All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 451 - Chapter 460

653 Chapters

บทที่ 451

ใช่แล้ว มิได้ลงไม้ลงมือ ทว่ากลับแสดงออกถึงความรังเกียจอย่างชัดเจนยิ่งมิต้องเอ่ยถึงบรรดาคุณชายตระกูลขุนนางที่น่ารังเกียจผู้อื่นเลยแม้แต่ชาวบ้านธรรมดา หากไปสะกิดจุดที่เขาชิงชัง แส้นั้นก็ย่อมฟาดลงมาเช่นกันเซวียหว่านอี้เอ่ยว่า “เป็นอุบัติเหตุเจ้าค่ะ”พระชายาองค์รัชทายาทเบ้ปาก แค่นเสียงเบา ๆ “เจ้าทายดูสิว่าข้าจะเชื่อหรือไม่”ก่อนจะกล่าวต่อว่า “กล้าวางแผนเล่นงานเขา อย่าว่าแต่เจ้าเลย ต่อให้เป็นองค์รัชทายาทก็ยังต้องถูกเขาตามมาเอาคืน แล้วเหตุใดถึงยอมปล่อยเจ้าไปเล่า?”น่าจะถือว่าปล่อยไปกระมัง?เพียงแค่ตวัดค้อนใส่ แส้นั้นคงมิอาจลงมือได้ ทว่าหากแม้แต่คำถากถางสักสองสามประโยคยังไม่มี นั่นสิถึงจะแปลกประหลาดอย่างแท้จริงเซวียหว่านอี้เพียงยิ้มทว่ามิได้เอ่ยสิ่งใดการกระทำของนาง จะบอกกล่าวแก่ผู้อื่นได้อย่างไรอย่าว่าแต่จะลอกเลียนแบบได้หรือไม่เลย คิดว่าคงไม่มีทางลอกเลียนแบบได้แน่หากบังเอิญทำให้ชื่อเสียงของตระกูลเย่ต้องด่างพร้อย นั่นย่อมมิใช่สิ่งที่นางปรารถนาจะให้เกิดขึ้นตัวนางอาศัยบารมีของเย่จั๋ว จึงได้มีฐานะเช่นในยามนี้ นี่เป็นความจริงที่มิอาจโต้แย้งได้ในเมื่อได้รับผลประโยชน์จากเย่จั๋ว
Read more

บทที่ 452

เซวียหว่านอี้มิอาจอธิบายปัญหาของตนเองได้ท้ายที่สุดจึงสรุปออกมาได้เพียงไม่กี่คำ“มีชีวิตอยู่ก็ย่อมได้ จะตายไปก็ดีเช่นกัน”เซี่ยเฝ่ย “...เดี๋ยวนะ เจ้าป่วยหรือไร?”นี่มันอาการประหลาดอันใดกันนิสัยเช่นนี้ ผู้ใดจะกล้าอยู่ร่วมกับนาง หากไม่พอใจขึ้นมาแล้วชิงตายไปต่อหน้าต่อตา ไม่เท่ากับสร้างเวรสร้างกรรมหรอกหรือเซวียหว่านอี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้มแล้วพยักหน้า “น่าจะใช่”คงจะป่วยจริง ๆทนทุกข์ทรมานดิ้นรนอยู่ในขุมนรกมาหลายปี หากยังคงรักษาความตั้งใจเดิมไว้ได้ จิตใจของนางต้องเข้มแข็งเพียงไรกันน่าเสียดาย ที่นางก็เป็นเพียงคนธรรมดาซึ่งดิ้นรนอยู่บนโลกีย์วิสัยเท่านั้นเซี่ยเฝ่ยคร้านจะเก็บมาใส่ใจนาง “ข้าก็มิได้กล่าวอันใดนัก เพียงแค่เขียนลงไปในฎีกาประโยคหนึ่งว่า เจ้าเมืองหนิงโจวให้ความร่วมมือในคดีลอบสังหารขุนนางครั้งนี้เป็นอย่างดี ทั้งตัวเขาเองก็ถือว่ามีฝีมือในการปกครองหนิงโจว นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีอันใดแล้ว”ทว่า สถานที่ที่อันตรายอย่างแท้จริงคือเยี่ยนโจว เขาแทบจะเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นเสียแล้วโชคดีที่ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจของทุกฝ่ายว่ากระไรนะ?เจ้าถามว่าจวนอ๋องติ้งอู่พอใจหรือไ
Read more

