All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 621 - Chapter 630

653 Chapters

บทที่ 621

ทว่าภายในใจกลับยังคงแขวนลอย มิอาจวางลงได้เสียทีความผูกพันฉันพ่อลูกลึกซึ้งหรือ?หากเป็นความจริง ยามที่ตระกูลเย่และตระกูลหรงถูกฮ่องเต้ลอบจัดการ องค์รัชทายาทจะไม่รู้เชียวหรือหากเป็นเรื่องเท็จ…ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ในท้ายที่สุดจะเป็นผู้ใดกัน?องค์ชายรองไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างแท้จริงหรือ?องค์ชายสามมีความผูกพันฉันพี่น้องกับองค์รัชทายาทลึกซึ้งจริงหรือไม่องค์ชายสี่มีทรัพย์ศฤงคารมหาศาล นี่คือกำลังเสริมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดองค์ชายห้าก็ดูเหมือนจะมิได้สงบเสงี่ยมเจียมตนปานนั้นองค์ชายที่เหลืออายุยังน้อย จึงยังมิอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องนำมาขบคิดจุดสำคัญที่สุดคือ ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยในองค์รัชทายาทอย่างแท้จริงหรือ?โดยเฉพาะยามที่พระวรกายประชวร ความตายติดตามราวกับเงาตามตัว โอรสสวรรค์ผู้กุมอำนาจมาหลายปี พลันพบว่าองค์รัชทายาทข้างกายนั้นทั้งหนุ่มแน่น แข็งแรง และกำลังอยู่ในวัยที่เหมาะสมที่สุดส่วนพระองค์กลับกำลังก้าวเดินไปสู่ความตายทีละก้าวต่อให้เป็นฮ่องเต้ ก็เกรงว่าคงยากที่จะรักษาพระทัยให้สงบนิ่งได้สิ่งที่มิอาจปฏิเสธได้คือ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงเป็นโอรสสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่งนักตลอดหลายปีที่ทรงครอ
Read more

บทที่ 622

“ใต้เท้าเซิ่ง” ย่างก้าวไปบนหยาดน้ำค้างยามเช้าที่ยังไม่เหือดแห้ง เย่จั๋วได้พบกับบุคคลอันคุ้นเคยผู้หนึ่ง ณ ริมคันนาซึ่งอยู่ห่างจากเรือนพักไปไม่ไกลนักคนผู้นี้สวมอาภรณ์สีเขียว รูปร่างสูงโปร่ง รูปโฉมหล่อเหลาสง่างามดั่งบัณฑิต ราวกับชาใสถ้วยหนึ่งที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกสงบเยือกเย็น“ได้ยินมาว่าใต้เท้าพาฮูหยินออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วหล้า ไฉนจึงได้กลับมายังเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบกะทันหันเล่า?”บุคคลเบื้องหน้าผู้นี้คืออดีตเจ้ากรมโหรหลวงนามว่า เซิ่งอู๋เนี่ยนเขาพินิจมองเย่จั๋วตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าคราหนึ่ง แล้วเอ่ยว่า “แปลกประหลาดยิ่งนัก”เย่จั๋วเอียงศีรษะเล็กน้อย เผยรอยยิ้มคล้ายมิใช่รอยยิ้ม “ใต้เท้าเซิ่ง โปรดอย่าได้กล่าววาจาเป็นปริศนาเลย”เซิ่งอู๋เนี่ยนหัวเราะเอ่ยว่า “มิใช่อะไรหรอก เพียงแต่ตอนที่ข้าเดินทางออกจากเมืองหลวงเมื่อปีนั้น ข้าได้คำนวณดวงชะตาของเจ้าไว้กระจ่างแล้ว ทว่ายามนี้...”“รอดแล้วหรือ?” เย่จั๋วกระจ่างแจ้งแก่ใจ “คิดไม่ถึงเลยว่า ใต้เท้าเซิ่งจะรอบรู้วิชาดูโหงวเฮ้งด้วย”เซิ่งอู๋เนี่ยนชี้มือไปยังเรือนพักที่อยู่ไม่ไกลนัก พลางกล่าวว่า “รอนแรมเดินทางมาตลอดสาย ทั้งกระหายน้ำทั้งเหนื่อยล
Read more

