All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 471 - Chapter 480

653 Chapters

บทที่ 471

เซี่ยเฝ่ยเห็นผู้ที่ถูกกลุ่มสตรีห้อมล้อมจนหมดทางหนี จึงหันมองซ้ายขวา ดึงดอกเหมยกิ่งหนึ่งออกมาจากแจกัน แล้วสะบัดมือโยนออกไปดอกเหมยร่วงลงบนไหล่ของสตรีที่กำลังฉวยโอกาสลวนลามเหลียนหุยอย่างเอาเป็นเอาตาย เขาจึงเงยหน้าขึ้นมาเมื่อเห็นเซี่ยเฝ่ยยืนอยู่บนชั้นสองด้านข้าง เขาก็ยิ้มพยักหน้าให้จากนั้นก็งัดทุกวิถีทางแทรกตัวหลุดออกมาจากวงล้อมของสตรี แล้ววิ่งหนีเข้าไปในภัตตาคารแม่นางเหล่านั้นยังคิดจะตามเข้ามา ทว่าน่าเสียดายที่ในร้านผู้คนเนืองแน่นจนล้นหลามแล้ว พนักงานร้านจึงต้องออกแรงเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่าจะห้ามพวกนางไว้ได้เมื่อปรากฏตัวในห้องด้วยสภาพทุลักทุเล เหลียนหุยเห็นผู้คนในห้องก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะประสานมือคารวะ“เหลียนหุยคารวะทุกท่าน”องค์รัชทายาทและคนอื่น ๆ เห็นคนผู้นี้ ก็พยักหน้ายิ้มแย้ม ถือเป็นการทักทายคนผู้นี้เป็นชนชั้นต่ำต้อยก็จริง ทว่าในราชวงศ์อวิ๋น ธรรมเนียมสังคมนั้นเปิดกว้าง อีกทั้งพวกเขาก็ล้วนเคยได้ยินชื่อเสียงของคนผู้นี้ ต่อให้ต้องตกต่ำเป็นทาสเพราะภูมิหลังที่น่ารันทด ทว่ากลับมีความรู้แตกฉานทั้งเรื่องพิณ หมาก อักษร และภาพวาด ทั้งยังมีฝีมือเป็นเลิศหอหนานเฟิง มิใช่สถานที่เ
Read more

บทที่ 472

ไม่มีผู้ใดดูแคลนเหลียนหุย ในน้ำเสียงมิได้มีแววเย้ยหยันหรือเหยียดหยามแต่อย่างใดเนื่องจากเทศกาลซ่างหยวนมิได้มีช่วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถานยามวิกาล พวกเขาทั้งกลุ่มจึงอยู่สังสรรค์จนถึงกลางดึก ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปผู้คนบนท้องถนนบางตาลงมาก ส่วนใหญ่ล้วนเป็นบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังเก็บโคมไฟของร้านตนเมื่อกลับมาถึงจวนกั๋วกง เย่จั๋วก็มุ่งหน้าไปยังหอหมิงอิ่น ส่วนเซวียหว่านอี้ก็เดินกลับไปยังเรือนชุ่ยเวย นางผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชำระล้างร่างกายอย่างเรียบง่าย แล้วล้มตัวลงนอนทันทีครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เฝ่ยชุ่ยที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็เดินเข้ามาด้านใน“ฮูหยิน ท่านกั๋วกงอยู่ที่โถงเรือนข้างเจ้าค่ะ ยังมีชายชราผมขาวหนวดเคราขาวโพลนอีกท่านหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นท่านหมอที่ท่านกั๋วกงเชิญมาเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตระหนักขึ้นมาได้ก่อนหน้านี้เย่จั๋วเคยกล่าวกับนางไว้ว่า หลังผ่านพ้นเทศกาลซ่างหยวนไปแล้ว จะมีหมอเทวดาท่านหนึ่งเดินทางมาที่จวนเพื่อตรวจดูอาการให้นาง“ยามนี้คือยามใดแล้ว?” นางเอ่ยถามเฝ่ยชุ่ยตอบว่า “ใกล้จะยามอู่แล้วเจ้าค่ะ”การนอนหลับครั้งนี้ เซวียหว่านอี้หลับไปนาน
Read more

