All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 421 - Chapter 430

653 Chapters

บทที่ 421

หลิวอวิ้นเอ๋อร์รู้สึกหวั่นไหวในใจเล็กน้อยเป็นเช่นนั้นจริง ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงบัดนี้ นางยังมิได้ลิ้มลองเลยสักคราเฉินเจาหรงแย้มยิ้มพลางโบกมือ “ดี ๆ ๆ แม่ไม่รบกวนพวกเจ้าทั้งสองแล้ว ไปเถิด ๆ”เซี่ยเจี้ยงก้าวไปเบื้องหน้าแล้วยื่นมือส่งให้หลิวอวิ้นเอ๋อร์ภายใต้สายตาจับจ้องราวกับชมดูเรื่องสนุกของเฉินเจาหรง นางจึงยื่นมือออกไป ปล่อยให้เขาจับจูงนางจากไปคนทั้งสองไม่มีผู้ใดใส่ใจความรู้สึกของเซวียหมิงเยว่แม้แต่น้อยครู่ต่อมา เฉินเจาหรงจึงได้สติกลับคืนมา แล้วปรายตามองเซวียหมิงเยว่คราหนึ่งสงสารนางงั้นหรือ?หามิได้“เจ้ากลับไปเถิด ยามบ่ายค่อยมาทำต่อ”การคัดลอกพระสูตรนี้ ปลายปีราชวงศ์จะมีพระราชพิธีบวงสรวง เฉินเจาหรงต้องนำไปถวายแด่ฮองเฮา จากนั้นยามประกอบพิธีบวงสรวง จะนำไปเผาหรือนำไปตั้งบูชาเบื้องหน้าพระพุทธรูปเซวียหมิงเยว่อดกลั้นความเคียดแค้นไว้เต็มอก นางหยัดกายลุกขึ้น แล้วย่อกายทำความเคารพอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย“เจ้าค่ะ”นางเดินกลับไปยังตำหนักเฟิงเซวียนด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึกมาตลอดทาง ทว่าในชั่วพริบตาที่บานประตูห้องปิดลง สีหน้าของเซวียหมิงเยว่ก็แปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มลงในทันทีแว
Read more

บทที่ 422

“หากเป็นไปได้ มีบุตรสักคนก็ดีเช่นกัน”นางอดมิได้ที่จะหัวเราะออกมา หัวเราะให้กับความจำนนต่อโชคชะตาและความไร้จุดยืนของตนเอง“เชื่อว่าหากมีท่านพี่คอยอบรมสั่งสอนอยู่เคียงข้าง เด็กย่อมต้องเก่งกาจทั้งบุ๋นบู๊ เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมและความสามารถเป็นแน่”ท่าทีโอนอ่อนของนาง ทำให้เย่จั๋วหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“เหตุใดฮูหยินถึงได้โลเลเช่นนี้เล่า”เซวียหว่านอี้กลับรู้สึกว่าเช่นนี้ก็ดีมิใช่น้อย “เรื่องบางเรื่องก็ยังต้องคิดหน้าพะวงหลังอยู่ดี ในเมื่อเด็กเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ ต่อให้วันหน้าเกิดนึกเสียใจ ก็มิอาจย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งใดได้แล้ว”เหลือเวลาอีกไม่เท่าไรก็จะถึงเทศกาลปีใหม่ เซวียหว่านอี้จึงอาศัยช่วงเวลานี้เดินทางไปตระกูลเซวียหนหนึ่งเพื่อนำของบำรุงไปมอบให้แก่ฉินเยว่ชิงงานเลี้ยงฉลองครบเดือนจัดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ยามนั้นราชสำนักยังอยู่ในช่วงหยุดพัก จึงมิได้ติดขัดอันใดในช่วงเทศกาลปีใหม่ของราชวงศ์อวิ๋น ราชสำนักจะปิดทำการไปราว ๆ เจ็ดแปดวันซึ่งพอดีกับช่วงหลังวันงานฉลองครบเดือนเพียงหนึ่งวัน……วันที่แปดเดือนสิบสอง ในจวนได้ต้มโจ๊กล่าปายามเที่ยง สองสามีภรรยาร่วมรับประทานอาหารมื้อแรกที่
Read more