บทที่ 623

เมื่อได้รับคำอนุญาตจากเย่จั๋ว ถิงอวิ๋นจึงกล่าวว่า “เรียนใต้เท้า หลังจากใช้น้ำร้อนชงถุงชาแล้ว เพียงนำไปแช่ในน้ำแข็งบดให้เย็นลงก็เป็นอันใช้ได้แล้วขอรับ”เซิ่งอู๋เนี่ยนพยักหน้า “ขอบใจมาก”เมื่อเห็นท่าทางไม่ถือสาธรรมเนียมยิบย่อยของเขา เย่จั๋วก็รู้สึกแปลกใหม่อยู่บ้าง“นิสัยของใต้เท้าเซิ่งเป็นเช่นนี้มาตลอดเลยหรือ?”บนใบหน้าของเซิ่งอู๋เนี่ยนปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำลายกลิ่นอายอันบริสุทธิ์ดุจสายลมจันทร์กระจ่างไปในพริบตา“ยามอื่นมิได้เป็นเช่นนี้หรอก ทว่ายามอยู่เป็นการส่วนตัวกับเย่เฉิงฮุยบิดาของเจ้า ข้ายังทำตัวตามสบายยิ่งกว่านี้เสียอีก” เขาพิงพนักเก้าอี้พลางไขว่ห้าง “ทุกคราที่บิดาของเจ้าออกศึก ล้วนต้องมาหาข้า เพื่อถามไถ่การเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศในภายภาคหน้า เจ้าคิดว่าการนำทัพออกศึกเพียงแค่รู้จักบุกตะลุยฝ่าค่ายกลก็พอแล้วหรือ? ยังต้องรู้แจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลด้วย…”“ยามที่ข้ายังอยู่สำนักโหรหลวง เขาจะมาหาข้า ทว่ายามนี้ไปหาเจ้าหนูนั่นแล้ว”เซิ่งอู๋เนี่ยนกล่าวว่า “ดูจากการที่ตระกูลเย่ของเจ้าพิชิตแดนเหนือและหนานหยวนได้ ก็รู้แล้วว่าเจ้าหนูนั่นมิได้บกพร่องต่อหน้าที่”แดนเหนือนั้นยั
Read more

บทที่ 624

บุคคลผู้นี้คืออดีตเจ้ากรมสำนักโหรหลวง เรื่องการหยั่งรู้ปรากฏการณ์บนฟากฟ้านั้น กล่าวได้ว่าไร้ผู้ใดเทียบเทียมเป็นสหายสนิทกับราชครูผู้ชอบทำตัวลึกลับผู้นั้นอาจเป็นเพราะคลุกคลีกับคนผู้นั้นมาเนิ่นนาน คนผู้นี้จึงติดนิสัยพิลึกพิลั่นมาบ้าง“ใต้เท้าเซิ่งแพร่งพรายความลับสวรรค์ ไม่กลัวสวรรค์ลงทัณฑ์หรือ?” เย่จั๋วเอ่ยถามทีเล่นทีจริงเซิ่งอู๋เนี่ยนโบกไม้โบกมือ พลางกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ไม่ยอมเอ่ย ทว่ายามนี้ชะตาของเจ้าเปลี่ยนไปแล้ว ต่อให้พูดออกไปก็ถือว่ามิได้แพร่งพรายความลับสวรรค์”เย่จั๋วไม่เชื่อเขาไม่เชื่อว่าเซิ่งอู๋เนี่ยนจะมองเห็นวาระสุดท้ายของตนได้ เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายจะล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางบางอย่างสำนักโหรหลวงนั้นเป็นที่ทำการและตำแหน่งขุนนางที่พิเศษยิ่ง มิได้ก้าวก่ายกับหน่วยงานอื่นในราชสำนัก แม้แต่มหาอำมาตย์ก็ไม่อาจชี้นิ้วสั่งการได้กล่าวตามตรง พวกเขาเพียงขึ้นตรงต่อราชวงศ์อวิ๋นเท่านั้นเรื่องเร้นลับที่เกี่ยวพันถึงฮ่องเต้ จะปล่อยให้คลุมเครือได้อย่างไรเขาโน้มตัวไปข้างหน้าพลางกล่าว “เช่นนั้นใต้เท้าเซิ่งโปรดช่วยดูให้ข้าอีกครา ในเมื่อเคราะห์เป็นเคราะห์ตายครั้งนี้ผ่านพ้นไปแล้ว หลังจากนี้ด
Read more

