All Chapters of เกิดใหม่หนีรักทรยศ มาตกหลุมรักแม่ทัพพิการ: Chapter 51 - Chapter 60

100 Chapters

บทที่ 51

แววตาของนางฉายแววความจริงใจระคนเว้าวอน “คงต้องรบกวนท่านพี่ ช่วยนำสมุนไพรเหล่านี้ไปมอบให้ถึงมือพี่หญิงเฉียนด้วยเจ้าค่ะ”เรื่องนี้มิใช่เรื่องใหญ่โตอันใดทว่าท่าทีเคร่งขรึมเป็นทางการของเซวียหว่านอี้ต่างหากที่ทำให้เขารู้สึกไม่คุ้นชินเอาเสียเลยหากเป็นเซวียหมิงเฟย นางย่อมไม่มีทางเหินห่างเพียงนี้แต่เรื่องนี้จะโทษนางก็มิได้เพราะในวันนั้น ทั้งวาจาและการกระทำของเขาล้วนเข้าข้างเซวียหมิงเฟยการที่นางจะมีท่าทีห่างเหินต่อเขาเช่นนี้ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้หากมิใช่เพราะต้องการอาศัยไหว้วานเขาให้ช่วยติดต่อเฉียนหลานเพื่อหนุนหลังสหายของนาง คาดว่าแม่หนูผู้นี้คงไม่มีวันมาหาเขาด้วยตนเองเป็นแน่“ไม่ลำบาก ประเดี๋ยวพอออกจากเรือน ข้าจะรีบไปจัดการธุระที่เจ้าฝากฝังไว้ให้เรียบร้อย เจ้ามิต้องกังวล”เซวียหว่านอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบลุกขึ้นนางย่อกายคารวะอย่างชดช้อย “น้องหญิงขอบพระคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”เขายกมือขึ้น ประคองมือนางไว้อย่างแผ่วเบา “อย่าได้ทำตัวเหินห่างกับข้าเช่นนี้ ข้าเป็นพี่ชายของเจ้านะ”พี่ชายร่วมอุทรเดียวกันความห่างเหินของนาง มีแต่จะทำให้เขารู้สึกละอายใจจนแทบไม่มีที่ยืนเซวียหว่าน
Read more

บทที่ 52

“กลัวข้ารึ?”เย่จั๋วเอ่ยถามเสียงเรียบ น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบปราศจากความรู้สึกอบอุ่นใด ๆเซวียหว่านอี้ผู้ถูกนัดหมายออกมาอย่างกะทันหัน ร่างกายพลันแข็งทื่อไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย สบเข้ากับสายตาคู่นั้นแววตานั้นราบเรียบดุจผืนน้ำ ไร้ซึ่งความยินดีหรือโทสะภายใต้การจ้องมองที่ไร้ความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่าย เซวียหว่านอี้ตอบกลับไปว่า “ไม่กลัวเจ้าค่ะ”มิได้หวาดกลัวจริง ๆเย่จั๋วแค่นหัวเราะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ในเมืองหลวงแห่งนี้ ผู้คนมากมายต่างหวาดกลัวข้า”ยิ่งเมตตาจากฝ่าบาทหนาแน่นเพียงใด ผู้ที่หวาดเกรงเขาก็ยิ่งมีมากเพียงนั้นคนเหล่านั้นต่างคิดว่า ในเมื่อตัวเขาพิการไปแล้ว ย่อมกระทำการใดโดยไร้ความยำเกรงและกังวลเซวียหว่านอี้กล่าวว่า “ตระกูลเย่กรำศึกสังหารศัตรูมาหลายชั่วคน ปกป้องราษฎรแห่งราชวงศ์อวิ๋น ตัวข้าเองก็นับเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับความคุ้มครองจากตระกูลเย่เช่นกัน”เย่จั๋วเลิกคิ้วขึ้น วาจาเช่นนี้ เขาไม่ได้ยินมาเนิ่นนานเหลือเกินเขาเอนกายพิงพนักเก้าอี้ จ้องมองริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของดรุณีน้อยที่กำลังขยับ“ท่านแม่ทัพเย่ออกศึกตั้งแต่วัยเยาว์ สังหารศัตรูมานับไม่ถ้
Read more

