บททั้งหมดของ เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: บทที่ 71 - บทที่ 80

100

บทที่ 71

ถึงแม้นางจะไม่ได้เดินทางไปเอง แต่อาศัยฐานะในตอนนี้ส่งข้าวของไปให้ไม่น้อยถือเป็นการประกาศให้คนบ้านนั้นได้รับรู้ว่า ผู้ที่หนุนหลังพี่หญิงเฉียนอยู่ ก็คือว่าที่ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงต่อให้ทางนั้นจำเป็นต้องรับอนุภรรยาเพื่อสืบทอดทายาท แต่เชื่อว่าคงไม่กล้าข่มเหงรังแกสองแม่ลูกพี่หญิงเฉียนเป็นแน่สี่โม่ยิ้มรับพลางพยักหน้า “คุณหนูวางใจเถิดขอรับ คุณชายตระกูลเฉียนกำลังร่ำสุราอยู่กับคุณชายที่เรือนปู้ชี่ บ่าวจะเรียนบอกแทนให้เองขอรับ”เมื่อส่งสี่โม่กลับไปแล้วเซวียหว่านอี้ก็ทอดสายตามองดูของตรงหน้า“ฝีมือปักเย็บยอดเยี่ยมยิ่งนัก แสดงถึงความจริงใจและซาบซึ้งในบุญคุณเจ้าค่ะ” แม่นมฉินพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่งน้ำเสียงนั้นราบเรียบเป็นปกติในยุคสมัยนี้ สตรีที่มีฝีมือเย็บปักถักร้อยงดงามนั้นมีให้เห็นอยู่ดาษดื่น ผู้ที่ทำไม่เป็นก็มิใช่เรื่องสลักสำคัญ โดยมากพวกคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์มักจะชุบเลี้ยงช่างปักฝีมือดีไว้ข้างกายอยู่แล้วทว่าแม่นมเฉินเองก็พึงพอใจในงานฝีมือของเซวียหว่านอี้ยิ่งนักด้วยวัยเพียงเท่านี้ แต่ฝีมือกลับประณีตบรรจงและดูมีชีวิตชีวา ราวกับสั่งสมประสบการณ์มานานนับสิบยี่สิบปีวันหน้าต่อให้มิต้อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 72

ราตรีกาลมืดมิดดั่งน้ำหมึกทว่าในยามนี้ ฉู่ยวนกลับตกอยู่ในห้วงฝันร้ายเขาแหวกม่านหมอกอันหนาทึบ ก้าวล่วงเข้าไปในห้องแห่งหนึ่งชั่วขณะที่ผลักบานประตู ศีรษะหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตา ทำเอาหัวใจเขาแทบหยุดเต้นด้วยความตระหนกครั้นเพ่งสายตาพินิจดูให้ชัดสิ่งที่เห็นกลับทำให้เขาหวาดกลัวถึงขีดสุด ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ภาพเบื้องหน้านี้มันสิ่งใดกันคนผู้หนึ่งถูกยัดลงไปในไหทั้งเป็น ดวงตาถูกควักออก บางทีอาจผ่านมานานแล้ว จึงเหลือเพียงรูโหว่ดำมืดสองรูใบหูทั้งสองข้างหายไป ไร้ซึ่งเส้นผม ดูจากสภาพศีรษะแล้ว น่าจะถูกถลกหนังหัวออกไปทั้งที่ยังมีชีวิตขาของฉู่ยวนสั่นเทา ภาพที่เห็นเกินกว่าความรับรู้ของเขาโดยสิ้นเชิงคนผู้นี้คือใครกัน เป็นหญิงหรือชาย และเหตุใดจึงถูกกักขังด้วยวิธีการโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ชั่วอึดใจต่อมา เสียงคำรามต่ำคล้ายสัตว์ป่าก็ดังขึ้นคนในไหดูเหมือนจะรับรู้ได้ว่ามีคนอยู่ตรงหน้า จึงอ้าปากส่งเสียงคำรามดูจากแรงเหวี่ยงของศีรษะ ก็สัมผัสได้ถึงความเคียดแค้นชิงชังที่คนผู้นั้นมีต่อเขาคนในไหผู้นี้ ไม่มีลิ้นการกระทำนั้นทำเอาฉู่ยวนตกใจจนเผลอถอยหลังไปสองก้าวสะดุดธรณีประตูจนเซถลาล้มลงไปใน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 73