บทที่ 453

“เรื่องอื่นพักไว้ก่อน งานมงคลสมรสขององค์ชายสามคงต้องมาให้ได้อย่างแน่นอน ท่านแม่ทัพเย่กับเขามีไมตรีต่อกันไม่น้อย”เซวียหว่านอี้พยักหน้า “เอาเถิด ไปงานมงคลสมรสขององค์ชายสามแล้ว งานขององค์ชายสี่กับองค์ชายห้าก็ย่อมละเว้นมิได้เช่นกัน”นางชุยอดกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่อยู่ “เจ้านี่ช่างวางตัวเป็นกลางเสียจริง หากเปลี่ยนเป็นท่านแม่ทัพเย่ อย่างมากเขาก็คงเพียงส่งของขวัญไปร่วมยินดี แต่ตัวคนไม่ยอมไปเป็นแน่”ด้านหนึ่งคือไม่อยากไปร่วมความครึกครื้นที่ไม่จำเป็นเช่นนั้นอีกด้านหนึ่ง ผู้คนล้วนทราบดีว่าตระกูลเย่ยืนอยู่ฝั่งองค์รัชทายาท หากเขาไปย่อมทำให้คู่บ่าวสาวอึดอัดใจอย่างเลี่ยงมิได้“สามีภรรยาคือคนคนเดียวกัน ข้าก็ถือเสียว่าไปเป็นเพื่อนท่านก็แล้วกัน”อย่างมากก็เพียงไปร่วมกินอาหารสักมื้อ ด้วยฐานะของนางในยามนี้ ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าจงใจหาเรื่องเป็นแน่ทั้งสองพูดคุยกันถึงช่วงเวลาการจัดงานมงคลสมรสทั้งหลายเซวียหว่านอี้กล่าวขึ้นมาทันทีว่า “ปีนี้กรมพิธีการคงจะยุ่งจนปลีกตัวไม่ได้อย่างแน่นอน”พระชายาองค์รัชทายาทชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะจนตาหยี “นั่นสิ เพียงปีนี้ก็มีองค์ชายถึงสี่พระองค์ที่จะเข้
Read more

บทที่ 454

หลังมื้อเที่ยง ทั้งสองก็แยกไปนั่งพูดคุยกันตามลำพัง“ข้าได้แต่หวังว่ายามนี้แม่ทัพเย่ยังคงแข็งแรงดี พวกเจ้าสามีภรรยาจะได้มีทายาทด้วยกันโดยเร็ว”นางชุยวาดฝัน “หากได้บุตรชาย ก็คงจะเปิดอกเชื่อใจกันได้ดั่งเช่นองค์รัชทายาทกับแม่ทัพเย่ หากเป็นบุตรสาว...”วาจาของนางชะงักไปเล็กน้อย “เช่นนั้นก็...”“พระชายาองค์รัชทายาท” เซวียหว่านอี้เอ่ยปากห้ามปราม “หากเป็นบุตรสาว ย่อมต้องปล่อยให้นางตามหาคนที่ตนพึงใจ พวกเราล้วนไร้ซึ่งโอกาสนั้นแล้ว จะไปพรากวาสนาความรักของบุตรธิดาอีกมิได้ องค์รัชทายาทเองก็เช่นกัน”นางชุยถึงกับเหม่อลอยไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าตื่นตระหนกกับความคิดของเซวียหว่านอี้ หรือกำลังหวนนึกถึงชีวิตของตนเองอยู่กันแน่“หากมีวาสนา ย่อมได้ลงเอยกัน หากไร้วาสนา ก็ไม่ถึงขั้นต้องกลายเป็นสามีภรรยาที่ชิงชังกัน ต่อให้มิได้โกรธเคือง...” เซวียหว่านอี้กล่าว “พระนัดดายามนี้อายุยังน้อยนัก ก็เริ่มศึกษาตำรากับราชครูแล้ว ปีที่แล้วเขาเพิ่งจะหัดเดิน วันหน้ายังต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งของทั่วทั้งแผ่นดิน ในเรื่องคู่ครอง อะลุ้มอล่วยให้เขาหน่อยย่อมดีกว่า”นางชุยขมวดคิ้ว แววตาฉายแววกังวล “หากสตรีที่เขาหมายปอง มิอาจแบกรั
Read more

