All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 481 - Chapter 490

653 Chapters

บทที่ 481

เซวียหว่านอี้มองนางด้วยสายตาเรียบเฉย “เพิ่งส่งฮูหยินออกจากจวนไป”เมื่อเห็นท่าทีโล่งอกของอีกฝ่าย ก็เอ่ยถามว่า “เหตุใดจึงมาอีกเล่า?”เมื่อสองวันก่อนเพิ่งจะมาขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวัน ทำไมกัน พอฉู่ยวนไม่อยู่เมืองหลวง นางก็อยู่ติดเรือนมิได้เชียวหรือ?“เทศกาลเดือนสองผ่านพ้นไปแล้ว ดูท่าลมหนาวที่ย้อนกลับมาในวสันตฤดูปีนี้คงจะหนาวเหน็บยิ่งกว่าปีก่อน ๆ”นางเดินตามข้างกายเซวียหว่านอี้ ทั้งสองเดินทอดน่องมุ่งหน้าไปยังเรือนชุ่ยเวยยามเดินผ่านประตูทรงโค้งระหว่างเรือนหน้าและเรือนหลัง ก็เห็นเย่ผิงพาดรุณีน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มหลายคนเดินผ่านไปแต่ไกลนางมิได้ใส่ใจ และมิได้เอ่ยถามสิ่งใดเมื่อเข้ามาในห้องที่อบอุ่น นางก็ถอดเสื้อคลุมตัวยาวออก วิ่งไปที่ตั่งหลัวฮั่นแล้วดึงผ้าห่มผืนบางมาคลุมกาย พลางร้องเรียกเจินจูและเฝ่ยชุ่ยให้ชงชาผลไม้และนำขนมนุ่มหนึบมาให้“รู้ว่าสาวใช้ข้างกายเจ้ากำลังจะออกเรือน วันนี้ข้าจึงมอบเงินยี่สิบตำลึงให้เป็นสินเดิมเพิ่มก้นหีบ อย่าได้รังเกียจว่าน้อยไปเลย”เฝ่ยชุ่ยได้ยินเช่นนั้น ก็ย่อกายยิ้มรับและเอ่ยขอบคุณเซวียหว่านอี้มองดูเย่อันและสาวใช้ตัวน้อยอีกเจ็ดแปดคนที่เดินตามแม่นมเฉินเข้ามา พล
Read more

บทที่ 482

เมืองผิงเจียงแห่งชิงโจว เป็นดินแดนที่มิได้ร่ำรวยนักทว่าเต็มไปด้วยตระกูลใหญ่น้อยมากมายฉู่ยวนพาชิวฉานแวะคารวะเจ้าเมืองที่ชิงโจวระหว่างทาง ผ่านไปสองวัน ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเมืองผิงเจียงบรรดาเจ้าหน้าที่ศาลาว่าการในที่สุดก็รอจนเจ้านายคนใหม่เดินทางมาถึง ย่อมต้องปรนนิบัติเอาอกเอาใจเป็นธรรมดาอย่างน้อยยามนี้ก็พอจะนอนหลับได้อย่างสงบใจได้เสียที ช่วงเวลาที่ผ่านมาได้แต่รอแล้วรอเล่า ทั้งยังต้องส่งคนไปสืบข่าวของผู้ว่าการโจวคนใหม่อยู่ตลอดบัดนี้ดีแล้ว แม้จะได้ยินว่าเบื้องหลังของเขาคือรองเสนาบดีกรมโยธาและจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋ว ทว่าใต้เท้าผู้นี้ยังหนุ่มแน่นนักความหนุ่มแน่น หมายความว่ามิได้มีเล่ห์เหลี่ยมเหมือนคนมีอายุ ใต้เท้าคนก่อนช่างรู้จักเอาตัวรอด รับผลประโยชน์ไปมากมาย แต่กลับไม่ค่อยทำงานทำการใดนักแม้คิดจะหาจุดอ่อนมาควบคุมก็ยังไร้หนทางส่วนใต้เท้าผู้นี้…หัวหน้าเจ้าหน้าที่ลอบมองหญิงสาวหน้าตาหมดจดข้างกายฉู่ยวน ดูจากการแต่งกายและตำแหน่งที่ยืน คงมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับผู้ว่าการโจวเป็นแน่น่าจะเป็นอนุที่พามาด้วย“ใต้เท้า คนเหล่านี้ครึ่งหนึ่งเป็นคนที่ผู้ว่าการโจวคนก่อนทิ้งเอาไว้ ที่เหลือล้ว
Read more