บทที่ 473

เย่จั๋วได้ยินดังนั้น คล้ายจะเข้าใจสิ่งใดขึ้นมาเซวียหว่านอี้พยักหน้า “ลำบากท่านผู้เฒ่าฉีต้องมาเสียเที่ยวแล้ว”นางรู้ดีแก่ใจขอเพียงชำระหนี้แค้นจากชาติก่อนได้ อาการป่วยของตนย่อมต้องหายดีเป็นแน่ท่านผู้เฒ่าฉีโบกมือ ยิ้มกล่าวว่า “จะเรียกว่ามาเสียเที่ยวได้อย่างไร ผู้เฒ่ากับจวนแม่ทัพนับว่ามีวาสนาต่อกันไม่น้อยทีเดียว”นางลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยกับเย่จั๋วว่า “ท่านคุยกับท่านผู้เฒ่าฉีไปก่อนเถิด ข้าจะไปดูที่ห้องเครื่องสักหน่อย ท่านผู้เฒ่าฉีมีข้อห้ามเรื่องอาหารการกินอันใดหรือไม่เจ้าคะ?”ท่านผู้เฒ่าฉีได้ยินดังนั้นก็ลูบเคราอย่างอารมณ์ดี “ไม่มี ผู้เฒ่ากินอยู่ตามสบาย ไร้ข้อห้ามใด ๆ ที่โปรดปรานที่สุดคือเนื้อรสเลิศและสุราชั้นดี”เซวียหว่านอี้ยกมือป้องปากยิ้มกล่าว “หากเป็นเช่นนั้น มื้อเที่ยงพวกเราจะทานเนื้อกันเจ้าค่ะ”คล้อยหลังนางจากไป ท่านผู้เฒ่าฉีจึงเอ่ยถามขึ้น “ก่อนหน้านี้ฮูหยินเคยเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่คนธรรมดามิอาจทนรับได้มาก่อนหรือไม่?”เย่จั๋วครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วส่ายหน้า “เรื่องนี้มิเคยได้ยินมาก่อน เพียงแต่ก่อนที่จะแต่งให้ข้า นาง...”เขาเล่าเรื่องที่เซวียหว่านอี้ถูกสลับตัวตั้งแต่แรกเก
Read more

บทที่ 474

เมื่อประคองชุดนอนสีแดงสดแสนประณีตไว้ในมือ ขอบตาของเฝ่ยชุ่ยก็เริ่มแดงเรื่อเซวียหว่านอี้อดมิได้ที่จะหลุดเสียงหัวเราะออกมา“อย่าร้องไห้ไปเลย ชุดนี้ยังจะงดงามเทียบเท่าชุดเจ้าสาวของเจ้าได้อีกหรือ?”เฝ่ยชุ่ยขอบตาแดงก่ำพลางส่ายหน้าติด ๆ กัน “นี่คือชุดที่ฮูหยินตัดเย็บให้ข้าด้วยตนเอง ย่อมไม่เหมือนกันเจ้าค่ะ”มีสาวใช้จวนใดออกเรือนแล้วได้ทั้งเงินทองและเรือนพักอาศัยบ้าง แม้กระทั่งผ้าที่ใช้ตัดชุดแต่งงานผู้เป็นนายก็ยังมอบให้ ซ้ำยังคืนสัญญาทาสให้แก่นางอีก ทั้งที่นั่นคือสัญญาขายขาดแท้ ๆ“ร้านค้าทางใต้ของเมืองแห่งนั้น...” เซวียหว่านอี้เอ่ย “รอให้เจ้าออกเรือนแล้ว ก็ไปเป็นผู้จัดการที่นั่นเถิด”เฝ่ยชุ่ยมองเซวียหว่านอี้ด้วยความตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องน่ายินดีถึงเพียงนี้ไม่เพียงคืนสัญญาทาสให้แก่นาง ทว่ายังจัดการเรื่องหน้าที่การงานให้นางจนเสร็จสรรพ“ฮูหยิน...” หยาดน้ำตาของนางร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบงัน “หากข้าไปแล้ว ผู้จัดการคนเดิมจะทำเช่นไรเล่าเจ้าคะ?”เด็กสาวผู้นี้ ช่างมีจิตใจอ่อนโยนและรู้จักนึกถึงผู้อื่นเสมอแต่เด็กสาวที่แสนดีเช่นนี้ ชาติก่อนกลับต้องพบเจอกับจุดจบอันแสนอนาถ“ผู้จัดการคนเดิ
Read more