เฉียนหลานหัวเราะร่า ยกมือขึ้นตบปากตนเอง “ข้าไม่ได้มีเจตนาล่วงเกิน เจ้าก็รู้ใจข้าดี”ทั้งสองสนทนากันพลางเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนทิงหลานเพื่อเข้าคารวะฮูหยินเจียง“ลูกคารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้ย่อกายคำนับอย่างชดช้อยงดงาม ก่อนจะหมุนกายเล็กน้อย “คารวะพี่สะใภ้เจ้าค่ะ”นึกไม่ถึงว่านางจะกลับมาแล้ว เหตุใดจึงไม่ได้ยินข่าวคราวเลย?น่าจะเป็นเมื่อคืนกระมัง?สตรีผู้นี้คือภรรยาของเซวียมู่เจา ฉินซื่อฉินเยว่ชิงได้รับรู้เรื่องราวความเปลี่ยนแปลงในจวนตั้งแต่ระหว่างทางกลับเมืองหลวงแล้วนางวางตัวกับคุณหนูทั้งสองของตระกูลเซวียตามปกติ ไร้ซึ่งความบาดหมางขุ่นเคืองทว่านางมีความสนิทสนมกับเซวียหมิงเฟยมากกว่า ด้วยเหตุว่าเป็นพี่สะใภ้กับน้องสามีร่วมสายเลือดส่วนคนผู้นี้ นับเป็นเพียงการทักทายกันตามมารยาทเท่านั้นแต่ในยามนี้ เห็นทีคงต้องทำความรู้จักใหม่และไปมาหาสู่กันให้มากขึ้นเสียแล้ว“มิน่าเล่า น้องหญิงถึงได้มีเค้าโครงหน้าคล้ายท่านแม่ถึงเจ็ดส่วน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นแม่ลูกกัน”ฉินเยว่ชิงยกมือป้องปากยิ้มกล่าว “ท่านพ่อในยามนั้นเป็นถึงทั่นฮวา รูปงามไม่เป็นรองใคร มาบัดนี้น้องหญิงกลับดูงดงามยิ่งกว่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 74

รุ่งเช้าวันถัดมาขณะที่เซวียหว่านอี้พาเฝ่ยชุ่ยเดินมาถึงหน้าประตูเรือนทิงหลาน ก็บังเอิญพบกับเซวียหมิงเฟยเข้าพอดี“...”เป็นคนกลับชาติมาเกิดใหม่?แต่ทำไมยัง... วู่วามเพียงนี้?หรือนางจะคิดจริง ๆ ว่าการแต่งงานกับฉู่ยวนในชาตินี้ จะทำให้ได้เสพสุขกับลาภยศสรรเสริญไปชั่วชีวิต?ด้วยนิสัยอย่างเซวียหมิงเฟย ที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เล็กในตระกูลเซวีย ไม่เคยต้องหยิบจับงานการใดหากแต่งเข้าตระกูลฉู่ไปแล้ว จะอยู่ร่วมกับยายเฒ่าผู้นั้นได้อย่างสงบสุขจริง ๆ หรือ?ชาติก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างเซวียหว่านอี้กับฉู่ยวนถือว่าต่างเคารพซึ่งกันและกันกระนั้นก็ยังมิวายถูกยายเฒ่านั่นขัดหูขัดตา มองเป็นหนามยอกอกยามต้องปรนนิบัติรับใช้อีกฝ่าย นางต้องทนทุกข์ทรมานมิใช่น้อยดูจากความลุ่มหลงที่ฉู่ยวนมีต่อเซวียหมิงเฟยในยามนี้แล้ว หากแต่งเข้าไป ยายเฒ่านั่นคงสรรหาวิธีมาอาละวาดเป็นแน่ถึงเวลานั้น คงมีเรื่องสนุกให้ดูชมการแต่งงานของเซวียหมิงเฟยถือเป็นการแต่งลดฐานะ หากต้องไปปรนนิบัติแม่สามีในอนาคต นางจะทนไหวก็แปลกแล้ว“ไปกันเถิด” เซวียหมิงเฟยปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินนำเข้าไปในเรือนการคารวะเช้าวันนี้ใช้เวลาไม่นานนั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 75

