All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 641 - Chapter 650

653 Chapters

บทที่ 641

ยามเช้าวันรุ่งขึ้นฉู่ยวนกำลังจัดการงานราชการอยู่ในห้องตำรา ผู้ดูแลก็ถือจดหมายฉบับหนึ่งเดินเข้ามา“คุณชาย จดหมายจากอนุเหวินส่งถึงฮูหยินขอรับ”เขารับมา เปิดอ่านคร่าว ๆ รอบหนึ่งมิได้เขียนเรื่องอื่นใด เพียงบอกกล่าวว่านางตั้งครรภ์แล้ว ยามนี้ข้างกายฉู่ยวนไร้คนปรนนิบัติ สมควรรับอนุเพิ่มอีกสักคนหรือไม่ ทั้งยังกล่าวถึงเรื่องหยุมหยิมในจวนที่สตรีมักใส่ใจ นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีอันใดอีกเขาพับจดหมายเก็บอย่างดี ส่งคืนให้ผู้ดูแล “ส่งออกไปเถิด”ผู้ดูแลรับคำ ทว่ามิได้จากไปในทันทีครู่ต่อมา ฉู่ยวนจึงเงยหน้าขึ้น “ลุงฝู ยังมีธุระอันใดอีกหรือ?”ผู้ดูแลมองเขาด้วยความลังเลเล็กน้อย “คุณชาย อนุเหวินตั้งครรภ์แล้ว ข้างกายคุณชายจะขาดคนปรนนิบัติมิได้ หรือว่า...”จะให้แม่สื่อในเมืองผิงเจียงช่วยเสาะหาหญิงสาวรูปงามที่ประวัติขาวสะอาด เข้ามาปรนนิบัติในจวนดีหรือไม่?ฉู่ยวนกลับมิได้มีท่าทีอันใด มิได้คาดหวัง และมิได้ขุ่นเคือง“ยามนี้ยังไม่จำเป็น ลุงฝูไปจัดการงานเถิด” เขาเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบอ่อนโยนผู้ดูแลมิได้กล่าววาจาให้มากความอีก ถือจดหมายเดินจากไปมองดูบานประตูที่ปิดสนิท ฉู่ยวนก็นิ่งขึงไปเนิ่นน
Read more

บทที่ 642

“ข้าไม่เป็นไร” เซวียหว่านอี้กล่าว “กลับเป็นเจ้าเสียอีก ครรภ์ใหญ่กว่าของพี่สะใภ้เสียอีก? คงมิใช่ครรภ์แฝดหรอกกระมัง”หากใช่ ท่านหมอย่อมต้องตรวจพบแล้ว“หากใหญ่เกินไป ยามคลอดจะยากลำบากยิ่ง หมอตำแยที่ท่านแม่จัดเตรียมไว้ให้มิได้บอกกล่าวหรือ?”“บอกแล้ว” เซวียหมิงเฟยกล่าว “บางทีอาจจะใหญ่ไปสักหน่อย แต่โดยหลักเป็นเพราะตัวข้าเอง ข้าอ้วนขึ้นมากทีเดียว”กล่าวถึงตรงนี้ น้ำตาในใจของนางก็แทบจะหลั่งไหลจนท่วมท้นร่างไม่เพียงความทุกข์ทรมานยามตั้งครรภ์ ทว่ารูปร่างของนางยังอ้วนท้วนขึ้นทุกวี่วันอีกด้วยทรวดทรงที่เคยอรชรอ้อนแอ้นปานนั้น มาบัดนี้…“รอให้คลอดเจ้าบรรพบุรุษตัวน้อยนี่ออกมาเสียก่อน ข้าคงต้องรีบลดน้ำหนักเสียที”ทว่าเมื่อลองคิดดูอีกที นางก็เปลี่ยนคำพูดใหม่ “ต้องรอให้อยู่ไฟครบเดือนก่อน”เซวียหว่านอี้หาได้มีความสนใจในเรื่องนี้ไม่ นางกล่าวว่า “แล้วอย่างไรเล่า เรียกข้าออกมา มีธุระอันใดหรือ?”“เจ้านี่นะ ไฉนจึงเย็นชาแข็งกระด้างปานนี้ ไม่มีธุระก็เรียกเจ้าออกมานั่งคุยเล่นมิได้หรือ? อย่างไรเสียพวกเราก็เป็นพี่น้องแท้ ๆ กัน” นางกลอกตาใส่อย่างระอาทว่าก็ปฏิเสธมิได้ การเรียกนางออกมาในวันนี้มีธุระจริง ๆ
Read more

