All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 441 - Chapter 450

653 Chapters

บทที่ 441

“จับข้าไว้ให้แน่น” เจียงหมิ่นกำชับ แล้วพานางเดินออกไปด้านนอกเมื่อก้าวพ้นตำหนักใหญ่ สายลมหนาวเหน็บพัดผ่านจนทั้งสองอดมิได้ที่จะสั่นสะท้านความเมามายพลันมลายหายไปจนสิ้นในยามนี้เจินจูและเฝ่ยชุ่ยรีบปรี่เข้ามา นำเสื้อคลุมตัวยาวมาสวมให้นางนางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เห็นเย่จั๋วอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เขากำลังสนทนาบางสิ่งกับคนสองคน คาดว่าคงเป็นธุระสำคัญราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาของนาง เย่จั๋วเอ่ยบางคำกับคนเหล่านั้น ก่อนที่เย่อันจะเข็นรถเข็นของเขาเข้ามาหา“ฮูหยิน กลับจวนกันเถิด”“เจ้าค่ะ”หลังจากเอ่ยลาผู้คนที่มักคุ้นกันแล้ว เซวียหว่านอี้ก็ก้าวขึ้นรถม้าภายในรถม้าอบอุ่นยิ่งนัก ฤทธิ์สุราที่สร่างซาไปเริ่มหวนกลับมาอีกครา จนความง่วงงุนเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อนั่งประจำที่เรียบร้อย รถม้าก็เริ่มเคลื่อนตัวออกไปเมื่อเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ที่แดงระเรื่อของนาง เย่จั๋วก็เอ่ยถาม “ดื่มไปมากหรือ?”เขารินน้ำชาถ้วยหนึ่งจากด้านข้างส่งให้นาง “แก้สร่างเมา ดื่มเสียหน่อยเถิด พรุ่งนี้จะได้ไม่ปวดศีรษะ”พอได้ยินคำว่าพรุ่งนี้ เซวียหว่านอี้จึงเอ่ยขึ้น “พรุ่งนี้ยังต้องตื่นแต่เช้า เพื่อแจกซองแดงให้คนในจวนอีก”“มอบหมายให้แม่นม
Read more

บทที่ 442

เซวียหว่านอี้ชะโงกหน้าเข้าไปมองปราดหนึ่งนางยิ้มกล่าวว่า “อืม น่าสนใจยิ่งนัก”เย่จั๋วเลิกคิ้ว “น่าสนใจที่ใดกัน?”ตัวไร้ค่านี่น่าสนใจหรือ?เซวียหว่านอี้เห็นว่าเขาดูเหมือนจะเอ่ยถามจากใจจริง จึงยิ้มตอบว่า “บัณฑิตผู้นี้มีความรักกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ ย่อมต้องรู้แต่แรกแล้วว่าฐานะของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว มิอาจลงเอยกันได้ ทว่าเขากลับยังคงดึงดัน”“เมื่อดึงดันมิได้ ก็ไม่คิดจะสอบเคอจวี่สร้างชื่อเสียง กลับยืมมือผู้แต่ง ใช้ภูตผีปีศาจมาช่วยให้บรรลุจุดประสงค์”“ในสายตาข้า การให้บัณฑิตผู้นี้สอบเคอจวี่ให้ได้นั้นยากเย็นยิ่งกว่าให้ไปตายเสียอีก วันหน้าหากทั้งสองแต่งงานกัน หากไร้ซึ่งการสนับสนุนจากครอบครัวครอบครัวฝ่ายหญิง ชีวิตของพวกเขาจะเป็นเช่นไร ย่อมกระจ่างชัดอยู่แล้ว”“ผู้แต่งเองก็คงรู้ดีอยู่แก่ใจ จึงได้ให้มีเรื่องภูตผีปีศาจเข้ามาสอดมือ”“เมื่อมีภูตผีออกหน้า ครอบครัวฝ่ายหญิงย่อมต้องเลี้ยงดูบุรุษผู้นี้ไปตลอดชีวิต”รอยยิ้มของนางลึกล้ำยิ่งขึ้น “นิสัยใจคอของหนานหลิงจื่อผู้นี้ พอจะมองออกได้บ้างแล้ว”หนานหลิงจื่อ ก็คือผู้แต่งหนังสือเล่มนี้คนผู้นี้มีชื่อเสียงในวงการหนังสือนิยายอยู่ไม
Read more

