All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 611 - Chapter 620

653 Chapters

บทที่ 611

“ข้าไม่คิดว่าด้วยความสามารถของเซวียฉง จะทำให้เซี่ยเหิงให้ความสำคัญต่อเซวียหมิงเยว่ได้มากเพียงนั้น หรือถึงขั้นเทียบเคียงกับลู่ชิงซางได้”เย่จั๋วเข้าใจความหมายของนางขุมกำลังเบื้องหลังของลู่ชิงซางนั้นมิใช่น้อย ๆเพียงสำนักศึกษาชิงซานแห่งเดียวก็ถือเป็นกำลังสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่แล้ว“ที่เมืองผิงเจียงในช่วงสองปีนี้ ปีใดแน่ชัดนั้นข้าจำได้ไม่แม่นยำนัก จะมีอุทกภัยเกิดขึ้นหนหนึ่ง…”นางเปลี่ยนหัวข้อสนทนาใหม่เย่จั๋วขานรับคำหนึ่ง “อยากใช้เรื่องนี้โค่นล้มฉู่ยวนหรือ?”“พอจะเป็นไปได้หรือไม่?” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือความลังเลอยู่หลายส่วน “ทว่าผู้คนจะต้องล้มตายมากมาย”นี่ต่างหากคือสาเหตุที่ทำให้นางรู้สึกลังเลใจเย่จั๋วบังเกิดความปวดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่นางตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้แล้ว ทว่าในจิตใต้สำนึกกลับยังคงนึกถึงผู้อื่นอยู่เขาทอดถอนใจแผ่วเบา เอ่ยว่า “มอบหมายให้เป็นหน้าที่ข้าเถิด จะพยายามให้มีผู้คนล้มตายน้อยที่สุด และยังทำให้เขาต้องเผชิญกับคราวเคราะห์ได้”“เจ้าค่ะ” เซวียหว่านอี้พยักหน้าเรื่องนี้นางไร้ซึ่งความสามารถจะจัดการได้จริง ๆมิใช่เรื่องของฉู่ยวน แต่เป็นเรื่องภัยพิบัต
Read more

บทที่ 612

เย่จั๋วแทบจะโมโหจนหลุดหัวเราะออกมาฝ่ามือของเขาลูบไล้ขึ้นไปตามแนวกระดูกสันหลังของสตรีในอ้อมกอด ท้ายที่สุดก็มาหยุดอยู่ตรงหลังต้นคอแล้วบีบคลึงเบา ๆเมื่อสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาแผ่วเบาของนาง สุดท้ายจึงเหลือเพียงเสียงทอดถอนใจ“ฮูหยิน หากฉู่ยวนตายไป เจ้ายังจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเพียงไร?”เซวียหว่านอี้ “...”ทั้งสองฝ่ายต่างมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ทว่าบรรยากาศอันหนักอึ้งกลับแผ่ซ่านออกมารอบตัวอย่างต่อเนื่อง“ยังพอมีเวลา ฮูหยินค่อย ๆ ตรองดูให้ดีเถิด”เขาประคองเอวนางแล้วปล่อยให้นางนอนลง“ดึกดื่นแล้ว ฮูหยินรีบพักผ่อนเถิด”กล่าวจบ เขาก็รวบตัวนางเข้ามากอด พลางตบหลังนางเบา ๆ…“ท่านพี่ไม่ใส่ใจหรือที่ข้าอายุมากกว่าท่าน?” เซวียหว่านอี้เอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจากนั้น สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงหัวเราะลั่นของเย่จั๋วโดยมิทราบสาเหตุ“ข้าอายุมากกว่าเจ้าถึงหกปี ที่บอกว่าเจ้าอายุมากกว่าข้า คือมากกว่าในชาติที่แล้วงั้นหรือ?” ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินลงบนพวงแก้ม “ต่อให้ฮูหยินจะผ่านชีวิตมาถึงสองชาติภพ ทว่าในเรื่องสติปัญญาและการวางแผน ก็ยังสู้ข้ามิได้อยู่ดี”“หากฮูหยินเป็นข้า นับตั้งแต่เกิดใหม่จนถึงบ
Read more