หวังหย่วนปฏิเสธ “คุณหนู ไม่ต้องทำเช่นนี้หรอกขอรับ”ขอเพียงนางยอมปลดสถานะทาสให้ยอดดวงใจของเขาได้ ต่อให้หวังหย่วนต้องตายแทนเซวียหว่านอี้ เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยเซวียหว่านอี้กล่าวว่า “รับไว้เถิด นี่เป็นส่วนที่ข้าให้เจ้า มิใช่เงินส่วนตัวของเฝ่ยชุ่ย”เฝ่ยชุ่ยยัดเงินใส่มือเขาอย่างแข็งขัน พลางส่งยิ้มค้อนให้เขาในใจหวังหย่วนหวานล้ำปานน้ำผึ้ง “ขอบพระคุณคุณหนูขอรับ”“ตอนนี้สัญญาทาสของเฝ่ยชุ่ยยังอยู่ที่ตระกูลเซวีย รอข้าแต่งงานเมื่อใดจะคืนอิสระให้นาง ทางเจ้าเตรียมการพร้อมแล้วหรือไม่?”เซวียหว่านอี้กล่าวว่า “อย่างช้าที่สุดต้นปีหน้า นางก็จะเป็นอิสระแล้ว”สาเหตุหลักเป็นเพราะนางอยากรั้งเฝ่ยชุ่ยให้อยู่ฉลองปีใหม่ด้วยกันก่อนหากปล่อยเฝ่ยชุ่ยจากไปตอนนี้ นางเองก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อไปอยู่จวนกั๋วกงจะมีอำนาจมากน้อยเพียงใด หากเข้าออกไม่สะดวก คงทำใจลาจากลำบาก“ขอบพระคุณคุณหนูขอรับ” หวังหย่วนทิ้งตัวลงคุกเข่า มองนางด้วยความซาบซึ้งใจ “ทางบ้านข้าเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว ช่วงหลายปีก่อนข้าคุ้มกันขบวนสินค้าเก็บเงินได้ไม่น้อย อีกทั้งยังมีเรือนพักในเมืองหลวง จะไม่ยอมให้เฝ่ยชุ่ยต้องตระเวนรอนแรม ไร้ที่ซุกหัวนอนแน่น
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 76

ลู่ชิงซางยิ้มกล่าว “พี่ห้าชอบกินของพวกนั้น แต่ข้าชอบอาหารอย่างอื่นของที่นี่มากกว่า”นางทอดสายตาข้ามไหล่เจียงหมิ่น มองเลยไปยังเซวียหว่านอี้ที่ยืนอยู่เบื้องหลังแววตาที่เจือรอยยิ้มนั้นกลับแฝงความหมางเมินอยู่หลายส่วนหากลองไล่เรียงดูให้ดี เหล่าผู้ลากมากดีในเมืองหลวงล้วนเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกันแทบทั้งสิ้น เว้นเสียแต่พวกเศรษฐีใหม่ตระกูลเซวียก็จัดเป็นขุนนางใหม่ ที่บารมียังไม่มากพอว่าที่พี่สะใภ้ของลู่ชิงซางคือสวีหรูอี้ และสวีหรูอี้ผู้นั้นก็เป็นศิษย์น้องของฉู่ยวน“ท่านนี้คือ…”ทว่าขณะที่ลู่ชิงซางกำลังจะเอ่ยปาก เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นจากชั้นสอง“แม่นางเซวีย”เซวียหว่านอี้เงยหน้าขึ้น มองเห็นเย่จั๋วซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นหน้าห้องรับรองส่วนตัวการปรากฏตัวของเขาขัดจังหวะคำพูดของลู่ชิงซางลงแม้มิรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะพูดสิ่งใด แต่เซวียหว่านอี้ก็หาได้ใส่ใจไม่ชาติก่อนนางถูกฉู่ยวนกระทำย่ำยีจนมีจุดจบอันน่าอนาถปานนั้น นางไม่เชื่อหรอกว่าคนในวังทั้งสองนี้จะไม่ล่วงรู้นางก้าวเท้าเดินขึ้นบันได ไปหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเย่จั๋ว“ท่านกั๋วกง”เย่จั๋วพยักหน้า สายตาเบนไปจับจ้องเซี่ยเหิงพวกเขาที่ยืนอยู่ตรงห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 77

