All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 431 - Chapter 440

653 Chapters

บทที่ 431

หากไม่ยอมปล่อยคน ต่อให้นางผู้เป็นฮูหยินเจิ้นกั๋วคุกเข่าจนสิ้นใจอยู่หน้าพระพักตร์ก็ไร้ประโยชน์แววตาของมู่หว่านอิ๋งเย็นเยียบลงเล็กน้อย นางขบกรามแน่นอยู่เงียบ ๆเพียงอาศัยการแต่งงานกับเย่จั๋ว จึงมีคุณสมบัติมาสนทนาอย่างเท่าเทียมกับนางได้ คิดว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญจริง ๆ หรือ?นางเป็นถึงเหลนแท้ ๆ ขององค์หญิงใหญ่ มีสายเลือดที่บริสุทธิ์ยิ่งแห่งราชวงศ์อวิ๋น นางกล้าปฏิเสธตนได้อย่างไรกันเมื่อนางส่งสายตาให้หวังเฟิงและหวังเหลยที่อยู่ตรงประตู ทั้งสองก็แสดงท่าทีเชิญแขกกลับมู่หว่านอิ๋งเห็นแก่ฐานะของตน ย่อมมิอาจโต้เถียงกับนางในที่แจ้งได้ จึงหันหลังสะบัดชายแขนเสื้อจากไปพร้อมกับความโกรธเกรี้ยวเต็มอก“ช่างกำเริบเสิบสานยิ่งนัก”เซวียหมิงเฟยรอจนนางกลับมา จึงแค่นหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “โอรสสวรรค์ผลัดแผ่นดินขุนนางย่อมผลัดเปลี่ยน ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงว่าพวกเขาสายนั้นเพิ่งเคยมาเมืองหลวงเป็นครั้งแรก คิดจริง ๆ หรือว่าเพียงอาศัยฐานะขององค์หญิงใหญ่ แล้วจะสามารถทำอันใดตามอำเภอใจในเมืองหลวงได้?”นั่นคือโอรสสวรรค์ คือฮ่องเต้ผู้เป็นจ้าวแผ่นดินผู้อยู่เหนือคนนับหมื่นนับแสนเชียวนะเบื้องบนมีไทเฮาคอย “กดทับ” เอาไว้ ถูก
Read more

บทที่ 432

“ท่านแม่ ต่อจากนี้พวกเราควรทำเช่นไรดีขอรับ?”นายท่านสามมู่ไม่คาดคิดว่าฝ่าบาทองค์ปัจจุบันจะกล้ากระทำการเช่นนี้ท่านแม่เป็นถึงท่านย่าทวดของเซี่ยเหยี่ยน เป็นพี่น้องร่วมอุทรกับท่านปู่ของเขา เขาจะกล้าได้อย่างไร?“หลายสิบปีมานี้ท่านมิได้พำนักอยู่ในเมืองหลวง นับว่าช่วยลดทอนความยุ่งยากให้เขาไปได้มากเพียงไร เหตุใดเขาจึงกล้า...”“เขาคือฮ่องเต้” องค์หญิงใหญ่กล่าวแทรกบุตรชาย “เป็นฮ่องเต้ มีสิ่งใดบ้างที่มิกล้ากระทำ”ที่นี่คือศาลาว่าการเมืองหลวง ผู้ว่าการศาลาว่าการเมืองหลวงยิ่งเป็นถึงสหายร่วมศึกษาของฮ่องเต้ ทั้งด้านในและด้านนอกล้วนมีแต่หูตาของเซี่ยเหยี่ยนยิ่งพูดมากยิ่งผิดพลาดมากนางไม่อยากให้หลานชายสุดที่รักยังไม่แคล้วถูกปล่อยตัวออกมา บุตรชายคนเล็กก็ต้องถูกคุมขังเข้าไปด้วยอีกคนนายท่านสามมู่สัมผัสได้ถึงสายตาของนาง จึงหุบปากลงอย่างว่าง่าย“ได้รับบทเรียนแล้วหรือไม่?” องค์หญิงใหญ่เอ่ยถามมู่หานที่อยู่ด้านในมู่หานจะเอ่ยสิ่งใดได้ เขาถูกคุมขังมาหลายเดือน ความเก่งกาจไร้พ่ายเมื่อยามอยู่จิงโจว พอมาเยือนเมืองหลวงกลับไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ว่าการศาลาว่าการเมืองหลวงยังเป็นคนสนิทข
Read more

