All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 461 - Chapter 470

653 Chapters

บทที่ 461

กล่าวถึงตรงนี้ เซี่ยเฝ่ยก็เปลี่ยนท่าทาง สอดประสานสองมือหนุนรองท้ายทอยไว้ แล้วแหงนหน้ามองเพดานรถม้า“เขามีญาติผู้พี่อยู่คนหนึ่ง สิ้นชีพในสนามรบกับพวกชนเผ่าเถื่อนเมื่อนานมาแล้ว ยามนั้นแต่งภรรยาแล้ว ทั้งภรรยายังตั้งครรภ์อยู่ด้วย เมื่อทราบข่าวว่าสามีพลีชีพ หญิงสาวที่ตั้งครรภ์ได้เกือบห้าเดือนผู้นั้นก็สิ้นใจตายไปทั้งกลม”เขาเลิกคิ้วมองเซวียหว่านอี้ “มิได้ปลิดชีพตนเอง แต่เป็นเพราะโศกเศร้าเสียใจอย่างแสนสาหัส จึงตรอมใจตายไปในคืนนั้นเอง”“ข้าเองก็ฟังมาจากท่านแม่เช่นกัน หญิงผู้นั้นเป็นคนตระกูลหวังแห่งชิงโจว เป็นตระกูลสูงศักดิ์ระดับแนวหน้าที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรยิ่งกว่าตระกูลของตระกูลชุยและตระกูลลู่ เป็นทายาทตระกูลใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์นับพันปีอย่างแท้จริง ทั้งยังเป็นบุตรีคนโตของสายหลักอีกด้วย”เซวียหว่านอี้ขมวดคิ้วครุ่นคิด “ข้าเหมือนจะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย”“ไม่แปลกหรอก” เซี่ยเฝ่ยกล่าว “ญาติผู้พี่ท่านนั้นอายุมากกว่าเย่จั๋วสิบปี ยามนั้นเจ้ายังเป็นเพียงเด็กน้อย ส่วนข้าเองก็เพิ่งจะจำความได้ไม่ถึงสองปี เย่เซวียนคือแม่ทัพหนุ่มที่เก่งกาจโดดเด่นที่สุดของตระกูลเย่ เพียบพร้อมทั้งบุ๋นบู๊ เขากับฮูหย
Read more

บทที่ 462

ยามเทศกาลปีใหม่เช่นนี้ ฮูหยินเหนียนได้เห็นเซวียหว่านอี้ก็รู้สึกเบิกบานใจยิ่งนักเหล่าอนุภรรยาในจวนล้วนถูกบุตรชายของนางจัดการจนสงบเสงี่ยมเจียมตัว ว่านอนสอนง่ายจนเกินพอดี อย่าว่าแต่จะมาสร้างความขุ่นข้องหมองใจแก่นายหญิงเลย พวกนางแทบจะอยากซุกตัวอยู่แต่ในเรือนของตนไม่ออกมาเสียด้วยซ้ำเช่นนี้แล้ว ฮูหยินเหนียนจึงว่างงานอย่างแท้จริงส่วนเรื่องในวัง ด้วยฐานะของอ๋องเยว่ พวกนางเพียงแค่คอยอยู่เฝ้าข้ามปีเป็นเพื่อนฮ่องเต้ในคืนส่งท้ายปีเก่าเท่านั้น รอจนรุ่งสาง เมื่อคารวะไทเฮาเสร็จสิ้นก็กลับจวนเวลาที่เหลืออยู่นั้น โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่มีสิ่งใดให้ทำยามปกติยังพอทน ทว่าในช่วงเทศกาล จวนอื่นล้วนคึกคักครื้นเครง นางกลับดูโดดเดี่ยวอยู่บ้าง“เจ้ามาได้จังหวะพอดี” นางเชิญอีกฝ่ายเข้าไปในโถง “ท่านอ๋องออกจากจวนไปพบปะสังสรรค์กับสหายแล้ว ส่วนบุตรชายของข้าก็มักจะหายหัวไปอยู่บ่อย ๆ ยามค่ำคืนข้าต้องกินข้าวเพียงลำพังช่างเงียบเหงายิ่งนัก คืนนี้มีเจ้าอยู่เป็นเพื่อน ข้าคงจะเจริญอาหารขึ้นมาได้บ้าง”เซวียหว่านอี้เพิ่งจะได้พูดคุยกับนางอย่างเป็นทางการครั้งแรก ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะมีอุปนิสัยดีงามปานนี้ทว่าเหตุใดนางถึงได
Read more

