All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 601 - Chapter 610

653 Chapters

บทที่ 601

ดั่งเช่นองค์รัชทายาทก่อนหน้านี้ทั้งสองเคยสนทนาเรื่องนี้กันเป็นการส่วนตัว ทว่าเพียงเอ่ยถึงผิวเผิน มิได้ซักไซ้ให้ลึกซึ้งทว่าองค์รัชทายาทกลับโยนความผิดทั้งหมด ว่าเป็นเพราะเวรกรรมที่เซวียฉงก่อเอาไว้เส้นทางชีวิตของเซวียหว่านอี้นั้นชัดเจนยิ่งนัก ต่อให้สืบสาวอย่างไรก็ไม่พบเรื่องราวอันใดที่ออกนอกลู่นอกทางอย่าว่าแต่ออกนอกลู่นอกทางเลย ก่อนออกเรือนนางแทบจะไม่เคยย่างกรายออกจากจวนด้วยซ้ำในครอบครัวทั่วไป เรื่องรักลูกลำเอียงย่อมมีให้เห็นอยู่มิใช่น้อย ทว่าก็ไม่เคยพบเห็นสตรีจวนใดเป็นดั่งเช่นเซวียหว่านอี้อ่อนโยนสง่างาม ว่านอนสอนง่ายรู้ธรรมเนียม จัดการเรื่องราวได้รอบด้าน ทว่ากลับแฝงไปด้วยความรู้สึกขัดแย้งที่มิอาจอธิบายได้ดรุณีวัยสิบห้าปีเมื่อยามออกเรือน ผู้ซึ่งไม่เคยมีผู้ใดในจวนเหลียวแล เหตุใดจึงสามารถจัดการดูแลจวนกั๋วกงให้เป็นระเบียบเรียบร้อยได้ในเวลาอันสั้นเพียงนั้น?ต่อให้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศเพียงใด ก็ยังต้องอาศัยหนทางในการศึกษาเรียนรู้ทว่านางเพียงแค่ได้ติดตามเรียนรู้จากฮูหยินเจียงอยู่ไม่กี่วัน ในช่วงเวลาก่อนแต่งงานเท่านั้นอำนาจการดูแลจัดการภายในจวนเจิ้นกั๋วกง มิใช่สิ่งที่จะรับมือได้โด
Read more

บทที่ 602

เมื่อมื้อกลางวันสิ้นสุดลง พายุฝนก็ยังคงไม่หยุดตกยามบ่ายเซี่ยหลินต้องทบทวนตำรา มิอาจรั้งอยู่ในจวนเจิ้นกั๋วกงได้นาน จึงเอ่ยลาทั้งสองเพื่อเตรียมตัวกลับวังเซวียหว่านอี้เรียกขันทีข้างกายเขา พลางกล่าวว่า “ในห้องครัวยังมีอาหารอยู่อีกบ้าง พวกเจ้านำกลับไปให้องค์รัชทายาทกับพระชายาองค์รัชทายาทลองชิมดูเถิด”นางพาคนเดินไปยังห้องครัว โดยมีเจินจูช่วยตักอาหารใส่กล่องอย่างเรียบร้อย“ท่านน้า มากเกินไปแล้วขอรับ” เซี่ยหลินกล่าวเซวียหว่านอี้ชี้ไปยังกล่องอาหารอีกใบ “ส่วนนี้มอบให้พระสนมกุ้ยเฟย”อย่างไรเสียนางก็เป็นน้าหญิงแท้ ๆ ของเย่จั๋ว แม้ทั้งสองจะไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กันมากนัก ทว่าอีกฝ่ายก็คอยปกป้องดูแลเย่จั๋วจากใจจริงเซี่ยหลินเข้าใจได้ในทันทีตำหนักฉี่เสียงหว่านกุ้ยเฟยที่ต้องติดอยู่ในตำหนักมิอาจออกไปเยือนผู้ใดได้เพราะพายุฝนเช่นเดียวกัน กำลังห่มผ้าห่มผืนบางนอนหลับตาพักผ่อนอยู่บนตั่งกุ้ยเฟยบนศีรษะของนางประดับเพียงปิ่นเรียบง่ายหนึ่งเล่ม สวมชุดชาววังผ้าโปร่งบางเบาดุจหมอกควัน เผยให้เห็นท่อนแขนขาวผ่องและเรียวขายาวที่เนียนละมุนวันที่ฝนตก อากาศแม้นจะมีความชื้นอยู่บ้าง ทว่าก็ช่วยปัดเป่าความร้อนอบอ
Read more

