All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 491 - Chapter 500

653 Chapters

บทที่ 491

นางพยักหน้าเบา ๆเย่จั๋วกล่าว “ฝังมันไว้ในใจเถิด ราชสำนักไม่มีทางเชื่อ ผู้คนในใต้หล้าก็ไม่มีวันเชื่อ”เมื่อเห็นว่านางกำลังเผชิญกับเรื่องหนักใจ เย่จั๋วก็ยินดีที่จะชี้แนะให้นางกระจ่าง“ผลลัพธ์ย่อมมีเพียงสองทาง”เขายกนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว “หากเจ้าส่งคนไปป่าวประกาศว่าที่ใดจะเกิดแผ่นดินไหว ราชสำนักย่อมเอาผิดฐานสร้างความตื่นตระหนกและสืบหาต้นตอ หากเป็นผู้อื่นคงมิแคล้วต้องระเห็จเข้าคุก หากเป็นเจ้า อย่างมากข้าก็แค่ไปรับการถูกฮ่องเต้ทรงตำหนิเป็นเพื่อนเจ้า จากนั้นเพื่อสยบข่าวลือ ก็อ้างว่าเจ้าล้มป่วยจนสติฟั่นเฟือน เรื่องราวก็คงผ่านพ้นไปได้”เขายกนิ้วขึ้นมาอีกนิ้ว “หรืออีกทางหนึ่ง ในช่วงเวลาที่เจ้าทำนาย เกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาจริง ๆ ทว่าความสามารถของราชสำนักในการรับมือกับภัยธรรมชาตินั้นมีจำกัด ต่อให้ช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้ แต่บ้านเรือนที่พังทลายและทรัพย์สินที่เสียหาย จะทำให้พวกเขาเกิดอารมณ์พลุ่งพล่าน ถึงยามนั้น สันดานดิบทั้งหลายของผู้คนจะถาโถมเข้าใส่เจ้าเพียงผู้เดียว”เขามองเซวียหว่านอี้ “เมื่อความโกรธแค้นของราษฎรเดือดดาล เจ้าจะกลายเป็นร่างจำแลงของหายนะ พวกเขาจะรวมตัวกันเรียกร้องให้ราชสำนักประหารเจ้า
Read more

บทที่ 492

“ข้าจะให้คนคอยจับตาดูให้มากขึ้นสักหน่อย” เย่จั๋วปลอบประโลมอารมณ์ของนางภรรยาในยามนี้ ภายในใจล้วนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นนี่คือความหวาดกลัวต่อชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วนที่กำลังจะสูญสิ้นไปชัดเจนว่าเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งมิใช่หรือ? เขากดข่มความคิดบางอย่างในใจลงไป“ท่านพี่เชื่อข้าหรือ? นี่เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น” เซวียหว่านอี้รู้สึกประหลาดใจยิ่งนักเย่จั๋วกล่าวว่า “อย่างไรเสียก็เป็นเพียงความฝัน เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเรื่องหนึ่ง หากสามารถปลอบประโลมจิตใจของเจ้าได้ การส่งคนไปคอยจับตาดูให้มากหน่อยก็เป็นเพียงการสิ้นเปลืองเงินทองเล็กน้อย มิได้สลักสำคัญอันใด”หากเกิดขึ้นจริง อย่างน้อยก็สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากมายนางรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้างนี่เป็นบุรุษเช่นไรกันทั้งใจกว้าง อ่อนโยน มีความรับผิดชอบ ซ้ำยังสามารถเชื่อใจ ช่วยเหลือ และชี้แนะนางได้อย่างไร้เงื่อนไขชาติก่อนเซวียหมิงเฟยทำเรื่องเลวร้ายอันใดจนฟ้าดินเคืองแค้นกันแน่ ถึงได้บีบคั้นสามีผู้แสนดีงามถึงเพียงนี้ให้ต้องลงมือกักขังนางโทษทัณฑ์แล่เนื้อหมื่นชิ้นในกาลต่อมา จากเย่จั๋วที่นางรู้จัก เขาไม่น่าจะลงมือทำได้การลงทัณฑ์แล่เ
Read more