บทที่ 53

เซวียหว่านอี้รู้สึกเบื่อหน่าย สายตาของนางจับจ้องไปที่จอกชาเบื้องหน้าโดยไม่รู้ตัว ในน้ำใสนั้นมีใบชาสีมรกตไม่กี่ใบกำลังลอยตัวตั้งตรงเพียงแค่ต้องการฆ่าเวลาเท่านั้นระหว่างนั้น เย่จั๋วลอบมองนางอยู่หลายครั้งครั้นเห็นนางสามารถหาเรื่องเล็กน้อยรอบตัวในสภาพแวดล้อมเช่นนี้มาคลายความเบื่อหน่ายได้ ก็พลันรู้สึกว่าน่าสนใจอย่างบอกไม่ถูกแต่เมื่อหวนนึกถึงสภาพความเป็นอยู่ของนางในตระกูลเซวีย ก็ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้“อยากได้สิ่งใด ก็สั่งมาเถิด”จู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้น ทำให้เซวียหว่านอี้ที่กำลัง “เหม่อลอย” สะดุ้งตื่น“ที่นี่คือกิจการของตระกูลเย่”เซวียหว่านอี้: “…”นางเผยอปาก กำลังจะเอ่ยบางสิ่ง ทว่าเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นตามมาด้วยเสียงที่คุ้นหู“หว่านอี้ เจ้าอยู่ข้างในหรือไม่?” เป็นเซวียหมิงเฟยนางหวาดกลัวเย่จั๋วจริง ๆเมื่อครู่เห็นเจินจูเดินเข้าไปในห้อง จึงคาดเดาได้ว่าเซวียหว่านอี้ต้องอยู่ข้างในเป็นแน่เซวียหมิงเฟยรู้สึกขัดแย้งในใจยิ่งนักนางเกลียดชังเย่จั๋วเกลียดที่เขาไม่อาจมอบความสุขแบบชายหญิงให้นางได้ แต่เมื่อนางหันไปหาชายอื่น เขากลับเพิกเฉยต่อความผูกพันฉันสามีภรรยาที่มีมาห
Read more

บทที่ 54

ในชาติก่อน เซวียหมิงเฟยมีศักดิ์เป็นบุตรีสายตรง จวบจนสิ้นอายุขัยก็มิได้เกิดเหตุการณ์ “สลับตัวบุตร” ขึ้นแต่อย่างใดตั้งแต่เยาว์วัยจนเติบใหญ่ นางเปรียบประดุจแก้วตาดวงใจของคนทั้งตระกูลเซวียบิดามารดารักใคร่เอ็นดู พี่ชายคอยปกป้องคุ้มภัยชีวิตที่ราบรื่น จะมีเพียงก็แต่เรื่องการแต่งงานเท่านั้นที่ทำให้นางต้องชอกช้ำยามนี้ เซวียหว่านอี้กลับกล้าใช้น้ำเสียงเช่นนี้พูดกับนางแล้วจะให้นางกลืนโทสะลงคอไปได้อย่างไรกันเพียงเพราะฐานะสลับเปลี่ยน นางก็สำคัญตัวว่ามีที่พึ่งพิงแล้วกระนั้นหรือ?ช่างน่าขันต่อให้ต้องตกเป็นบุตรีอนุ แต่ความเป็นอยู่ในตระกูลเซวียของนาง ก็ยังสุขสบายตามใจปรารถนายิ่งกว่าเซวียหว่านอี้ที่เป็นบุตรีสายตรงเสียอีก“เฟยเอ๋อร์ ไปกันเถิด”ฉู่ยวนก้าวเข้ามา “ในเมื่อนางมิได้รับไมตรีจากเจ้า วันหน้าก็อย่าได้ไปข้องแวะกับนางให้มากความเลย”เซวียหมิงเฟยพยักหน้า ก่อนจะเดินตามเขาออกไปทว่านางกลับเหลียวหลังมองบานประตูที่ปิดสนิทนั้นอยู่หลายคราฉู่ยวนเข้าใจเพียงว่านางกำลังเป็นห่วงพี่น้อง หาได้เฉลียวใจถึงความเป็นไปได้อื่นใดไม่ภายในห้องส่วนตัวเย่จั๋วลอบสังเกตท่าทีที่นางมีต่อเซวียหมิงเฟย ความพ
Read more