บทที่ 603

ผู้ที่ไม่เก็บเกี่ยวธัญพืช ล้วนเป็นพวกเกียจคร้านทั้งสิ้นคนพรรค์นี้ มิพักต้องไปใส่ใจถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวธัญพืช อย่าว่าแต่ชาวบ้านร้านตลาดเลย แม้แต่เรือนพักของราชวงศ์หรือบ้านไร่ของชนชั้นสูง ล้วนต้องรีบเร่งเก็บเกี่ยวทั้งสิ้นความล้ำค่าของเสบียงอาหาร มีผู้ใดบ้างที่ไม่รู้หลังเก็บเกี่ยวแล้วจะรีบส่งเสบียงส่วนหนึ่งไปยังกองทัพชายแดนในทันที ทั้งเบี้ยหวัดและเสบียงทหารล้วนขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปมิได้นับแต่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์ เบี้ยหวัดทหารก็มิเคยขาดแคลน ส่งถึงมือแต่ละกองทัพได้ทันท่วงทีมาโดยตลอดนั่นเป็นเพราะลู่ไจรับหน้าที่ดูแลกรมพระคลัง จัดการสรรพสิ่งได้โดยไร้ข้อบกพร่องเขาตรวจสอบย้อนหลังถึงต้นตอของเงินทุกอีแปะที่จ่ายออกจากกรมพระคลังแม้แต่กรมกลาโหมที่ได้รับเบี้ยหวัดทหารตรงเวลาทุกปี ยังพลอยปวดเศียรเวียนเกล้าไปด้วยแม้ช่วงสองปีมานี้จะไม่มีไฟสงครามปะทุขึ้นอีก ทว่าการบันทึกจำนวนทหารของกองทัพชายแดนแต่ละแห่งกลับไม่เคยหละหลวมมิใช่นึกอยากเบิกเงินเท่าใดก็ให้เท่านั้น หากมีการแจ้งจำนวนทหารเท็จเพื่อรีดไถเงินจากกรมพระคลังเพิ่มเล่าลู่ไจยอมจ่ายให้ได้ ทว่าต้องส่งตัวเลขตามความเป็นจริง หากกล
Read more

บทที่ 604

เมื่อเห็นเซวียหมิงเยว่ถูกจวนเจิ้นกั๋วกงส่งตัวกลับมา อ๋องอันจึงเอ่ยปากสั่งการด้วยตนเอง ให้พ่อบ้านจวนอ๋องออกไปส่งคน ทั้งยังให้มอบของกำนัลเพื่อขออภัยติดมือไปด้วยยามกลับรอจนผู้คนถอยออกไปจากโถง เขาและพระชายาอ๋องอันมองดูเซวียหมิงเยว่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทีหวาดหวั่น ก่อนจะเอ่ยปากอย่างเย็นชา“ข้าดีต่อเจ้าเกินไปกระมัง เจ้าถึงได้กล้าเข้าออกจวนอ๋องตามอำเภอใจโดยไม่ต้องรอให้ใครรายงาน ซ้ำยังกล้าไปก่อกวนถึงหน้าฮูหยินเจิ้นกั๋ว”อู๋อวิ๋นเอ๋อร์ตัวจริงได้กลายมาเป็นพระชายาของเขา สองสามีภรรยานับแต่แต่งงานกันมาก็รักใคร่หวานชื่นยิ่งนัก เมื่อเทียบกับตัวปลอมผู้นี้ ในใจอ๋องอันย่อมมีเพียงอู๋อวิ๋นเอ๋อร์ ท้ายที่สุดนางก็คือสตรีที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบแต่ถึงอย่างไรเซวียหมิงเยว่ก็คลอดบุตรชายให้เขาคนหนึ่ง เดิมทีเขาตั้งใจจะส่งนางไปอยู่เรือนพักตากอากาศและให้อาศัยอยู่ที่นั่นตลอดไป จะได้ไม่ต้องมาเกะกะสายตาพระชายา สตรีผู้นี้ถือเป็น “ตราบาป” ในยามที่เขาเลอะเลือน หากรั้งให้อยู่ตรงหน้า ไม่ว่ามองอย่างไรก็รู้สึกผิดต่อพระชายาพระชายายังมิได้ตั้งครรภ์ ทว่าสาวใช้ห้องข้างผู้นี้กลับให้กำเนิดบุตรชายคนโตเสียแล้ว แม้พระ
Read more