บทที่ 493

นางเคยเอ่ยถามเย่อัน หากกล่าวตามจริงแล้ว สายรองยังคงมีอยู่อีกสองสามครอบครัว ทว่าสายเลือดห่างไกลจากทางเย่จั๋วไปสักหน่อย แม้จะมีสตรีที่ออกเรือนไปแล้ว ทว่าน่าเสียดายที่ความสัมพันธ์ก็ห่างเหินไปมากเช่นกันผู้ที่มีสายเลือดใกล้ชิดกับสายของเย่จั๋ว ล้วนทยอยสิ้นชีพในสนามรบ บางคนแม้แต่ร่างไร้วิญญาณก็มิได้นำกลับมา“เรือนบรรพบุรุษมีคนคอยดูแลหรือไม่เจ้าคะ?” นางเอ่ยถาม“มี เป็นเหล่าองครักษ์ส่วนตัวที่ติดตามท่านปู่และท่านพ่อเมื่อหลายปีก่อน พวกเขาปลดประจำการจากสนามรบเพราะบาดเจ็บจนพิการ ไร้หนทางทำมาหาเลี้ยงชีพ จึงถูกจัดสรรให้คอยเฝ้าดูแลเรือนบรรพบุรุษตระกูลเย่ ที่แห่งนั้นคือรากฐานของตระกูล สำคัญยิ่งนัก”เย่จั๋วกล่าวว่า “กลับไปครานี้ พวกเราจะพำนักอยู่ที่นั่นสักสองสามวัน”“ตามแต่ท่านพี่เถิดเจ้าค่ะ” นางมิได้ปฏิเสธ……“จดหมายที่ส่งให้ฮูหยินหรือ?”ชิวฉานเพิ่งจะไล่คนส่งจดหมายกลับไป น้ำเสียงที่ทำเอานางแทบขวัญหนีดีฝ่อก็ดังขึ้นจากเบื้องหลังนางรีบหันขวับกลับไป มองเห็นฉู่ยวนยืนอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าก็พลันซีดเผือด ทรุดกายคุกเข่าลงกับพื้นโดยไม่รู้ตัวฉู่ยวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขวัญอ่อนถึงเพียงนี้ ยังกล้าลักลอ
Read more

บทที่ 494

ชิวฉานชะงักงันไป จนกระทั่งแม่นมเดินเข้ามาหาเพื่อพูดคุยด้วย นางจึงค่อยได้สติกลับคืนมาการรั้งอยู่ร่วมรับประทานอาหารเย็นในห้องของนาง ความจริงแล้วก็คือการบอกกล่าวแก่นางว่า คืนนี้เขาจะค้างแรมที่ห้องของนางเมื่อนึกถึงบุรุษผู้หล่อเหลาและอ่อนโยนปานนั้น…ความรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นระลอกหนึ่งพลันกระเพื่อมไหวอยู่ในอก อีกทั้งยังมีความขัดเขินอันมิอาจระงับไว้ได้“อนุ คืนนี้ข้าจะให้คนปรนนิบัติท่านอาบน้ำเจ้าค่ะ” แม่นมกล่าวอยู่ด้านข้างนางคือคนที่เซวียหมิงเฟยจัดเตรียมให้อยู่ข้างกายชิวฉาน หาได้มีความจงรักภักดีอันใด เพียงแต่ทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดก็เท่านั้นภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องไม่ทำให้ฮูหยินขุ่นเคือง นางจะช่วงชิงผลประโยชน์มาให้อนุชิวฉานให้ได้มากที่สุด ในเขตแดนเมืองผิงเจียงแห่งนี้อย่างเช่น อนุอีกคนที่อาศัยอยู่อีกเรือนหนึ่งหญิงสาวที่โดดเด่นที่สุดจากตระกูลใหญ่ในท้องถิ่น มาเป็นอนุให้กับนายท่านของพวกนาง ย่อมไม่ถือว่าเป็นการแต่งงานที่ต่ำต้อยไม่ว่าในท้องถิ่นจะมีอำนาจบารมีล้นฟ้าเพียงไร แต่เมื่อเทียบกับนายท่านของพวกนางที่มาจากเมืองหลวง พวกเขาก็ย่อมต่ำต้อยกว่าขั้นหนึ่งโดยกำเนิดยิ่งมิต้องเอ่ยถึ
Read more

