นสูงระดับแนวหน้า แม้จะถูกปลดจนหมดสิ้น ทว่าผู้ภักดีที่ติดตามยังมีไม่น้อย คิดจะสังหารคนให้เงียบเชียบ ฝันไปเถิด]หากเกิดความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย การลอบสังหารย่อมล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงอย่าว่าแต่ตระกูลฉู่เลยกวาดตามองทั่วเมืองหลวง พ่อค้าเศรษฐีทั่วไปยังมีนักบู๊คุ้มกันสามถึงห้าคน ยิ่งมิต้องเอ่
Read more

บทที่ 194

สีหน้าของเฝ่ยชุ่ยแปรเปลี่ยนจากว่างเปล่า เป็นสงสัยใคร่รู้ กระทั่งเริ่มเข้าใจ และกระจ่างแจ้งในที่สุดนางเผยอริมฝีปากใคร่จะเอ่ยสิ่งใด ทว่าถ้อยคำเหล่านั้นกลับจุกอยู่ที่ลำคอ มิกล้าเปล่งเสียงออกมา“ฮูหยิน เรื่องนี้จะทำเช่นไรดีเจ้าคะ”หากประมาทเลินเล่อเพียงน้อยนิด ภัยอาจพาลมาถึงตัวคุณหนูของนางได้หากในภายภาคหน้าองค์ชายห้าก่อการกบฏ นี่นับเป็นภัยพิบัติถึงขั้นประหารล้างตระกูลเชียวนะเซวียหว่านอี้นั่งเท้าคาง ทอดสายตาเปื้อนยิ้มมองเฝ่ยชุ่ยที่กำลังตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก“เด็กโง่ อย่าได้กังวลไปเลย ถึงยามนั้นเจ้าคงออกจากจวน แต่งงานไปกับชายในดวงใจของเจ้าแล้ว”หลังตะลึงงันไปชั่วครู่ ใบหน้าเล็กของเฝ่ยชุ่ยก็แดงซ่านขึ้นมาในฉับพลัน“ฮูหยิน บ่าวร้อนใจจะตายอยู่แล้ว ท่านยังมีอารมณ์มากล่าววาจาหยอกเย้าเช่นนี้อีกหรือเจ้าคะ”เซวียหว่านอี้ถูกทำให้อารมณ์ดีจนหัวเราะออกมา “อย่าได้ร้อนใจไป ร้อนใจไปก็ไร้ประโยชน์ เจ้าเห็นฉู่ยวนเป็นคนโง่เขลาหรือไร? เรื่องที่แม้แต่ข้ายังคิดได้ เจ้าคิดหรือว่าฉู่ยวนจะคิดอ่านไปไม่ถึง?”เฝ่ยชุ่ยกระพริบตาปริบ ๆ ยังคงคาดเดาเจตนาไม่ออกเท่าใดนัก“ตระกูลหลี่มิกล้าแพร่งพรายเรื่องนี้หรอก
Read more

บทที่ 195

เฝ่ยชุ่ยนั้นมีชายที่พึงใจแล้ว ทว่าเจินจูยังไม่มีหากมีแล้ว ก็จำต้องให้ออกเรือนไป สินเดิมก็จะมอบเรือนให้หนึ่งหลังเช่นเดียวกันอย่างไรเสียก็จะต้องมอบที่ทางให้พวกนางได้ตั้งหลักปักฐานในเมืองหลวง“รอยามเจ้าออกเรือนไปแล้ว ก็จงช่วยเจินจูมองดูอยู่ภายนอกเถิดว่ามีบุรุษใดที่นางต้องตาต้องใจบ้างหรือไม่”ยามได้ฟังวาจานั้น ภายในใจของเฝ่ยชุ่ยพลันเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ“ฮูหยิน ท่านส่งบ่าวกับเจินจูออกไปจนหมด เช่นนั้นข้างกายท่านจะเหลือผู้ใดให้เรียกใช้เจ้าคะ?”บ่าวไพร่ที่ใช้งานได้ย่อมมีอยู่ ทว่าคนที่วางใจได้นั้นกลับยากจะเสาะหาเซวียหว่านอี้ยิ้มกล่าว “ค่อยเฟ้นหาใหม่ก็ย่อมได้ ติดตามข้านับว่าไม่ลวร้าย ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง เบี้ยหวัดข้าวของเครื่องใช้ก็มิได้ด้อยไปกว่าภรรยาขุนนางขั้นผู้น้อยสักเท่าใด”เฝ่ยชุ่ยพยักหน้า นางเองก็คิดเห็นเช่นนั้นเซวียหว่านอี้กล่าวต่อว่า “ทว่าเฝ่ยชุ่ย บุตรหลานของทาสรับใช้นั้นไร้สิทธิ์สอบเข้ารับราชการ เจ้าคงไม่อยากให้ลูกหลานขายกายเป็นทาสรับใช้ข้าไปเสียทุกรุ่นหรอกกระมัง? อย่างไรเสียก็ต้องดิ้นรนไขว่คว้าเพื่อลูกของเจ้าบ้าง ไม่แน่ว่าภายภาคหน้าเขาอาจเป็นเมล็ด
Read more