บทที่ 475

เมื่อได้ยินว่ามีสมุนไพรล้ำค่า ท่านผู้เฒ่าฉีย่อมไม่ปฏิเสธเป็นแน่“ดี ดี ดี ท่านแม่ทัพช่างแต่งภรรยาที่ดีเข้ามาเสียจริง”ในฐานะหมอเทวดาที่หมกมุ่นอยู่กับวิชาแพทย์มาทั้งชีวิต ยามได้ยินเรื่องสมุนไพรล้ำค่า มีหรือที่จะอดใจไหวเขารีบกินข้าวให้เสร็จสรรพ ก่อนจะส่งสายตาเร่งเร้าเซวียหว่านอี้เย่จั๋วอดส่ายหน้ามิได้ เอ่ยว่า “ท่านค่อย ๆ กินเถิด ข้าจะพาท่านผู้เฒ่าฉีไปดูเอง กุญแจห้องเก็บของเล่า...”“เฝ่ยชุ่ย” นางเรียกสาวใช้ข้างกาย “นางเป็นคนดูแลสินเดิมของข้า ท่านพี่ไปเถิด”รอจนผู้คนจากไป เจินจูก็ก้าวเข้ามาช่วยคีบอาหารเซวียหว่านอี้ชี้ไปที่นั่งด้านข้าง “พวกเขายังไม่ค่อยได้กินอะไรกันเลย พวกเรามากินด้วยกันเถิด”เจินจูยิ้มระรื่นพลางหยิบถ้วยชามมาสองชุดแล้วนั่งลง อีกชุดหนึ่งเตรียมไว้ให้เฝ่ยชุ่ย“เมื่อคืนฮูหยินฝันร้ายเจ้าค่ะ” นางกระซิบเสียงเบา “ข้าอยู่ห้องด้านนอกยังได้ยินฮูหยินละเมอเลย”เซวียหว่านอี้ยิ้มพลางเลิกคิ้ว “ข้าพูดว่าอะไรหรือ?”เจินจูเอ่ย “ฮูหยินร้องว่า เฝ่ยชุ่ยไม่ผิด เจินจูหนีไป พวกเจ้าจะถูกกรรมตามสนอง... ฮูหยินฝันร้ายเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ พวกเราถูกผู้ใดรังแกหรือ?”เมื่อมองดูแววตาที่เปล่ง
Read more

บทที่ 476

เย่จั๋วกลับมิได้รู้สึกกระดากอายแต่อย่างใด“ท่านผู้เฒ่าฉี หากตั้งครรภ์ก่อนเวลาอันควรจริง ๆ แล้วเด็ก...”วาจายังกล่าวไม่ทันจบ ทว่าท่านผู้เฒ่าฉีก็เข้าใจความหมายของเขาแล้วบุตรของเย่จั๋ว ภายหน้าย่อมต้องสืบทอดจวนกั๋วกง ทั้งยังต้องเป็นผู้นำทัพออกศึกอีกด้วยหากร่างกายอ่อนแอ ก็มิอาจก้าวขึ้นสู่สนามรบได้“ย่อมต้องมีผลกระทบไม่มากก็น้อย ตามความเห็นของผู้เฒ่า ทางที่ดีควรรอให้ร่างกายของท่านฟื้นฟูจนหายดีเสียก่อน ค่อยมีบุตรจะดีกว่า”เย่จั๋วพยักหน้ารับ “ข้าจดจำเอาไว้แล้ว”……บริเวณหน้าประตูจวนเซวียหมิงเฟยสวมอาภรณ์หนาเตอะจนร่างกายอบอุ่น กำลังประคองฮูหยินเฒ่าเพื่อมาส่งฉู่ยวนเดินทางวันนี้เขาต้องออกเดินทางไปรับตำแหน่งที่ต่างเมืองแล้ว“ฮูหยิน ข้าไปครานี้อย่างน้อยก็สามปี เรื่องในจวนคงต้องฝากฝังให้เจ้าดูแลแล้ว อีกทั้งท่านแม่ ยามนี้ฮูหยินกำลังตั้งครรภ์ คงต้องรบกวนท่านแม่ช่วยดูแลนางให้มากด้วยขอรับ”หากเป็นฮูหยินผู้เฒ่าจวนอื่นอาจนึกรำคาญใจอยู่บ้าง ทว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสายเลือดของตระกูลฉู่ นางย่อมมิกล้าละเลยเป็นแน่แม่สามีลูกสะใภ้ต่างพยักหน้ารับ“ท่านพี่โปรดวางใจเถิด รออีกสักสองปี หากลูกสามาร
Read more