บทที่ 55

ทันทีที่กลับถึงจวน สาวใช้ปัดกวาดก็รีบเข้ามาแจ้งข่าวเซวียหว่านอี้มิได้ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ นางพาเจินจูมุ่งหน้าไปยังเรือนทิงหลานในทันทีครั้นก้าวเท้าเข้าประตู ก็เห็นว่าเซวียหมิงเฟยอยู่ที่นั่นด้วย กำลังพูดคุยหยอกล้อกับฮูหยินเจียง“หว่านอี้มาแล้วรึ”น้ำเสียงของฮูหยินเจียงนั้นเนิบนาบและนุ่มนวล การได้ฟังนางเอื้อนเอ่ยถ้อยคำนับเป็นสุนทรีย์อย่างหนึ่งทว่าเงื่อนไขคือ เจ้าต้องเป็นคนที่นางพึงใจเท่านั้นในชาติก่อน ท่าทีที่นางมีต่อข้านั้นเรียกได้ว่าเย็นชาห่างเหิน เพียงแค่อยู่ใกล้ก็รู้สึกกดดันอย่างยิ่งมาบัดนี้กลับได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ ช่างหาได้ยากยิ่งนัก“ท่านแม่!”นางย่อกายคารวะ “ท่านเรียกหาข้าหรือเจ้าคะ”ฮูหยินเจียงหยิบเทียบเชิญกระดาษลายบุปผาแผ่นหนึ่งยื่นให้นาง “อีกสองวันจะเป็นเทศกาลซ่างซื่อ องค์หญิงใหญ่จัดงานเลี้ยงขึ้นที่เรือนรับรองแถบชานเมือง เชิญเหล่าคุณชายและคุณหนูตระกูลขุนนางในเมืองหลวงไปร่วมงาน ถึงเวลานั้นพวกเจ้าพี่น้องก็ไปร่วมงานด้วยกันเถิด”เซวียหว่านอี้ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อสบเข้ากับรอยยิ้มของเซวียหมิงเฟย นางจึงพยักหน้ารับคำ“เจ้าค่ะ ท่านแม่”รอยยิ้มของฮูหยินเจียงยิ่งลึกซึ้งขึ
Read more

บทที่ 56

เซวียหมิงเฟยชิงชังทุกสิ่งทุกอย่างในยามนี้เหลือเกิน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเซวียหว่านอี้ความ “พิเศษ” ที่เย่จั๋วมีให้อีกฝ่าย คือชนวนเหตุที่บีบคั้นนางจนแทบจะคลั่งชาติก่อน นางต้องครองตัวเพื่อเย่จั๋วนานถึงเจ็ดแปดปี ช่วงวัยที่งดงามที่สุดของสตรีล้วนสูญสิ้นไปต่อให้นางจะเจียมเนื้อเจียมตัวเพียงใด หรือพยายามเอาอกเอาใจแค่ไหน ก็ไม่เคยได้รับความเวทนาจากเขาแม้เพียงครึ่งส่วน ตั้งแต่ต้นจนจบมีเพียงความเย็นชาเท่านั้นตลอดสี่ฤดูที่ผันผ่าน ท่ามกลางทิวาราตรีอันนับไม่ถ้วน นางต้องข่มตานอนเพียงลำพัง วันแล้ววันเล่าความสิ้นหวังเช่นนั้น คนอื่นจะไปเข้าใจได้อย่างไรหากมิใช่เพราะสุดจะทานทน นางหรือจะลดตัวลงไปลักลอบมีสัมพันธ์กับองครักษ์ในจวนแล้วตอนนี้เล่า?ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน เป็นเพียงคู่หมั้น แต่เย่จั๋วกลับปฏิบัติต่อนังแพศยานั่น ในสิ่งที่เขาไม่เคยทำให้แก่นางเลยในชาติก่อนเซวียหว่านอี้มีสิทธิ์อันใดจะให้นางกลืนความคับแค้นนี้ลงได้อย่างไรทว่า ก็จนปัญญานี่เป็นสมรสพระราชทานหากเซวียหว่านอี้เกิดเรื่องขึ้นมา นางเองก็คงพลอยเดือดร้อนไปด้วย……เมื่อเปิดกล่องเครื่องประดับ ภายในบรรจุชุดเครื่องประ
Read more

