All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 411 - Chapter 420

653 Chapters

บทที่ 411

อีกไม่กี่วันค่อยไปรับฮูหยินกลับเรือนที่วัดหัวหมิง……แสงสว่างเลือนลับขอบฟ้า พลบค่ำปกคลุมไปทั่วทุกสารทิศยามท้องฟ้ามืดมิดลง หวังเหลยก็เดินเข้ามาจากด้านนอก“ฮูหยิน ใต้เท้าฉู่มารับฮูหยินเซวียแล้วขอรับ”สองพี่น้องกำลังอิงแอบกันอยู่บนตั่งหลัวฮั่น ห่มผ้าห่มบางผืนเดียวกันพลางสนทนาเรื่องสัพเพเหระของชาวบ้านเมื่อได้ยินว่าสามีมารับตน เซวียหมิงเฟยก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง“ช่างแปลกนัก เมื่อหลายวันก่อนยามข้าออกไปนั่งคุยเล่นกับผู้อื่นอยู่ด้านนอก เขามิได้มารับข้าเช่นนี้”นางสวมรองเท้าและสวมเสื้อคลุมตัวยาวภายใต้การปรนนิบัติของจื่อเพ่ย ก่อนจะดึงหมวกคลุมศีรษะให้กระชับแล้วเดินออกไปบริเวณระเบียงทางเดินหน้าประตู โคมไฟถูกจุดสว่างไสว สาดส่องให้เห็นแสงสีส้มอมเหลืองเป็นวงกว้างแสงไฟสาดส่องกระทบเรือนร่างสูงโปร่งสง่างามของเขา ช่วยแต่งแต้มความเย็นชาและเย่อหยิ่งให้แก่ราตรีในฤดูหนาวนี้อีกหลายส่วนรูปลักษณ์เช่นนี้ ทำให้เซวียหมิงเฟยหลงใหลมากจริง ๆ“คารวะฮูหยิน” ฉู่ยวนประสานมือคารวะเซวียหว่านอี้ที่เดินตามหลังมาสองก้าว เขากวาดสายตามองอีกฝ่ายอย่างผ่าน ๆ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่เรือนร่างของเซวียหมิงเฟยเมื่อเห
Read more

บทที่ 412

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านจนคุ้นชิน ในยามที่สติเลือนรางใกล้จะหลับใหล เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นที่ด้านข้าง“เฝ่ยชุ่ย?”หากมีผู้ใดสามารถเข้ามาในห้องนอนยามนี้ได้ ย่อมต้องเป็นเฝ่ยชุ่ยอย่างแน่นอนสาวใช้เจินจูผู้นั้น ยามมีเฝ่ยชุ่ยอยู่ด้วย มักจะค่อนข้างเกียจคร้านอยู่เสมอทว่าเมื่อเฝ่ยชุ่ยไม่อยู่ นางก็สามารถจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีดังนั้นหลายปีมานี้ เซวียหว่านอี้จึงมิได้เข้มงวดกับนางมากนักเดิมทีก็เป็นทาสเป็นบ่าว สูญเสียอิสรภาพไปแล้ว หากยังถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายจะไม่ยิ่งน่าเวทนาไปกว่าเดิมหรือ?“ฮูหยิน”เฝ่ยชุ่ยก้าวเข้าไปข้างหน้า ขยับไส้ตะเกียงที่ค่อนข้างริบหรี่เล็กน้อย ภายในห้องจึงสว่างขึ้นกว่าเมื่อครู่หลายส่วนม่านเตียงถูกเลิกขึ้น “ท่านเขยมาแล้วเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้ตอบสนองช้าไปชั่วครู่ เอ่ยถามด้วยความงัวเงียว่า “ยามใดแล้ว?”“ล่วงเข้ายามจื่อแล้วเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นว่านางคล้ายจะลุกขึ้น เฝ่ยชุ่ยจึงประคองนางให้ลุกขึ้นนั่ง “ท่านเขยฝ่าหิมะมา ตอนนี้อยู่ห้องปีกด้านข้าง เดิมทีไม่ยอมให้บ่าวมาบากรบกวนฮูหยิน...”เซวียหว่านอี้พยักหน้า “พายุหิมะโหมกระหน่ำ ได้เตรียมชาร้อนให้ท่านพี่แล้วหรือยัง?”
Read more

