Alle Kapitel von เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Kapitel 571 – Kapitel 580

653 Kapitel

บทที่ 571

มิเช่นนั้นเพิ่งพบหน้ากันคราแรก จะมีความแค้นเคืองต่อกันมาแต่หนใดได้?“คารวะองค์หญิงใหญ่” ทั้งสามลุกขึ้นทำความเคารพเซี่ยเหมี่ยวเซี่ยเหมี่ยวยิ้มแย้มทว่ามิได้ส่งไปถึงดวงตา “ตามสบายเถิด ข้าเองก็เป็นแขก มิต้องมากพิธีไปหรอก”นางก้าวไปเบื้องหน้าแล้วหาที่นั่งลง“ในที่สุดก็ตั้งครรภ์เสียที ครรภ์นี้ของเจ้า คงจะคลอดช่วงก่อนหรือหลังเทศกาลปีใหม่กระมัง?”“อืม” เซี่ยฉานมีสีหน้าราบเรียบนอกเหนือจากเจียเหอแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับองค์หญิงองค์อื่นล้วนราบเรียบธรรมดาองค์ชายองค์หญิงไม่น้อยต่างรู้สึกขุ่นเคืองใจ ชัดเจนว่าล้วนเป็นสายเลือดของฮ่องเต้ แต่เหตุใดจึงมีเพียงสองคนนี้ที่ได้รับความรักความเมตตาจากพระองค์ไปจนหมดสิ้นเซี่ยเหมี่ยวเองก็ไม่ยินยอมพร้อมใจเช่นเดียวกันเป็นองค์หญิงเหมือนกัน อีกทั้งนางยังเป็นองค์หญิงใหญ่แห่งราชวงศ์อวิ๋น เป็นพระธิดาองค์แรกของฮ่องเต้เหตุใดนางจึงแต่งให้ได้เพียงผู้พี่ฝั่งมารดาที่ไร้ซึ่งบรรดาศักดิ์ ทว่าเซี่ยฉานกลับได้แต่งเข้าจวนฉินกั๋วกง ความห่างชั้นนี้เรียกได้ว่าราวฟ้ากับเหวยิ่งมิต้องเอ่ยถึงคุณชายสามแห่งจวนฉินกั๋วกงอย่างหนิงเหวินเจา เขามีรูปโฉมหล่อเหลา มากความรู้หลา
Mehr lesen

บทที่ 572

“ข้าก็มิได้กล่าวอันใดเสียหน่อย เจ้าอย่าได้ฉุนเฉียวไปนักเลยได้หรือไม่?”น้ำเสียงของเซี่ยเหมี่ยวมิได้ดุดันดังเช่นเมื่อครู่ นางเองก็เกรงว่าอีกฝ่ายจะกระทบกระเทือนถึงครรภ์ หากเป็นเช่นนั้นผลที่ตามมาย่อมมิอาจคาดคิดสตรีผู้นี้แต่งงานออกเรือนมาหลายปี ในที่สุดก็ตั้งครรภ์เสียทีหากเกิดเหตุอันใดขึ้นเพราะนางเป็นต้นเหตุ ฮ่องเต้ย่อมไม่มีทางละเว้นนางเป็นแน่หากเรื่องในวันนี้ลุกลามไปถึงมารดาและสามีของนางเข้า ย่อมมิใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน“ข้ารู้ว่าท่านเคยมีใจให้เย่จั๋ว แต่เจ้าควรตระหนักไว้ว่า ตราบใดที่ข้ามิได้แต่งให้เย่จั๋ว องค์หญิงคนอื่นย่อมไม่มีโอกาสอย่างเด็ดขาด”คำกล่าวนี้เรียกได้ว่ากระจ่างแจ้งจนมิอาจกระจ่างไปได้มากกว่านี้อีกแล้วความสามารถในการนำทัพจับศึกของตระกูลเย่นั้น จะตกไปอยู่ในมือของผู้ใดมิได้เด็ดขาด ยกเว้นเพียงฮ่องเต้และองค์รัชทายาทเท่านั้น“พวกท่านถูกกำหนดมาแล้วว่าไม่มีโอกาส ฉะนั้นก็อย่าได้มาบันดาลโทสะใส่ฮูหยินเจิ้นกั๋วเพื่อระบายความแค้นส่วนตัว”วาจาที่กล่าวมาถึงขั้นนี้ เท่ากับเป็นการกระชากหน้ากากขององค์หญิงอย่างเซี่ยเหมี่ยวลงมาเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้าเซี่ยเหมี่ยวโกรธจัดจนปวดศีรษะแท
Mehr lesen