บทที่ 613

นัยแฝงก็คือ หากเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ ก็ย่อมจัดการได้ง่าย“หลังจากหย่านม ข้าก็จะให้แม่นมจากไป” เซวียหมิงเฟยกล่าว “ข้าเกรงว่าลูกจะสนิทสนมกับแม่นมมากกว่าข้า”เซวียหว่านอี้ส่ายหน้า “เหตุใดจึงมิเห็นว่าเจ้าสนิทสนมกับแม่นมมากกว่าเล่า? แล้วท่านพี่สนิทสนมกับแม่นมมากกว่าหรือ?”ชัดเจนว่าเป็นปัญหาของนางเองแท้ ๆ กลับไปโทษแม่นมที่ยังมิได้ให้นมเสียได้ ช่างเป็นนิสัยเสียจริง ๆเซวียหมิงเฟยเองก็รู้ตัวว่าตีตนไปก่อนไข้ นางแค่นเสียงฮึดฮัด ถือเสียว่ายอมรับผิดช่วยมิได้นี่นา นี่เป็นลูกคนแรกในรอบสองชาติภพของนาง ย่อมหวงแหนและตื่นเต้นกังวลยิ่งกว่ามารดาทั่วไปเป็นธรรมดา“ชุดเด็กเล็กนั่นตัดเย็บไปได้กี่ชุดแล้ว เอามามอบให้ข้าได้แล้วล่ะ” เซวียหมิงเฟยทำหน้าตาขึงขังอย่างกับเป็นเรื่องสมควรเซวียหว่านอี้มิได้ใส่ใจนัก “วันคลอด ข้าจะซักทำความสะอาดแล้วส่งไปให้เจ้า สามารถนำมาใช้ได้เลย”ยามนี้ในมือยังมีงานที่ต้องเก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อย“เช่นนั้นก็ใช้ชุดที่เจ้าตัดเย็บนี่แหละ” เซวียหมิงเฟยแกว่งข้อเท้าไปมา ท่าทางดูอารมณ์ดีไม่เบา “ขอบใจท่านน้าแท้ ๆ ของเด็กด้วยก็แล้วกัน”เมื่อเซวียหว่านอี้เห็นท่าทีของนาง ในใจก็พลันเกิ
Read more

บทที่ 614

เซวียหว่านอี้ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม ทว่าตัวนางนั้นกลับมีชื่อเสียงอันดีงามในเมืองหลวงอยู่ไม่น้อยหากจัดการคนผู้นั้นจนย่อยยับพังพินาศ แล้วตัวนางเองจะเป็นเช่นไรเล่า?—ผู้คนย่อมกล่าวขานว่า “น้องสาว” ของเซวียหมิงเฟยเป็นเช่นนั้นเช่นนี้เพียงแค่คิดก็รู้สึกคับแค้นใจยิ่งนัก“ปีนี้ในเมืองหลวงมีผู้ที่ออกเรือนอยู่หลายจวน” เซวียหมิงเฟยยกนิ้วขึ้นมานับ “อย่างจวนของตุลาการศาลต้าหลี่...”เมื่อนับไปได้สองสามจวน นางก็ถอนหายใจพลางทิ้งตัวเอนพิงเก้าอี้หวายอย่างอ่อนแรง “ของขวัญแสดงความยินดีล้วนจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ ทว่าสภาพของข้าในยามนี้กลับมิอาจไปร่วมงานได้”“อยากไปหรือ?” เซวียหว่านอี้เอ่ยถามเซวียหมิงเฟยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า “ไม่อยากหรอก ข้าใกล้จะคลอดเต็มที ยามนั้นผู้คนคงพลุกพล่านคึกคัก หากพลาดพลั้งไปชนผู้ใดเข้า หรือมีผู้ใดมาชนข้า ข้าคงรับไม่ไหวแน่”ยามนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่สำคัญเท่ากับทารกในครรภ์ของนางเหตุใดจึงเลือกฉู่ยวนน่ะหรือ?นั่นเพราะนางไร้ทางเลือกเกียรติยศแห่งฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งนางก็ต้องการ และสายเลือดที่เป็นของนางอย่างแท้จริง นางก็ยิ่งต้องการหากไม่แต่งให้เย่จั๋ว ก็ต้องแต
Read more