บทที่ 643

จะอยู่หรือตาย แล้วเกี่ยวอันใดกับนางเล่าเซวียหมิงเฟยถึงกับสะอึกไปชั่วขณะนางปรายตามองอีกฝ่าย “เจ้าจะให้ข้ากลับไปถามท่านพ่อ ว่าจะยอมทนดูนางตายไปต่อหน้าต่อตาหรือไม่งั้นหรือ?”คำแนะนำย่อมไม่ได้มา ซ้ำยังต้องโดนดุด่ากลับมาเป็นแน่“ยามนี้เขายังคงพึงพอใจในตัวบุตรเขยอย่างฉู่ยวนเป็นอย่างมาก อีกทั้งเมื่อก่อนยังมีไมตรีอันดีกับพ่อสามีของข้า พอคนจากไป หลังจากข้าแต่งงานเขากลับยิ่งคิดถึงสหายบ่อยขึ้น หากรู้ว่าข้าแอบละเลยภรรยาม่ายที่สหายทิ้งไว้เช่นนี้ หากเขาให้คำแนะนำแก่ข้าได้สิถึงจะแปลก”ทว่าเซวียหมิงเฟยกลับมิได้นึกโกรธเคือง ท้ายที่สุดแล้วแต่ก่อนนางก็เป็นเพียงคนไร้ตัวตนในจวน ย่อมมิได้รู้จักท่านพ่อดีนักต่อให้เป็นบุรุษที่เคยหมางเมินบุตรสาวถึงเพียงนั้น ในใจก็ย่อมมีคนที่ใส่ใจอยู่บ้างแม้จะเป็นเพียงการแสดงละครฉากหน้า แต่ก็ไม่อาจยอมเสียหน้าต่อหน้าบุตรสาวได้เป็นเพราะไม่มีผู้ใดให้ปรึกษาหารือ นางจึงจำต้องอุ้มท้องโตมาหาเซวียหว่านอี้หากเป็นไปตามความคิดของเซวียหว่านอี้ ตายไปเสียได้ก็ดีหากต้องกลับบ้านเกิดเพื่อไว้ทุกข์เช่นนี้ นางก็จะมีกำลังพอที่จะจัดการกับบุรุษผู้นั้นทว่าภัยมักเกิดจากปาก นางจะทิ้งจุ
Read more

บทที่ 644

เย่จั๋วอยากให้เซวียหว่านอี้มีชีวิตอยู่ไม่ว่าก่อนพระราชทานสมรสเขาจะต่อต้านเพียงไร ทว่าเซวียหว่านอี้ก็คือผู้บริสุทธิ์อย่างแท้จริงเย่จั๋วคือแม่ทัพ อีกทั้งยังเป็นทายาทและผู้นำของตระกูลขุนศึกอย่างตระกูลเย่หน้าที่ของเขาคือการออกรบสังหารศัตรู บุกเบิกขยายอาณาเขต ภักดีต่อแคว้น และปกป้องราษฎรให้ร่มเย็นเป็นสุขเซวียหว่านอี้ ก็คือราษฎรผู้นั้นและยิ่งเป็นภรรยาของเขาเป็นคนน่าสงสารที่ถูกอำนาจราชบัลลังก์ชักใยตามอำเภอใจโดยไร้ซึ่งทางเลือกใด ๆชาติก่อน นางถูกหมางเมิน เพิกเฉย ทอดทิ้ง จนสุดท้ายสิ้นเปลืองเลือดเนื้อทั้งร่าง สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการถูกผู้คนรอบกายทรยศหักหลัง และสิ้นใจลงในสภาพที่อเนจอนาถที่สุดหากทำความเข้าใจเรื่องนี้ด้วยหลักเหตุผลของบุรุษ เขาไม่คิดว่าผู้บงการคือฉู่ยวนแต่ฉู่ยวนก็มิได้บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างแน่นอนมหาอำมาตย์รึ?เขาคู่ควรด้วยหรือแม้แต่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่คลอดบุตรธิดา ดูแลจัดการเรื่องในเรือน และเคียงบ่าเคียงไหล่มาถึงสิบปีก็ยังปกป้องไว้มิได้ ช่างไร้ความสามารถเสียจนถึงที่สุดคิดจะอาศัยความชอบจากการสนับสนุนฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ มาฟื้นฟูตระกูลฉู่อย่างนั้นหรือ?ด้วยค
Read more