บทที่ 573

นางมีความชอบได้ แล้วผู้อื่นมีไม่ได้หรือ?เกิดเป็นคนอย่าได้ไร้ยางอายจนเกินไปอีกด้านหนึ่งเย่จั๋วมาถึงศาลาชมจันทร์ ที่นี่มีผู้คนรวมตัวกันอยู่สิบกว่าคนแล้วส่วนใหญ่ล้วนเป็นหนิงเหวินเจาที่เชิญมา และผู้ที่เขาเชิญมา ล้วนเป็นกลุ่มสนับสนุนองค์รัชทายาทโดยธรรมชาติด้วยเหตุนี้ ล้วนเป็นคนที่คุ้นเคยกันดีทั้งสิ้น“โอ้ เจิ้นกั๋วกงของพวกเรามาแล้ว” หนิงหลี่ประดับรอยยิ้มอบอุ่น สายตามองไปเบื้องหลังของเขา “ฮูหยินเซวียมิได้มาเป็นเพื่อนท่านหรือ?”“ถูกองค์หญิงเชิญตัวไปแล้ว” เย่จั๋วก้าวไปข้างหน้า “งานมงคลของเจ้าเตรียมการเรียบร้อยแล้วหรือ?”ใบหน้าของหนิงหลี่แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะขยับพัดจีบในมือไปมา “งานมงคลสมรสของซื่อจื่อจวนฉินกั๋วกง ไหนเลยจะต้องการให้ข้าลงมือจัดการด้วยตนเอง”ทว่า…เมื่อนึกถึงหลายวันก่อนที่ไปคารวะแม่ทัพเจิ้นซี แววตาของว่าที่พ่อตาและว่าที่พี่ภรรยาหลายคนที่มองมา ช่างให้ความรู้สึกกดดันรุนแรงเหลือเกินโดยเฉพาะพี่สามของพานเวยเวย อย่าว่าแต่จะสูงกว่าเขาถึงหนึ่งศีรษะ กล้ามเนื้อกำยำทั้งร่างนั้นแทบจะหนักเท่ากับเขาสองคนรวมกัน เพียงแค่ถูกปรายตามอง ก็อาจถูกจ้องจนตายได้แล้ว“ไม่มีหนทางถอนหมั้
Mehr lesen

บทที่ 574

อีกทั้งยังมีบุรุษที่ปรารถนาจะแต่งเข้าตระกูลพาน ทว่ากลับถูกบรรดาสตรีเย้ยหยันและกล่าวห้ามปรามทว่านั่นเป็นเรื่องในภายหลังยามนี้ หนิงหลี่กำลังว้าวุ่นใจเป็นล้นพ้นคนรอบข้างต่างพากันหัวเราะจนตัวโก่งเพียงเพราะพวกเขามองเห็นตัวอักษรใหญ่สลักอยู่บนหน้าผากของหนิงหลี่อย่างชัดเจน—กฎเกณฑ์สามีมิอาจผงาดเซี่ยเฝ่ย ผู้เป็นหนึ่งในสองตัวร้ายแห่งเมืองหลวง เอ่ยปลอบใจตัวร้ายอีกคน“อย่าได้คิดมากไปเลย กฎเกณฑ์สามีมิอาจผงาด ทว่าภรรยามากบารมีก็นับเป็นเรื่องดี อย่างน้อยเรือนหลังย่อมสงบร่มเย็น เมื่อบวกกับแม่ทัพพานแล้ว จวนฉินกั๋วกงย่อมเจริญรุ่งเรืองสืบไปได้อีกอย่างน้อยสามชั่วอายุคน”คำกล่าวนี้ล้วนเป็นความจริงองค์รัชทายาทเลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงแฝงแววหยอกเย้า “เช่นจวนจิ้งอันโหวใช่หรือไม่?”ผู้คนล้วนตกอยู่ในความเงียบงันโดยพร้อมเพรียง“พรืด~” มีผู้ใดบางคนกลั้นไม่อยู่จนหลุดหัวเราะออกมาครั้นแล้วเสียงหัวเราะสั้น ๆ นี้ ก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะอย่างไม่เกรงใจผู้ใด “ฮ่า ๆ ๆ ๆ จวนจิ้งอันโหว ฮ่า ๆ…”ช่างยากที่จะอดกลั้นไว้ได้จริง ๆจวนจิ้งอันโหวเคยเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ทว่าหลังจากแต่งฮูหยินโหวผู้หนึ่งเข้ามา
Mehr lesen