บทที่ 443

ทุกเมืองในราชวงศ์อวิ๋นล้วนมีสถานรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งด้านในเต็มไปด้วยเด็กกำพร้าหากคิดจะคัดเลือกเด็กที่แข็งแรงสักคน ย่อมมิใช่เรื่องยากเซวียหว่านอี้เหม่อลอยไปเล็กน้อย “ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ข้ามิได้อยากเลี้ยงเด็ก”คล้ายกับกลัวว่าเย่จั๋วจะไม่เชื่อ จึงเอ่ยต่อว่า “ข้าไม่อยากเลี้ยงลูกของผู้อื่น...”ในใจนางมีความคิดอื่นแอบแฝงอยู่ รู้สึกว่าพูดออกไปอย่างไรก็ไม่ถูก“ท่านพี่มิต้องคิดมากเจ้าค่ะ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ท่านจะเห็นควร”ช่างเถิด อย่างไรก็ได้ทั้งนั้นท้ายที่สุดแล้วเรื่องของตระกูลเย่ ก็เป็นความรับผิดชอบของเย่จั๋วหากเขาคิดจะสืบสกุล ในเมื่อตนเองมิอาจให้กำเนิดได้ ก็ทำได้เพียงรับเลี้ยงเอามาหากรับเลี้ยงกลับมาจริง ๆ ในฐานะนายหญิงของตระกูลเย่ นางจะทำเป็นไม่แยแสได้หรือ?มือของเย่จั๋วที่กำลังจับจอกสุราพลันบีบแน่นขึ้นเล็กน้อยฮูหยินของเขาช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก“เจ้าไม่มีสิ่งที่ตนเองต้องการบ้างเลยหรือ?”ทนรับความทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บปวดลวงตาราวกับมิใช่คน ทว่ายังคงแสดงท่าทีราวกับไร้ความรู้สึกใด ๆ ได้เห็นได้ชัดว่าความอดทนของนางนั้นแข็งแกร่งจนน่ากลัวหากเปลี่ยนเป็นสตรีอื่น หรือแม้แต่บุรุษส่
Read more

บทที่ 444

มีลูกแล้ว เรื่องของสามีก็คงไม่ต้องเป็นเหมือนแต่ก่อนแล้ว…เซวียหมิงเฟยมองแผ่นหลังของเขาที่กลืนหายไปในความมืดมิดของยามราตรี ทว่าอย่างไรก็ยังต้องตามติดเขาอยู่ดี เพราะถึงอย่างไรนางก็ต้องให้กำเนิดบุตรชายให้ได้มีเพียงบุตรชายเท่านั้นที่จะสืบทอดทุกสิ่งของตระกูลฉู่ได้สองชาติภพมานี้มิเคยให้กำเนิดบุตร จะคลอดยากลำบากเพียงไร ยามคลอดจะเจ็บปวดสักแค่ไหน นางล้วนแต่นึกภาพไม่ออกหากว่าเจ็บปวด ก็หวังว่าจะได้บุตรชายในคราเดียว เช่นนี้นางจึงจะสามารถหยัดยืนในตระกูลฉู่อย่างมั่นคงได้ถึงยามนั้น มีตระกูลเซวียคอยหนุนหลัง แม้วันหน้าฉู่ยวนจะได้เป็นมหาอำมาตย์ อีกทั้งยังมีเซวียหว่านอี้ผู้เป็นพี่สาวคอยปกป้อง สถานะของนางย่อมมั่นคงอย่างหาเปรียบมิได้ส่วนเรื่องอนุภรรยา เขาต้องการมากเพียงไรก็ให้เขารับเข้ามามากเพียงนั้นเถิดทว่า…เมื่อนึกถึงท่าทีอึกอักคล้ายมีถ้อยคำที่มิได้เอ่ยออกมาของแม่สามียามรับประทานมื้อค่ำ เซวียหมิงเฟยก็คิดว่าถึงเวลาที่จะต้องรับอนุภรรยาให้ฉู่ยวนแล้วเช่นกันรอให้พ้นช่วงเทศกาลปีใหม่ไปก่อนค่อยว่ากัน ปีใหม่ทั้งทีอย่าเพิ่งหาเรื่องปวดหัวมาใส่ตัวเลย“ฮูหยินเจ้าคะ ตั้งครรภ์แล้วต้องบำรุงให้พอเหมาะ ห
Read more