บทที่ 423

ผู้หนึ่งคือสตรีที่หว่านกุ้ยเฟยคัดเลือกด้วยตนเอง ส่วนอีกผู้หนึ่งคือบุตรีขุนนางที่เติบโตมาเป็นเพื่อนเล่นในวัยเยาว์ของเซี่ยเจินชวีเป่าหลิง บุตรีอนุแห่งจวนอัครมหาเสนาบดีซ้าย หนึ่งในสองหญิงงามแห่งเมืองหลวงหญิงสาวตระกูลชวีล้วนเติบโตมาข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าตั้งแต่เยาว์วัย ผ่านการอบรมสั่งสอนอย่างเอาใจใส่ ทุกนางล้วนเพียบพร้อมคู่ควรแก่การเป็นภรรยาเอกของตระกูลใหญ่ส่วนหญิงงามเลื่องชื่ออีกผู้หนึ่ง ถูกองค์หญิงใหญ่สู่ขอให้แก่หลานชายคนโตของนาง…เมื่อนึกถึงตรงนี้ เซวียหว่านอี้จึงเอ่ยว่า “เหตุใดองค์หญิงใหญ่จึงยังไม่เข้าเมืองหลวงอีก? นี่ก็ผ่านไปหลายเดือนแล้ว?”อย่าว่าแต่นั่งรถม้าเลย ต่อให้ใช้สองเท้าเดิน ระยะเวลาเพียงเท่านี้ก็ยังพอให้นางเดินไปกลับได้รอบหนึ่งแล้วนางชุยกล่าวว่า “คิดว่าคงใกล้จะถึงแล้ว ครั้งนี้น่าจะรั้งอยู่ในเมืองหลวงเพื่อฉลองเทศกาล อีกอย่าง นางย่อมคิดไม่ถึงเด็ดขาดว่าฝ่าบาทจะทรงจัดการกับหลานชายคนเล็กของนางเช่นไร ไยต้องรีบร้อนเล่า”ที่กล่าวมาก็ไม่ผิดองค์หญิงใหญ่มิได้ก้าวออกจากเขตจิงโจวมาหลายสิบปีแล้ว การเข้าเมืองหลวงครั้งนี้ ขบวนผู้ติดตามย่อมต้องยิ่งใหญ่เอิกเกริกเป็นแน่การเดินทางร
Read more

บทที่ 424

หน้าประตูเมืองขบวนรถม้าอันยิ่งใหญ่เอิกเกริกกำลังเคลื่อนผ่านประตูเมืองไปภายในรถม้าเทียมม้าหกตัวที่ใหญ่โตและหรูหราที่สุด หญิงชราผู้มีเรือนผมสีเงินยวงทว่ามีท่วงทีสง่างามไม่ธรรมดากำลังเอนกายหลับตาพักผ่อนข้างกายมีสาวใช้หน้าตางดงามดุจบุปผางามสองนางกำลังคอยบีบนวดไหล่และทุบขาให้นางด้านข้างยังมีบุรุษวัยกลางคนผู้มีใบหน้าหล่อเหลาสุภาพ ท่วงทีอ่อนโยนผู้หนึ่ง กำลังเอ่ยสนทนากับนางด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“เป็นดั่งที่องค์หญิงพูดไว้ ฝ่าบาทมิได้เสด็จออกมารับที่หน้าเมือง กระทั่งองค์รัชทายาทก็ยังไม่เสด็จมา”องค์หญิงใหญ่สีหน้าไม่เปลี่ยน เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หลายสิบปีมิได้เข้าเมืองหลวง เกรงว่าคงลืมย่าทวดผู้นี้ไปแล้วกระมัง จะออกมารับได้อย่างไร”ผ่านการใช้ชีวิตในจิงโจวมาหลายสิบปีชนิดที่เอ่ยคำใดล้วนเป็นคำนั้น นางย่อมรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการเมินเฉยของโอรสสวรรค์ ทว่าก็มิได้แสดงออกทางสีหน้าบุรุษวัยกลางคนกล่าวว่า “หลังจากพวกเราเข้าเมืองหลวงแล้ว จะไปพักที่จวนองค์หญิงหรือขอรับ?”“ย่อมเป็นเช่นนั้น” องค์หญิงใหญ่โบกมือเบา ๆ สาวใช้รูปงามทั้งสองนางจึงล่าถอยไปหลบมุมอย่างนอบน้อม “ห้าหกสิบปีที่มิได้กลับมา
Read more