บทที่ 645

เพียงเพราะฉู่เซียวผู้เดียว ทำให้นางมิได้คาดหวังเรื่องทายาทอีกต่อไป“ค่อยเป็นค่อยไปเถิด ไม่แน่ว่าถึงยามนั้นร่างกายของฮูหยินอาจจะหายดีแล้วก็เป็นได้?” เย่จั๋วยิ้มกล่าว “หมอเทวดาฉีบอกว่า อาการป่วยของฮูหยินมิได้เกิดจากร่างกาย ทว่าเกิดจากฝันร้ายหลอกหลอน”ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ ทว่ายามนี้เขากระจ่างแก่ใจแล้วนี่ย่อมเป็นเพราะนางถูกทัณฑ์มนุษย์หมูในชาติก่อนกักขังเอาไว้อย่างสิ้นเชิงเขาเข้าใจดี ทัณฑ์ทรมานแสนสาหัสถึงเพียงนั้น จะมีสักกี่คนที่ก้าวผ่านพ้นมาได้กัน?หากเปลี่ยนเป็นเขา ย่อมยากยิ่งนักเช่นกัน“เพียงแค่เจ้าชำระความแค้นได้สำเร็จ ร่างกายย่อมค่อย ๆ ฟื้นฟูขึ้นเอง” เขากุมมือของเซวียหว่านอี้เอาไว้ “เรื่องสืบทอดตระกูลเย่นั้นไม่มีปัญหา ต่อให้ฮูหยินให้กำเนิดเพียงคนเดียว ก็สามารถให้ลูกของเราไปแตกกิ่งก้านสาขาต่อได้ หากเป็นบุตรสาว ก็รับเขยแต่งเข้าเรือนได้”เซวียหว่านอี้ “...”มิใช่สิ สามีที่ดีปานนี้ ชาติก่อนเซวียหมิงเฟยไปล่วงเกินเขาได้อย่างไรกัน?แม้ภายหลังเย่จั๋วจะสิ้นชีพไปแล้วจริง ๆ ทว่าช่วงเวลาก่อนหน้านั้นเล่า?ช่วงเวลาหนึ่งถึงสองปีที่นางแต่งเข้ามา เย่จั๋วย่อมเป็นบุรุษตรงหน้านี้อย่างมิต้องสงส
Read more

บทที่ 646

นับตั้งแต่เซวียหว่านอี้ต้องพิษ ยามวิกาลเย่จั๋วมักจะพักค้างอ้างแรมอยู่ที่เรือนชุ่ยเวยเป็นหลักฮูหยินต้องเผชิญกับเคราะห์ร้ายก็สืบเนื่องมาจากตัวเขาการอยู่ใกล้ชิดสักหน่อย ย่อมสะดวกต่อการดูแลนางมากกว่ายามรุ่งสาง สรรพสิ่งล้วนเงียบสงัดไร้สุ้มเสียงเสียงเคาะประตูที่ค่อนข้างเร่งร้อนทว่าแผ่วเบาพลันดังขึ้นเย่จั๋วลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ภายนอกแว่วเสียงของเย่อันดังเข้ามา“คุณชาย มีแขกมาเยือนขอรับ”ยามวิกาลเช่นนี้มีผู้มาเยือน ย่อมมิใช่แขกเหรื่อธรรมดาสามัญเป็นแน่เขาใช้ท่อนแขนยันกายลุกขึ้นนั่ง ทว่าพอกำลังจะขยับเขยื้อนด้วยตนเอง กลับถูกฝ่ามือข้างหนึ่งรั้งเอาไว้“ข้าช่วยท่านเอง”เซวียหว่านอี้ฝืนความงุนงงจากความง่วงงุน ลุกขึ้นมาประคองเขาให้นั่งลงบนรถเข็นพร้อมทั้งสวมเสื้อคลุมตัวนอกทับให้เขาอีกหนึ่งชั้น“ดึกดื่นน้ำค้างแรง เมื่อท่านพี่ต้อนรับแขกเสร็จสิ้นแล้วก็จงรีบพักผ่อนเถิด จะกลับมาที่นี่หรือพักอยู่ที่หอหมิงอิ่นล้วนย่อมได้ ไม่จำเป็นต้องส่งคนมาบอกกล่าวแก่ข้า”เย่จั๋วพยักหน้า “เจ้าพักผ่อนต่อไปเถิด ประเดี๋ยวข้าจะค้างที่ลานเรือนส่วนหน้า”ซึ่งนั่นก็คือหอหมิงอิ่น“เจ้าค่ะ”เมื่อเข็นรถออก
Read more