บทที่ 463

ผู้ใดว่างงานจนหาเรื่องใส่ตัวมาคอยหาเรื่องนางกันเล่าแค่รถม้าที่นางนั่งอยู่นี้ ก็เป็นเครื่องยืนยันฐานะอันโดดเด่นที่สุดแล้ว“เย่จั๋วมิได้มารับเจ้าจริง ๆ ด้วย ข้าอุตส่าห์ให้คนไปส่งข่าวแล้วเชียว” เซี่ยเฝ่ยแอบฟ้องอย่างลับ ๆเซวียหว่านอี้เลิกคิ้ว เหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ท่านแม่ทัพมีธุระของตนเอง ความปลอดภัยของข้าก็มิได้มีอันใดบกพร่อง ไฉนต้องให้เขามารับข้าด้วย”อีกอย่าง มารับแล้วจะอย่างไรเล่า?เพียงเพื่อให้ชาวบ้านร้านตลาดรู้ว่า ต่อให้เย่กั๋วกงจะกลายเป็นคนพิการไปแล้ว ก็ยังต้องฝ่าลมหนาวยามค่ำคืน มารับฮูหยินที่อยู่ร่วมงานเลี้ยงจวนอื่นกลับเรือนอย่างนั้นหรือ?โธ่ ช่างเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันเสียจริงเพียงแค่คิดก็น่าเบื่อหน่ายยิ่งนักการเป็นสามีภรรยา สิ่งล้ำค่าคือการรู้ซึ้งถึงหน้าที่ของตน และคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันนางไม่ต้องการการรับส่งที่ไร้ความหมายเช่นนี้เมื่อบอกลาพระชายาอ๋องเหนียน นางก็ขึ้นรถม้าจากไปเมื่อมองดูรถม้าที่จากไป พระชายาอ๋องเหนียนก็เอ่ยขึ้นว่า “ก่อนหน้านี้ไม่มีข่าวลือมาเลยสักนิด เก็บงำประกายมิดชิดเสียจนผู้คนหลงลืมไปเสียสนิท คิดไม่ถึงเลยว่า จะเป็นหญิงสาวที่เพียบ
Read more

บทที่ 464

“นางมีนามว่าชิวฉาน เรือนอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของเมืองเจ้าค่ะ”ภายในห้องนอน เซวียหมิงเฟยเอ่ยกับฉู่ยวนที่กำลังผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าว่า “ข้าให้คนไปสืบดูแล้ว ครอบครัวของแม่นางผู้นี้มีคนไม่มาก ทั้งยังเป็นคนอัธยาศัยดี ไม่มีญาติพี่น้องให้ต้องหนักใจ ตัวนางเองก็ขยันขันแข็งคล่องแคล่ว หน้าตาก็สะสวยหมดจด ข้าดูแล้วรู้สึกถูกตาต้องใจยิ่งนัก ยามนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเห็นของท่านพี่แล้วเจ้าค่ะ”มีหรือที่ฉู่ยวนจะไม่เข้าใจความหมายของนางอีกไม่กี่วัน ตนก็ต้องเดินทางไปรับตำแหน่งที่ชิงโจวแล้ว ข้างกายย่อมจำต้องมีคนคอยปรนนิบัติติดตามไปด้วยมิเช่นนั้นเล่า?การพาคนไปด้วยถือเป็นเรื่องปกติสามัญยิ่งเพียงแต่การที่ภรรยาเป็นผู้คัดเลือกให้ ภายในใจเขากลับรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง “วันนี้คนทางนั้นแวะมา ก็เห็นแล้วหรือ?” ฉู่ยวนเอ่ยถามเซวียหมิงเฟยมิได้จับสังเกตอันใด เอ่ยตอบว่า “ข้าให้อาหว่านมาช่วยดูให้แน่ใจ เพื่อป้องกันมิให้ข้ามองคนผิดพลาดเจ้าค่ะ”ฉู่ยวน “…”โทสะไร้ที่มาขุมหนึ่งหมุนวนอยู่ในอก ทะลวงจนเขากลั้นไม่อยู่จนต้องขมวดคิ้วเซวียหมิงเฟยยังคงคิดว่าเขารักหน้าตา การรับอนุภรรยาเรื่องนี้รู้ไปถึงหูพี่ภรรยา สำหรับฉู่ยวน
Read more