บทที่ 413

เย่จั๋วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ฮูหยินติดไข้ลมหนาว จะไม่รู้สึกทรมานหรือ?”“สามีภรรยาคือคนคนเดียวกัน” นางยิ้มกล่าว “ยามนี้ท่านพี่ต้องการการดูแลมากกว่าข้า รอให้วันหน้าท่านพี่ร่างกายแข็งแรงขึ้น ค่อยดูแลข้าให้มากก็พอ”เมื่อนางกล่าวเช่นนี้ เย่จั๋วก็ไม่คิดจะยึดครองเตียงนอนของภรรยาอีก“ไม่เป็นไรหรอก ทางข้ามีเย่อันคอยปรนนิบัติ มิได้ลำบากอันใด”จากนั้นจึงหันไปสั่งเจินจูและเฝ่ยชุ่ยที่อยู่ด้านข้าง “ปรนนิบัติฮูหยินพักผ่อนเถิด”แล้วกล่าวกับเซวียหว่านอี้อีกว่า “พรุ่งนี้ไม่มีธุระอันใด ฮูหยินนอนพักให้มากหน่อยเถิด”เมื่อเห็นเขากล่าวเช่นนี้ เซวียหว่านอี้ก็มิได้ปฏิเสธอีกต่อไปจากนั้นนางจึงพาเจินจูและเฝ่ยชุ่ยจากไปทว่านางมิอาจล่วงรู้เลยว่า ยามที่นางหลับสนิท เย่จั๋วได้มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเตียงของนางเมื่อทอดมองใบหน้าที่ดูเจ็บปวดทรมานยามหลับใหลของนาง เย่จั๋วก็รู้สึกสงสัยใคร่รู้ขึ้นมาจริง ๆตกลงแล้วเป็นเพราะเหตุใดกันแน่ ถึงทำให้นางมีอาการป่วยประหลาดเช่นนี้เนิ่นนานผ่านไป เขาจึงช่วยห่มผ้าคลุมให้นางมิดชิด แล้วหมุนล้อรถเข็นออกจากห้องนอนไปเมื่อถึงหน้าประตู เขาเหม่อมองพายุหิมะที่ปลิวว่อนท่ามกลางความ
Read more

บทที่ 414

สองพี่น้องเดินทอดน่องอยู่ริมป่าสนนอกวัด“สถานที่รับตำแหน่งขุนนางหัวเมืองของเขากำหนดแล้ว คือชิงโจว”เซวียหว่านอี้กล่าวว่า “น่าจะเป็นเมืองผิงเจียงที่อยู่ใต้การปกครอง ไม่นับว่ามั่งคั่ง ทว่าก็มิได้แร้นแค้น”แม้คิดจะใช้เล่ห์กลอันใด ก็มิใช่เรื่องง่ายดายนักฉู่ยวนเปี่ยมด้วยพรสวรรค์อย่างแท้จริง การสอบได้ตำแหน่งทั่นฮวาด้วยวัยเพียงเท่านี้ นับว่าหาได้ยากยิ่งนักบุคคลก่อนหน้าที่รุ่งโรจน์เฉกเช่นเขาก็คือเซวียฉง ผู้เป็นทั่นฮวาเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนจอหงวนและปั๋งเหยี่ยนในรุ่นเดียวกันกับเขา แม้แต่อายุรั้งท้ายสุดก็ยังล่วงเลยวัยสามสิบปีไปแล้ว บุตรธิดาล้วนเติบใหญ่ อีกไม่กี่ปีก็คงจะได้เป็นท่านปู่กันแล้วเมื่อเซวียหมิงเฟยได้ยินถึงสถานที่แห่งนี้จึงกล่าวขึ้นว่า “ชิงโจว ข้าจำได้ว่าที่นั่นมีสายตระกูลตั้งอยู่มากมาย ซ้ำยังมักรวมกลุ่มกันเหนียวแน่น เขาไปอยู่ที่นั่นเกรงว่าการปกครองดูแลคงจะยากลำบากอยู่บ้าง”แม้จะกล่าวว่าทุกหนแห่งล้วนมีสายตระกูล แต่ชิงโจวนั้นนับว่าเป็นที่สุดในหมู่ตระกูลเหล่านั้นพวกเขาสามัคคีปรองดองกันเป็นพิเศษ และมักจะวู่วามเป็นพิเศษเช่นเดียวกันทันทีที่กระทบกระเทือนถึงผลประโยชน์ของตระกูล พว
Read more