บทที่ 477

ภายหลังแต่งเข้าตระกูลฉู่ ยามที่สามียังมีชีวิตอยู่ นางช่วยเหลือครอบครัวเดิมอยู่มิใช่น้อยถึงขั้นผลักดันครอบครัวเดิมที่เป็นเพียงชาวนาแท้ ๆ ให้สามารถเปิดร้านรวงได้จวบจนกระทั่งสามีสิ้นใจ เหลือเพียงแม่หม้ายลูกกำพร้า นางจึงค่อย ๆ ลดการจุนเจือครอบครัวเดิมลงสะใภ้เกิดในจวนรองเสนาบดี มีหรือจะต้องการให้นางช่วยเหลือครอบครัวเดิมอีกกลับเป็นฝ่ายนั้นเสียอีกที่มักจะแวะเวียนกลับไปตระกูลเซวียอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังติดไม้ติดมือถือของกลับมาด้วยด้วยเหตุนี้ ต่อให้ความสัมพันธ์แม่สามีลูกสะใภ้จะย่ำแย่เพียงไร นางก็มิเคยยุแยงตะแคงรั่วให้บุตรชายและสะใภ้ต้องผิดใจกัน หากจะบ่นว่าสักสองสามประโยคก็ล้วนต้องไตร่ตรองให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้สามีภรรยาต้องบ้านแตกสาแหรกขาด“ประคองฮูหยินผู้เฒ่ากลับไปพักผ่อนในเรือนเถิด อากาศหนาวเย็นนัก อย่าได้ตรากตรำจนอาการป่วยกำเริบหนักขึ้น”เซวียหมิงเฟยเอ่ยเรียกแม่นมของเรือนหลัก ก่อนจะหันไปกล่าวกับฮูหยินผู้เฒ่า “วันนี้ข้าจะออกไปข้างนอกสักครา ยามเย็นจึงจะกลับจวน ท่านแม่มิต้องรอข้าเจ้าค่ะ”ฮูหยินผู้เฒ่าอ้าปากคล้ายอยากจะเอ่ยสิ่งใด ทว่าสุดท้ายก็เพียงพยักหน้ารับ “อย่ากลับให้ดึกดื่นนัก
Read more

บทที่ 478

ในฐานะผู้เป็นน้าของเด็กคนนี้ การตัดชุดสักสองชุดให้ ย่อมเป็นเรื่องที่ปกติธรรมดายิ่งนัก“สินเดิมของเจ้าก็มีช่างปักผ้าติดตามมาด้วยนี่” นางกล่าว “ข้าตัดให้เจ้าแค่สองชุดก็พอ”เซวียหมิงเฟยแค่นเสียงเบา ๆ “สองชุดก็สองชุด”นางมิได้ตั้งใจจะสร้างความลำบากใจให้อีกฝ่ายอย่างไรเสียพวกนางก็เป็นพี่น้องร่วมสายโลหิต จะตัดชุดให้เพียงลูกขององค์รัชทายาท ทว่าลูกของนางกลับไม่มีได้อย่างไร เรื่องนี้ทำให้นางรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์นักหรือว่าคนในครอบครัวเดียวกันยังจะสนิทสนมสู้คนนอกมิได้เชียวหรือ?ทว่าเมื่อลองคิดดูให้ดีแล้ว ดูเหมือนว่าจะสู้มิได้จริง ๆนับตั้งแต่กำเนิดจวบจนกระทั่งออกเรือน กล่าวได้ว่านางไม่เคยมีชีวิตที่สุขสบายใจในตระกูลเซวียเลยแม้แต่วันเดียวแม้ไม่มีผู้ใดรังแก ทว่าก็ไม่มีผู้ใดไยดีเช่นกัน“อย่างไรก็ช่างเถิด เจ้ากับตระกูลเซวียก็มิได้มีความแค้นเคืองกันจนถึงขั้นต้องตายกันไปข้าง นาน ๆ ทียังคงต้องไปมาหาสู่กันบ้าง”เซวียหมิงเฟยกล่าวว่า “อย่าได้เอาทุกสิ่งทุกอย่างไปเดิมพันไว้กับบุรุษเลย ความโปรดปรานของบุรุษนั้น...”นางอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “ล้วนเป็นเพียงภาพลวงตาที่จับต้องมิได้ มองดูตอนนี้ราวกับว่าจ
Read more