บทที่ 465

ไม่มีสิ่งใดมากไปกว่าการใช้เกี้ยวหลังเล็กหามคนเข้าจวน “มอบเงินให้ทางนั้นสักสองร้อยตำลึง ดีหรือไม่?”จำนวนเงินเท่านี้สำหรับการรับอนุภรรยานับว่าสูงยิ่งนัก หลายครอบครัวเพื่อหวังประจบประแจงผู้มีอำนาจและฐานะ แม้แต่เงินทองเหล่านี้ก็หาได้ใส่ใจไม่ขอเพียงได้เข้าจวน ทุกเดือนอนุภรรยาย่อมได้รับเงินถึงห้าตำลึง หากเทียบกับการได้เงินก้อนเพียงครั้งเดียว ผู้คนส่วนมากย่อมชื่นชอบน้ำซึมบ่อทรายมากกว่าฉู่ยวนพยักหน้า “ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่ฮูหยินเป็นผู้ตัดสินใจ”ชิวฉานย่อมมีความรู้สึกดีต่อฉู่ยวนเช่นเดียวกันใต้เท้าที่รูปงามถึงเพียงนี้ ยากนักที่จะมีสตรีใดไม่หวั่นไหวนับตั้งแต่ตอนลงนามในหนังสือสัญญารับอนุภรรยาจนถึงยามที่ถูกหามนั่งเกี้ยวเล็กเข้าจวนทางประตูหลัง ตลอดทางชิวฉานล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นรอคอยจวบจนพลบค่ำ ภายในใจของนางยิ่งกระวนกระวายถึงขีดสุดกลัวเหลือเกินว่านายท่านจะไม่มาหาถึงอย่างไร ฮูหยินก็ช่างงดงามยิ่งนัก งดงามเสียจนทำให้นางรู้สึกต่ำต้อยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด บานประตูก็ถูกผลักออก“อนุ” เป็นน้ำเสียงของสตรีนางเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะรีบลุกขึ้นทำความเคารพ “คารวะแม่นมหลิน”ผู้มา
Read more

บทที่ 466

เซวียหมิงเฟยกดมือลง พลางกล่าวว่า “อย่าได้กลัวเลย นั่งลงกินข้าวเถิด”ชิวฉานกลับไปนั่งลงอีกครั้งด้วยความหวาดหวั่นในใจ “ขอบพระคุณฮูหยินเจ้าค่ะ”นางอาจจะรู้สึกเกรงกลัวฮูหยินอยู่บ้าง โดยเฉพาะเมื่อฮูหยินมีรูปโฉมงดงามจับตา ทั้งยังมีกิริยาท่าทางไม่ธรรมดา ยามต้องเผชิญหน้า ความรู้สึกต่ำต้อยและขลาดเขลาจึงมิอาจควบคุมได้“ในเมื่อก้าวเข้ามาเป็นคนของตระกูลฉู่แล้ว วันหน้าก็คือคนของตระกูลฉู่ ยามท่านพี่ออกไปทำงานนอกเรือน พวกเราย่อมต้องช่วยเขาดูแลจัดการเรือนหลังให้เรียบร้อย”เซวียหมิงเฟยกล่าวว่า “ยามนี้ข้าตั้งครรภ์ ฮูหยินผู้เฒ่าก็สุขภาพมิค่อยสู้ดีนัก ท่านพี่ไปรับตำแหน่งต่างเมือง จึงมีเพียงเจ้าที่คอยติดตามดูแลได้ อาศัยช่วงเวลาไม่กี่วันที่เหลืออยู่นี้ ทุกวันเจ้าจงมาหาข้าที่นี่ ข้าจะสอนเจ้าว่าเมื่อไปถึงชิงโจวแล้ว ควรวางตัวกับบรรดาฮูหยินในท้องถิ่นอย่างไร”ชิวฉานใจสั่นสะท้าน คาดไม่ถึงเลยว่าฮูหยินจะไม่เพียงงดงาม ทว่ายังจิตใจดีถึงเพียงนี้การตกเป็นอนุของผู้อื่น นางกระจ่างใจดีนักว่าความเป็นความตายล้วนขึ้นอยู่กับความนึกคิดของฮูหยินเพียงวูบเดียวก่อนจะมานางก็รู้สึกหวั่นใจยิ่งนัก ทว่าในเมื่อมีคนมาตามหาถึงเรื
Read more