บทที่ 415

เซวียหมิงเฟยมีแววตาฉายความปีติและอิจฉา “คลอดเมื่อใดกัน เหตุใดจึงไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า?”“โธ่ คุณหนูทั้งสอง ข้าน้อยได้ไปแจ้งที่จวนของท่านทั้งสองล่วงหน้าแล้วขอรับ ทว่าท่านทั้งสองมิได้อยู่ที่จวน อีกทั้งประจวบเหมาะกับยามนั้นหิมะตกโปรยปราย ซ้ำยังติดช่วงห้ามออกนอกเคหสถานยามวิกาล มิเช่นนั้นข้าน้อยย่อมต้องเร่งรุดเดินทางมายังวัดหัวหมิงตลอดทั้งคืนเพื่อแจ้งข่าวแก่ท่านทั้งสองเป็นแน่”ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้มออกมาเฝ่ยชุ่ยซึ่งเดินตามหลังเซวียหว่านอี้ก้าวขึ้นหน้าไปสองก้าว นางหยิบก้อนเงินย่อยออกจากถุงผ้าแล้วยื่นให้อีกฝ่าย “ลำบากเจ้าต้องย่ำหิมะเดินทางมา ฮูหยินมอบรางวัลให้”บุรุษผู้นั้นกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มกว้างพร้อมกับรับเอาไว้“คุณหนูทั้งสอง จะลงเขาเลยหรือไม่ขอรับ?”เซวียหมิงเฟยกล่าวว่า “ข้าจะลงเขาไปล่วงหน้าพร้อมกับเจ้า ยามนี้เจิ้นกั๋วกงพำนักอยู่ในวัด คงขาดฮูหยินผู้นี้ของเขามิได้หรอก”เซวียหว่านอี้พยักหน้า “อีกสองวันข้าค่อยกลับจวน ข้าจะให้คนส่งของขวัญแสดงความยินดีล่วงหน้าไปให้ก่อน”……พี่ภรรยาได้บุตรชาย ต่อให้ฉู่ยวนจะนัดหมายกับสหายเอาไว้ ทว่ายามนี้เขาก็จำต้องลงเขาไปแล้วเซวียหว่านอี้เดินมาส
Read more

บทที่ 416

เซวียหว่านอี้กล่าวว่า “ให้เขาไปที่หออ้านเซียงเพื่อตามหาหญิงสาวที่ชื่อหงม่าน...”นางกล่าวพลางหันไปสั่งเจินจูว่า “นำเงินสองร้อยตำลึงไปมอบให้เฝ่ยชุ่ย ยี่สิบตำลึงให้หวังหย่วน ส่วนอีกหนึ่งร้อยแปดสิบตำลึงที่เหลือให้หงม่าน ฝากหวังหย่วนไปบอกนางด้วยว่า ตอนนี้สามารถออกเดินทางไปยังเมืองผิงเจียงได้แล้ว”“เจ้าค่ะ!” สาวใช้ทั้งสองต่างรับคำสายลมหนาวพัดกรรโชก พัดผ่านเข้ามาใต้ระเบียงทางเดิน ปะทะเข้ากับหน้าต่างที่ปิดสนิทเฝ่ยชุ่ยเอ่ยถาม “ฮูหยินจะส่งคนไปอยู่ข้างกายใต้เท้าฉู่หรือเจ้าคะ?”“อืม!” เซวียหว่านอี้ขานรับ “ข้างกายเขามีผู้ติดตามอยู่แล้ว หากยังให้หวังเฟิงและหวังเหลยคอยตามติดต่อไป นอกจากจะใช้เวลานานแล้วยังไม่สะดวกอีกด้วย”“จะให้ไปอยู่ข้างกายใต้เท้าฉู่หรือเจ้าคะ?” เฝ่ยชุ่ยถามด้วยความใคร่รู้เซวียหว่านอี้เข้าใจความหมายของนาง จึงหัวเราะพลางกล่าวว่า “ลอบส่งคนเข้าไปจัดเตรียมไว้ในศาลาว่าการล่วงหน้า มิใช่ส่งไปเป็นอนุ อย่างไรเสียเขาก็เป็นสามีของเซวียหมิงเฟย หากข้าลอบวางแผนการเช่นนี้อยู่เบื้องหลัง คงจะโหดร้ายต่อเซวียหมิงเฟยเกินไปสักหน่อย”ราวกับกำลังทอดถอนใจถึงสิ่งใดอยู่ “รสชาติของการถูกคนกันเองหักหล
Read more