ขุนนางชั้นผู้ใหญ่หลายคนถึงกับคาดเดากันว่า การที่ฝ่าบาททรงเลือกบุตรสาวของรองเสนาบดีผู้นี้ มิใช่ว่าเป็นผลจากการสุ่มเลือกหรอกหรือเซี่ยเหิงพยักหน้า “คำที่เล่าลือกันนั้น ฟังดูเลวร้ายยิ่งกว่านี้เสียอีก”ทว่าเสด็จพ่อโปรดปรานท่าทีของเจิ้นกั๋วกงการเลือกบุตรีของเซวียฉง ย่อมมิใช่การตัดสินใจจากการสุ่มเลือกเป็นแน่จวนกว่างผิงโหวในยามนี้เสื่อมถอยลงทุกวัน ภูมิหลังของเซวียฉงนั้นเรียบง่าย ไร้พันธะยุ่งเหยิงกับตระกูลขุนนางใหญ่ในเรื่องนี้อาจมีความเมตตาที่เสด็จพ่อทรงมีต่อเย่จั๋ว แต่ส่วนใหญ่แล้วคงเพื่อหลีกเลี่ยงการเกี่ยวดองกับขั้วอำนาจใหญ่เสียมากกว่าลู่ชิงซางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “หากเป็นเช่นนั้น เหตุใดเจิ้นกั๋วกงถึง…”ดูเหมือนจะดีต่อคู่หมั้นผู้นี้อยู่ไม่น้อยเซี่ยเหิงยิ้มกล่าวว่า “แม่นางเซวียคือฮูหยินเจิ้นกั๋วกงที่ได้รับพระราชทานสมรส ท่าทีที่ผู้อื่นมีต่อนาง ย่อมหมายถึงท่าทีที่มีต่อจวนเจิ้นกั๋วกง”“ไม่ว่าภายในจะเป็นเช่นไร แต่ภายนอกพวกเขาคือสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง ร่วมสุขร่วมทุกข์ เกียรติยศผูกพันกัน”“การรังแกแม่นางเซวีย ก็เท่ากับเหยียบย่ำหน้าตาของเจิ้นกั๋วกง”ลู่ชิงซางเข้าใจแจ่มแจ้ง “ที่แท้ก็
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 78

หากยังพออยู่ร่วมกับเซวียหมิงเฟยได้อย่างสงบสุข นางย่อมไม่คิดร้ายต่ออีกฝ่ายเป็นแน่เพราะถึงอย่างไร นางก็ไม่อยากกลายเป็นคนบ้าคลั่งจนกู่ไม่กลับ เพียงเพื่อการแก้แค้นชาติก่อนถูกฉู่ยวนวางแผนทำร้ายจนต้องจบชีวิตลง มาชาตินี้นางย่อมไม่ปรารถนาจะเดินซ้ำรอยเดิมของเขาหากทำเช่นนั้น เมื่อแก้แค้นสำเร็จ เกรงว่าตัวนางเองคงหมดสิ้นความหมายในการมีชีวิตอยู่หากไม่จำเป็น นางยังคงอยากมองเห็นความงดงามของโลกนี้อีกสักหน่อยแต่หากถึงคราวจำเป็น ก็คงทำได้เพียงงัดทุกเล่ห์กลออกมาใช้อย่างสุดกำลัง แม้จะต้องตกตายไปตามกันก็ตามหลังผ่านมื้อเที่ยง เจียงหมิ่นก็รีบลุกขึ้นขอตัวลาทันที“หว่านอี้ ไว้พบกันใหม่งานปักปิ่นของเจ้า”สถานที่แห่งนี้ นางไม่อาจรั้งอยู่ต่อได้ไหวแล้วเซวียหว่านอี้มองดูท่าทีรีบร้อนของญาติผู้พี่ พลางลุกขึ้นยิ้มกล่าว “เจ้าค่ะ ข้าจะรอพี่หญิง”ณ ห้องส่วนตัวข้าง ๆ สาวใช้สองนางเดินตามเจียงหมิ่นออกไป ส่วนหวังหย่วนและสองสามีภรรยาเถ้าแก่ร้านเครื่องประทินผิวก็เดินเข้ามาแทนหญิงสาวทั้งสามกินไปไม่มากนัก อาหารบนโต๊ะจึงยังเหลืออยู่อีกกว่าครึ่งครั้นจะกินให้อิ่มท้องคงเป็นไปไม่ได้ แต่หากแค่ให้หายอยากก็ย่อมไม่มี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 79