บทที่ 495

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนายท่านผู้เฒ่าตระกูลซ่งปลดเกษียณ ไร้ซึ่งร่มไม้ใหญ่คอยคุ้มภัย บารมีอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ก็ถูกผลาญจนแทบหมดสิ้นในช่วงสิบปีที่ผ่านมาหากไม่เร่งหาที่พึ่งพิง ช้าเร็วตระกูลซ่งย่อมถูกตระกูลอื่นกลืนกินจนไม่เหลือซากแม้มิอาจขอความช่วยเหลือจากนายหญิงได้ แต่การประคองตระกูลซ่งให้รอดพ้นจากศึกแย่งชิงผลประโยชน์ระหว่างตระกูลในครานี้ก็ยังถือว่าพอรับได้ถึงอย่างไร…จะตีสุนัขก็ยังต้องดูหน้าเจ้าของเมื่อคิดถึงตรงนี้ ซ่งชิงหว่านก็อดมิได้ที่จะยกมุมปากขึ้นเย้ยหยันยามราตรีมาเยือนฉู่ยวนในชุดไปรเวทก้าวเข้ามาในเรือนของชิวฉานเขามิได้มีใจเสน่หาต่อชิวฉาน แม้แต่ความผูกพันก็ยังไม่มีแต่มิอาจปฏิเสธได้ว่า บัดนี้ชิวฉานคือคนของเขาแล้ว อีกทั้งภรรยายังเป็นผู้คัดเลือกนางมาให้ด้วยตนเองชิวฉานซึ่งยืนรออยู่ตรงระเบียงทางเดิน รีบก้าวเข้าไปต้อนรับทันทีที่เห็นเขามาเยือนหลังจากรับประทานอาหารอย่างเงียบเชียบ เขาก็นั่งอ่านตำราใต้แสงตะเกียง ส่วนชิวฉานก็เข้าไปอาบน้ำในห้องด้านข้างจากนั้น…ม่านเตียงถูกปลดลง ภายในห้องสว่างไสวด้วยแสงจากเทียนเพียงเล่มเดียวยามทอดมองชิวฉานที่ใบหน้าแดงซ่าน ร่างกายสั่
Read more

บทที่ 496

อีกด้านหนึ่งเซวียหว่านอี้สัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บอย่างน่าประหลาด จนอดมิได้ที่จะสั่นสะท้านขึ้นมาท่ามกลางการหลับใหลนางขมวดคิ้ว ขนตาสั่นไหวระริก ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เผยให้เห็นความหงุดหงิดและรังเกียจเดียดฉันท์อันเข้มข้นจนมิอาจสลัดหลุดมือเรียวเอื้อมไปเลิกม่านเตียงขึ้น เสียงลมพัดกรรโชกกระทบบานหน้าต่างดังแว่วมาเป็นระยะ ยามค่ำคืนบังเกิดลมพายุพัดกระหน่ำ“หู่พั่ว”ค่ำคืนนี้เป็นเวรหู่พั่วเฝ้ายาม นางจึงเอ่ยปากเรียกออกไปผ่านไปชั่วอึดใจ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก ใบหน้าเล็กอันอ่อนเยาว์ของหู่พั่วสะท้อนกับแสงเทียนในห้อง ดูเลือนรางจนเห็นไม่ชัดเจนนัก“ฮูหยิน ท่านต้องการดื่มน้ำหรือเจ้าคะ?” หู่พั่วเอ่ยถามเซวียหว่านอี้ส่ายหน้า “มาอยู่เป็นเพื่อนคุยกับข้าหน่อย”นอนไม่หลับเสียแล้วหู่พั่วก้าวเข้าไปหา ภายใต้สายตาของนาง สาวใช้ตัวน้อยก็หาตั่งปักลายมานั่งลงนางยินดีพูดคุยด้วยเสมอ ขอเพียงเป็นฮูหยินจากสี่คนที่ถูกคัดเลือกในวันนั้น อีกสามคนล้วนถูกส่งตัวออกไปหมดแล้ว นางเองก็ไม่รู้แน่ชัดว่าพวกนางถูกส่งไปที่ใดจะถูกนำไปขายทอดตลาดอีกครา หรือถูกส่งตัวไปยังสถานที่อื่นทว่าท้ายที่สุดแล้ว การที่นางได้รั้งอยู
Read more