บทที่ 479

“เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันแล้ว ลองดูเถิดว่าเจ้ายังมีสิ่งใดต้องตระเตรียมอีกหรือไม่”เจินจูกล่าวว่า “สองวันก่อนพิธีมงคลสมรส ข้าจะย้ายไปอยู่ที่เรือนเป็นเพื่อนเจ้า แม่นมก็จะตามไปด้วย นางจะเป็นผู้ส่งตัวเจ้าเข้าพิธี”“แล้วฮูหยินเล่า?” เฝ่ยชุ่ยถามขึ้นมาประโยคหนึ่งด้วยความตื่นเต้นจนลืมตัวไปชั่วขณะเจินจูกลอกตา “หลังจากนั้นฮูหยินจะไปดื่มสุรามงคลของพวกเจ้าที่นั่น การส่งตัวเจ้าสาวนั้นย่อมมิอาจทำได้อย่างแน่นอน ในวันแต่งงานพวกเจ้าทั้งสองโขกศีรษะให้ฮูหยินสักครา คงจะไม่มากเกินไปกระมัง?”เฝ่ยชุ่ยคลายความกังวลลง “ย่อมไม่มากเกินไป เป็นสิ่งที่สมควรทำอยู่แล้ว”ขอเพียงในวันนั้นได้เห็นหน้าฮูหยิน ภายในใจของนางก็สงบลงแล้วอีกทั้งฮูหยินยังมอบร้านค้าและสินเดิมให้แก่นาง ดีต่อนางถึงเพียงนี้ แค่โขกศีรษะจะเป็นอันใดไปเย่จั๋วรู้ว่าสาวใช้ของเซวียหว่านอี้กำลังจะออกเรือนในวันที่เฝ่ยชุ่ยนำหีบสินเดิมทั้งสิบหกใบเตรียมตัวเดินทางไปยังเรือนของตนเองนั้น เขาได้ให้เย่อันจัดเตรียมสินเดิมเพิ่มให้นางอีกหกหีบ ถือเป็นการแสดงความยินดีสตรีชาวบ้านทั่วไป มักจะมีสินเดิมติดตัวเพียงหกหีบถึงสิบหีบ หากมากหน่อยก็ไม่เกินสิบสองหีบ
Read more

บทที่ 480

“พอเสียทีเถิด ดูท่าทางโง่งมของเจ้าเข้าสิ”หวังเหลยยิ้มกล่าว “ชอบแม่นางเฝ่ยชุ่ยถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”“อืม!” หวังหย่วนพยักหน้า รอยยิ้มยิ่งดูโง่งมกว่าเดิม “ตั้งแต่แรกพบเฝ่ยชุ่ย ข้าก็รู้สึกว่านางคือสตรีที่งดงามที่สุดในใต้หล้า หลังจากนั้นข้าจึงไปปรากฏตัวที่ร้านของฮูหยินอยู่บ่อยครั้ง มิเช่นนั้นเจ้าคิดว่าการพบกันหลายครั้งหลังจากนั้นเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ หรือ?”“ข้าจะดีต่อนางไปชั่วชีวิต” หวังหย่วนกล่าว “ข้าไม่คิดจะเดินทางรอนแรมไปทั่วแล้ว จะอยู่รั้งที่สำนักคุ้มภัยเพื่อสอนวรยุทธ์ให้คนใหม่ แม้เงินทองมิได้มากมายเท่ากับการเดินคุ้มภัย แต่ได้ความสงบและปลอดภัยมากกว่า ทั้งยังมิต้องแยกจากเฝ่ยชุ่ยเป็นเวลานานด้วย”ออกคุ้มภัยแต่ละครา อย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงสองเดือน หากระยะทางใกล้หน่อยก็ยังต้องกินเวลาสิบวันครึ่งเดือนเขาหักใจทิ้งนางไปมิลงหรอกหวังเหลยกับหวังหย่วนรู้จักมักคุ้นกันได้ไม่นานนัก นับรวมเบ็ดเสร็จก็เพียงเจ็ดแปดเดือนเท่านั้นทว่าสายตาในการมองคนของเขานับว่าไม่เลวเลย หวังหย่วนเป็นบุรุษที่ซื่อสัตย์หนักแน่น ย่อมปฏิบัติต่อเฝ่ยชุ่ยเป็นอย่างดีแน่นอนอย่างไรเสียก็เป็นสหายที่ไปมาหาสู่กันอยู่บ่อยค
Read more
PREV
1
...
4647484950
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status