บทที่ 455

“พระชายามาได้อย่างไรเจ้าคะ?” น้ำเสียงอ่อนแรงดังแว่วมาจากหลังม่านที่ทิ้งตัวซ้อนกันหลายชั้น “ยามนี้ข้ากำลังป่วยไข้ อย่าให้ท่านต้องมาติดโรคจากข้าเลย”นางชุยฟังจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้ว ดูมิใช่คนสุขภาพแข็งแรงจริง ๆหากมิได้ล้มป่วยหนักหนาจริง ๆ พวกนางกำนัลก็คงมิกล้านำเรื่องนี้มาทูลรายงานตรงหน้านางในวันเช่นนี้“หมอหลวงว่าอย่างไรบ้าง?” นางถามหญิงสาวเอ่ยตอบ “เป็นโรคเก่ากำเริบเจ้าค่ะ ขอบพระคุณพระชายาที่ห่วงใย”นางชุยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงโบกมือผู้คนภายในตำหนักต่างผ่อนฝีเท้าลง แล้วพากันเดินเรียงแถวออกไปจนหมดเมื่อภายในห้องเหลือเพียงพวกนางสองคน นางชุยจึงเอ่ยขึ้น “ข้ารู้ว่าในใจเจ้าคิดสิ่งใดอยู่ แต่ยามนี้ยังทำมิได้ หากถึงวันนั้นจริง ๆ ข้าจะปล่อยเจ้าออกจากวังล่วงหน้าสักหลายวัน เจ้าจงพักรักษาตัวให้ดี พยายามรักษาชีวิตเอาไว้เถิด”คนที่อยู่ด้านในมีจังหวะการหายใจที่ถี่กระชั้นขึ้นมาทันที“พระชายา...”นางอยากจะไปจากวังหลวงแห่งนี้ อันที่จริงยามนี้จะไปก็ย่อมได้ แต่นางกลับทำมิได้ไม่เพียงทำไม่ได้ แม้แต่จะก้าวเท้าออกจากตำหนักบูรพาก็ยังมิกล้าสถานที่แห่งนี้เป็นดั่งกรงขัง ทว่าก็เป็นเกราะคุ้มภ
Read more

บทที่ 456

ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง รถม้าแล่นเข้าสู่จวนกั๋วกงสองสามีภรรยาคนหนึ่งกลับเรือนชุ่ยเวย อีกคนหนึ่งไปยังหอหมิงอิ่นเพิ่งจะกลับมาถึงเรือน เฝ่ยชุ่ยก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ“ฮูหยิน คุณหนูรองให้คนมาส่งข่าวเจ้าค่ะ บอกว่าพรุ่งนี้ขอเชิญท่านไปพบที่จวนเพื่อพูดคุยกันเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้เดินเข้าไปในห้อง ปลดเสื้อคลุมตัวใหญ่ออก ยื่นสองมือเข้าไปใกล้เตาผิงเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บออกจากร่างกาย“ได้บอกหรือไม่ว่ามีเรื่องอันใด?”เฝ่ยชุ่ยกล่าวว่า “ฟังจากผู้ที่มาส่งข่าวบอกว่า คุณหนูรองดูเหมือนจะหมายตาหญิงสาวไว้หลายนาง จึงอยากให้ฮูหยินไปช่วยพิจารณาดูด้วยกันเจ้าค่ะ”ทุกคนต่างเข้าใจได้ในทันทีนี่คือการหาอนุภรรยาให้แก่ฉู่ยวนเซวียหว่านอี้เอ่ยว่า “นางช่างใจร้อนเสียจริง”……ทันทีที่ลงจากรถม้า เซวียหมิงเฟยก็เดินเข้ามาต้อนรับ“เมื่อวานเจ้าไปที่ใดมา?” นางเอ่ยถาม “คนที่ไปส่งข่าวกลับมาบอกว่าเจ้ามิได้อยู่ในจวน”“ตามท่านแม่ทัพไปที่ตำหนักบูรพามา” นางตอบขณะเดินตามเซวียหมิงเฟยเข้าไปในจวนตระกูลฉู่นางคุ้นเคยกับสิ่งปลูกสร้างของที่นี่เป็นอย่างดี ต้นไม้ใบหญ้าส่วนใหญ่ก็มิได้แปรเปลี่ยนไปจากเมื่อสิบปีก่อน หากมีสถานที่
Read more