บทที่ 417

หวังหย่วนกล่าวว่า “คุณหนูอนุญาตให้จ่ายเบี้ยหวัดรายเดือนแก่เจ้าเดือนละสองตำลึง ส่วนที่ให้เจ้าไปเมื่อครู่นี้นับเป็นรางวัลพิเศษ ไม่รวมอยู่ในเบี้ยหวัด”หงม่านพยักหน้าด้วยความเบิกบานใจ “วางใจเถิด เรื่องอื่นข้าอาจทำมิได้ แต่เรื่องจับตาดูคนนั้นข้าถนัดนัก”การที่นางสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในหออ้านเซียงมาได้ถึงสี่ปี นางยึดถือคติที่ว่าพูดให้น้อยและอย่าแส่เรื่องผู้อื่นแน่นอนว่าย่อมต้องหูไวตาไว รู้จักหลบหลีกภยันตรายให้ทันท่วงที“เช่นนั้น อีกสองวันข้าจะส่งแม่นางหงม่านเดินทางออกจากเมืองหลวง”หงม่านย่อมตกลงโดยมิต้องสงสัยนางมิได้มีความรู้สึกดีอันใดต่อเมืองหลวง สถานที่ที่นางถูกขายตัวมา จะหวังให้นางชื่นชอบได้เพียงไรหลังจากจัดการที่พักให้หงม่านเรียบร้อย ยามรัตติกาลล่วงเลยจนดึกดื่น หวังเหลยก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในมือหิ้วสุราสองไหและห่อกระดาษน้ำมันอีกหลายห่อเมื่อเปิดออก ด้านในคือเนื้อแกะพะโล้และถั่วคั่ว ซึ่งล้วนเป็นกับแกล้มชั้นดี“ไม่กลับไปคุ้มครองฮูหยินหรือ?” หวังหย่วนเปิดไหสุรา รินให้คนทั้งสองจนเต็มจอก“หวังเฟิงกลับมาแล้ว ท่านกั๋วกงก็อยู่ที่นั่นด้วย ไม่เสียการหรอก” หวังเหลยดื่มสุราหมดไปค
Read more

บทที่ 418

“น้องหญิงใหญ่มิได้มาหรือ?” นางมองไปยังตำแหน่งของประตูห้อง ราวกับว่าเข้าใจกระจ่างแล้วความผูกพันระหว่างนางกับน้องหญิงใหญ่เดิมทีก็มิได้ลึกซึ้งอยู่แล้ว ถึงไม่มาก็ไม่เป็นไรแม้ในใจจะแอบตัดพ้ออยู่บ้าง ทว่าก็ไม่ถึงขั้นเคียดแค้นชิงชังเซวียหมิงเฟยเล่าเรื่องราวที่วัดหัวหมิงให้นางฟัง“เย่กั๋วกงเดินทางมาถึงวัดเมื่อคืนก่อนหน้านั้น บังเอิญพบเจอหิมะโปรยปรายตลอดทั้งคืน ด้วยฐานะของเขา ผู้ใดเล่าจะกล้าเอ่ยปากมากความอันใด”ฉินเยว่ชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วปลดเปลื้องความขุ่นข้องหมองใจเล็ก ๆ นั้นทิ้งไป “เป็นเช่นนั้นจริง”เดิมทีก็เป็นราชโองการพระราชทานสมรส เย่จั๋วหาได้มีความรู้สึกที่ดีต่อตระกูลเซวียไม่นอกเหนือจากวันกลับบ้านเดิมที่มาเป็นเพื่อนเซวียหว่านอี้เพียงหนึ่งครั้ง เขาก็ไม่เคยมาเยือนที่เรือนนี้อีกเลยได้ยินมาว่าในท้องพระโรง เย่จั๋วถึงขั้นไม่ไว้หน้าเซวียฉงเลยแม้แต่น้อยหากมีเรื่องราวอันใด ท่านเจิ้นกั๋วกงผู้นี้ล้วนไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้นเช่นนี้ การที่เขาไม่มาอาจเป็นเรื่องดีต่อตระกูลเซวีย เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ถูกนายท่านผู้เย่อหยิ่งจองหองผู้นั้นหมายหัวเอาได้เซวียหมิงเฟยจำต้องยอมรับว่า เย่จ
Read more