บทที่ 196

หากมิใช่เพราะร่างกายของนางอ่อนแอ ป่านนี้คงอบรมสั่งสอนลูกสะใภ้จนหมอบราบคาบไปแล้ว ไฉนเลยจะปล่อยให้มาสร้างความขุ่นเคืองใจให้นางได้ทุกวี่วัน“ลูกแม่”“ท่านแม่” ฉู่ยวนก้าวเข้าไปหา “วันนี้ท่านดูมีสีหน้าดีขึ้นมาก หรือว่ายาเทียบใหม่จะได้ผลขอรับ?”ฮูหยินผู้เฒ่าโบกไม้โบกมือ พลางเอ่ยว่า “แม่กำลังจะได้อุ้มหลาน จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร ยวนเอ๋อร์...”ฉู่ยวนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถาม “เฟยเอ๋อร์ตั้งครรภ์หรือขอรับ?”เมื่อได้ยินชื่อนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ลอบขมวดคิ้วบุตรชายที่นางเลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบาก ในใจและในสายตามีแต่เพียงนางจิ้งจอกตนนั้น ตัวนางในใจของเขาไร้ความสำคัญถึงเพียงนี้เชียวหรือ?“เป็นแม่นางตระกูลหลี่ผู้นั้นต่างหาก” ฮูหยินผู้เฒ่ากัดฟันเอ่ย รอยยิ้มบนใบหน้าดูแข็งค้างอยู่บ้างสิ้นคำ ฉู่ยวนพลันเปลี่ยนสีหน้าใบหน้าที่เมื่อครู่ยังดูอ่อนโยน บัดนี้กลับเคร่งขรึมลงในพริบตาทำเอาฮูหยินผู้เฒ่าตกใจจนหัวใจกระตุกวูบฉู่ยวนลุกขึ้นยืนแม้แต่ท่านแม่ยังรู้เรื่องนี้ ย่อมต้องเป็นฮูหยินที่ให้คนส่งข่าวมาเป็นแน่เขาขยับเท้าเตรียมจะเดินจากไป“ยวนเอ๋อร์ เจ้าจะไปที่ใด?” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบร้องเรียกเขาไว้ฉ
Read more