บทที่ 467

เทศกาลซ่างหยวนมิได้มีการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานยามวิกาล ไม่เพียงแต่ราษฎรในเมืองหลวงและชานเมืองเท่านั้น ทว่ายังสามารถพบเห็นเหล่าขุนนางและผู้สูงศักดิ์ได้ทุกหนแห่งนอกเหนือจากโคมไฟแล้ว ยังมีของอร่อยริมถนนอีกมากมายสามีของพวกนางทั้งสามล่วงหน้าไปจับจองที่นั่งในภัตตาคารใกล้เคียงแต่เนิ่น ๆ เพียงรอให้ฮูหยินของตนเดินชมตลาดจนเหนื่อยล้า จะได้มีที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจเทศกาลซ่างหยวน ยังเป็นวันแห่งการพบปะกันอย่างอิสระของหนุ่มสาวอีกด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มสาวที่มีใจให้กัน มักจะนัดแนะกันออกมาชมโคมไฟในวันเช่นนี้ ทิวทัศน์อันงดงามย่อมช่วยสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นแน่อืม…หรือบางทีอาจเป็นโอกาสให้ต่างฝ่ายต่างได้มองเห็นธาตุแท้ของกันและกันให้กระจ่างชัดขึ้นมีคนตกน้ำทั้งสามหยุดยืนอยู่ไม่ไกล มองดูบุรุษผู้หนึ่งถอดเสื้อตัวนอกออก แล้วกระโจนลงไปช่วยคนอย่างสุดกำลัง“คุณชายรองแห่งจวนเว่ยกั๋วกง” องค์หญิงหย่งหนิงเอ่ยถาม “คนที่ตกน้ำคือผู้ใดกัน?”ผู้มาเที่ยวชมงานด้านข้างที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบกล่าวขึ้นว่า “ดูเหมือนจะเป็นคุณหนูจากจวนรองเสนาบดีกรมอาญา ทว่าเป็นคุณหนูท่านใดนั้นข้าเองก็มิอาจทราบไ
Read more

บทที่ 468

จวนเว่ยกั๋วกง เป็นตระกูลเดิมของพระชายามู่ชินอ๋องคุณชายรองผู้นี้คือหลานชายแท้ ๆ ของนางอีกทั้งบรรดาคุณชายแห่งจวนเว่ยกั๋วกงล้วนมิใช่บุตรหลานเสเพล ส่วนใหญ่ติดตามเว่ยกั๋วกงประจำการอยู่ชายแดนตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงสองปีมานี้มักรั้งอยู่ที่ทะเลตะวันออกบุรุษจวนเว่ยกั๋วกงมักมิได้พำนักอยู่ในเมืองหลวงการที่คุณหนูจวนฉีกั๋วกงถอนตัวอย่างรวดเร็วเช่นนี้จึงพอจะเข้าใจได้พบปะกันน้อย ความรู้สึกย่อมมิได้ลึกซึ้งอันใด เมื่อคิดจะตัดใจก็ตัดใจได้โดยง่ายหันกายกลับมา มองไปยังดรุณีที่กลืนหายไปท่ามกลางฝูงชน ทว่ายามดึงสายตากลับมากลับสบเข้ากับดวงตาของใครบางคนโดยบังเอิญเป็นฉู่ยวนข้างกายเขายังมีบุรุษวัยไล่เลี่ยกันอีกสองคน“ฮูหยิน” ฉู่ยวนยกมือประสานคารวะเซวียหว่านอี้พยักหน้ารับ “อาเฟยเล่า เหตุใดจึงมิได้มากับท่าน?”ฉู่ยวนตอบ “นางอยู่กับสหายสนิทอีกด้านหนึ่ง พวกเราจึงแยกกันเที่ยวชม”แม้จะเป็นเพียงการทักทายสั้น ๆ ทว่าฉู่ยวนกลับอยากมองนางให้เนิ่นนานกว่านี้อีกสักหน่อยอีกสองวันเขาก็ต้องจากเมืองหลวงไปแล้ว การเดินทางครานี้กินเวลาอย่างน้อยสามปี หากนานหน่อยก็อาจถึงหกปีหรือเก้าปี หากไร้คนในราชสำนักคอยสนับสนุน
Read more