บทที่ 425

บรรดาเด็ก ๆ ในหมู่เชื้อพระวงศ์เหล่านี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่นางโปรดปรานอย่างแท้จริงต่างคนต่างก็มีข้อเสียแตกต่างกันไป……“ฮูหยินเจ้าคะ องค์หญิงใหญ่ส่งคนมา ซ้ำยังนำสิ่งของมาด้วยเจ้าค่ะ”ยามรุ่งสาง เซวียหว่านอี้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ประกายความเย็นเยียบพาดผ่านดวงตาไปชั่วขณะทว่าไม่นานนางก็อดมิได้ที่จะลอบหัวเราะออกมานับตั้งแต่แต่งเข้าจวนเจิ้นกั๋วกง สามีก็มิได้ต้องการให้นางคอยปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิด เบื้องบนก็ไร้พ่อแม่สามีให้ต้องคอยคารวะเช้าเย็น กลับกลายเป็นว่าหล่อหลอมให้นางมีนิสัยเกียจคร้านขึ้นมาเสียแล้วแต่ละวันมัวแต่อ่านนิยายจนถึงเที่ยงคืนก็แล้วไปเถิด ยามเช้ายังตื่นสายโด่งโดยที่ไม่มีผู้ใดมาคอยตำหนิหรือรบกวนอีกด้วยจู่ ๆ มีคนมารบกวนการนอนตื่นสายของนาง อารมณ์จึงค่อนข้างจะระงับไว้ไม่อยู่บ้าง“ผู้ใดกัน?” นางเอ่ยถามด้วยดวงตาที่ยังคงงัวเงีย“เป็นผู้ดูแลของจวนองค์หญิงเจ้าค่ะ” เฝ่ยชุ่ยกล่าว “ผู้ดูแลเย่กำลังรับรองอยู่ที่เรือนส่วนหน้าเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้พลิกตัวหันหน้าเข้าหาด้านใน “แค่ผู้ดูแลคนหนึ่ง กลับจะให้นายหญิงใหญ่แห่งจวนเจิ้นกั๋วกงไปคอยต้อนรับ ซ้ำยังต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับแ
Read more

บทที่ 426

“หากขัดหูขัดตา ก็สามารถเข้าวังไปร่ำไห้ร้องทุกข์ต่อฝ่าบาทได้”เย่ผิงยังคงมีท่าทีราบเรียบเช่นเดิม “เป็นคุณชายของจวนท่านที่ยิงธนูทำร้ายฮูหยินของพวกเรา กล้ากำเริบเสิบสานในเมืองหลวงถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่ายามอยู่จิงโจว จะมีท่าทีเยี่ยงไร?”หัวหน้าผู้ดูแลซินโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง “ท่าน...”เขารู้ดีว่าที่นี่มิใช่สถานที่ที่จะมากำเริบเสิบสานได้ แต่ในฐานะผู้ดูแลคนสนิทข้างกายองค์หญิงใหญ่ เขาเคยถูกผู้ใดปฏิบัติด้วยความดูแคลนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน“พวกข้าได้รับคำสั่งให้มาเยี่ยมเยียนฮูหยินเจิ้นกั๋ว นี่คือการออภัยจากองค์หญิงใหญ่ พวกท่านกลับไม่รู้ดีชั่วถึงเพียงนี้ ช่างน่าชังนัก”เย่ผิงหัวเราะ “ท่านเป็นเพียงผู้ดูแล แต่ฮูหยินของพวกเราคือฮูหยินเจิ้นกั๋วขั้นหนึ่งที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งด้วยองค์เอง เป็นสตรีผู้มีบรรดาศักดิ์ขั้นสูงสุด มิต้องเอ่ยว่าท่านมีคุณสมบัติพอหรือไม่ เพียงแค่ฮูหยินของพวกเราต้องล้มหมอนนอนเสื่ออยู่หลายวัน ซ้ำยังเกือบสิ้นชีวิตเพราะคุณชายของบ้านท่าน ท่านก็มิควรมาพูดจาพล่อย ๆ ไร้มารยาทในจวนเจิ้นกั๋วกงเช่นนี้”“คิดว่าฮูหยินของพวกเราเป็นสตรีชาวบ้านทั่วไปที่วัน ๆ ไม่มีอันใดทำ ผู้
Read more