บทที่ 483

“ใต้เท้า ท่านนี้คือ...” เขาเอ่ยถามเช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องแปลกอันใดภายหน้าต้องร่วมงานกันในเมืองผิงเจียงแล้ว เหล่าฮูหยินย่อมต้องไปมาหาสู่กันเป็นธรรมดา“อนุชิวเหนียง” ฉู่ยวนเอ่ยตอบขุนนางท้องถิ่นพยักหน้ายิ้มแย้ม “มิทราบว่าฮูหยินจะมาเยือนเมืองผิงเจียงของเราหรือไม่ขอรับ?”ฉู่ยวนส่ายหน้า “ฮูหยินมีครรภ์ ไม่เหมาะจะเดินทางไกล อีกทั้งท่านแม่สุขภาพมิสู้ดี นางจึงต้องรั้งอยู่เมืองหลวงเพื่อปรนนิบัติดูแล”คำกล่าวนี้นับว่าหาข้อติเตียนมิได้เลยแม้แต่น้อยหากแม้นทำได้ บุรุษที่รูปโฉมหล่อเหลาสง่างามและบุคลิกไม่ธรรมดาเฉกเช่นฉู่ยวน ฮูหยินย่อมต้องอยากติดตามอยู่ข้างกาย ไฉนเลยจะยอมส่งเพียงอนุให้ตามมาด้วย หากช่วงหลายปีหลังจากนี้มีบุตรธิดาเกิดมาไม่ขาดสาย ย่อมมิใช่เรื่องดีเป็นแน่“ดูว่าฟ้าเริ่มมืดค่ำแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้าจะให้คนจัดเตรียมเรือนให้เรียบร้อย อีกสองวันเมื่อจัดการเข้าที่เข้าทางแล้ว ค่อยเชิญขุนนางในศาลาว่าการและหัวหน้าตระกูลในท้องถิ่นมาดื่มด่ำสุรากันให้สำราญใจ”ขุนนางท้องถิ่นได้ยินเช่นนั้นก็ลอบพยักหน้าอยู่ในใจสมแล้วที่มาจากเมืองหลวง ความคิดความอ่านช่างปราดเปรียวคล่องแคล่วนักผู้ที่เพิ่งมา
Read more

บทที่ 484

วันที่เก้า เป็นวันมงคลสมรสของเฝ่ยชุ่ยชุดแต่งงานสีครามสลับแดง เมื่อประดับประดาด้วยชุดเครื่องทองที่เซวียหว่านอี้มอบให้ อีกทั้งแม่สื่อยังเป็นผู้แต่งแต้มใบหน้าให้ด้วยตนเอง ทำให้เฝ่ยชุ่ยในวันนี้งดงามยิ่งนักแม้แต่พัดกลมในมือ ก็ยังประดับประดาด้วยทองและเงินงานมงคลสมรสของบุรุษสตรีแห่งราชวงศ์อวิ๋น ชุดแต่งงานโดยทั่วไปล้วนเป็นสีครามสลับแดงทว่าของบุรุษจะเน้นสีแดงเป็นหลัก ส่วนของสตรีจะเน้นสีครามเป็นหลักในฐานะสองในห้าสีหลัก สีแดงคือธาตุไฟ สีครามคือธาตุไม้เปรียบดั่งฟืนแห้งสุมไฟโชน สื่อความหมายมงคลให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตคู่ที่รุ่งโรจน์โชติช่วง มีทายาทสืบสกุลมากมาย ไม่มีวันสูญสิ้น“งดงามจริง ๆ”แม่นมเฉินมีรอยยิ้มประดับหางตา ทอดมองเฝ่ยชุ่ยที่อยู่เบื้องหน้าเฝ่ยชุ่ยแก้มแดงระเรื่อ “แม่นม ภายหน้าคงต้องรบกวนท่านดูแลฮูหยินแล้ว”แม่นมเฉินยิ้มกล่าว “ฮูหยินจัดการธุระต่าง ๆ อย่างหนักแน่นรอบคอบ ทั้งยังปราดเปรื่องทะลุปรุโปร่ง จะลำบากได้อย่างไรกัน เป็นเจ้าต่างหากที่กำลังจะออกเรือนไปเป็นภรรยาผู้อื่น ภายหน้ายังต้องให้กำเนิดบุตรธิดา จงใคร่ครวญวางแผนเพื่อตนเองให้ดีเถิด”เฝ่ยชุ่ยกุมมือแม่นมเฉินเอาไว้ พลางเอ
Read more