บทที่ 57

เมื่อเห็นภาพนี้ ฮูหยินเจียงรู้สึกขัดนัยต์นาอย่างบอกไม่ถูกน้องสาวร่วมอุทรยืนอยู่ตรงนั้นแท้ ๆ ทว่าเซวียมู่เจากลับเอาใจใส่เพียงบุตรีอนุผู้นั้นช่างเป็นคนไม่รักดีเสียจริงหน้าประตูจวนเซวียหมิงเฟยขึ้นไปนั่งบนรถม้าเรียบร้อยแล้วเมื่อเซวียมู่เจาหันมาเห็นเซวียหว่านอี้ที่เดินตามหลังมา ก็ชะงักงันไปครู่หนึ่งสีหน้าพลันฉายแววกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันทีเมื่อครู่เขามัวแต่สนทนากับเซวียหมิงเฟย จนลืมสนใจนางไปเสียสนิทความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในอก “หว่านอี้ ระวังหน่อยนะ” เขายืนอยู่ด้านข้างพลางยื่นมือส่งให้เซวียหว่านอี้ยิ้มจนนัยน์ตาโค้งดั่งจันทร์เสี้ยว วางมือลงบนฝ่ามือเขาแล้วก้าวขึ้นรถม้า“ขอบคุณท่านพี่เจ้าค่ะ”เซวียมู่เจาส่งเสียงตอบรับในลำคออย่างไม่ชัดเจนนัก “พี่น้องกัน เรื่องสมควรอยู่แล้ว”เขาพลิกตัวขึ้นหลังม้า “ออกเดินทางได้ นั่งกันให้ดีล่ะ”ภายในรถม้าเซวียหว่านอี้พลิกอ่านบันทึกการเดินทางเล่มหนึ่ง บนหน้ากระดาษยังมีคำวิจารณ์เขียนกำกับด้วยลายมือที่งดงามและทรงพลังตำราเล่มนี้เพิ่งยืมมาจากจวนกว่างผิงโหวเมื่อหลายวันก่อนแม้รถม้าจะโคลงเคลงเล็กน้อย ทว่าก็มิอาจรบกวนสมาธิของนางได้เซวียห
Read more

บทที่ 58

ได้ยินมาว่า นับตั้งแต่เย่จั๋วได้รับบาดเจ็บจนพิการเมื่อปีก่อน นอกจากงานเลี้ยงในวังหลวงของฝ่าบาทแล้ว เขาไม่เคยตอบรับคำเชิญใด ๆ อีกเลยเหตุใดวันนี้ถึงได้มาที่นี่ได้?เซวียหว่านอี้มิใช่คนหลงตัวเอง นางจึงไม่คิดเข้าข้างตนเองว่าอีกฝ่ายมาเพราะนางทว่า…เห็นได้ชัดว่าเซวียหมิงเฟยกำลังเข้าใจผิดใบหน้าที่เคยสดใสบัดนี้กลับมืดครึ้มลง สายตาจับจ้องไปที่ม่านรถราวกับต้องการจะมองทะลุออกไปเพื่อทิ่มแทงบุรุษผู้นั้น“เขามาได้อย่างไรกัน?”น้ำเสียงนั้นแผ่วเบา ดูคล้ายเป็นเพียงคำถาม ทว่าความเกลียดชังกลับพุ่งตรงไปยังเซวียหว่านอี้นางมิได้มีใจให้เย่จั๋วหากแต่ทิฐิและความหยิ่งทระนงทำให้นางไม่อาจเมินเฉยต่อการปฏิบัติที่แตกต่างกันเช่นนี้ได้ในชาติก่อน เย่จั๋วปฏิบัติต่อนางอย่างเย็นชาห่างเหิน หรืออาจเรียกได้ว่าเมินเฉยเสียด้วยซ้ำทว่าเมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง เพียงแค่เปลี่ยนคน เขากลับคอยปรากฏกายอยู่ข้างกายเซวียหว่านอี้เสมอตั้งแต่เล็กจนโต นางคือแก้วตาดวงใจ เป็นจุดรวมสายตาของคนในครอบครัว นางไม่มีวันยอมรับเด็ดขาดว่าตนเองด้อยกว่าเซวียหว่านอี้ม่านรถถูกเลิกขึ้นเซวียมู่เจายืนรออยู่ด้านข้าง“ถึงแล้ว”เขาย
Read more