บทที่ 427

ยังจดจำได้ดีเมื่อครั้งเยาว์วัย ในฐานะองค์หญิงที่ทรงโปรดปรานที่สุด นางสามารถเข้าออกทุกหนแห่งในวังหลวงได้อย่างอิสระแม้แต่ห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้ก็ตามหากมิใช่เพราะหานเอ๋อร์ของนางเกิดเรื่องขึ้นที่เมืองหลวง เกรงว่าตราบจนสิ้นลมหายใจ นางคงจะไม่ยอมเหยียบย่างเข้ามาในเมืองหลวงอีกเป็นแน่นับตั้งแต่เสด็จพ่อของนางสวรรคต และเสด็จพี่ขึ้นครองราชย์นางก็ตระหนักได้ว่าในพระทัยของเสด็จพี่ ฐานะของนางมิได้สำคัญดั่งเช่นกาลก่อนนางผู้มิอาจทำใจยอมรับความตกต่ำเช่นนี้ได้ จึงนำทุกสิ่งที่เป็นของตนย้ายไปอยู่ที่จิงโจวคาดไม่ถึงว่าจะมีวันหนึ่งที่ต้องหวนกลับมายังสถานที่แห่งนี้อีกคราผ่านไปราวหนึ่งถ้วยชา บุรุษผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาจากด้านนอกนางลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าแล้วทำความเคารพ “ฝ่าบาท”“ท่านย่าทวดตามสบายเถิด” ฮ่องเต้ทรงโบกมือ ตรัสเชิญให้นางนั่งลง “เมื่อครู่มีฎีกาสองสามฉบับต้องจัดการ จึงต้อนรับท่านย่าทวดล่าช้าไปบ้าง ขอท่านผู้เฒ่าอย่าได้ถือสา”“มิกล้า” น้ำเสียงของนางแข็งกระด้างอยู่บ้างหลายสิบปีที่คุ้นชินกับการอยู่เหนือผู้คน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลานชาย การที่นางยอมย่อเข่าทำความเคารพก็นับว่ายอมถอยให้ม
Read more

บทที่ 428

“ท่านย่าทวดโปรดระวังคำพูดด้วย”ฮ่องเต้ตรัสเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ตระกูลเย่คือขุนนางบู๊ที่เคียงบ่าเคียงไหล่ปฐมกษัตริย์ร่วมสร้างแผ่นดิน นับแต่ยามนั้นเป็นต้นมาก็หลั่งเลือดสู้รบเพื่อราชวงศ์อวิ๋นของเรา บาดเจ็บล้มตายไปนับไม่ถ้วน”“เป็นหลานชายของท่านที่กระทำผิดก่อน ทั้งยังเป็นผลพวงมาจากการที่ท่านย่าทวดตามใจเขาจนเคยตัว ทว่ายามนี้กลับโยนความผิดไปให้เจิ้นกั๋วกง คงจะดูไม่เป็นธรรมไปเสียหน่อย”หัวใจขององค์หญิงใหญ่สั่นสะท้านเล็กน้อย ยามนี้ถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ตนเองใจร้อนเกินไปเสียแล้วเมื่อใจร้อน ย่อมสูญเสียความเยือกเย็นไป“ข้าเพียงแต่ร้อนใจไปชั่วขณะ มิได้คิดมุ่งร้ายต่อตระกูลเย่”จะว่าไป ยามเยาว์วัยนางกับสตรีตระกูลเย่ก็นับว่าเป็นสหายสนิทกัน น่าเสียดายที่สหายของนางผู้นั้นมีรูปโฉมงดงามทว่าอายุสั้น ได้จากโลกนี้ไปเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนแล้วแม้นางจะย้ายไปอยู่จิงโจวตั้งแต่เนิ่น ๆ ทว่าทั้งสองก็ยังคงติดต่อกันผ่านจดหมาย จวบจนสหายสนิทสิ้นลมหายใจจึงได้หยุดลงองค์หญิงใหญ่เป็นบุตรสายตรง อีกทั้งยังเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน นิสัยใจคอจึงมีความเย่อหยิ่งจองหองมาตั้งแต่เล็กผู้ที่อยู่ในสายตานา
Read more