บทที่ 615

ในนั้นบางทีอาจเป็นเพราะเซี่ยฉงด้วยส่วนหนึ่งเขาและเซี่ยฉงเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เยาว์วัย อีกทั้งยังเป็นสหายร่วมศึกษาของเขา ไปมาหาสู่ในวังหลวงอยู่เป็นนิจ แทบจะได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้ในทุกวี่วันผนวกกับตั้งแต่ที่พระองค์ขึ้นครองราชย์จนถึงปัจจุบัน ก็ทรงมีเมตตาต่อตระกูลเย่อย่างยิ่งมาโดยตลอด…ทว่าท้ายที่สุดแล้ว ความดีความชอบที่มากเกินไปย่อมสร้างความหวาดระแวงแก่ผู้เป็นนายอยู่ดีเขาทอดถอนใจอยู่ภายในใจช่างน่าขันนัก หากลองเปลี่ยนมุมมองดูบ้าง หากเขาเป็นฮ่องเต้ ก่อนสวรรคตก็คงเลือกที่จะกวาดล้างตระกูลเย่ให้สิ้นซากเช่นเดียวกันฮ่องเต้ย่อมทรงหวาดระแวงทรงเกรงว่าหลังจากที่สวรรคตไปแล้ว องค์รัชทายาทจะยังคงคำนึงถึงความผูกพันฉันพี่น้อง จนไม่อาจควบคุมตระกูลเย่ที่ฟื้นตัวกลับมาอย่างสมบูรณ์ได้ตราบใดที่เย่จั๋วยังคงมีชีวิตอยู่ ทหารชายแดนห้าแสนนายรวมถึงแม่ทัพใหญ่ทั้งหลาย ย่อมต้องไว้หน้าและคอยเกื้อหนุนเขาอยู่หลายส่วนหากเย่จั๋วเป็นผู้นำลุกขึ้นรวบรวมผู้คน แม่ทัพชายแดนเหล่านั้นกว่าเจ็ดแปดส่วนย่อมพร้อมใจกันรับคำสั่งจากเขาเป็นแน่ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดจึงไม่ตัดไฟแต่ต้นลมเล่า?แทนที่จะทิ้งเภทภัยนี้ไว้ให้โอรส
Read more

บทที่ 616

หลายวันต่อมายามได้ฟังรายงานจากคนสนิท ในใจของหรงเจวี๋ยพลันบังเกิดความคลางแคลงขึ้นมาหลายส่วนในเมืองหลวงแห่งนี้ หรือกระทั่งทั่วทั้งราชวงศ์อวิ๋น ตระกูลหรงอันเป็นตระกูลเดิมของฮองเฮาหรง ภายใต้เงื่อนไขที่มิได้ล่วงล้ำผลประโยชน์ของราชวงศ์ หากคิดสืบสาวเรื่องราวใด ย่อมต้องง่ายดายปานพลิกฝ่ามือทว่าเมื่อคนสนิทผู้เก่งกาจที่สุดของเขาลงมือสืบด้วยตนเอง ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นเพียงบุคคลธรรมดาสามัญยิ่ง ไฉนจึงมีความคืบหน้าล่าช้าถึงเพียงนี้เหตุใดจึงล่าช้ายิ่งนักมือที่กุมถ้วยชาชะงักงันไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบ“เพล้ง—”ด้วยออกแรงมากเกินไป ถ้วยชาจึงถูกเขาบีบจนแหลกคามือบ่าวรับใช้ข้างกายเห็นดังนั้น จึงรีบเข้ามาเก็บกวาดเศษกระเบื้องออกไปอย่างเป็นระเบียบ พร้อมทั้งเช็ดคราบน้ำชาบนโต๊ะจนแห้งสนิทนอกเสียจากว่า เบื้องหลังจะมีผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นคอยขัดขวางทว่าเพราะเหตุใดกันเล่า?“สืบต่อไป” ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมดุจน้ำนิ่ง “ล่าช้าบ้างก็ไม่เป็นไร ค่อย ๆ สืบสาวไปทีละน้อย อย่าได้เผยตัวตนเด็ดขาด”“ขอรับ” คนสนิทรับคำสั่งแล้วถอยกายจากไปมิน่าเล่าเย่จั๋วถึงได้มาขอความช่วยเหลือจากเขา หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น
Read more