บทที่ 485

เมื่อเวลาผ่านไป ขบวนรับเจ้าสาวอันแสนมงคลก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้“อย่าได้ประหม่าไปเลย” เมื่อเห็นมือของนางกำแน่นจนเกร็ง เซวียหว่านอี้ยิ้มกล่าว “พวกเจ้าทั้งสองรู้จักมักจี่กันมานาน ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้ง จงทำใจให้สบายเถิด ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี”……ภายใต้การนำของเจินจู หลังจากทุกคนครื้นเครงกันอยู่พักใหญ่ หวังหย่วนก็รับตัวเจ้าสาวแล้วเดินทางกลับสองพี่น้องจึงขึ้นรถม้าที่หน้าประตู เพื่อเตรียมตัวไปร่วมงานมงคลสมรส“เจ้าทำเช่นนี้ วันหน้าหากคนข้างกายข้าแต่งงานแล้วจัดงานได้ด้อยกว่าเจ้า ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดกัน?” เซวียหมิงเฟยบ่นอุบอิบเซวียหว่านอี้มิได้คิดถึงจุดนี้มาก่อน ทว่าต่อให้คิดได้นางก็มิได้ใส่ใจอยู่ดี“ข้าดูแลคนของข้า เจ้าก็ดูแลคนของเจ้า ต่างคนต่างอยู่มิได้เกี่ยวข้องกัน ไฉนเรื่องนี้ถึงลามมาถึงหัวข้าได้เล่า”นางไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเซวียหมิงเฟยแค่นเสียงเบา ๆ “โชคดีที่จื่อเพ่ยบอกว่าจะไม่ออกเรือน และจะคอยอยู่เคียงข้างข้าตลอดไป”นางมิได้บังคับอีกฝ่ายแต่อย่างใด เป็นจื่อเพ่ยที่ตัดสินใจเช่นนั้นเองหากอีกหลายปีให้หลังจื่อเพ่ยอยากออกเรือน นางก็ย่อมไม่ฝืนใจรั้งตัวไว้อย่าง
Read more

บทที่ 486

โชคดีที่งานมงคลสมรสนั้นครึกครื้นยิ่งนัก แม้อากาศจะหนาวเย็นไปบ้าง ทว่าอาหารก็ยกมาตั้งโต๊ะอย่างรวดเร็ว จึงมิได้ลดทอนบรรยากาศอันชื่นมื่นนี้ลงไป แขกเหรื่อที่มาร่วมงานย่อมไม่ถือสาผนวกกับมีสุราช่วยให้อบอุ่นร่างกาย อีกทั้งผู้คนที่คุ้นหน้าคุ้นตารอบข้างต่างร่วมกินดื่มสังสรรค์กัน จะรู้สึกหนาวเย็นได้อย่างไรมีเพียงพี่น้องเซวียหว่านอี้ที่มาเยือน โต๊ะของพวกนางจึงถูกจัดไว้ภายในห้องโถงพิธีมงคลเนื่องจากบ่าวสาวทั้งสองล้วนกำพร้าบิดามารดา เซวียหว่านอี้จึงกลายเป็นผู้นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานในพิธีเซวียหมิงเฟยยืนชมพิธีอยู่ด้านข้าง เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยถามขึ้น “เหตุใดจึงเป็นนางเล่า?”มีคนมองดูการแต่งกายของนาง ประกอบกับเห็นว่ามาพร้อมเซวียหว่านอี้ ย่อมรู้ดีว่าสตรีผู้นี้มีฐานะไม่ธรรมดาเช่นกันจึงยิ้มกล่าวอธิบายว่า “ฮูหยินเซวียเป็นผู้มีพระคุณของบ่าวสาวทั้งสอง ทั้งคู่ล้วนกำพร้าบิดามารดา ฮูหยินเซวียมานั่งตำแหน่งนี้จึงเหมาะสมที่สุด”เซวียหมิงเฟยพยักหน้ารับ มิได้กล่าวอันใดอีกไม่นานนัก แม่สื่อก็เปล่งเสียงขานพิธีการอยู่ด้านข้างเซวียหว่านอี้มิใช่บุพการี ดังนั้นแม่สื่อจึงขานคำว่า “ผู้มีพระคุณ”คำเรียกขานนี
Read more