บทที่ 457

ทั้งสองพูดคุยกันสัพเพเหระอย่างเรื่อยเปื่อย กระทั่งแม่นมหลินเดินเข้ามาบอกว่านายหน้ามาถึงแล้วทั้งสองจึงลุกขึ้นเดินไปยังโถงหลัก ปรายตามองเพียงปราดเดียวก็เห็นหญิงสาวห้าคนที่อายุอานามไล่เลี่ยกัน ข้างกายพวกนางยังมีหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมยืนอยู่อีกคนหนึ่งเมื่อนายหน้าเห็นเซวียหว่านอี้ แม้จะไม่รู้ฐานะที่แน่ชัด ทว่าเพียงดูจากการแต่งกายตั้งแต่หัวจรดเท้าก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมีฐานะไม่ธรรมดาเซวียหมิงเฟยเอ่ยแนะนำ “นี่คือฮูหยินเจิ้นกั๋วกง”พอนายหน้าได้ยินเช่นนั้นก็รีบทำความเคารพใหม่อย่างลุกลี้ลุกลน ปากก็พร่ำเอ่ยแต่คำสิริมงคลไม่ขาดสายหญิงสาวทั้งห้าคนที่ยืนอยู่เบื้องล่างต่างก็มีสีหน้าท่าทางแตกต่างกันไปเซวียหว่านอี้ถูกตาต้องใจหญิงสาวสองคนอย่างรวดเร็วหากเทียบกับเซวียหมิงเฟยแล้ว ในชาติก่อนนางเป็นผู้ดูแลตระกูลฉู่มาถึงสิบปีเต็ม จัดการเรื่องราวทั้งน้อยใหญ่ทั้งในและนอกเรือนจนหมดสิ้นดังนั้นในเรื่องการคัดเลือกบ่าวไพร่ สายตาในการมองคนของนางจึงถือว่าเฉียบแหลมยิ่งนักหญิงสาวที่นางหมายตาไว้นั้นหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา รูปร่างหน้าตาจัดว่างดงามไร้ที่ติยามมองดูสองมือที่กุมไว้เบื้องหน้าซึ่งมีร่องรอยข
Read more

บทที่ 458

เซวียหมิงเฟยลูบหน้าท้องเบา ๆ ภายในใจรู้สึกสงบลงบ้าง“เช่นนั้นก็ให้อยู่ดูลาดเลาสักสองวันก่อน หากเห็นว่าใช้ได้ก็ให้อยู่ต่อ หากมิได้ก็มอบเงินให้นางเพิ่มสักหน่อยแล้วส่งกลับไป อย่างไรเสียก็มิอาจปล่อยให้นางลำบากได้”หากภรรยาไม่ยินยอม สามีย่อมมิอาจรับอนุภรรยาได้ทว่า สามารถเลี้ยงดูอยู่นอกเรือนได้ส่วนเรื่องที่ว่าเมื่อภรรยาเอกล่วงรู้แล้ว ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาจะเป็นเช่นไร นั่นก็เป็นเรื่องของพวกเขาเองแล้ว“ยามเที่ยงเขารับประทานอาหารที่ศาลาว่าการ เจ้าอยู่เป็นเพื่อนข้าเถิด”เซวียหมิงเฟยหันไปเรียกจื่อเพ่ย “ให้คนไปดูที่ริมแม่น้ำทีว่ามีปลาสด ๆ ที่ก้างน้อยหรือไม่ ซื้อกลับมาทำอาหารสักสองตัว”จื่อเพ่ยยิ้มรับแล้วหันหลังเดินออกไปเซวียหว่านอี้มิได้ปฏิเสธ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ใส่ใจ นางก็ยิ่งเยือกเย็นได้มากกว่านางกวักมือเรียก สตรีที่อยู่ข้างกายผู้หนึ่งก็ก้าวขึ้นมาท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงของอีกฝ่าย นางกล่าวว่า “นี่คือหมอหญิงข้างกายข้า ให้นางตรวจดูอาการให้เจ้าเถิด”เซวียหมิงเฟยมิได้ปฏิเสธอีก นางยื่นข้อมือออกไปครู่ต่อมา หมอหญิงก็กล่าวว่า “ฮูหยิน ร่างกายของคุณหนูรองยังมีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย จำต้อง
Read more