บทที่ 419

มีปากเสียงกันบ้างเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียย่อมไม่ทำอันใดเกินกว่าเหตุ……“ส่งตัวนางไป ระหว่างทางให้หาสถานที่จัดที่พักพิงให้นางเสียใหม่”ภายในห้องปีก เย่จั๋วได้ฟังข่าวที่หวังเหลยนำมารายงาน “ส่งคนไปที่เมืองผิงเจียงอีกทาง หาคนคอยจับตาดูไว้ก็พอ”หวังเหลยพยักหน้า “ทางด้านฮูหยินเล่าขอรับ...”“ตามใจนางไปเถิด ข้าจะคอยจัดการเรื่องราวตามหลังให้นางเอง”วิธีการนั้นไม่มีอันใดบกพร่อง ทว่าคนที่เลือกมานั้นไม่ค่อยเหมาะสมนักมิต้องเอ่ยถึงว่าสตรีผู้นั้นจะพึงใจในตัวฉู่ยวนหรือไม่ เพียงแค่ข้ออ้างเรื่องหลานสาวห่าง ๆ นั้น หากฉู่ยวนคิดจะตรวจสอบจริง ๆ ย่อมต้องความแตกเป็นแน่ขุนนางใหม่เข้ารับตำแหน่งย่อมต้องแผลงฤทธิ์เดชตระกูลใหญ่ในชิงโจวมักรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน การเป็นขุนนางที่นั่นมิใช่เรื่องง่ายดายเลยด้วยนิสัยของฉู่ยวน การคล้อยตามทำเรื่องเลวร้ายกับคนพวกนั้นคงเป็นเพียงภาพลวงตาเขาจะต้องลอบข่มขู่หรือกระทั่งทำลายล้างตระกูลใหญ่ในท้องถิ่นเป็นแน่ เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือการทำให้ตระกูลฉู่ผงาดขึ้นมาฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมิได้รังเกียจกลุ่มตระกูลใหญ่ การคงอยู่ของพวกเขาล้วนมีข้อดีคือสามารถช่วยราชสำนักปรา
Read more

บทที่ 420

เฉินเจาหรงมองหลิวอวิ้นเอ๋อร์ที่อยู่ตรงหน้า รูปโฉมของนางคล้ายคลึงกับเซวียหมิงเยว่ผู้นั้นถึงห้าส่วนจริง ๆหากได้รับการตกแต่งประทินโฉมจากช่างฝีมือดี การจะทำให้คล้ายคลึงถึงแปดเก้าส่วนย่อมมิใช่เรื่องยากทว่าเมื่อเทียบกับสตรีที่ตั้งครรภ์ผู้นั้นแล้ว ท่าทีที่เฉินเจาหรงมีต่อหลิวอวิ้นเอ๋อร์กลับแตกต่างกันออกไปแม้จะกล่าวว่าก่อนหน้านี้หลิวอวิ้นเอ๋อร์เคยมีอดีตด่างพร้อย ทว่านั่นก็เป็นเพราะถูกเซวียหมิงเยว่ผู้นั้นทำร้ายย่อมไม่เป็นไรยามแรกเฉินเจาหรงอาจจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง แต่ไม่นานนางก็ปล่อยวางลงได้ระหว่างผู้คนด้วยกันนั้น สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการเปรียบเทียบเมื่อเทียบกับเซวียหมิงเยว่ที่บิดามารดาด่วนจากไปตั้งแต่เยาว์วัย ทำร้ายพี่น้องในตระกูล อีกทั้งยังไร้ซึ่งเบื้องหลังใด ๆ แล้วหลิวอวิ้นเอ๋อร์ที่อยู่ตรงหน้านี้ย่อมดีกว่ามิใช่เพียงแค่เล็กน้อยอย่างไรเสียบิดาของนางก็เป็นถึงขุนนางในราชสำนักแห่งราชวงศ์อวิ๋น นิสัยใจคอก็ได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดีหากเป็นเมื่อก่อน เฉินเจาหรงคงไม่มีทางยอมรับลูกสะใภ้เช่นนี้เป็นแน่หากเป็นชายารองหรืออนุภรรยายังมิใช่ปัญหาใหญ่ ทว่าสำหรับตำแหน่งพระชายาเ
Read more
PREV
1
...
4041424344
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status