บทที่ 497

หู่พั่วมีท่าทีประหม่าเล็กน้อย “กำลังเล่าเรื่องก่อนที่ข้าจะเข้าจวนเจ้าค่ะ”เจินจูร้องอ้อออกมาคำหนึ่ง “ข้าฟังได้หรือไม่?”หู่พั่วรีบพยักหน้ารับ “ได้สิเจ้าคะ พี่เจินจู”นางเล่าเรื่องราวครอบครัวของตนเองอย่างคร่าว ๆ เจินจูกำหมัดแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความเดือดดาล“ยามนี้ดีแล้ว ถึงแม้จะทำสัญญาขายตัวเป็นทาสไปจนตาย ทว่าฮูหยินก็ปฏิบัติต่อพวกเราดียิ่งนัก เจ้าดูเฝ่ยชุ่ยสิ เมื่อพบบุรุษที่พึงใจ ฮูหยินก็คืนความเป็นไท ทั้งยังจัดงานมงคลให้นางด้วย”หู่พั่วพยักหน้ารับ ใบหน้าเล็กอ่อนเยาว์เต็มไปด้วยความใฝ่ฝัน“เจ้าก็อย่าเก็บไปใส่ใจเลย คนบ้านนั้นนับว่ามิใช่ญาติพี่น้องของเจ้า ขนาดคนในตระกูลที่แซ่เดียวกันร่วมสายเลือดเดียวกันยังพึ่งพามิได้ บ้านเดิมมารดาเอกของเจ้าก็ยิ่งไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้า การพึ่งพามิได้นับเป็นเรื่องปกติแล้ว”เจินจูทอดถอนใจพลางบีบแก้มที่ยังมีเนื้อยุ้ยแบบเด็กน้อยของนาง ยิ้มกล่าว “แต่เจ้าก็ใจเด็ดมิเบา ถึงกับยอมขายตนเอง ทั้งยังเป็นสัญญาขายขาดอีกด้วย”ยามนี้หู่พั่วก็ยังคงรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้างคิดไม่ถึงว่าเจ้านายบ้านแรก ก็ได้พบกับฮูหยินที่อ่อนโยน ทั้งยังมีพี่เฝ่ยชุ่ยกับพี่เจินจู
Read more

บทที่ 498

“อาการกำเริบอีกแล้วหรือ?”ยามรับประทานมื้อกลางวัน เย่จั๋วมองดูนางที่บีบถ้วยชาแน่นและยังคงสั่นเทาพลางเอ่ยถามเขายื่นมือออกไปกอบกุมมือนางที่ถือถ้วยชาไว้ ความสั่นสะท้านแผ่วเบาส่งผ่านฝ่ามือมา “ฝันร้ายหรือ?”เซวียหว่านอี้พยายามอย่างยิ่งที่จะสงบสติอารมณ์ คอยพร่ำบอกตนเองซ้ำ ๆ อาการเจ็บปวดลวงที่ปวดร้าวเจียนตายจึงค่อย ๆ บรรเทาลงทว่ามันมิได้หายไปไหน เพียงแต่ซุกซ่อนอยู่ทุกสัดส่วนในร่างกายของนาง รอคอยจนถึงยามที่นางเผลอไผล แล้วจึงหวนกลับมาเล่นงานอีกครานางพยักหน้าเงียบ ๆ แววตาสงบนิ่ง ทว่าในชั่วอึดใจหนึ่งกลับปรากฏร่องรอยของ…ความว่างเปล่าดุจคนตาย!เย่จั๋วขมวดคิ้วเล็กน้อยนี่เป็นแววตาที่พบได้ในคนตายเท่านั้นเขาหยิบถ้วยชาออกจากฝ่ามือนาง แล้วเอ่ยว่า “เจ้าผ่ายผอมลงไปบ้าง กินให้มากหน่อยเถิด เช่นนี้จึงจะมีเรี่ยวแรงไปต่อกรกับทุกสิ่งได้”เซวียหว่านอี้ดึงสติกลับมา นางอดไม่ได้ที่จะหลุดยิ้มแล้วเอ่ยถาม “คำกล่าวนี้มาจากที่ใดกัน”“ท่านผู้เฒ่าฉี” เย่จั๋วกล่าว “เขาเอ่ยไว้ว่า ในใจเจ้ามีเรื่องราวเก็บซ่อนอยู่ หากปล่อยเนิ่นนานไปจะส่งผลเสียใหญ่หลวง ในเมื่อมิอาจเอ่ยปากบอกผู้ใดได้ เช่นนั้นก็จงกินข้าวให้มากเข้า
Read more