บทที่ 487

ภายหลังเมื่อตั้งครรภ์ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงผ่อนปรนต่อนางอยู่บ้าง ทว่าการไปคารวะเช้าเย็นในทุกวันก็ยังมิอาจหลีกเลี่ยงได้มิใช่ว่าต้องไปค้อมคอยอมจำนนต่อหน้าอีกฝ่าย แต่เป็นการไปทักทายไต่ถามสารทุกข์สุกดิบตามธรรมเนียม จากนั้นก็อยู่เป็นเพื่อนพูดคุยด้วยแคว้นอวิ๋นมิได้มีกฎเกณฑ์ที่ต้องยึดถือคำสั่งของบิดามารดาเป็นบรรทัดฐานในทุกเรื่องราวหากบิดามารดากระทำผิด บุตรธิดาสามารถทักท้วงได้ยึดมั่นในความถูกต้องหาใช่บิดามารดาแน่นอนว่า เจ้าก็ไม่อาจใช้ความถูกต้องมาเป็นข้ออ้างเพื่อเข่นฆ่าบิดามารดาของตนเองได้เช่นกันหากบิดามารดามิได้ทำผิดร้ายแรง ทว่าเจ้ากลับล่วงเกินผู้อาวุโส ย่อมส่งผลเสียต่อชื่อเสียงการตัดขาดจากบิดามารดานั้น ในแคว้นอวิ๋นมีให้เห็นบ้าง ทว่าไม่มากนักท้ายที่สุดก็คือสายเลือดเดียวกัน หากไม่ถึงคราวบีบคั้นจนไร้ทางออก ย่อมไม่มีผู้ใดปรารถนาจะเลือกเส้นทาง “แตกหัก” ที่มีแต่พังพินาศกันทั้งสองฝ่ายความดีที่นางมีต่อสองแม่ลูกตระกูลฉู่ ไฉนเลยจะมิใช่ข้ออ้างให้พวกเขาเหยียบย่ำนาง“ห่วงใยข้าหรือ?” เซวียหมิงเฟยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่เหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้มเซวียหว่านอี้มิได้พยักหน้าหรือส่ายหน้า “เจ้าเติบโตมาท่
Read more

บทที่ 488

สั่งความเฝ่ยชุ่ยเพียงสองสามคำ คนทั้งสองก็เดินมายังโถงใหญ่ทางด้านหวังหย่วนยังจงใจเชิญสตรีที่แต่งกายสะอาดสะอ้านภูมิฐานและมีรอยยิ้มเบิกบานมาคอยอยู่เป็นเพื่อนพ่อสามีของนางเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ไม่ว่าตำแหน่งจะเล็กหรือใหญ่ก็นับว่าเป็นขุนนางผู้หนึ่ง“ดูเจ้าสิ ขอบตาแดงหมดแล้ว ทำใจมิได้หรือ?” เซวียหมิงเฟยมองดูนาง “อย่าร้องไห้เชียวนะ”หากทำใจมิได้จริง ๆ ก็รั้งไว้ข้างกายเสียสิเซวียหว่านอี้ยิ้มพลางส่ายหน้า “มิใช่ทำใจมิได้ แต่ข้ายินดีกับนางต่างหาก”หญิงสาวที่ดีที่เคยสิ้นชีพไปพร้อมกับนางในตระกูลฉู่ ชาตินี้ได้แต่งงานกับชายที่พึงใจ ทั้งยังได้รับอิสระ วันข้างหน้าย่อมต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ เป็นแน่ลำดับต่อไปก็คือเจินจูแล้ว“ทางนี้ไม่ต้องให้พวกเจ้าปรนนิบัติแล้ว” เซวียหว่านอี้มองเจินจูกับจื่อเพ่ยและคนอื่น ๆ “มีพี่สะใภ้ท่านนี้อยู่เป็นเพื่อนก็พอ ด้านนอกหวังหย่วนจัดโต๊ะสุราอาหารไว้ให้พวกเจ้าแล้ว ไปกินข้าวเถิด อากาศหนาวเย็น อาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย”เจินจูยิ้มร่าย่อกายรับคำ มองไปยังจื่อเพ่ยและคนอื่น ๆ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจื่อเพ่ยหลุบตามองเซวียหมิงเฟย“ไปเถิด” เซวียหมิงเฟยย่อมไม่คิดสร้างความลำบากใจให้สาว
Read more