บทที่ 625

สภาพแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนจะทำให้สรรพคุณทางยาของบัวหิมะเทียนซานสูญสิ้น หากนำจากยอดเขาหิมะไปยังสถานที่ที่อบอุ่นกว่าแม้เพียงนิด สิ่งที่สูญเสียไปมิใช่แค่สรรพคุณทางยา ทว่ายังรวมถึงพลังชีวิตของบัวหิมะด้วยจวบจนบัดนี้ บัวหิมะเทียนซานมิได้ปรากฏสู่สายตาผู้คนนับร้อยปีแล้วทั้งที่เติบโตอยู่บนยอดเขาหิมะทางอุดรทิศ ทว่ากลับไร้ผู้ใดมีวาสนามากพอจะรอดชีวิตไปเก็บมันมาได้มิเช่นนั้นหากนำกลับมาได้ ย่อมกลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืนอย่างแท้จริง“ในวังมีหรือ?” ท่านผู้เฒ่าฉีเอ่ยถามด้วยท่าทีเคลือบแคลง“มี” หัวหน้าขันทีต้วนกล่าว “มีเพียงต้นเดียว หลายปีมานี้ถูกปิดผนึกไว้ในน้ำแข็งตลอด สภาพยังคงสดใหม่ราวกับเพิ่งเด็ดมา”ลมหายใจของท่านผู้เฒ่าฉีเริ่มถี่กระชั้นและหนักหน่วง “วางใจเถอะ เย่จั๋วอยู่ในมือข้า ย่อมไม่มีทางตาย อย่างมากสองปี ไม่สิ... อย่างมากเพียงหนึ่งปี ข้าก็ทำให้เขากลับมากระโดดโลดเต้นได้ ซ้ำยังทำให้เขามีทายาทสองคนในสามปีก็ยังได้”“หนึ่งปีรึ?” หัวหน้าขันทีต้วนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านมั่นใจเต็มสิบส่วนหรือไม่?”“ก่อนหน้านี้เป็นศิษย์ของข้าที่คอยตรวจรักษาให้เขา” ท่านผู้เฒ่าฉีกล่าว “พิษของแม่ทัพเย่กำเริบรุนแ
Read more

บทที่ 626

เซวียหว่านอี้มองหรงเจวี๋ยที่นั่งอยู่เบื้องหน้าพลางรู้สึกฉงนใจอยู่บ้างเมื่อหลายวันก่อน เขามาเยือนหนหนึ่งแล้วก็กลับไป ทั้งสองแทบจะมิได้เอ่ยสิ่งใดกันเลย“ซื่อจื่อไฉนจึงมีเวลาว่างมาเยือนเล่า? ท่านแม่ทัพอยู่ชานเมือง ยังต้องใช้เวลาอีกสามถึงห้าวันจึงจะกลับมา”หรงเจวี๋ยส่ายหน้า “ข้าตั้งใจมาหาฮูหยินเซวียต่างหาก”เขากลับไปขบคิดอยู่หลายวัน กระจ่างแจ้ง ทว่าก็คล้ายจะไม่ค่อยกระจ่างนักไม่ว่าจะมองความเจริญรุ่งเรืองหรือความเสื่อมถอยจากมุมมองของผู้ใด ดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดผิดแม้ว่าตระกูลเย่ในยามนี้จะหลงเหลือเย่จั๋วเพียงผู้เดียว ทว่าขอเพียงให้เวลาเขา ตระกูลเย่จะกลับมารุ่งโรจน์ได้อีกคราตราบใดที่เย่จั๋วยังอยู่ ตระกูลเย่ย่อมไม่มีวันล่มสลายทหารนับหมื่นแสนหาง่าย แม่ทัพเก่งกาจหนึ่งคนหายากยิ่ง ทว่ายอดจอมทัพผู้เปี่ยมพรสวรรค์นั้นยิ่งเป็นดั่งยอดมณีล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งในทุกยุคทุกสมัยการที่ราชวงศ์อวิ๋นมีตระกูลเย่ เรียกได้ว่าเป็นความโชคดีอย่างหาที่สุดมิได้การที่ตระกูลเย่มีเย่จั๋วผู้เป็นยอดจอมทัพ ยิ่งเป็นความโชคดียิ่งกว่าโชคดีเสียอีกยามใต้หล้าเกิดศึกสงคราม ตระกูลเย่คือ “เทพผู้พิทักษ์” ของราชวงศ์อวิ๋น
Read more