บทที่ 617

ทว่ายามใดที่อีกฝ่ายเกิดคิดเป็นอื่นไป สิ่งนั้นย่อมกลายเป็นยันต์เร่งรัดเอาชีวิตได้ในชั่วพริบตาจวนแม่ทัพเจิ้นกั๋วที่เคยรุ่งโรจน์เกรียงไกร แม้ยามนี้จะกลายเป็นจวนเจิ้นกั๋วกง ทว่าคนในตระกูลกลับร่วงโรย แม้แต่แม่ทัพหนุ่มผู้องอาจสง่างามบนหลังม้าที่เคยทำให้สตรีทั่วหล้าหลงใหลใฝ่ฝันในกาลก่อน บัดนี้กลับต้องตกอยู่ในสภาพที่มีเพียงบรรดาศักดิ์ทว่าไร้ซึ่งอำนาจที่แท้จริง ซ้ำร้ายยังถูกพิษประหลาด จนต้องลงเอยด้วยการไร้ทายาทสืบสกุลตระกูลหรง จะก้าวไปถึงจุดนั้นมิได้เป็นอันขาดผู้ใดจะรับประกันได้ว่า หากต้องลงเอยด้วยจุดจบเฉกเช่นตระกูลเย่แล้ว ตระกูลหรงจะยังเหลือผู้รอดชีวิตอีกสักกี่คน“ไปเตรียมการเถิด พรุ่งนี้จะเข้าวังไปเยี่ยมท่านป้า”“เจ้าค่ะ”……ณ ตำหนักบูรพาเซวียหว่านอี้บอกเล่าถึงคำขอของตน นางชุยยิ้มกล่าว “เรื่องนี้มีอันใดต้องขอกันเล่า ด้วยฐานะของเจ้า ย่อมสามารถใช้ป้ายของจวนเจิ้นกั๋วกงไปเชิญหมอหลวงมาที่จวนได้อยู่แล้ว ไฉนต้องรอให้ข้าอนุญาตด้วย”“พี่น้องในเรือนคลอดบุตร ก็นับเป็นเรื่องมงคล การได้มาสนทนาและบอกกล่าวกับพระชายาสักสองสามประโยค ย่อมเป็นเรื่องสมควรเจ้าค่ะ” เซวียหว่านอี้ยิ้มกล่าว “พระนัดดากำลั
Read more

บทที่ 618

หรงเจวี๋ยเข้าวังมาเข้าเฝ้าฮองเฮาหรง ทว่าเรื่องเร่งรัดการแต่งงานนั้นเป็นเพียงแค่ข้ออ้างฉากหน้าที่แสดงให้ผู้อื่นเห็น คือฮองเฮาทรงพบเจอสตรีที่เหมาะสม จึงมีพระประสงค์จะแนะนำให้หลานชายสายตรงของพระองค์ได้รู้จักผู้คนต่างรู้กันถ้วนทั่วว่าคนตระกูลหรงรวมถึงฮองเฮา ล้วนกลัดกลุ้มเรื่องแต่งงานของซื่อจื่อจนผมแทบหงอกขาวเมื่อทรงพบเจอสตรีที่คู่ควร การเรียกตัวเข้าวังมาดูตัวย่อมเป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่ง“เข้ามาสิ ช่วงหลายวันมานี้ป้า...” เมื่อฮองเฮาหรงทอดพระเนตรเห็นเขา ก็ทรงแย้มพระสรวลพร้อมกับยกพระหัตถ์เรียกให้เข้าไปหา พลางรับสั่งไม่หยุดหย่อนหรงเจวี๋ยก้าวเข้าไปหา พลางยิ้มกล่าว “กูกูช่วยไปเฝ้าอยู่หน้าประตูตำหนักเถิด ข้ามีเรื่องอยากสนทนากับท่านป้าอย่างละเอียดสักหน่อย”กูกูไป๋นางกำนัลคนสนิทแห่งตำหนักเฟิ่งจ่าวย่อกายคารวะด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเฝ้าอยู่หน้าตำหนัก เพื่อป้องกันมิให้มีผู้ใดลอบฟัง จนนำเรื่องน่าขันของซื่อจื่อไปเล่าลือกันภายนอกฮองเฮาหรงเองก็ทรงเคยชินเสียแล้ว ทุกคราที่ทรงแนะนำสตรีให้หลานชายผู้นี้ ก็มักจะต้องไล่ผู้คนในตำหนักออกไปจนหมด อาหลานจะได้พูดคุยกันอย่างผ่อนคลาย โดยไม่ต้องม
Read more