บทที่ 489

“ย่อมได้สิ” เซวียหว่านอี้แย้มยิ้มจนดวงตาโค้งดุจจันทร์เสี้ยว “เจ้าเป็นคนของข้า กลับไปเยี่ยมเรือนเดิมย่อมต้องไปพบข้าอยู่แล้ว”เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ ขอบตาของเฝ่ยชุ่ยก็แดงก่ำขึ้นมาในพริบตานางรีบหันหลังกลับด้วยความลุกลี้ลุกลน คล้ายกำลังเช็ดน้ำตาครู่ต่อมาก็หันกลับมา “ฮูหยิน บ่าวจะไปส่งท่านกับคุณหนูรองที่หน้าประตูเจ้าค่ะ”ภายในรถม้าที่กำลังมุ่งหน้ากลับจวนเซวียหมิงเฟยเอ่ยขึ้นว่า “อีกไม่กี่วันก็จะถึงกำหนดงานมงคลของเจียงหมิ่นแล้ว”“อืม!” เจียงหมิ่นกับอ๋องชิ่ง งานมงคลสมรสของราชวงศ์เช่นนี้ ย่อมมีแบบแผนและพิธีการใหญ่โตไม่ธรรมดา“ปีนี้เซี่ยไฉ่เวยก็ต้องแต่งงานออกไปจากเมืองหลวงแล้ว” เซวียหมิงเฟยกล่าว “คนผู้นี้ ถูกอ๋องชิ่งตามใจจนหยิ่งยโสเกินไปหน่อย เวลาอยู่ข้างนอกก็มักจะทำหน้าบูดบึ้งใส่ผู้อื่นเสมอ รีบ ๆ ไปเสียได้ก็ดี เห็นหน้านางแล้วรำคาญนัก”เซวียหว่านอี้เลิกคิ้ว ยิ้มกล่าวว่า “อิจฉาหรือ?”ภายในรถม้าตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วขณะผ่านไปครู่ใหญ่ เซวียหมิงเฟยก็ทอดถอนใจพลางกล่าวว่า “นิดหน่อย ข้าเติบโตมาในจวนด้วยความรักความทะนุถนอมอย่างที่สุด เวลาอยู่ข้างนอกยังต้องคอยระงับอารมณ์ตนเอง แต่นางกลับด
Read more

บทที่ 490

“ฉู่ยวนรูปโฉมหล่อเหลาไม่ธรรมดา อาจเป็นเพราะเหตุนี้จึงต้องตาต้องใจสตรีจากตระกูลใหญ่ในท้องถิ่นเข้า ก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด”นางยกยิ้มมุมปาก ซ่อนเร้นแววตาเย้ยหยันเอาไว้ “ให้คนจับตาดูต่อไปก่อน ไม่จำต้องรีบร้อนในยามนี้”หวังเฟิงรู้ดีว่านางต้องการสังหารฉู่ยวนให้ตาย แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นน้องเขยของนางก็ตามทียามอยู่กันตามลำพัง เขามักจะถกเถียงกับหวังเหลยเสมอว่าฮูหยินกับฉู่ยวนมีความแค้นลึกล้ำปานใดกันแน่ ถึงได้เคียดแค้นชิงชังจนต้องเอาชีวิตอีกฝ่ายให้จงได้“หรือว่าจะให้รวบรวมหลักฐานการรับสินบนของเขาดีขอรับ?” หวังเฟิงเอ่ยถามเซวียหว่านอี้หัวเราะเบา ๆ “มิต้อง เพราะถึงอย่างไรก็จับผิดเขาไม่ได้อยู่ดี”หวังเฟิงไม่เข้าใจ “ฮูหยินหมายความว่า เขาเป็นขุนนางตงฉินผู้ซื่อสัตย์สุจริตหรือขอรับ?”จับผิดไม่ได้งั้นหรือ?ทั้งในที่สว่างและในที่ลับล้วนมีคนคอยจับตาดูอยู่ ขอเพียงเขากล้ายื่นมือรับสินบน มีหรือที่จะจับกุมตัวไม่ได้“ต่อให้รับมา เขาก็สามารถฟอกเงินสกปรกเหล่านั้นให้ขาวสะอาดได้” เซวียหว่านอี้เอ่ย “สิ่งที่ฉู่ยวนต้องการคือการเชิดชูเกียรติยศของตระกูลฉู่ให้ผงาดขึ้น มิใช่เงินทอง ด้วยทรัพย์สินที่เขามีอยู่ในมือยาม
Read more
PREV
1
...
4748495051
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status