บทที่ 575

อีกทั้งแม่นางซ่งผู้นั้นมีรูปโฉมงดงาม ทั้งยังได้รับการอบรมสั่งสอนจากตระกูลมาเป็นอย่างดี ในด้านการรับมือกับบุรุษย่อมมิด้อยเป็นแน่ อย่างน้อยก็มีชั้นเชิงเหนือกว่าชิวฉานผู้นั้นยามนี้ใกล้จะล่วงเข้าสู่เดือนหกแล้ว ฉู่ยวนไปรับตำแหน่งได้สี่เดือนกว่า เรื่องนี้นางควรจะคิดได้ตั้งนานแล้ว“อีกสองเดือนคงจะส่งนางมายังเมืองหลวง” เซวียหมิงเฟยเอ่ย “คิดแล้วก็รำคาญใจนัก”“เป็นเรื่องช้าเร็วเท่านั้น เจ้าเองก็มิได้ห้ามใต้เท้าฉู่รับอนุ เพียงแค่มิให้กระทบถึงฐานะของเจ้าก็พอแล้ว” เซวียหว่านอี้กล่าวอย่างผ่อนคลายมิเช่นนั้นเล่า?คนก็ตั้งครรภ์แล้ว หรือจะให้ทำลายเด็กทิ้งกัน?อย่าว่าแต่ตระกูลซ่งจะยอมหรือไม่ แม้แต่ตระกูลเซวียทางนี้ก็คงจะออกหน้าขัดขวางเช่นกัน“ข้ารู้ ข้ารู้ดี” เซวียหมิงเฟยมีท่าทีเหม่อลอยเล็กน้อย “เพียงแต่รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง จึงอยากมาพูดคุยกับเจ้า”นางไม่เข้าใจชาติก่อน ฉู่ยวนไม่เคยรับอนุ กระทั่งมีเพียงบุตรชายที่เกิดจากเซวียหว่านอี้เท่านั้นเหตุใดเมื่อได้หวนกลับมาเกิดใหม่ ฉู่ยวนจึงรับอนุ ทั้งยังทำให้อนุผู้นั้นตั้งครรภ์ได้เล่า?อีกทั้ง เหตุใดเซวียหว่านอี้ที่แต่งให้เย่จั๋ว กลับมีชีวิตความเป็
Mehr lesen

บทที่ 576

เมื่อได้ฟังคำกล่าวของแม่นมเฉิน เซวียหว่านอี้ก็ยิ้มบาง ๆ มิได้เอ่ยกระไรออกมาเป็นความจริงที่เซวียหมิงเฟยรักเด็ก บัดนี้ตั้งครรภ์แล้ว ภายภาคหน้าอย่างน้อยห้าหกปีล้วนต้องเลี้ยงดูเพียงลำพังรอจนฉู่ยวน “มีโอกาส” กลับมาเมืองหลวง ถึงยามนั้น ฮูหยินเฒ่าหวังก็คงจะหลับใหลไปตลอดกาลแล้วช่วงเวลายี่สิบเจ็ดเดือนต่อจากนี้ หรือก็คือสองปีกว่า เขาจะต้องถูกตัดขาดจากราชสำนักโดยสิ้นเชิงส่วนหลังจากสิ้นสุดช่วงเวลาไว้ทุกข์จะเป็นเช่นไร เวลาผ่านไปหลายปี การสอบขุนนางผ่านไปหลายหน หวังว่าถึงยามนั้นจะยังมีที่ยืนหยัดให้ฉู่ยวนแต่ข้อแม้คือ เขาต้องหมดวาระจากเมืองผิงเจียงได้อย่างปลอดภัยเสียก่อน ค่อยว่ากันหากเซวียหมิงเฟยฉลาดเพียงพอ และรู้จักวางแผนจัดการฉู่ยวน ภายหน้าย่อมมีคนช่วยนางเสาะหาครอบครัวสามีที่ดีกว่านี้……ณ เรือนพักตากอากาศของอันอ๋องแถบชานเมืองหลวงเซวียหมิงเยว่นอนอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงอยู่บนตั่ง ท่านหมอเพิ่งจะตรวจชีพจรให้นางเสร็จสิ้น“อาจเป็นเพราะสองวันนี้มิได้ระวังให้ดี ฮูหยินน้อยจึงต้องลมเย็นจนล้มป่วยกะทันหัน ด้วยเหตุนี้จึงมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ทั้งยังอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงขอรับ”ท่านหมอเดินไปด้านข้
Mehr lesen