บทที่ 197

ฮูหยินผู้เฒ่าพลันรู้สึกราวกับถูกอัสนีบาตฟาดลงกลางใจ รุนแรงเสียจนนางแทบสิ้นสติล้มพับไปเช่นนั้นแล้ว แม่นางตระกูลหลี่ผู้นั้นก่อนจะร่วมอภิรมย์กับบุตรชายของนาง ยังลักลอบคบชู้สู่ชายกับบุรุษอื่นด้วยหรือ?“หญิงแพศยา ช่างเป็นหญิงแพศยาโดยแท้ ถึงกับกล้าวางอุบายยัดเยียดเด็กคนนี้ให้เป็นความรับผิดชอบของเจ้า ช่างไร้ยางอายนัก...”ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเกรี้ยวจนวาจาเลอะเลือน เอ่ยปากก่นด่าออกมาในใจนึกอยากบุกไปถึงจวนตระกูลหลี่ ก่นด่าให้รับรู้กันทั่วทั้งเมืองหลวงเสียเดี๋ยวนี้“ท่านแม่ เรื่องนี้สำหรับข้าแล้ว เกรงว่าจะเป็นเคราะห์กรรม มิอาจให้คนภายนอกล่วงรู้ได้เป็นอันขาด ประเดี๋ยวข้าจะไปยังจวนตระกูลเซวีย เพื่อรับฮูหยินกลับมา ภายหน้าหวังว่าพวกท่านจะปรองดองกันให้มาก ข้ามีภารกิจภายนอกรัดตัว มิอาจแบ่งใจมาใส่ใจเรื่องหยุมหยิมได้มากนัก”เมื่อเป็นเรื่องที่กระทบถึงบุตรชาย ฮูหยินผู้เฒ่ายังจะกล้าก่อความวุ่นวายได้อย่างไรนางรีบพยักหน้ารับคำเป็นพัลวัน “ข้าจะไม่ก่อเรื่อง จะไม่ก่อเรื่องแล้ว”“ทว่ายวนเอ๋อร์ ยามนี้ดึกมากแล้ว มิสู้รอวันพรุ่งค่อยไปรับลูกสะใภ้กลับจวนดีหรือไม่?”เขาเองก็ปรารถนาเช่นนั้น ทว่าน่าเสียดายที่มิอ
Read more

บทที่ 198

นางเรียกพ่อบ้านเย่อันมาสอบถาม จึงได้ความว่าเงินหกร้อยตำลึงที่จ่ายออกเป็นประจำทุกเดือนก้อนนี้ คือ ‘ค่าเหนื่อย’ สำหรับฝ่ายจัดซื้อภายในจวนผู้รับหน้าที่จัดซื้อมิได้มีเพียงคนเดียว ทว่าแต่ละคนกลับได้รับส่วนแบ่งไปเปล่า ๆ ถึงคนละยี่สิบตำลึง“ผู้ใดเป็นคนรับผิดชอบเรื่องการจัดซื้อหรือ?” เซวียหว่านอี้เอ่ยถามนางเพียงแค่ไต่ถามตามตรง มิได้มีเจตนาจะจัดการสิ่งใดให้มากความกับเงินหกร้อยตำลึงนี้เย่อันตอบ “ล้วนเป็นทหารเก่าที่เคยติดตามท่านแม่ทัพออกศึกไปทั่วสารทิศขอรับ ส่วนมากมักมีร่างกายพิการไม่มากก็น้อย อีกทั้งไร้ภูมิลำเนาเดิมให้กลับไป จึงได้รั้งอยู่ต่อที่จวนแม่ทัพ แล้วรับหน้าที่เป็นฝ่ายจัดซื้อ”หากเป็นเช่นนี้ เซวียหว่านอี้ย่อมไม่เข้าไปก้าวก่ายให้วุ่นวายใจ“กลับภูมิลำเนาเดิมมิได้แล้วหรือ? เพราะเหตุใดกัน?” ทหารใต้บังคับบัญชาของแม่ทัพเย่ ต่อให้ตกต่ำเพียงไรก็มิควรถึงขั้นสิ้นไร้ภูมิลำเนาต่อให้ไม่มีอยู่จริง ก็ย่อมสามารถจัดการให้มีขึ้นใหม่ได้“ฮูหยินอาจมิทราบ ภูมิลำเนาเดิมของคนเหล่านี้ล้วนเคยถูกชนเผ่าต่างแคว้นกวาดล้างจนสิ้นซาก พวกเขาคือผู้ที่รอดชีวิตมาได้ขอรับ บ้านเรือนถูกทำลาย ครอบครัวถูกสังหาร สิ้น
Read more