บทที่ 445

มือที่คีบหมากของเซวียหว่านอี้ชะงักไปเล็กน้อย ครู่ต่อมาจึงวางลงบนกระดาน“อาการเจ็บปวดลวง ปกติมักกำเริบยามใดหรือ?” เย่จั๋วคล้ายมิได้คาดหวังคำตอบ จึงเปลี่ยนคำถามใหม่เซวียหว่านอี้เอ่ยว่า “ไม่ทราบเจ้าค่ะ”เย่จั๋วเลิกคิ้วเซวียหว่านอี้แย้มยิ้ม “ปวดมายาวนานเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ยามที่ไม่ปวด ก็แทบจะไร้ความรู้สึกไปแล้ว”“ให้หมอเทวดาฉีตรวจดูอาการของเจ้าเถิด” เย่จั๋วมิอาจรับรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ท่าทีของนางดูปกติจนเกินไปเซวียหว่านอี้มิได้ปฏิเสธ “ได้สิเจ้าคะ วันหน้าคงต้องดูว่าจะเชิญหมอเทวดามาที่จวน หรือไปตรวจที่อื่น ล้วนแล้วแต่ท่านพี่จะเห็นสมควร”“เทศกาลหยวนเซียว ตรวจที่จวนของเราแล้วกัน” วันนั้น หมอเทวดาฉีจะพาไป๋อวี๋มาชมโคมไฟที่เมืองหลวงสองสามีภรรยาอยู่ภายในห้อง บางคราเดินหมาก บางคราอ่านตำรา จวบจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มทอแสงรุ่งอรุณ“คุณชาย ฮูหยิน” แม่นมเฉินเดินยิ้มเข้ามาจากด้านนอก “เย่อันกับเย่ผิงพาคนมาคารวะปีใหม่แล้วเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้ได้ยินดังนั้นจึงลงจากตั่งเตียงมาสวมรองเท้า แล้วเรียกถิงอวิ๋นกับป้านอวี่ให้เข้ามาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เย่จั๋ว“แม่นม เตรียมซองแดงไว้เรียบร้อยแล้
Read more

บทที่ 446

“มอบให้ฮูหยิน”เหล่าบ่าวไพร่รับเงินรางวัลปีใหม่แล้วจากไปด้วยความเบิกบานใจ เงินรางวัลในปีนี้แปลกใหม่ยิ่งนัก เป็นเงินก้อนเล็กน้ำหนักสองตำลึง ดูเล็กกะทัดรัดน่ารักเป็นพิเศษยามนี้เย่จั๋วก็ยื่นกล่องใบหนึ่งส่งให้นางเช่นกันเซวียหว่านอี้เปิดออก เมื่อเห็นปิ่นหงส์ทองคำประดับหยกที่อยู่ด้านในก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจยิ่งนักคาดว่าคงผ่านการแกะสลักและขัดเกลาอย่างประณีตจากช่างฝีมือเอกเป็นแน่ จึงทำออกมาได้งดงามปานนี้ให้ความรู้สึกราวกับพญาหงส์เหินเวหาที่กำลังสยายปีกโผบินนางเอ่ยขอบคุณและเตรียมจะเก็บมันไว้ทว่ากลับเห็นเย่จั๋วหยิบปิ่นหงส์ด้ามนั้นขึ้นมา แล้วบรรจงปักลงบนมวยผมให้นาง“เดิมทีคิดว่ารูปโฉมของฮูหยินนั้นงดงามหมดจด น่าจะเหมาะกับสิ่งที่ดูเรียบง่ายมากกว่า แต่พอมองดูยามนี้ กลับส่งเสริมกันและกันได้เป็นอย่างดี”ปิ่นหงส์ที่ดูหรูหราสะดุดตา กลับยิ่งขับเน้นให้นางดูงดงามจับตายิ่งขึ้นช่วยเติมแต่งสีสันแห่งวสันตฤดูลงบนใบหน้าที่ดูเยือกเย็นดุจน้ำแข็งของนางได้ถึงสามส่วนเซวียหว่านอี้ลูบคลำปิ่นเบา ๆ พลางยิ้มกล่าวว่า “หากเทียบกับของที่ท่านพี่มอบให้แล้ว รองเท้ากับถุงเท้าที่ข้าเย็บให้ท่านกลับดูไม่น่ามองเอาเส
Read more