บทที่ 577

นางมิได้ไร้เยื่อใยต่อฮ่องเต้เซี่ยเหยี่ยนเสียทีเดียว ทว่าพระพักตร์ของฝ่าบาทนั้นช่างหล่อเหลาเอาการ อีกทั้งยังมีกลิ่นอายอ่อนโยน มิได้มีเล่ห์เหลี่ยมสกปรกอันใด เรียกได้ว่าเป็นวิญญูชนผู้เที่ยงตรงอย่างแท้จริงเมื่อจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยแล้ว นางจึงเยื้องย่างไปที่หน้าตำหนักเมื่อเห็นเซี่ยเหยี่ยนเสด็จเข้ามา นางจึงย่อกายลงถวายพระพรเล็กน้อย “ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท”“ตามสบายเถิด” ฮ่องเต้เสด็จเข้าไปด้านในแล้วตรัสว่า “เรารบกวนเวลาพักผ่อนของหว่านเอ๋อร์หรือไม่?”หว่านกุ้ยเฟยแย้มยิ้มพลางเดินตามอยู่ข้างพระวรกาย “อีกไม่นานก็จะถึงวันมงคลสมรสของเจ้าเด็กเซี่ยเจินแล้ว ช่วงหลายวันนี้หม่อมฉันมัวแต่ปรึกษาหารือเรื่องงานมงคลกับฮองเฮา ตกกลางคืนก็ยังครุ่นคิดอยู่ตลอด รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้างเพคะ”หลังจากประทับนั่งแล้ว ฮ่องเต้จึงตรัสว่า “ครานี้ เราให้จางฝูเสียงไปเลือกของในคลังส่วนพระองค์ไว้บ้างแล้ว พอถึงวันงานมงคลของเจ้าสาม ค่อยให้คนนำไปมอบให้”“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” หว่านกุ้ยเฟยกล่าวขอบพระทัยด้วยความเบิกบานข้าวของในคลังส่วนพระองค์ของฝ่าบาทล้วนแต่เป็นของล้ำค่า ทั้งหมดเป็นเครื่องบรรณาการที่เหล่าแคว้นราช
Mehr lesen

บทที่ 578

เซี่ยเหยี่ยนแย้มพระสรวลอย่างอ่อนโยน ทอดพระเนตรสตรีในอ้อมอกตรัสถามว่า “เจ้ามิชอบองค์หญิงใหญ่หรือ?”หว่านกุ้ยเฟยใจหายวาบ ทว่าสีหน้ายังคงเป็นปกติเช่นเดิมนางกระตุกฉลองพระองค์แขนเสื้อสีนิลของฮ่องเต้เบา ๆ แล้วเอ่ยว่า “ฝ่าบาททรงทราบถึงชาติกำเนิดที่แท้จริงของหม่อมฉันดี แม้จะกล่าวว่า... ทว่ามารดาของเย่จั๋วก็นับเป็นพี่สาวฝาแฝดของหม่อมฉัน ภรรยาของเขาฝ่าบาทก็ทรงเลือกให้ด้วยพระองค์เอง แล้วเป็นอย่างไรเล่าเพคะ อยู่ถึงชานเมืองหลวงของเรา ใต้เบื้องพระยุคลบาทโอรสสวรรค์แท้ ๆ บุตรชายคนเล็กของนางกลับกล้ายิงธนูทำร้ายนาง”คำกล่าวนี้มิใช่ความเสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใดรักผู้ใดย่อมเมตตาคนรอบข้างของเขาด้วย คงมิพ้นความหมายนี้ในฐานะบุตรชายเพียงคนเดียวที่พี่สาวทิ้งไว้ให้ หว่านกุ้ยเฟยทะนุถนอมเย่จั๋วมิด้อยไปกว่าเซี่ยเจินบุตรชายของนางเลยส่วนเซวียหว่านอี้เด็กคนนั้น มีนิสัยใจคอดีงาม ทั้งยังสามารถประคับประคองตระกูลเย่ได้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ล้วนเป็นนายหญิงของตระกูลใหญ่ที่ทำให้ผู้คนพึงพอใจ“ที่เขากล้ากำเริบเสิบสานถึงเพียงนี้ มิใช่เพราะถูกองค์หญิงใหญ่ตามใจจนเสียคนหรอกหรือ” หว่านกุ้ยเฟยเงยหน้ามองฮ่องเต้ พลางเอ่ย “
Mehr lesen