บทที่ 627

“วันนี้รบกวนฮูหยินแล้ว วันหน้าหากมีโอกาส จะมาขอหารือเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองกับฮูหยินใหม่”เขาประสานมือคารวะอำลาเมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าประตูจวนเจิ้นกั๋วกง หรงเจวี๋ยหันกลับไปมองเซวียหว่านอี้ที่เดินออกมาส่งอาภรณ์สีขาวนวลตาเรียบง่าย ขับเน้นวงหน้าอ่อนโยนของนางให้ดูมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นสายลมร้อนในฤดูคิมหันต์พัดผ่าน พลิ้วสะบัดชายอาภรณ์บางเบาให้เลิกขึ้นเล็กน้อย ชั่วขณะนั้น หัวใจของหรงเจวี๋ยพลันเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งทว่ากลับเห็นร่างอรชรบอบบางนั้นย่อเข่าคารวะลงเล็กน้อยหรงเจวี๋ยซึ่งยืนอยู่หน้าขั้นบันไดจึงค้อมกาย ประสานมือตอบรับเล็กน้อยก่อนจะหมุนกายขึ้นรถม้าไปตระกูลหรงเป็นขุมกำลังขององค์รัชทายาทโดยสายเลือด ความผูกพันนี้ลึกซึ้งจนมิอาจโต้แย้งได้ทว่าหากฝ่าบาททรงต้องการกดขี่ตระกูลหรงเพื่อปูทางให้องค์รัชทายาท ตระกูลหรงก็ย่อมไม่ยอมเป็นเพียงเนื้อบนเขียงให้ผู้ใดมาสับเถือเช่นกันหากเทียบกับชีวิตคนนับร้อยในตระกูลหรง น้ำหนักขององค์รัชทายาทเพียงหนึ่งคนบนตาชั่งย่อมมิอาจเทียบเคียงความใกล้ชิดสนิทสนมหรือห่างเหิน ว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปผู้นี้ย่อมแยกแยะได้อย่างกระจ่างแจ้งหากถึงวันนั้นจริง ๆ
Read more

บทที่ 628

จวนหนิงกั๋วกง ห้องตำราหนิงกั๋วกงมองบุตรชายตรงหน้า หลังจากฟังเรื่องราวที่เขาสืบสวนมาได้ในช่วงเวลานี้ รวมถึงบทวิเคราะห์ของเขา ภายในใจก็มิได้มีความรู้สึกหวั่นไหวใด ๆ มากนัก“ข้อกังวลนั้นไม่ผิด ทว่าเบื้องหลังจะเป็นพระราชประสงค์ของฮ่องเต้หรือไม่นั้น หาได้มีหลักฐานแน่ชัดไม่”หรงเจวี๋ยขมวดคิ้วเล็กน้อย คล้ายกำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงเงยหน้าขึ้นมองบิดา “การพุ่งเป้าโจมตีสองจวนกั๋วกงพร้อมกัน องค์ชายทั่วไปย่อมมิอาจทำได้ อีกทั้ง...”แววตาของเขาแฝงความเคร่งเครียด “ท่านพ่อ หากมิใช่คนเสียสติไปแล้ว ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องเย่จั๋วขอรับ”มิต้องกล่าวถึงว่ายามนี้ฮ่องเต้ทรงแสดงออกว่าโปรดปรานเขาเพียงไร ลำพังเพียงรากฐานที่ตระกูลเย่สร้างสมมานับร้อยปี ก็มิใช่สิ่งที่ผู้ใดจะกล้าเข้าไปแตะต้องได้ง่าย ๆ แล้ว“เย่จั๋วมิใช่คนโง่งม ต่อให้ความคิดอ่านของเขามักทุ่มเทไปกับตำราพิชัยสงครามและการนำทัพ ทว่าความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ในราชสำนักก็ห่างไกลจากที่คนทั่วไปจะเทียบติด หากเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายจริงๆ ย่อมต้องส่งข่าวไปยังชายแดนเป็นอันดับแรก ขุนพลชั้นยอดของราชวงศ์อวิ๋นในยามนี้ ล้วนมาจากกองทัพขอ
Read more