บทที่ 469

ฉู่ยวนทอดสายตามองโคมหมุนเบื้องหน้า พลางคิดว่าอาจจะซื้อกลับไปสักใบ“พวกเจ้าทั้งสอง พอแค่นี้เถิด เรื่องเรือนผู้อื่น จะสอดมือเข้าไปก้าวก่ายมากไปแล้ว”คนทั้งสองได้สติกลับมา สบตากันครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะร่วนออกมา“พี่ฉู่อย่าได้ถือสา ข้าสองคนเมื่อครู่พลั้งปากไปหน่อย ช่วยปิดเป็นความลับด้วยเถิด”ชายชาตรีสองคนกลับทำตัวราวกับสตรีปากบอน จับกลุ่มนินทาหญิงสาวสองนางลับหลัง ซ้ำหนึ่งในนั้นยังเป็นภรรยาของสหายรัก ช่างไม่ควรเอาเสียเลยส่วนทางด้านเซวียหว่านอี้นั้น พอหันหลังกลับไปก็ลืมเลือนเรื่องของฉู่ยวนเสียสิ้นนางและนางชุยรวมไปถึงเซี่ยฉานมิได้สนใจคุณชายรองแห่งจวนเว่ยกั๋วกงผู้นี้อีก ทั้งสามเดินตามผู้คนขึ้นไปบนสะพานและข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม……จวบจนใกล้ยามไห่ ทั้งสามจึงกลับมาถึงภัตตาคารเมื่อลูกจ้างร้านเห็นเข้า ก็รีบกุลีกุจอจัดเตรียมโต๊ะสุราอาหารชุดใหม่ให้พวกนางทั้งสามในห้องอย่างคล่องแคล่วทางด้านบุรุษนั้น มีคนเพิ่มขึ้นมาอีกสองสามคนองค์ชายสาม หรงเจวี๋ย และเซี่ยเฝ่ย น่าจะมาถึงในยามที่พวกนางกำลังเดินเที่ยวชมงานโคมไฟ“ผู้พี่” เซี่ยฉานเอ่ยถามหรงเจวี๋ยที่อยู่ด้านนอกผ่านม่านมุก “ปีนี้จะได้แต่งงานหรือ
Read more

บทที่ 470

“นางตั้งครรภ์มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว มิใช่ว่าบอกเจ้าไปแล้วหรือ?”เซี่ยฉานมองเซวียหว่านอี้ “ขี้ลืมถึงเพียงนี้เชียวรึ?”เซวียหว่านอี้กล่าว “ข้ารู้เรื่องนี้ ความหมายของข้าคือ ปีนี้องค์ชายสามพระองค์ล้วนเข้าพิธีสมรส ทางฝั่งองค์ชายห้าจะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปเช่นนี้มิได้กระมัง?”นางขมวดคิ้ว กล่าวว่า “หรือว่าจะให้ญาติผู้น้องที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ไปเป็นชายารอง? ตามหลักแล้วด้วยฐานะของนาง สามารถเป็นชายาองค์ชายห้าได้เลย”เซี่ยฉานได้ยินดังนั้น หางคิ้วก็เลิกขึ้นช้า ๆ แววตาปรากฏรอยหยอกเย้าแฝงความนัยนางปรายตามองพี่สะใภ้คราหนึ่ง แล้วกล่าวว่า “จะว่าไป อู๋อวิ้นเอ๋อร์ผู้นั้นเป็นหลานสาวของเว่ยเจี๋ยอวี๋ ช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก มิสู้ไปพูดคุยกับท่านพ่อ เพื่อขอพระราชทานสมรสเลยดีหรือไม่ ในเมื่อตั้งครรภ์แล้ว หรือจะยอมให้เด็กคนนี้เกิดมาเป็นบุตรอนุกัน?”เป็นบุตรอนุภรรยาก็มิใช่ว่าจะมิได้ ทว่าในภายภาคหน้า ทรัพย์สินหลักขององค์ชายห้ากอปรกับตำแหน่งอ๋อง ล้วนต้องสืบทอดให้แก่บุตรภรรยาเอกทั้งสิ้นเว่ยเจี๋ยอวี๋มีหรือจะไม่ปกป้องคนของตระกูลเดิมหากสืบทอดให้แก่บุตรของหลานสาว เช่นนั้นก็ยังถือว่าสืบทอดอยู่ภายในสายเลือดตระก
Read more
PREV
1
...
4546474849
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status