บทที่ 647

ต้วนหย่งจงประสานมือกล่าวว่า “คุณชายโปรดวางใจ ยามประตูวังเปิดออก ข้าจะเข้าวังไปเข้าเฝ้าฮองเฮาขอรับ”เป็นเพราะเขาคือคนที่ใกล้จะสิ้นใจ จึงมีผู้คิดสังหารซื่อจื่อหนิงกั๋วกงเช่นนั้นหรือ?ต้วนหย่งจงนึกสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือของฮ่องเต้เขาจากไปแล้ว ยังมีบางเรื่องที่จำต้องขบคิดให้กระจ่างแจ้งเสียก่อนโถงด้านข้างกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยสิ่งใด ถิงอวิ๋นก็เดินเข้ามา“คุณชายขอรับ ฮูหยินให้แม่นางเจินจูนำมื้อดึกมาส่งให้ มีมากมายหลายอย่างเลยขอรับ”เย่จั๋ว “...”เขาปรายตามองหรงเจวี๋ยแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม “กินไหวหรือไม่?”“ไหว” หรงเจวี๋ยกล่าว “เพียงแค่เจ็บปวด แต่ไม่ถึงตาย วิชาแพทย์ของผู้อาวุโสเหยียน เจ้ายังกังขาอยู่อีกหรือ?”“ข้ามิได้กังขา” เย่จั๋วหมุนล้อรถเข็นเข้าไปพยุงตัวอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น พลางเอ่ยสั่ง “ยกเข้ามาเถิด”ชั่วอึดใจต่อมา เจินจูก็เดินเข้ามา ในมือถือกล่องอาหารมาด้วยสองใบ“คุณชาย ฮูหยินให้ข้านำมาส่งเจ้าค่ะ” เจินจูเปิดกล่องอาหารออกแล้วกล่าว “ด้านล่างคือน้ำผึ้งผสมน้ำ ฮูหยินกำชับให้ท่านดื่มก่อนเข้านอนเจ้าค่ะ”กล่าวจบ นางก็ย่อกายคารวะแล้วถอยออกไปโดยไม่รอให้เย่จั๋วได้ตอบรั
Read more

บทที่ 648

“อย่าคิดมากไปเลย”หรงเจวี๋ยจิบโจ๊กคำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อมล้ำลึก ไม่รู้ว่าใส่สิ่งใดลงไปบ้าง“ข้าเพียงต้องการใช้คนผู้นั้นเป็นเหยื่อล่อปลา ได้ปรึกษาหารือกับท่านป้าก่อนลงมือแล้ว”เย่จั๋วเก็บงำท่าทีหยอกเย้า เอ่ยถามว่า “ล่อผู้ใดหรือ?”“ยามนี้ยังไม่แน่ชัด หากไม่ผิดคาดต้องเป็นองค์ชายพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง หรืออาจจะเป็น...”เขาชี้นิ้วขึ้นไปเบื้องบน “เจ้าย่อมรู้ วรยุทธ์ของข้านับว่าไม่เลว ในเมืองหลวงแห่งนี้ ผู้ที่เก่งกาจกว่าข้ามีเพียงหยิบมือ หากไม่รวมพวกหน่วยกล้าตายและองครักษ์เงาที่ยอมทิ้งชีวิตโดยไม่ไยดี”“นั่นก็จริง” เย่จั๋วพยักหน้า “ไม่ว่าจะมากหรือน้อย แต่ละจวนย่อมมีหน่วยกล้าตายและองครักษ์เงาอยู่บ้าง เป็นเพียงเรื่องของจำนวน ทว่าทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือสังหาร”ล้วนไม่มีข้อยกเว้นท้ายที่สุดแล้ว มิใช่ผู้ใดก็มีคุณสมบัติพอจะเป็นหน่วยกล้าตายและองครักษ์เงาได้ประการแรกต้องมีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์เป็นเลิศ ประการรองลงมาต้องเป็นเด็กกำพร้า หากมีพรสวรรค์ดีแต่ฐานะธรรมดาสามัญ แม้มิใช่เด็กกำพร้าก็ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าคนเหล่านี้ล้วนต้องทำงานลับที่มิอาจเปิดเผยให้แก่ผู้เป็นนาย หากไร้ซึ่งฝีมืออันเก่งกาจ ย่อ
Read more