เซวียหว่านอี้เพียงละสายตาออกอย่างเรียบเฉย นางวางมือลงบนแขนของเฝ่ยชุ่ยเพื่อพยุงกาย ก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าไปยามมองรถม้าที่เคลื่อนห่างออกไป ฉู่ยวนก็รู้สึกอึดอัดโดยไม่ทราบสาเหตุความรู้สึกบางอย่างผุดพลุ่งขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจหวนนึกถึงเรื่องเล่าลือชื่นชมในตัวเซวียหว่านอี้ที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงหลังงานเลี้ยงชมบุปผาวันนั้นบ้างก็ว่านางมีรูปโฉมงดงามหมดจดเหนือโลกีย์ ยิ่งกว่าฮูหยินเจียงในอดีตเสียอีกข่าวลือเหล่านี้ล้วนเล็ดลอดออกมาจากจวนองค์หญิงใหญ่ยังมีคนกล่าวอีกว่า หากรู้แต่แรกว่าบุตรีทั้งสองของตระกูลเซวียมิได้ถูกสลับตัวด้วยเจตนาชั่วร้าย คงรีบไปสู่ขอที่ตระกูลเซวียนานแล้วนัยของคำพูดเหล่านี้ดูเหมือนจะสื่อว่า เซวียหมิงเฟยนั้นมิอาจเทียบเคียงเซวียหว่านอี้ได้ทว่าคุณชายเสเพลเช่นเขาและอีกหลายคนกลับพึงใจในตัวเซวียหมิงเฟยมากกว่าด้วยนางมีรูปโฉมฉูดฉาด งามสะพรั่งเย้ายวนใจแม้เซวียหว่านอี้จะงดงามมิใช่น้อย ทว่าเมื่อเทียบกับเซวียหมิงเฟยแล้วกลับขาดเสน่ห์ยั่วยวนไปส่วนหนึ่งนาง คงเป็นสตรีในแบบที่เหล่าฮูหยินทั้งหลายชื่นชอบฉู่ยวนชอบเซวียหมิงเฟย แต่กลับเผลอไผลนึกถึงเซวียหว่านอี้อย่างมิอาจหักห้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 80

ฉินเยว่ชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา “นับว่าใจตรงกันทีเดียว ของจากร้านจิ่นซิ่วฟางเจ้าเก็บไว้เถิด ด้านล่างยังมีกระโปรงอีกชุดหนึ่ง เป็นของที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้า”ในฐานะฮูหยินน้อยตระกูลเซวีย นางได้รับสิทธิ์ในการดูแลเรือนถึงกึ่งหนึ่งทันทีที่แต่งเข้ามามิใช่ว่าฮูหยินเจียงจะหวงแหนอำนาจไม่ยอมปล่อยวาง ทว่านางเพิ่งแต่งงานกับเซวียมู่เจาได้เพียงสองปี ยังจดจำขุนนางและผู้มีอำนาจในเมืองหลวงได้ไม่ครบถ้วน บางเรื่องจึงยังต้องอาศัยคำชี้แนะจากแม่สามีหลังจากส่งฉินซื่อกลับไป นางจึงกลับมาดูของที่อีกฝ่ายมอบให้“จิตใจละเอียดอ่อน รอบคอบถ้วนถี่นัก”ชุดอีกชุดหนึ่งนั้นดูเรียบง่ายทว่างดงาม ถูกจริตของนางยิ่งนักไม่ว่าจะบังเอิญหรือคาดเดาเอาไว้ แต่อย่างน้อยในวันหน้าคงไร้ซึ่งปัญหาขัดแย้งระหว่างพี่สะใภ้น้องสามีเป็นแน่……“คุณหนู เรือนว่างซูส่งของมาเจ้าค่ะ”เซวียหมิงเฟยกลับมาถึงเรือนพัก เห็นอาภรณ์วางอยู่บนตั่งเหม่ยเหรินถึงสองชุดเสื้อผ้าเหล่านี้ล้วนเป็นแบบที่นางชอบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อผ้าหรือรูปทรง นางล้วนพึงพอใจของขวัญมงคลระหว่างพี่น้องเช่นนี้ถือว่าทำได้ตามธรรมเนียม ไม่ขาดตกบกพร่อง“ฮูหยินน้อยส่งเคร
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
5678910
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status