บทที่ 605

ทว่าประโยคหนึ่งของเซวียหมิงเยว่นั้นกล่าวได้ถูกต้อง เด็กคนนั้นท้ายที่สุดก็เป็นบุตรชายคนโตของเขา แม้จะไม่ได้รับความสำคัญ แต่ก็มิอาจลบล้างความจริงที่ว่าเป็นสายเลือดของตนเองในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ส่งไปเลี้ยงดูที่เรือนอื่นเถิดรออีกสักสองปี หลังจากในจวนรับอนุภรรยา ค่อยมอบให้ผู้อื่นดูแลเซวียหมิงเยว่นั้นมิคู่ควร“...” เมื่อได้ยินคำกล่าวของเซี่ยเจี้ยง เซวียหมิงเยว่พลันเงยหน้าขึ้นด้วยความตกตะลึงความหมายของเขาคือ จะพรากบุตรชายไปจากข้างกายนางอย่างนั้นหรือ?อาศัยสิทธิ์อันใด?นั่นคือบุตรชายที่นางแทบเอาชีวิตเข้าแลกกว่าจะให้กำเนิดออกมาได้แม้จะมิได้ช่วยกรุยทางสู่อนาคตอันดีงาม ทว่าเมื่อมีบุตรชายอยู่ ท้ายที่สุดนางก็ยังมีที่ยืนในจวนอ๋องแห่งนี้หากบุตรชายถูกพรากไปจากข้างกาย นางย่อมถูกคนในจวนอ๋องเหยียบย่ำไว้ใต้ฝ่าเท้าอย่างสิ้นเชิงเมื่อคิดว่าการกระทำของตนมิเพียงไม่บรรลุเป้าหมาย ทว่ากลับทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม ความเคียดแค้นในใจเซวียหมิงเยว่พลันถูกความหวาดกลัวอันไร้ที่สิ้นสุดเข้าปกคลุม จนเกิดเป็นเงามืดทาบทับนางคุกเข่าคลานเข้าไปหาอู๋อวิ้นเอ๋อร์ด้วยแววตาตื่นตระหนก คว้าชายอาภร
Read more

บทที่ 606

ดวงตาของนางว่างเปล่าเลื่อนลอย ชิงเฉ่าต้องคอยพยุงให้ไปนั่งลงบนเก้าอี้ นางเหม่อมองแผ่นหลังของหญิงรับใช้ชราและบุตรชายที่หายลับออกไปนอกประตูเนิ่นนานแล้ว ยามนี้เรี่ยวแรงทั้งมวลล้วนเหือดหายไปจนสิ้น“ท่านอ๋องให้คนอุ้มเขาไปเลี้ยงดูที่เรือนอื่นแล้ว”น้ำเสียงของนางแฝงความเย็นชาและเฉยเมย ราวกับกำลังเอ่ยถึงเรื่องราวของผู้อื่นชิงเฉ่าที่ยืนอยู่ด้านข้างหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความปวดใจ“นายหญิง นี่มัน ตกลงแล้วมันเกิดอันใดขึ้นกันแน่เจ้าคะ... หรือว่าจะเป็นพระชายา...”เซวียหมิงเยว่ส่ายหน้าเบา ๆ นางใช้มือยันโต๊ะเพื่อหยัดกายลุกขึ้น ทว่าวินาทีต่อมากลับโซเซไปหลายก้าว ชิงเฉ่าจึงรีบถลาเข้ามาพยุงไว้นางปัดมือของชิงเฉ่าออก ท่าทางราวกับคนหลุดลอยไร้วิญญาณ ก่อนจะก้าวเดินไปยังห้องนอนที่อยู่ติดกันทีละก้าว“ชิงเฉ่า...” น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความอ้างว้าง “ข้าอยากพักผ่อนสักหน่อย อย่าได้เข้ามารบกวนข้า”……“สตรีผู้นั้นหาได้มีจิตใจเมตตาปรานีแม้แต่น้อย ฮูหยินไม่กลัวบ้างหรือ?”เย่จั๋วเอ่ยถามขึ้นเซวียหว่านอี้เงียบไปครู่หนึ่ง “ต่อให้เป็นดังเช่นที่ท่านพี่กล่าว นางไร้ซึ่งความเมตตาปรานีโดยสิ้นเชิง หากวันนี้ข้ายื่นมือเข
Read more