บทที่ 199

สายตาของเย่จั๋ว ย่อมไม่มีทางผิดพลาดไปได้“ฝากความไปบอกใต้เท้าเฉิน ยามหยุดพักคราวหน้า ข้าจะจัดงานเลี้ยงที่ภัตตาคาร เพื่อต้อนรับเขาเพียงลำพัง”เย่อันรับคำสั่งจากนั้นเขาก็เงียบเสียงลง ดูท่าทางคล้ายกำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่งเนิ่นนานกว่าเย่จั๋วจะได้สติกลับมา “เขาคนเดียวเท่านั้น”……จวนตระกูลเซวียยามเห็นฉู่ยวนติดตามบิดาเข้ามา เซวียหมิงเฟยพลันรู้สึกขบขันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกบุรุษผู้นี้ ชัดแจ้งว่าเป็นคนจืดจางไร้ใจ ไฉนจึงแสดงท่าทีรักใคร่ผูกพันลึกซึ้งถึงเพียงนี้พอรู้ว่านางกลับมาบ้านเดิม ก็รีบรุดมาหาทั้งกลางดึกมองดูคล้ายมีน้ำใจไมตรี ทว่านางกลับรู้สึกเพียงความเหนื่อยหน่าย ช่างไร้รสชาติสิ้นดี“กลับไปพร้อมกับเขาเถิด”เซวียฉงกล่าวว่า “ออกเรือนไปแล้ว อย่าได้แล่นกลับจวนทุกครั้งที่มีเรื่องกระทบกระทั่งเพียงเล็กน้อย”ต่อให้รักใคร่เอ็นดูบุตรสาวผู้นี้เพียงไร ทว่านิสัยเช่นนี้ของนาง เซวียฉงเองก็ชักจะรับมือไม่ไหวมีลูกสาวบ้านใดเป็นเช่นนางบ้าง เอะอะก็ร้องไห้วิ่งกลับบ้านเดิม?เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ใดพบเห็น มิเช่นนั้นยามเข้าประชุมเช้าในวันพรุ่ง คงไม่แคล้วถูกขุนนางร่วมราชสำนักไต่ถามเหน็บแนมด้วยวาจาเ
Read more

บทที่ 200

คล้ายกับรู้สึกว่านางยังไม่ปักใจเชื่อ จึงกล่าวเสริมขึ้นว่า “มิเช่นนั้น เหตุใดวันนั้นแม่นางหลี่จึงกล้าใช้วาจาเช่นนั้นกับเจ้า นางจะไม่รู้เชียวหรือว่า การจะเข้าจวนได้หรือไม่ จำต้องให้เจ้าที่เป็นนายหญิงพยักหน้าอนุญาตเสียก่อน?”มาถึงขั้นนี้ เซวียหมิงเฟยก็เชื่อไปกว่าครึ่งแล้วส่วนความไม่เชื่อใจที่เหลืออยู่นั้น เพียงเพราะนางรู้สึกสะอิดสะเอียนก็เท่านั้นนางไม่อยากโอนอ่อนผ่อนตามรวดเร็วถึงเพียงนี้มิเช่นนั้นการที่นางร้องไห้ตาบวมปูดวิ่งกลับบ้านเดิม คงดูประหนึ่งเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง“เช่นนั้น ท่านจะรับหลี่อิงหนิงเข้าจวนหรือ?” องค์ชายห้าอาจกังวลว่าลู่ชิงซางจะล่วงรู้ แล้วกระทบต่อการแต่งงานของทั้งสองฝ่ายนางจะไม่รู้สึกสะอิดสะเอียนบ้างหรือ?รู้อยู่แก่ใจตนไปก็ไร้ประโยชน์ ความคิดของคนภายนอกต่างหากที่สำคัญนางเคยต้องกล้ำกลืนความคับแค้นเช่นนี้เสียที่ไหน“ฮูหยินอย่าได้โวยวายไป” ฝ่ามือของเขาลูบไล้เส้นผมของภรรยาอย่างแผ่วเบา เอ่ยว่า “หากเป็นเมื่อก่อน จะรับคนเข้าจวนก็พอฟังขึ้น แต่ยามนี้แม่นางหลี่ตั้งครรภ์ ย่อมมิอาจทำได้โดยเด็ดขาด สามีเองก็ต้องรักษาหน้าตา ทั้งยังมิอาจตัดใจให้ฮูหยินต้องกลัดกลุ้มเพราะเรื่อ
Read more
PREV
1
...
161718192021
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status