บทที่ 459

“อืม” เซวียหว่านอี้เอ่ย “ล้วนแต่เป็นของสามัญธรรมดาทั้งสิ้น”“เอาเถิด พวกเราลองดูแล้วเตรียมสักสองสามอย่าง” นางมีสีหน้าอมทุกข์เล็กน้อย “สหายหญิงที่สนิทชิดเชื้อกับข้าหลายคน ล้วนแล้วแต่จะออกเรือนในปีนี้กันทั้งสิ้น หนึ่งในนั้นแต่งไปไกลถึงลี่โจว เกรงว่าชาตินี้คงมีโอกาสได้พบหน้ากันอีกเพียงไม่กี่ครั้งแล้ว”เซวียหว่านอี้กล่าว “ไม่มีผู้ใดอยู่เคียงข้างเจ้าไปได้ชั่วชีวิต แม้เป็นสามีภรรยา ก็อาจมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้”“นั่นก็จริง” เซวียหว่านอี้พยักหน้า คล้ายรำพึงออกมาจากใจ “คนเรามิใช่แก่ชราแล้วจึงจะตาย ทว่าอาจตายได้ทุกเมื่อ”ชาติก่อน ยามที่นางสิ้นใจมีอายุเพียงยี่สิบกว่าปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดของสตรีผู้หนึ่ง“ได้พบหน้ากันอีกสักหลายครั้งก็ดี” นางคีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งให้เซวียหว่านอี้ “รอให้พ้นเทศกาลซ่างหยวน ข้าจะไปสังสรรค์กับพวกนางให้มากหน่อย พบกันคราหนึ่งก็เหลือโอกาสน้อยลงคราหนึ่ง ถึงยามนั้นสามีข้าก็ต้องเดินทางไปรับตำแหน่งที่ชิงโจว วันเวลาอันน่าเบื่อหน่ายของข้ายังรออยู่ภายหน้า”“วันหน้าพวกเราก็ไปมาหาสู่กันให้มากหน่อยเถิด” นางจ้องมองเซวียหว่านอี้ตาละห้อย“ได้” เซวียหว่านอี้รับคำสา
Read more

บทที่ 460

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ เซี่ยเฝ่ยก็ย่อเข่ากระโจนขึ้นรถม้า แล้วมุดตัวเข้าไปด้านในเจินจูและเฝ่ยชุ่ยขยับตัวหลีกทาง เพื่อสละที่นั่งให้แก่เขารถม้าเริ่มเคลื่อนตัวไปข้างหน้าพร้อมกับจังหวะโคลงเคลงเบา ๆ“ไปลงไม้ลงมือกับผู้ใดมาหรือ?” เซวียหว่านอี้เอ่ยถามเซี่ยเฝ่ยเอนกายพิงหมอนอิงนุ่มนิ่มด้านข้าง ชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งด้วยท่าทีเกียจคร้านภายในรถม้ามีเตาพกรูปหัวสัตว์ที่จุดถ่านเกล็ดเงินเอาไว้ จึงทำให้บรรยากาศด้านในอบอุ่นยิ่งนักด้านข้างยังมีปลอกอุ่นมือบุสำลีหนานุ่ม ซึ่งมีรูปทรงแปลกตาอยู่อีกเล็กน้อย“หลานชายของขุนนางกรมคลัง”เขามองดูสาวใช้ตัวน้อยยื่นปลอกอุ่นมือที่อังไฟจนอุ่นให้แก่ผู้ติดตามซึ่งทำหน้าที่บังคับรถม้าอยู่ด้านนอกด้วยความอยากรู้อยากเห็น จึงเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมาอันหนึ่ง สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและอุ่นสบายเขาลองสอดมือเข้าไปตามรูปทรงของปลอกอุ่นมือ ทันใดนั้นความอบอุ่นก็แผ่ซ่านโอบล้อมมือเอาไว้ จะว่าไปแล้ว นี่ก็ถือเป็นของดีชิ้นหนึ่งจริง ๆ“ผู้ใดเป็นคนทำหรือ?” เขาแกว่งมันไปมา แล้วโยนให้เจินจูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเจินจูใช้สองมือรับเอาไว้ แล้วนำไปวางผิงไฟไว้ข้างเตาถ่านอีกครั้งเพื่อรอเปลี
Read more
PREV
1
...
4445464748
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status