บทที่ 447

แม้ว่ายามที่ฐานะเพิ่งถูกเปิดเผย จะเกือบถูกรังเกียจจนแทบแย่ก็ตามบางทีอาจเป็นเพราะเซวียหว่านอี้มิได้ตาม “ฆ่า” นาง ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับฮูหยินเจียงจึงบรรเทาลงมากความผูกพันจากการเลี้ยงดูมาถึงสิบห้าปี มิได้เลือนหายไปโดยง่ายฮูหยินเจียงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ข้าเตรียมยาบำรุงครรภ์ไว้ให้เจ้าบ้างแล้ว ขากลับก็พกติดตัวไปด้วย หากทานหมดแล้วค่อยกลับมาเอาใหม่”“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ” เซวียหมิงเฟยกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มเบิกบานทั้งสองพูดคุยกันได้ราวหนึ่งก้านธูป ด้านนอกก็เกิดเสียงความวุ่นวายแผ่วเบาดังขึ้นไม่นานนัก เซวียหว่านอี้ก็ก้าวเข้ามาจากด้านนอกพร้อมไอเย็นเยียบที่แผ่ซ่านรอบกายวันนี้นางสวมอาภรณ์ค่อนข้างเรียบง่าย บนศีรษะมีเพียงเครื่องประดับตกแต่งไม่กี่ชิ้น ทว่ามิได้เสียกิริยามารยาทอันใดหลังจากทักทายกันแล้ว สองพี่น้องก็พากันไปที่เรือนปู้ชี่เพื่อเยี่ยมเยียนฉินเยว่ชิงหลังจากให้กำเนิดหลานชายคนโตของตระกูลเซวีย ฉินเยว่ชิงก็ถูกฮูหยินเจียงกำชับให้อยู่ไฟนานถึงสองเดือน เพื่อจะได้บำรุงร่างกายให้ดียิ่งขึ้น ผนวกกับยามนี้อากาศหนาวเย็น จึงต้องระวังมิให้ต้องลมหนาว“ข้าจะรับอนุให้ฉู่ยวนแล้ว” ขณะที่พี
Read more

บทที่ 448

เย่จั๋วส่งยิ้มบางให้นาง แล้วนำเนื้อปูส่งเข้าปากทีละคำภาพความรักใคร่กลมเกลียวเช่นนี้ ทำให้ผู้คนที่อยู่ในเรือน โดยเฉพาะคนตระกูลเซวีย ต่างลอบยินดีอยู่ในใจทว่าสองสามีภรรยาฉู่ยวนต่างคนต่างมีเรื่องในใจ เพียงแต่มิได้แสดงออกมาฉู่ยวนนั้นมีใจให้เซวียหว่านอี้ ภาพตรงหน้าจึงดูขัดหูขัดตายิ่งนักเมื่อนึกถึงยามอยู่ในเพิงหญ้าท่ามกลางพายุหิมะโหมกระหน่ำวันนั้น นางยังสามารถหลับสนิทอยู่ต่อหน้าเขาได้ นาง... มิได้มีใจให้เขาเลยจริง ๆ หรือ?ภาพเหตุการณ์ในยามนี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ทำให้โทสะในใจเขาลุกโชนขึ้นมา ซ้ำยังก่อเกิดความรู้สึกราวกับถูกทรยศหักหลังอย่างไม่มีเหตุผลส่วนเซวียหมิงเฟยนั้น รู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจอย่างแท้จริงชาติก่อนเย่จั๋วมิได้อ่อนโยนต่อนางถึงเพียงนี้ เรียกได้ว่าเมินเฉยอย่างสิ้นเชิงเหตุใดกัน นางมีสิ่งใดด้อยกว่าเซวียหว่านอี้หรือ“แกะให้ข้าตัวหนึ่งสิ” นางสะกิดแขนเซวียหว่านอี้เซวียหว่านอี้กล่าวว่า “เจ้ากำลังตั้งครรภ์ เนื้อปูมีฤทธิ์เย็น เจ้ากินมิได้”กล่าวจบก็ยกจานปูที่อยู่ตรงหน้านางมาไว้ตรงหน้าตนเอง “ให้ข้าเถอะ”เซวียหมิงเฟยเบิกตากว้าง “นี่เจ้าเป็นโจรหรืออย่างไร?”การหยอกล้อของสอง
Read more