บทที่ 499

ย่อมมิอาจสวมใส่ไปชั่วชีวิตหากพิษในร่างของเขาถูกถอนจนหมดสิ้น คิดว่าหน้ากากนี้ก็คงถูกถอดออกเช่นกันในใจตนล้วนมีความลับ เหตุใดต้องไปสอดรู้เรื่องราวของผู้อื่นด้วยเล่า“เป็นเช่นนั้นจริง” เย่จั๋วแย้มยิ้มบางเบา “ข้ากับฮูหยิน วันหน้ายังอีกยาวไกล”……กาลเวลาหนึ่งวันผันผ่านไปคลื่นลมระลอกใหม่ก่อตัวขึ้นทางฝั่งตำหนักบูรพาได้ยินว่าพระชายาองค์รัชทายาทยังมิถึงกำหนดคลอด จู่ ๆ ครรภ์ก็กระทบกระเทือน จึงเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดฮ่องเต้และฮองเฮาต่างรีบเสด็จไปที่นั่นในฐานะสหายร่วมศึกษาขององค์รัชทายาท เมื่อเย่จั๋วได้รับข่าวก็ออกจากจวนไปทันที เพียงให้บ่าวรับใช้มาแจ้งแก่นางว่า ยามเที่ยงคงมิได้กลับมารับประทานอาหารที่จวน หากก่อนมื้อค่ำยังมิกลับมาก็มิต้องรอเขาขอเพียงอยู่ในเมืองหลวง หากมิใช่เรื่องที่หลีกเลี่ยงมิได้ เย่จั๋วมักจะอยู่เป็นเพื่อนนางรับประทานอาหารในจวนเสมอ อาหารสามมื้อในแต่ละวัน แทบจะมิเคยแยกจากกันเลยยืนอยู่ใต้ระเบียง สายลมเจือความหนาวเหน็บพัดโชยปะทะใบหน้านางหวนรำลึกถึงชาติก่อน ว่าเคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นหรือไม่ทว่าในความทรงจำกลับไม่มีเรื่องนี้อยู่เลยแม้แต่น้อยช่วงเวลานี้ในชาติก่
Read more

บทที่ 500

สาวใช้ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันขวับไปมองอีกฝ่ายขันทีผู้นั้นประสานสายตากับนาง แล้วเอ่ยสืบไป “บ่าวเคยได้ยินแม่นางเหมียนเอ๋อร์พร่ำบ่นลับหลัง ว่าพระชายาองค์รัชทายาทตั้งครรภ์ใกล้จะคลอดอยู่รอมร่อ แต่ยังคงผูกมัดองค์รัชทายาทไว้ ไม่ยอมเปิดโอกาสให้สาวใช้สินเดิมอย่างพวกนางได้ปรนนิบัติองค์รัชทายาทเลยพ่ะย่ะค่ะ...”เหมียนเอ๋อร์ขบกรามแน่น มิกล้ากำเริบเสิบสานเบื้องพระพักตร์ฮ่องเต้และฮองเฮา ทว่าสายตาที่ใช้จ้องมองอีกฝ่ายกลับคมกริบดุจใบมีด แทบอยากจะสับร่างเขาให้แหลกเป็นพันชิ้นฮองเฮาทอดพระเนตรไปยังสาวใช้หน้าตาหมดจดผู้นั้น แล้วตรัสถาม “แล้วเจ้าเล่า มีอันใดจะกล่าวหรือไม่?”เหมียนเอ๋อร์ก้มหน้าโขกศีรษะ “ฝ่าบาท ฮองเฮา บ่าวเข้าไปอยู่ตระกูลชุยตั้งแต่ยังเล็ก คอยรับใช้ข้างกายพระชายาองค์รัชทายาท ภายหลังได้ติดตามพระชายามายังตำหนักบูรพา จวบจนบัดนี้รับใช้มาเกือบยี่สิบปี บ่าวไม่มีทางมีสองจิตสองใจต่อพระชายาเป็นอันขาดเพคะ”“ฮองเฮา” ขันทีผู้นั้นหมอบกราบลงไปจนสุดตัวเช่นเดียวกัน “บ่าวมิได้โป้ปด ถ้อยคำที่แม่นางเหมียนเอ๋อร์พร่ำบ่นถึงพระชายาองค์รัชทายาท ล้วนเป็นความจริงทุกประการพ่ะย่ะค
Read more
PREV
1
...
4849505152
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status