บทที่ 429

แม้จะเป็นตระกูลใหญ่ชั้นแนวหน้า ก็เพียงทำให้นางยอมปรายตามองได้บ้างเท่านั้นคุณชายจากสองตระกูลที่ติดตามหลานชายสุดที่รักของนางเข้าเมืองหลวง ล้วนมีฐานะไม่ธรรมดาในจิงโจวตระกูลหานและตระกูลเนี่ยแห่งจิงโจว แม้มองกวาดไปทั่วทั้งราชวงศ์อวิ๋น ก็ยังนับเป็นตระกูลใหญ่ระดับแถวหน้าสองตระกูลนี้มีรากฐานฝังลึกซับซ้อนอยู่ในจิงโจว หากมิใช่เพราะนางมีฐานะบารมีค้ำจุนอยู่ ก็ย่อมมิอาจกดข่มลงได้เลยหากจะให้บุตรหลานของสองตระกูลนี้มารับโทษทัณฑ์แทนหลานชายของนางจริง ๆ ก็เท่ากับว่าแตกหักกันอย่างสิ้นเชิงแล้วคุณชายทั้งสองล้วนเป็นผู้สืบทอด เป็นถึงนายน้อยของตระกูลย่อมเทียบเท่ากับการทำร้ายผู้สืบทอดที่พวกเขาฟูมฟักสั่งสอนมาอย่างดี เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็กน้อยเลย“ผู้ใดขอรับ?” ชายชราเอ่ยถามบุรุษผู้นี้คือนายท่านสามแห่งตระกูลมู่ และเป็นบิดาบังเกิดเกล้าของมู่หานมู่หานเป็นบุตรชายในวัยชราของเขา เป็นบุตรคนเล็กสุดที่รักซึ่งเกิดมายามเขามีอายุล่วงเลยสี่สิบกว่าปี จึงเปรียบดั่งแก้วตาดวงใจผนวกกับเด็กผู้นี้ยิ่งเป็นที่โปรดปรานขององค์หญิงใหญ่ เช่นนี้แล้วจึงยิ่งกลายเป็นตัวตนดั่งบรรพบุรุษน้อยที่คนทั้งตระกูลมู่มิกล้าล่วงเกิน
Read more

บทที่ 430

เซวียหมิงเฟยนั้นงดงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยามนี้เมื่อตั้งครรภ์ อารมณ์จึงยิ่งเบิกบาน ทั่วร่างเปล่งประกายความงามออกมา“คาดไม่ถึงเลยจริง ๆ”ใบหน้าของนางเปี่ยมไปด้วยความสุขและซาบซึ้งใจ “ตั้งครรภ์เอาในจังหวะเวลานี้ได้ ท่านหมอช่างมีฝีมือล้ำเลิศจริง ๆ”เซวียหว่านอี้รินชาให้ตนเองจอกหนึ่ง “เรียกข้าออกมาทำอันใด? โอ้อวดว่าเจ้าตั้งครรภ์แล้วหรือ?”จะโอ้อวดหรือไม่นั้นนางมิได้ใส่ใจนับตั้งแต่ถูกการกระทำและท่าทีของฉู่เซียวทำร้ายจิตใจจนแหลกสลาย นางก็มิได้มีความรู้สึกดีอันใดต่อเด็กอีกต่อไป ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงความยึดติดเฉกเช่นเซวียหมิงเฟยเลยยามที่เด็กซึ่งเจ้าทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ทว่ากลับไม่มีความเคารพและผูกพันต่อคนเป็นมารดาเช่นเจ้าแม้แต่น้อย…นางยอมรับว่า ความรู้สึกเสียใจภายหลังนั้นประดุจเกลียวคลื่นอันเชี่ยวกราก ซัดสาดเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ระลอกแล้วระลอกเล่าอย่างหนักหน่วงมือของเซวียหมิงเฟยที่กำลังหยิบจับผลไม้สั่นเทิ้มขึ้นมา คล้ายพลันนึกอันใดขึ้นได้ สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนและเสียใจอยู่ชั่วขณะ“พวกเราเป็นพี่น้องร่วมสายโลหิตกันใช่หรือไม่?” นางเอ่ยถามด้วยความระมัดระวังอย
Read more
PREV
1
...
4142434445
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status