บทที่ 607

คิดว่านางเป็นคนจิตใจอำมหิต ที่คิดจะทำร้ายพี่น้องของตนเองงั้นหรือ?รถเข็นถูกเข็นเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้านางฝ่ามือเย็นเฉียบข้างหนึ่งยกขึ้น ทาบทับลงบนหน้าผากของนาง“มีไข้จริง ๆ ด้วย เจ้าไม่รู้สึกตัวเลยหรือ?” เย่จั๋วเอ่ยถามเซวียหว่านอี้ยกมือขึ้นแตะหน้าผากตนเอง “ร้อนนิดหน่อยจริง ๆ ด้วยเจ้าค่ะ แต่ก็มิได้รู้สึกเป็นอันใดอื่น”เย่จั๋วถอนหายใจแผ่วเบา ร้องเรียกเจินจูที่อยู่ด้านนอก “ไปตามหมอประจำจวนมา”ผ่านไปเพียงครู่เดียว หมอประจำจวนก็ก้าวเข้ามาเมื่อเห็นท่าทางของเซวียหว่านอี้ เขาก็เข้ามาตรวจชีพจรให้นางทันที“คุณชาย ฮูหยินติดลมหนาวจริง ๆ ขอรับ เพียงแต่...” สีหน้าของเขาแฝงความลังเล “จากชีพจรของฮูหยิน ยามนี้นางสมควรจะมีอาการปวดศีรษะและอ่อนเพลีย...”เหตุใดฮูหยินที่อยู่ตรงหน้ากลับดูราวกับมิได้มีอาการเหล่านั้นเลยเย่จั๋วมองเซวียหว่านอี้ พบว่านางก็กำลังจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน พลันรู้สึกจนใจยิ่งนัก“ลำบากท่านหมอเหยียนแล้ว ช่วยจัดยาให้ฮูหยินด้วยเถิด”“ขอรับ” หมอประจำจวนลุกขึ้นแล้วเดินจากไปเย่จั๋ววางฝ่ามือทาบลงบนหน้าผากนางอีกครั้ง “ไม่รู้สึกเจ็บปวดอันใดเลยจริง ๆ หรือ?”เซวียหว่านอี้พ
Read more

บทที่ 608

“ข้าจำเรื่องราวในชาติก่อนได้”ยามค่ำคืน สองสามีภรรยานอนเคียงคู่กันบนเตียงกว้างภายในห้องนอนจุดเทียนไว้เพียงเล่มเดียว เพื่อความสะดวกยามลุกขึ้นมากลางดึกเมื่อมีม่านมุ้งบางเบาหลายชั้นกางกั้นไว้ จึงช่วยบดบังแสงสว่างไปได้มาก มิได้รบกวนการนอนหลับแต่อย่างใดเย่จั๋วรู้สึกตกตะลึงอยู่บ้าง ทว่ามิได้มีอารมณ์ผันผวนมากนัก ราวกับความเคลือบแคลงสงสัยในใจล้วนกระจ่างแจ้งแล้ว“ชาติก่อนหรือ?” เย่จั๋วเอ่ยถาม “ชาติก่อน ฉู่ยวนคือสามีของเจ้าหรือ?”เซวียหว่านอี้ “...อืม”ต้องยอมรับว่า การสนทนากับคนที่ฉลาดเฉลียวเกินไปนั้นรวดเร็วทันใจก็จริง ทว่าช่างน่าอึดอัดนัก“ฮูหยินเล่ามาเถิด ข้าฟังอยู่” เย่จั๋วรู้สึกใคร่รู้ยิ่งนักข้างหูเงียบสงัด เขาหันหน้าไปมอง ก็เห็นฮูหยินกำลังเหม่อลอยจ้องมองเพดานมุ้งเขาจึงคลำหาและกอบกุมมือของนางไว้“ชาติก่อน เซวียหมิงเฟยแต่งให้ท่าน” นางไม่รู้จะเริ่มเอ่ยจากตรงไหน จึงได้แต่พูดวกไปวนมา นึกสิ่งใดออกก็พูดสิ่งนั้น “นางเองก็กลับชาติมาเกิดใหม่เช่นกัน แต่จะก่อนหรือหลังข้า ข้าก็มิอาจรู้ได้”“เดิมทีนางสมควรต้องแต่งให้ท่าน เมื่อเทียบกับฉู่ยวนแล้ว จวนเจิ้นกั๋วกงย่อมเย้ายวนใจมากกว่า”“ทว่า
Read more