บทที่ 649

“นี่คืออาหารบำรุงโลหิต ซื่อจื่อลองชิมดูเถิด”เซวียหว่านอี้ชี้ไปยังอาหารสองจานนั้น “ท่านพี่ไม่ชอบอาหารบำรุง ข้าจึงไม่เคยทำมาก่อน”หรงเจวี๋ยพยักหน้า “ขอบใจมาก”ส่วนเย่จั๋วนั้น เมื่อมองดูอาหารเบื้องหน้า ล้วนยังคงเป็นสิ่งที่ตนชอบเช่นเคยฮูหยินของเขามิใช่คนเลือกกิน มิได้มีสิ่งใดที่รังเกียจ และมิได้มีสิ่งใดที่โปรดปรานเป็นพิเศษทว่า…ส่วนใหญ่ล้วนเป็นอาหารที่นางคิดค้นขึ้นหลังจากแต่งงานเข้ามา ในเมื่อทำเป็น ย่อมต้องเป็นของที่ชอบกินเป็นแน่“นี่คือ...” หรงเจวี๋ยมองดูแผ่นแป้งทอดสีเหลืองทองอร่าม ส่งกลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลายที่อยู่เบื้องหน้า “รสชาติเป็นเช่นไรหรือ?”“ลองชิมดูสักคำก็รู้แล้ว” เย่จั๋วคีบขึ้นมาแผ่นหนึ่งเป็นคนแรกมื้อนี้ หรงเจวี๋ยถึงกับกินจนเหงื่อซึมแผ่นแป้งทอดกรอบนอกนุ่มใน หอมจนทำให้คนวางไม่ลง อีกทั้งปลาทอดตัวเล็กที่เนื้อแน่นเคี้ยวเพลิน ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน กระทั่งก้างข้างในก็ยังเคี้ยวให้แหลกได้อย่างง่ายดายเนื้อแกะยำเย็นถือว่าใช้ได้ พ่อครัวในจวนก็ทำได้ไม่เลวนักคนสามคน อาหารหกอย่าง รสชาติของทุกจานล้วนดีเยี่ยม“อาหารบำรุงรสชาติดีทีเดียว เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมกินเล่า?” หรงเจวี๋ยกล่าว
Read more

บทที่ 650

ภายในห้องมีเพียงพวกเขาสองคน“ฮูหยิน ชาติก่อนเคยมีเรื่องเช่นนี้หรือไม่?”เซวียหว่านอี้ครุ่นคิด สำหรับนางแล้ว เรื่องราวในหนหลังนั้นช่างเนิ่นนานเกินไป“จำมิได้ อย่างน้อยข้าก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน”“เช่นนั้นก็คือไม่มี” เย่จั๋วกล่าวเซวียหว่านอี้ฉงนใจ “เหตุใดจึงไม่ใช่ข้าไม่เคยได้ยินเล่าเจ้าคะ?”“เรื่องนี้มิได้จงใจปิดบัง” เย่จั๋วกล่าว “หรงเจวี๋ยคือซื่อจื่อหนิงกั๋วกง มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวง หากเขาเกิดเรื่อง แวดวงขุนนางย่อมมิอาจปิดข่าวได้มิด”ในคราแรก ความสัมพันธ์ระหว่างฉู่ยวนกับนางย่อมมิได้ย่ำแย่ หากเขากลับไปแล้วสนทนาเรื่องนี้กับนางก็ถือเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อนางจำไม่ได้ เช่นนั้นก็แปลว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นวิถีของทั้งสองชาติภพแตกต่างกัน เย่จั๋วจึงมิได้รู้สึกแปลกใจอันใดโดยทั่วไปแล้วการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนผู้หนึ่งไปได้ทั้งชีวิตยิ่งมิต้องเอ่ยถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากคนเป็น ๆ คนหนึ่ง ผลกระทบย่อมมีแต่จะยิ่งใหญ่กว่าเดิม“ซื่อจื่อหรงถูกลอบสังหารในเมืองหลวง ฝ่าบาทจะรับสั่งให้คนไปสืบสวนหรือไม่?” นางเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้“ย่อมต้องทำ” แววตาของเย่
Read more
PREV
1
...
616263646566
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status