บทที่ 433

เหยียนเค่อหลี่เอ่ยว่า “หลายสิบปีมานี้ ภาษีอากรทั้งหมดของจิงโจวรวมถึงการแต่งตั้งขุนนางท้องถิ่นล้วนอยู่ในกำมือของท่าน ทั้งหมดนี้มิใช่อาศัยฐานะของตัวเองหรอกหรือ”“ทว่าองค์หญิงใหญ่ ผลัดแผ่นดินก็ผลัดขุนนาง ฝ่าบาทคือโอรสสวรรค์แห่งราชวงศ์อวิ๋น เป็นผู้สูงส่งเหนือผู้ใด การที่ฝ่าบาททรงเคารพท่านนั้นเป็นพระเมตตาของพระองค์ แต่มิใช่เหตุผลที่องค์หญิงใหญ่จะใช้อำนาจกดข่มฝ่าบาท”“องค์หญิงใหญ่...”เขาผายมือเป็นเชิงเชิญองค์หญิงใหญ่ส่งสายตาปลอบประโลมบุตรชายและหลานชาย ก่อนจะเดินตาม เหยียนเค่อหลี่ออกไป“ท่านเป็นเพียงท่านย่าทวด ยามที่ฮ่องเต้เหวินขึ้นครองราชย์ ท่านก็ออกจากเมืองหลวงไปแล้ว อย่าว่าแต่อดีตฮ่องเต้ผู้เป็นหลานชายที่มิได้มีความผูกพันฉันเครือญาติกับท่านลึกซึ้งนักเลย แม้แต่ฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน อย่าพูดถึงความสนิทสนมเลย พวกท่านทั้งสองถึงกับไม่เคยพบหน้ากันเสียด้วยซ้ำ”ยามที่นางจากมา ฝ่าบาทองค์ปัจจุบันยังมิได้ประสูติด้วยซ้ำ“ใต้หล้ากว้างใหญ่ ล้วนเป็นแผ่นดินของราชัน องค์หญิงใหญ่ย่อมเข้าใจดี ขนาดท่านยังตัดใจจากจิงโจวมิได้ นับประสาอันใดกับฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน”เหตุใดองค์หญิงใหญ่จะไม่เข้าใจ ทว่าเข้าใจแล้วจ
Read more

บทที่ 434

เป็นเพียงองค์หญิงใหญ่ที่ห่างสายเลือดกันไปหลายชั่วคนเท่านั้น นางยังคิดจะแบ่งแยกราชวงศ์อวิ๋นอีกหรือ?หากเป็นเช่นนั้น ต่อให้ประหารทิ้ง ยามล่วงลับสู่ปรโลก ฮ่องเต้ก็ไม่ละอายต่อบรรพชนยังคิดถือตนว่าเป็นผู้อาวุโสของโอรสสวรรค์อยู่อีกหรือ?ก็เป็นเพียงยายเฒ่าปีศาจที่บังเอิญอายุยืนยาวกว่าผู้อื่นสักหน่อยก็เท่านั้นบังอาจทำให้จิงโจวหลุดพ้นจากพระราชอำนาจ ช่างรนหาที่ตายโดยแท้“ข้าทราบแล้วว่าควรต้องทำเช่นไร”ความเฉียบแหลมทางการเมืองขององค์หญิงใหญ่นั้นมิได้ด้อยเลยแม้แต่น้อยในเมื่อฮ่องเต้ตรัสเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าฝั่งจิงโจวนั้นได้หลุดพ้นจากการควบคุมของนางไปแล้วยามนี้กลับไปก็ไร้ประโยชน์ หนำซ้ำยังอาจทำให้ฮ่องเต้ทรงกริ้วยิ่งกว่าเดิม“หานเอ๋อร์ ข้าพาเขากลับไปได้แล้วใช่หรือไม่?”ฮ่องเต้ทรงพยักหน้า “ย่อมได้ ทว่าที่นี่คือเมืองหลวง อย่าได้กระทำการตามอำเภอใจดั่งเช่นที่จิงโจวอีก”องค์หญิงใหญ่ข่มเพลิงโทสะที่สุมแน่นอยู่ในอก ทำความเคารพอย่างนอบน้อม แล้วหันหลังเดินจากไป……หลับใหลจนปวดศีรษะวิงเวียน เซวียหว่านอี้จึงล้างหน้าล้างตาเรียกความสดชื่น นางห่มเสื้อคลุมขนจิ้งจอก ก่อนจะออกไปเดินเล่นในสวนของจวนพร้อมกั
Read more

