เซี่ยเฝ่ยเห็นผู้ที่ถูกกลุ่มสตรีห้อมล้อมจนหมดทางหนี จึงหันมองซ้ายขวา ดึงดอกเหมยกิ่งหนึ่งออกมาจากแจกัน แล้วสะบัดมือโยนออกไปดอกเหมยร่วงลงบนไหล่ของสตรีที่กำลังฉวยโอกาสลวนลามเหลียนหุยอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาจึงเงยหน้าขึ้นมาเมื่อเห็นเซี่ยเฝ่ยยืนอยู่บนชั้นสองด้านข้าง เขาก็ยิ้มพยักหน้าให้จากนั้นก็งัดทุกวิถีทางแทรกตัวหลุดออกมาจากวงล้อมของสตรี แล้ววิ่งหนีเข้าไปในภัตตาคารแม่นางเหล่านั้นยังคิดจะตามเข้ามา ทว่าน่าเสียดายที่ในร้านผู้คนเนืองแน่นจนล้นหลามแล้ว พนักงานร้านจึงต้องออกแรงเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่าจะห้ามพวกนางไว้ได้เมื่อปรากฏตัวในห้องด้วยสภาพทุลักทุเล เหลียนหุยเห็นผู้คนในห้องก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะประสานมือคารวะ“เหลียนหุยคารวะทุกท่าน”องค์รัชทายาทและคนอื่น ๆ เห็นคนผู้นี้ ก็พยักหน้ายิ้มแย้ม ถือเป็นการทักทายคนผู้นี้เป็นชนชั้นต่ำต้อยก็จริง ทว่าในราชวงศ์อวิ๋น ธรรมเนียมสังคมนั้นเปิดกว้าง อีกทั้งพวกเขาก็ล้วนเคยได้ยินชื่อเสียงของคนผู้นี้ ต่อให้ต้องตกต่ำเป็นทาสเพราะภูมิหลังที่น่ารันทด ทว่ากลับมีความรู้แตกฉานทั้งเรื่องพิณ หมาก อักษร และภาพวาด ทั้งยังมีฝีมือเป็นเลิศหอหนานเฟิง มิใช่สถานที่เ
Read more