บทที่ 449

เมื่อดูแลเย่จั๋วเข้านอนเรียบร้อยแล้ว เซวียหว่านอี้ก็ประคองถ้วยชา ยืนเหม่อลอยอยู่ใต้ระเบียงทางเดิน“ฮูหยิน หิมะโปรยปรายลงมาอีกแล้วเจ้าค่ะ”ขณะที่จิตใจกำลังล่องลอยไปไกล ก็พลันสะดุ้งตื่นจากภวังค์เพราะเสียงของเจินจูเมื่อเพ่งมองดู จึงเห็นเกล็ดหิมะกำลังร่วงหล่นโปรยปรายลงมาอย่างอ้อยอิ่งดูจากสภาพอากาศแล้ว หิมะระลอกนี้น่าจะตกไม่หนักนัก ไม่มีอันใดน่ากังวลเรือนอวี้ฉงเซวียหมิงเฟยห่มผ้าห่มบางผืนอุ่น ทอดกายเอนหลังอยู่บนตั่งหลัวฮั่น“ท่านพี่ ท่านกำลังจะต้องไปรับตำแหน่งแล้ว ยามนี้ข้าตั้งครรภ์ อีกทั้งยังต้องรั้งอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ที่เมืองหลวง ข้างกายท่านจะไร้คนคอยปรนนิบัติรับใช้มิได้”ฉู่ยวนเงยหน้าขึ้นมอง ฟังความนัยในประโยคนั้นของนางออกเขาแค่นยิ้มมุมปากพลางเอ่ยว่า “ฮูหยินช่างใจกว้างเสียจริง”เซวียหมิงเฟยตวัดสายตาค้อนขวับอย่างแง่งอน “อย่ามากล่าววาจาประชดประชันกันเลย ท่านไปครานี้อย่างน้อยก็สามปี หากข้างกายไร้คนคอยปรนนิบัติ ข้ากับท่านแม่ย่อมมิอาจวางใจได้ ด้วยเหตุนี้ ก่อนท่านออกเดินทาง ข้าจึงอยากเสาะหาคนจากในเมืองหลวงที่พื้นเพตระกูลขาวสะอาดและมีนิสัยหนักแน่นมั่นคง ติดตามไปรับใช้ท่านด้วย”
Read more

บทที่ 450

เซวียหว่านอี้ส่งร่มกระดาษน้ำมันให้สาวใช้ที่รออยู่หน้าห้อง นางปัดไล่ไอความหนาวเหน็บในห้องโถงด้านนอกจนหมดสิ้น แล้วจึงก้าวเข้าไปในห้องด้านในหลานชายตัวน้อยถูกห่อตัวอยู่ในผ้าอ้อม กำลังหลับปุ๋ยอย่างน่ารักน่าชังส่วนฉินเยว่ชิงกำลังพับเสื้อตัวจิ๋วให้บุตรชายทั้งสองสบตากัน นางจึงเดินเข้าไปช่วยรับช่วงต่อ“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบ่าวไพร่เถิด ยามนี้พี่สะใภ้ต้องพักผ่อนดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”ฉินเยว่ชิงดึงนางให้นั่งลง รอยยิ้มของนางมิได้มีเพียงความปีติที่ได้เป็นมารดาคนครั้งแรก แต่ยังมีความตื่นเต้นตื้นตันอีกประการหนึ่งเจืออยู่ด้วย“ท่านพ่อท่านแม่ทราบแล้วว่าข้าคลอดลูกอย่างปลอดภัย ทว่าติดช่วงเทศกาลปีใหม่ไม่สะดวกเดินทาง จึงส่งจดหมายมาบอกว่าพ้นเทศกาลหยวนเซียวแล้วจะรีบเดินทางมายังเมืองหลวง”นางแต่งงานมาอยู่เมืองหลวงได้สามสี่ปีแล้ว การคิดถึงบิดามารดาย่อมเป็นเรื่องธรรมดา“ท่านอาก็จะมาด้วยหรือเจ้าคะ?” นางเอ่ยถามฉินเยว่ชิงพยักหน้า “เดิมทีคิดว่าท่านพ่อจะอยู่หนิงโจวไปตลอดชีวิตเสียอีก นึกไม่ถึงว่าจะได้รับคำสั่งโยกย้ายจากกรมขุนนางกะทันหัน ให้ท่านเข้ามารับตำแหน่งในเมืองหลวงปีนี้”เห็นนางเบิกบานใจเช่นนี้
Read more
PREV
1
...
4344454647
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status