บทที่ 435

“ทว่า...” เซวียหว่านอี้หัวเราะจนตาหยี “ซื่อจื่อกลับมาแล้ว และน่าจะจัดการงานได้เป็นอย่างดี เช่นนี้ แม้ว่าในวันข้างหน้า...”น้ำเสียงของนางหยุดชะงักไปเล็กน้อย “จวนอ๋องเยว่ก็ยังมีที่ให้ยืนหยัดได้”เซี่ยเฝ่ย “...”คำพูดนั้นก็กล่าวได้ถูกต้องแต่ซื่อจื่ออ๋องเยว่ที่เติบโตมาอย่างอิสรเสรีจนถึงบัดนี้ กลับต้องทนรับความยากลำบากที่ไม่เคยพานพบมาตลอดยี่สิบปีในช่วงเวลาเพียงครึ่งปีสั้น ๆ นี้ล้วนเป็นเพราะสตรีผู้นี้ทำร้ายทั้งสิ้น“เยี่ยนโจวในยามนี้เป็นเช่นไรบ้าง? อ๋องติ้งอู่ผู้นั้นมิใช่สายเลือดของอดีตอ๋องจริง ๆ หรือ?”เซวียหว่านอี้อดมิได้ที่จะอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้างคนผู้นั้น คาดว่าคงเคยให้ความช่วยเหลือเซี่ยเหิงในการก่อกบฏด้วยกระมัง?นี่เป็นเพียงสิ่งที่นางคาดเดา ทว่าในราชวงศ์อวิ๋น ผู้ที่มีกำลังมากพอจะเอื้ออำนวยให้เซี่ยเหิงก่อกบฏได้นั้น ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นอ๋องติ้งอู่และองค์หญิงใหญ่ทั้งสองคนแบ่งแยกกันปกครองสองเมือง ในมือย่อมต้องมีกำลังทหารอย่างแน่นอน ส่วนจะมีมากน้อยเพียงไรนั้นนางก็มิอาจล่วงรู้ได้บางที อาจมีแม่ทัพรักษาชายแดนจากที่ต่าง ๆ ไปสวามิภักดิ์ ทว่าจำนวนคงมีไม่มากกระมัง?อย่างมาก
Read more

บทที่ 436

“คนถูกคุมตัวกลับมายังเมืองหลวงแล้ว รวมไปถึงตระกูลฝั่งมารดาของเขาด้วย”เซี่ยเฝ่ยเอ่ยว่า “ทำให้สายเลือดราชวงศ์แปดเปื้อน หากยอมรับก็ย่อมต้องตายอย่างแน่นอน ทว่าหากไม่ยอมรับ...”เขาแค่นหัวเราะ “นั่นก็มิใช่สิ่งที่พวกเขาจะกำหนดได้แล้ว”แวดวงขุนนางแห่งเยี่ยนโจวนั้น มีข้อเสียอยู่มากมายส่วนใหญ่ล้วนพึ่งพาอาศัยจวนอ๋องติ้งอู่ จนละทิ้งกฎมณเฑียรบาลของราชสำนักไว้เบื้องหลังหากพวกเขาไม่ตาย แล้วผู้ใดจะตายเล่าในจวนมีเรื่องจุกจิกมากมาย เซวียหว่านอี้ฟังอยู่ครู่หนึ่ง จึงได้ลุกขึ้นเดินจากไป……หลายวันหลังจากนั้นล้วนมีแต่การต้อนรับขับสู้ ของขวัญปีใหม่ถูกส่งออกจากแต่ละจวนและรับของจวนอื่นกลับมาจวบจนกระทั่งงานเลี้ยงในวังมาถึงงานเลี้ยงในวังจัดขึ้นในยามกลางวัน ส่วนยามค่ำคืนนั้น ปล่อยให้ทุกคนกลับไปเฝ้าข้ามปีที่เรือนของตนเซวียหว่านอี้ย่อมได้นั่งเคียงข้างพระชายาองค์รัชทายาทดังเดิม โดยมีสามีของแต่ละคนนั่งอยู่ข้างกาย“หย่งหนิงพาคนมาด้วย”พระชายาองค์รัชทายาทชี้ไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้ามยามเงยหน้าขึ้น เซวียหว่านอี้ก็ปรายตามองเห็นหลิวอวิ้นเอ๋อร์ซึ่งนั่งอยู่ข้างกายเซี่ยฉานอาจเป็นเพราะได้รับการสั่งสอนจากใ
Read more