บทที่ 619

ฮองเฮาหรงมั่นใจยิ่งนัก ว่าเย่จั๋วจะไม่มีวันทำเช่นนั้นเด็ดขาด“เขาจะต้องหายดีพ่ะย่ะค่ะ” หรงเจวี๋ยกล่าว “ท่านป้า เขาจะต้องหายดี เพียงแต่ต้องใช้เวลา ทว่าเห็นได้ชัดว่ามีคนไม่อยากให้เขาหายดี”“อีกทั้ง...” หรงเจวี๋ยมีสีหน้าเคร่งขรึม “ตระกูลหรงก็ถูกวางสายลับไว้เช่นกัน ข้ายังมิได้บอกท่านพ่อ เพราะเกรงว่าจะแหวกหญ้าให้งูตื่น”สายลับหรือ?ผู้ใดเป็นคนวางไว้ ย่อมไม่จำเป็นต้องคาดเดา มีเพียงสามีของนาง ฮ่องเต้เซี่ยเหยี่ยนเท่านั้นตระกูลหรงมิได้กลายเป็นตระกูลใหญ่เพราะให้กำเนิดฮองเฮาเพียงหนึ่งพระองค์ ทว่าที่ได้เป็นผู้นำของบรรดาตระกูลใหญ่ ก็เป็นเพราะสถานะของนางอย่างแท้จริงฮ่องเต้หลายรัชกาลก่อน ทรงทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก เพื่อโค่นล้มตระกูลใหญ่เก่าแก่เหล่านั้นยามนี้ ตระกูลหรงก็กลายเป็นหนามยอกอกของเซี่ยเหยี่ยนแล้วหรือ?“ท่านป้า อย่าได้ไต่ถามว่าร่างกายของเขาเป็นอย่างไรบ้างนะพ่ะย่ะค่ะ” หรงเจวี๋ยกำชับฮองเฮาหรงทรงพยักหน้าอย่างเหม่อลอย “ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าวางใจเถิด”สิ่งที่นางตกใจในยามนี้คือ ฝ่าบาททรงต้องการโค่นล้มตระกูลเย่และตระกูลหรง ก่อนที่จะสวรรคตหรือ?จวนกั๋วกงทั้งสองแห่ง แห่งหนึ่งคือผู้นำตระ
Read more

บทที่ 620

เมื่อเห็นหรงเจวี๋ยทำท่าเหมือนอยากจะเอ่ยปาก ฮองเฮาหรงจึงทรงยกพระหัตถ์ขึ้นห้าม“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะพูดสิ่งใด”สีหน้าของนางเคร่งเครียด “คิดว่าเย่จั๋วคงจะระแคะระคายเรื่องใดบ้างแล้ว ข้ามิอาจปล่อยให้เขาเดินไปถึงขั้นนั้นได้ นั่นจะเป็นปัญหาใหญ่หลวงต่อแคว้นอวิ๋นและต่อองค์รัชทายาท”เย่จั๋วจะตายมิได้หากแม่ทัพนายกองชายแดนล่วงรู้ว่าเย่จั๋วถูกฮ่องเต้หวาดระแวง ซ้ำยังอาจลอบวางแผนปลิดชีพเขาอย่างลับ ๆราชวงศ์อวิ๋น ย่อมต้องเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่เป็นแน่ตระกูลเย่ติดตามปฐมกษัตริย์กรำศึกชิงแผ่นดินมาตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ มีผู้คนสละชีพตายตกตามกันไปมากเพียงไรบัดนี้ตระกูลเย่ที่สั่งสมความดีความชอบทางทหารมามากมายเหลือเพียงทายาทสืบสกุลคนเดียว ฝ่าบาทกลับยังมิวางพระทัย ถึงขั้นคิดจะใช้วิธีการบางอย่างเพื่อตัดรากถอนโคนตระกูลเย่ให้สิ้นซากหากเป็นเช่นนั้นสำหรับเหล่าแม่ทัพนายกองชายแดนแล้ว ย่อมรู้สึกหวาดหวั่นว่าภัยจะมาถึงตัว ภายหน้าผู้ใดจะยังกล้าปกป้องบ้านเมืองให้แคว้นอวิ๋นอีก“บางที ฝ่าบาทอาจจะทรงมั่นใจเต็มเปี่ยมแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หรงเจวี๋ยกล่าว“แล้วอย่างไรเล่า?” ฮองเฮาหรงทรงกุมถ้วยชา ถ้วยชาเคลือบสีขาวแผ่ไอความร
Read more
PREV
1
...
6061626364
...
66
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status