บทที่ 579

เซี่ยเหยี่ยนพยักหน้า“ในเมื่อหว่านเอ๋อร์ออกปากด้วยตนเอง เช่นนั้นยามที่คิดบัญชีสะสางตระกูลมู่ หากแม่นางสกุลหานผู้นั้นมิได้กระทำความผิดอันใด ย่อมสามารถปล่อยตัวนางกลับสู่ตระกูลเดิมได้”หว่านกุ้ยเฟยได้ฟังก็ยินดียิ่งนัก นางลุกขึ้นย่อกายคารวะ “หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”เซี่ยเหยี่ยนแย้มพระสรวลพลางให้คนลุกขึ้น “เราจำได้ว่า ภูมิลำเนาเดิมของบิดาบุญธรรมเจ้ามิได้อยู่ที่จิงโจว”“ฝ่าบาททรงจำไม่ผิดเพคะ” หว่านกุ้ยเฟยยิ้มตอบ “ท่านลุงใหญ่เป็นเขยแต่งเข้าเพคะ”เซี่ยเหยี่ยนขมวดคิ้ว “เหตุใดจึงต้องเป็นเขยแต่งเข้าเล่า?”“ป้าสะใภ้ใหญ่เป็นบุตรสาวคนเดียว ไม่มีพี่น้องร่วมอุทร ทว่าทรัพย์สินในเรือนมีอุดมสมบูรณ์ นับเป็นตระกูลใหญ่ผู้มีอันจะกินในจิงโจว” หว่านกุ้ยเฟยอธิบาย “ท่านลุงใหญ่รักใคร่ป้าสะใภ้ใหญ่อย่างลึกซึ้ง รู้ดีว่าหากนางแต่งออกไป ทรัพย์สินในเรือนย่อมถูกคนในตระกูลแบ่งแยกสายสมบัติไปจนสิ้น นั่นคือหยาดเหงื่อแรงกายทั้งหมดของบิดามารดานาง นางจึงคิดจะรับบุรุษแต่งเข้าตระกูล และแยกทางกับท่านลุงใหญ่เพคะ”“หลังจากท่านลุงใหญ่ทราบเรื่อง จึงไปเกลี้ยกล่อมผู้คนในตระกูล และเลือกที่จะเป็นฝ่ายแต่งเข้าแทน ป้าสะใภ้ใหญ่เอ
Mehr lesen

บทที่ 580

นางมิเคยริษยาน้องสาวผู้นี้เลยและไม่มีความจำเป็นใดให้ต้องริษยาแม้สามีของตนจะมิใช่พระญาติพระวงศ์ ทว่าความรักฉันสามีภรรยาของพวกเขากลมเกลียวหวานชื่นยิ่งนักยิ่งมิต้องเอ่ยถึงว่าสามีผู้นี้คือบุรุษที่ชวีเป่าเจินพึงใจมาเนิ่นนานหลายปี ชีวิตในยามนี้เรียกได้ว่ามีความสุขจนล้นปรี่เหตุใดนางต้องริษยาที่น้องสาวได้แต่งงานกับผู้มีศักดิ์สูงกว่าด้วยเล่าเช่นนี้กลับดียิ่งกว่าเมื่อมีน้องเขยเป็นถึงท่านอ๋อง วันหน้าต่อให้ท่านพ่อลาออกจากราชการและตระกูลมิได้รุ่งเรืองดั่งเช่นยามนี้ ก็ยังมีพวกเขาสองคนคอยปกป้องคุ้มครองหากพี่น้องต้องมาผิดใจกันเพียงเพราะเรื่องแต่งงานสูงแต่งงานต่ำ คงมีแต่คนโง่งมเท่านั้นที่กระทำเรื่องเช่นนี้ได้สองพี่น้องเดินมาถึงโถงด้านหน้า ผู้ดูแลใหญ่ประจำตำหนักฉี่เสียงนำผู้คนมายืนรออยู่ที่นี่แล้วเมื่อเห็นชวีเป่าหลิงจึงยิ้มกล่าว “แม่นางชวี นี่คือของหมั้นที่พระสนมกุ้ยเฟยของพวกเรามอบเพิ่มให้แก่ท่านขอรับ”ชวีเป่าหลิงมองของหมั้นนับสิบชิ้นในถาด พลางทอดถอนใจถึงความใจกว้างของพระสนมกุ้ยเฟยอีกคราของแต่ละชิ้นล้วนเรียกได้ว่ามีค่าควรเมือง“ผู้ดูแลเซี่ย ลำบากท่านต้องเดินทางมาแล้ว” นางย่อกายคารว
Mehr lesen
ZURÜCK
1
...
5657585960
...
66
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status