บทที่ 437

หลังจากตั้งครรภ์ นางก็กลายเป็นผู้ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในจวน อาหารการกินและเครื่องใช้ล้วนผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดก่อนหน้านี้เคยมีคนคิดร้ายหมายให้เซวียหมิงเฟยเป็นหมัน เบื้องหลังเรื่องนี้ยากจะรับประกันได้ว่ามิได้มีผู้ใดมุ่งเป้ามาที่ตระกูลฉู่…“วันหน้าหากมีสิ่งใดที่ไม่เข้าใจ ยังคงหวังว่าพี่สะใภ้ทั้งสองจะไม่สงวนคำชี้แนะ”นางแย้มยิ้มพลางกล่าวขอบคุณฮูหยินทั้งสองสามีของทั้งสองตระกูลนี้และฉู่ยวนมิได้อยู่สังกัดเดียวกัน ทว่าก็ประจำอยู่ในสามกรมเก้ากระทรวง ยามปกติจึงถือว่าไปมาหาสู่กันอยู่พอสมควรฉู่ยวนมองลอดช่องว่างระหว่างที่นั่งไปยังเบื้องหน้าเซวียหว่านอี้กำลังก้มหน้าเอ่ยสิ่งใดบางอย่างกับพระชายาองค์รัชทายาท ระยะทางค่อนข้างไกลจึงมองเห็นไม่ชัดเจนนัก ทว่าก็ยังสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของนางกำลังเบิกบานยามที่นางอยู่กับเขาก็มีความสุขเช่นกันแน่นอนว่าเป็นในช่วงหลายปีก่อนหน้านั้นภายหลัง…เขากระทั่งมิกล้าคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภายหลัง ทั้งยังไม่อยากเชื่อว่านั่นคือสิ่งที่เขาเป็นผู้สั่งการเบื้องหลังเรื่องนี้ย่อมต้องมีแผนการร้ายอันใดที่มิอาจให้ผู้คนล่วงรู้ และเขาก็มีเหตุผลที่มิอาจปฏิเสธ
Read more

บทที่ 438

งานเลี้ยงในวังหลวง ผู้คนต่างมีจิตใจคิดอ่านกันไปคนละทิศคนละทางในหมู่พวกเขามีอยู่สองสามคนที่เพ่งความสนใจไปที่เซวียหว่านอี้อย่างแท้จริงยกตัวอย่างเช่น มู่หาน หลานชายที่องค์หญิงใหญ่โปรดปรานมากที่สุดยามนี้เขานั่งอยู่เบื้องหลังองค์หญิงใหญ่ กำลังเงยหน้ามองตรงไปยังเซวียหว่านอี้ที่นั่งอยู่เยื้องฝั่งตรงข้ามเพียงเพราะสตรีผู้นี้ ตัวเขาถึงกับถูกกักบริเวณอยู่นานร่วมสามสี่เดือนตั้งแต่เล็กจนโต แม้จะมิได้ถึงขั้นเรียกพายุเรียกฝนได้ดั่งใจ ทว่าก็ไม่เคยมีผู้ใดกล้าล่วงเกินผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่า ความอัปยศอดสูเพียงครั้งเดียวในชีวิต กลับเป็นเพราะสตรีผู้นี้เรื่องนี้ทำให้มู่หานผู้เย่อหยิ่งมาโดยตลอด ยากที่จะทำใจยอมรับได้ในชั่วขณะทว่าเขาก็รับรู้ถึงสถานการณ์ของตระกูลมู่ในยามนี้ดี สตรีผู้นี้เป็นผู้ที่มิอาจไปล่วงเกินได้เลยจริง ๆมิอาจล่วงเกินได้เมื่อนึกถึงผู้คนสายตรงของตระกูลมู่ที่ล้วนกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางมายังเมืองหลวงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามนี้ที่เป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ ทว่าพวกเขากลับต้องรอนแรมเดินทางไกล ฝ่าสายลมหนาวเหน็บมุ่งหน้าขึ้นเหนือ ล้วนมีต้นเหตุมาจากสตรีผู้นั้นทั้งสิ้น“...”จู่ ๆ ความรู้
Read more