บทที่ 59

เซวียหว่านอี้รู้สึกว่า นี่คงเป็นรักแท้มิเช่นนั้น หากยังพอมีความเป็นคนอยู่บ้าง ชาติก่อนเขาคงไม่ถึงกับลงทัณฑ์ทรมานภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่ร่วมเรียงเคียงหมอนมานับสิบปี ให้กลายเป็นมนุษย์หมูถึงแม้จะหย่าขาดจากกันเสียก็ยังดีกว่ามิใช่หรือ?บางที เซวียหมิงเฟยคงเป็นความยึดติดที่เขาไม่อาจครอบครองก็เป็นได้“รู้ว่าเจ้าจะมา ข้าจึงพาเขามาด้วย”เสียงสดใสอีกสายหนึ่งดังขึ้น ย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่หมิงหย่วนซื่อจื่อแห่งจวนติ้งหย่วนโหวข้างกายเขาคือสวีหรูอี้ในชุดสีเขียวมรกตคนเหล่านั้นเมินเฉยต่อเซวียหว่านอี้ ยิ้มทักทายเซวียหมิงเฟยและหันไปคารวะทักทายกับเซวียมู่เจาเซวียหมิงเฟยหันมองสวีหรูอี้ “ไม่เจอกันหลายวัน ถูกสั่งให้เก็บตัวฝึกปรือฝีมือหรือ?”สวีหรูอี้กุมมือนางไว้อย่างแง่งอน “ยังจะมาพูดอีก ข้าอุตส่าห์วุ่นวายจัดเตรียมของขวัญมงคลให้พวกเจ้า แต่เจ้ากลับปรักปรำข้าทันทีที่เจอหน้าเสียอย่างนั้น”เซวียหมิงเฟยหัวเราะปลอบใจ “เอาล่ะ ๆ ข้าผิดเอง...”พวกเขาพูดคุยหยอกล้อพลางเดินเข้าสู่เรือนรับรองขององค์หญิงใหญ่เซวียมู่เจามองดูภาพเบื้องหน้า เขาไม่มีทางละเลยเซวียหว่านอี้การที่คนเหล่านั้นจงใจเมินเฉยน้
Read more

บทที่ 60

ท่ามกลางสายตาที่มองมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย เซวียหว่านอี้ส่ายหน้าเบา ๆ“สำหรับข้าแล้ว เป็นเพียงเหตุบังเอิญที่ได้พบ และเป็นเพียงการช่วยเหลือเล็กน้อย เท่านั้น ที่สำคัญคือท่านหญิงน้อยปลอดภัยดีก็พอแล้วเจ้าค่ะ”เซี่ยเหลียวเหลียวคว้ามือของนางไว้ แล้วฉุดดึงนางให้เดินไปยังศาลาที่อยู่ไม่ไกล“พี่หญิง ตามข้ามาเถิด”นางทำเมินเฉยต่อพวกเซวียมู่เจาและคนอื่น ๆ “บุญคุณช่วยชีวิตต้องตอบแทนด้วยกาย ข้าเป็นสตรี ไม่อาจครองคู่กับพี่หญิงได้”ทุกคน: “???”เซี่ยเหลียวเหลียวกล่าวต่อ “แต่ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พี่ชายข้าคบหาแต่เชื้อพระวงศ์และลูกหลานขุนนางชั้นสูง พี่หญิงไปเลือกกับข้าสักคน ข้ายกให้ท่าน”เซี่ยจวิ้นแทบจะเป็นลมล้มพับไปตรงนั้นเขารีบถลันเข้าไปขวางน้องสาวสุดที่รักไว้ “เหลียวเหลียวอย่าก่อเรื่อ แม่นางเซวียหมั้นหมายแล้ว เดือนหน้าก็จะออกเรือน เจ้าตัวแสบอย่าได้เที่ยวจับคู่มั่วซั่วเชียว”เมื่อเห็นเขาเข้าไปห้ามปราม เซวียมู่เจาจึงค่อยโล่งอกท่านหญิงน้อยผู้นี้ทำอะไรไม่สนใจใครจริง ๆ เอาแต่ใจเสียจนน่ากลัว“พี่หญิงมีคู่หมั้นแล้วหรือ? เป็นผู้ใดกัน?”เซี่ยเหลียวเหลียวมองนางด้วยแววตาผิดหวังเล็กน้อยเซวียหว่านอี้ร
Read more
PREV
1
...
45678
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status