บทที่ 629

“หากเป็นเช่นนี้ ความเป็นไปได้ที่จะเป็นองค์รัชทายาทย่อมต่ำยิ่งนัก” หรงเจวี๋ยกล่าว “ดังนั้น ข้าจึงคาดเดาว่าเป็นองค์ชายสาม”“เหตุใดจึงมิใช่องค์ชายสี่หรือองค์ชายห้าเล่า?” หนิงกั๋วกงกล่าว “เบื้องหลังองค์ชายสี่มีตระกูลเฉียนซึ่งเป็นคหบดีอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์อวิ๋นหนุนหลังอยู่ ส่วนองค์ชายห้าแม้จะไร้ที่พึ่งพิง ทว่าก็มิใช่ผู้ที่ยอมจำนนต่อสถานการณ์ปัจจุบันเช่นกัน”“ข้าเพียงตัดสินจากสถานการณ์ในปัจจุบันเท่านั้น” หรงเจวี๋ยกล่าว “ถือเป็นการคาดเดาส่วนตัว”หนิงกั๋วกงกล่าว “รู้หรือไม่ว่าการคาดเดาของเจ้าจะนำมาซึ่งผลลัพธ์เช่นไร?”“ย่อมรู้ดี” ฮองเฮาจะต้องทรงระแวงหว่านกุ้ยเฟย “ทว่า ท่านป้ามิใช่คนที่มีนิสัยวู่วาม ถึงในพระทัยจะทรงเคลือบแคลง ก็จะไม่แสดงออกมาให้เห็น ท่านพ่อ ข้ารู้ถึงผลลัพธ์ดี แต่บางเรื่องก็จำเป็นต้องเอ่ยปาก หากการวางแผนร้ายมาจากองค์ชายสามจริง ๆ การถูกคนใกล้ชิดหักหลังย่อมนำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิต”“จงสืบหาอย่างลับ ๆ ต่อไปเถิด” หนิงกั๋วกงกล่าว “บัดนี้พวกเรากับจวนเจิ้นกั๋วกง ถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว”เขาจนใจยิ่งนัก แต่นี่คือความเป็นจริงคลื่นใต้น้ำที่โหมกระหน่ำอย่างลับ ๆ อธิบายได้เพียงปัญหา
Read more

บทที่ 630

ไม่รู้เพราะเหตุใด เย่จั๋วมักรู้สึกอยู่เสมอว่าตนได้หลงลืมสิ่งใดไปความคิดประหลาดนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ทว่ากลับหาต้นตอไม่ได้เมื่อกลับถึงจวนกั๋วกง ป้านอวี่พาต้วนหย่งจงไปยังที่พัก ยามที่คุณชายกับฮูหยินอยู่ตามลำพังเป็นการส่วนตัว เขาไม่ควรเข้าไปเสนอหน้าจะดีที่สุดแม้จะเป็นคนที่ฮองเฮาทรงส่งมา หากคุณชายต้องการไล่คนกลับวังจริง ๆ ฮองเฮาก็คงมิอาจทรงเอาผิด“ซื้อของมามากมายเพียงนี้เชียวหรือ?” เมื่อเห็นบ่าวรับใช้สองคนเดินตามถิงอวิ๋นเข้ามาพร้อมกับข้าวของที่หิ้วอยู่ในมือ นางจึงมองเย่จั๋วด้วยความประหลาดใจ “ท่านพี่ซื้ออันใดมาหรือเจ้าคะ?”“วันเกิดของรองเสนาบดีเซวีย การรักษาของข้าก็อยู่ในช่วงเวลาสำคัญ มิอาจไปร่วมงานเลี้ยงได้ จึงให้คนไปซื้อของบางส่วนเพื่อส่งไปที่นั่น”เย่จั๋วกล่าวว่า “ฮูหยินลองดูเถิด ล้วนเป็นของที่ใช้งานได้จริง ส่วนของอื่น ๆ เจ้าลองไปดูในคลังเถิดว่าควรเพิ่มสิ่งใดเข้าไปอีก”เซวียหว่านอี้มองดูข้าวของตรงหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไม่ต้องแล้วเจ้าค่ะ ทว่าเมื่อหลายวันก่อนข้าจัดระเบียบห้องคลัง เห็นด้านในมีแท่นฝนหมึกอยู่หนึ่งกล่อง น่าจะเป็นแบบเดียวกัน สามารถแยกออกได้หรือไม่เจ้าคะ?”“ได้
Read more
PREV
1
...
616263646566
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status