บทที่ 439

เจ้าก่อเรื่องเอง ก็อย่าลากบิดาเจ้าลงน้ำไปด้วยเล่าไม่ว่าฝ่าบาทจะทรงปฏิบัติต่อท่านย่าทวดผู้นี้เช่นไร ทว่าอย่างน้อยเบื้องหน้าก็ยังทรงให้ความเคารพเป็นอย่างยิ่งหากต้องทูลขอให้ฝ่าบาททรงตัดสินชี้ขาด พวกเจ้าทั้งสองย่อมไม่มีผู้ใดได้เปรียบ ซ้ำร้ายบิดาของเจ้ายังอาจต้องพลอยรับเคราะห์ตามไปด้วยหน้าตาที่เพิ่งกู้คืนมาให้จวนอ๋องเยว่ต่อเบื้องพระพักตร์ฝ่าบาท นี่เจ้าคิดจะโยนมันทิ้งไปอีกครากระนั้นหรือ?ลูกเอ๋ย จะไม่เหลือทางรอดให้จวนอ๋องเยว่ของเราบ้างเลยหรือ?“เจ้าลูกหลานเสเพลผู้นี้เอ่ยอันใดออกมา?” ฐานะที่ตนภาคภูมิใจกลับถูกผู้คนกังขา มู่หานจะยอมรับได้อย่างไรยังดีที่จำได้ว่าที่แห่งนี้คืองานเลี้ยงในวังหลวงจึงมิกล้าวู่วาม ทำได้เพียงกดเสียงต่ำถกเถียงกับคนไม่เอาไหนเช่นเซี่ยเฝ่ยทว่ายามนี้เซี่ยเฝ่ยกลับรามือ ไม่สนใจไยดีคนผู้นี้อีกโทสะในใจมิอาจระบายออกไปได้ อัดอั้นเสียจนใบหน้าของมู่หานเดี๋ยวเขียวคล้ำเดี๋ยวม่วงแดง ร่างทั้งร่างแทบจะอกแตกตายอยู่รอมร่อเขาเมินเฉยต่อสายตาของอ๋องเยว่ที่อยู่ด้านข้าง เซี่ยเฝ่ยคล้ายดั่งสุนัขที่ได้รับชัยชนะ ลิ้มรสอาหารในงานเลี้ยงอย่างเอร็ดอร่อยเบิกบานใจ“อาหารในงานเลี้ยงวังหลว
Read more

บทที่ 440

จวนอ๋องเยว่ เป็นสถานที่ที่นางจะสามารถใช้ชีวิตอยู่รอดต่อไปได้จริง ๆ หรือ?แม้กระทั่งมารดาของเขา ซึ่งเป็นสตรีจากตระกูลใหญ่โตโดยแท้ ทั้งยังเป็นกุลสตรีผู้เพียบพร้อมทุกกระเบียดนิ้วสตรีที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างพิถีพิถันตั้งแต่เยาว์วัย เชี่ยวชาญทั้งพิณ หมาก วาดภาพ อักษร อีกทั้งบทกวีและกาพย์กลอน ซ้ำฝีมือการดูแลจัดการเรื่องราวภายในเรือนก็มิได้เป็นรองผู้ใดถึงกระนั้น ในแต่ละวันก็ยังคงวุ่นวายจนแทบจะปลีกตัวไปทำสิ่งใดมิได้ซ้ำยังต้องคอยไปร่วมงานเลี้ยงตามคำเชิญของจวนต่าง ๆ ตลอดจนงานเลี้ยงภายในวังหลวงอีกด้วยตัวเขานั้นพึงใจในสตรีผู้นั้น ทว่าก็ไม่อยากดึงนางให้ต้องเข้ามาพัวพัน จนถูกพันธนาการไว้ที่นี่อย่างสิ้นเชิงยามเดินทางไปเยี่ยนโจวถึงครึ่งค่อนปี นอกจากจะสืบสวนเรื่องที่จวนอ๋องติ้งอู่ลักลอบสร้างชุดเกราะและซ่องสุมกำลังทหารแล้ว เขายังได้เรียนรู้วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมของที่นั่นด้วยไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอื่นใด เยี่ยนโจวนั้นตั้งอยู่ติดชายแดน สตรีที่นั่นหากเทียบกับบรรดาคุณหนูในเมืองหลวงแล้ว ล้วนมีอิสรเสรี ทั้งยังเปิดเผยและร้อนแรงยิ่งกว่ามากหากพบบุรุษที่พึงใจ พวกนางก็จะกล้าเดินหน้าเกี้ยวพารา
Read more
PREV
1
...
4243444546
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status