บทที่ 609

เนิ่นนานผ่านไป“ข้าคิดเสมอว่าตนเองได้ทำทุกสิ่งที่ควรทำไปจนหมดสิ้นแล้ว”“เขาไม่เคยรับอนุ ข้าก็หลงนึกไปว่าความทุ่มเทนั้นได้รับผลตอบแทน”“สิบปีให้หลัง เซี่ยเหิงก่อกบฏสำเร็จ เขาเองก็พลอยได้รับความดีความชอบจากการสนับสนุนมังกร ก้าวขึ้นเป็นผู้นำขุนนางฝ่ายบุ๋น เป็นมหาอำมาตย์แห่งราชวงศ์”“ในวันที่ราชโองการแต่งตั้งฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งส่งมาถึงตระกูลฉู่ กลางดึกคืนนั้น...”น้ำเสียงของเซวียหว่านอี้ราบเรียบยิ่งนัก คล้ายกำลังเอ่ยถึงเรื่องราวของผู้อื่น“ภายในเรือนปรากฏสตรีผู้หนึ่งที่มีรูปโฉมคล้ายคลึงกับข้า นางสวมรอยใช้ฐานะของข้า ส่วนข้ากลับถูกมองว่าเป็นตัวปลอม กลายเป็นบ่าวไพร่ที่ต่ำต้อยที่สุดในเรือน กินอยู่หลับนอนล้วนอยู่ในคอกม้า...”“สามีและบุตรชายของข้า ล้วนมองดูด้วยสายตาเย็นชา”“แม่สามีที่ข้ากตัญญูปรนนิบัติมานับสิบปี ยิ่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้”“สาวใช้ของข้า เจินจูและหู่พั่ว คนหนึ่งถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ดูแลในเรือน ต้องทนรับการทุบตีและด่าทออยู่นานนับปี ท้ายที่สุดก็สิ้นใจตายทั้งกลมยามคลอดบุตร ส่วนอีกคนเพื่อช่วยข้า กลับถูกโบยด้วยไม้จนตาย”“หวังหย่วนใช้เส้นสายทุกทางที่มีจนสืบพบร่องรอย เพื่อแ
Read more

บทที่ 610

ผ่านความเงียบงันไปครู่หนึ่ง เซวียหว่านอี้พลันยันกายขึ้น ชะโงกหน้ามองเย่จั๋วที่เอนกายอยู่บนเตียงไม่รู้ว่าผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด น้ำเสียงของนางจึงแหบพร่าเอ่ยถามขึ้น “เป็น... เขาหรือ?”น้ำเสียงของเย่จั๋วยังคงอ่อนโยน “อืม”กลุ่มหมอกควันที่เคยวนเวียนอยู่กลางใจนาง พลันมลายหายไปจนสิ้นในยามนี้เองนางเอนกายกลับไปซบลงบนไหล่ของเขาแล้วกล่าวว่า “นั่นสิ ท่านคือเจิ้นกั๋วกง หากมิใช่ผู้นั้น ผู้ใดเล่าจะมีอำนาจสังหารท่านได้”“ก่อนหน้านี้ข้าเอาแต่สงสัยว่าตนเองคิดมากไปหรือไม่ บางทีผู้ที่ลงทัณฑ์แล่เนื้อเถือหนังเซวียหมิงเฟยอาจจะเป็นท่านจริง ๆ”เย่จั๋วอดกลั้นรอยยิ้มเอาไว้มิได้ “ในสายตาฮูหยิน ข้าเป็นคนโหดเหี้ยมถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”เซวียหว่านอี้กล่าว “ร่างกายของท่านพี่พิการไปแล้ว อาจเป็นเพราะเห็นภรรยาลอบคบชู้กับชายอื่นจนทำลายศักดิ์ศรีของท่าน ท่านจึงใช้ทัณฑ์ทรมานอันแสนโหดร้ายปานนั้นสังหารนางทิ้งเสีย”“ทว่า...”“ทว่าอันใดหรือ?” เย่จั๋วเอ่ยถามยิ้ม ๆ“ทว่าข้าก็มิกล้าปักใจเชื่อนัก ท้ายที่สุดแล้วในยามดรุณี ข้าเคยเห็นแม่ทัพน้อยเย่ผู้กำชัยชนะควบม้ากลับคืนสู่ราชสำนักบนถนนเทียนเจีย หอกสีเงินและอาชาสีขาวช่างด
Read more
PREV
1
...
5960616263
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status