جميع فصول : الفصل -الفصل 90

100 فصول

บทที่ 81

สินเดิมของเซวียหมิงเฟยในครานี้เซวียหมิงเฟยได้พาแม่นมหนึ่งคน สาวใช้คนสนิทสองคน สาวใช้แรงงานสี่คน และบ่าวชายอีกสี่คนติดตามไปด้วยนี่นับเป็นจำนวนสูงสุดสำหรับการออกเรือนของบุตรสาวขุนนางขั้นสองแล้วเบี้ยหวัดรายเดือนของบ่าวไพร่เหล่านี้ ในภายหน้าหากมิใช่เซวียหมิงเฟยเป็นผู้จ่าย ก็ต้องเป็นบ้านสามีเป็นผู้ออกให้คนทั้งสองนั้นหาใช่คนที่เซวียหว่านอี้ยัดเยียดให้ไม่ หากแต่เป็นพวกนางที่เสนอตัวอาสาติดตามเซวียหมิงเฟยไปตระกูลฉู่ด้วยความสมัครใจเองฮูหยินเจียงมิใช่เจ้านายที่กดขี่ข่มเหงบ่าวไพร่ คนในจวนจำนวนไม่น้อยหากไม่จำเป็นก็ไม่อยากโยกย้ายไปที่อื่นโดยเฉพาะพวกสาวใช้ทำงานหยาบเหล่านั้นใครจะรู้เล่าว่าแต่งออกไปแล้วจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรหากคนตระกูลฉู่กดขี่พวกเขา เกรงว่าจะไม่มีหนทางได้หวนกลับมาแม้จะสามารถชี้ตัวเลือกคนได้ แต่การยึดความสมัครใจเป็นหลักย่อมดีที่สุดทั้งยังช่วยตัดปัญหาไปได้มาก“คุณหนู ยามท่านออกเรือน ท่านจะพาผู้ใดไปบ้างเจ้าคะ?”เฝ่ยชุ่ยเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้เซวียหว่านอี้ครุ่นคิด “มีเจ้ากับเจินจู ส่วนแม่นมเฉินเดิมทีก็เป็นคนของจวนเจิ้นกั๋วกง ย่อมต้องพาไปด้วย ส่วนคนอื่น...”นางสบตาเฝ
اقرأ المزيد

บทที่ 82

“คุณชาย”ตระกูลฉู่ แม้เวลานี้จะยังไม่ถึงฤกษ์รับตัวเจ้าสาวบ่าวรับใช้ข้างกายเห็นสีหน้าของฉู่ยวนแล้ว จึงกล่าวว่า “ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่ขอรับ?”สีหน้าเขาดูย่ำแย่นัก ราวกับว่าหลายวันมานี้ไม่ได้พักผ่อนเลยฉู่ยวนโบกมือ นวดคลึงหว่างคิ้วเบา ๆ เพื่อบรรเทาความอ่อนล้าที่รู้สึกอยู่ในยามนี้ช่วงนี้ ความฝันของเขายิ่งถี่ขึ้นทุกทีทุกค่ำคืนเขามักฝันถึงคนผู้นั้นที่ถูกกักขังอยู่ในไห ในความฝันมีแต่เสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าเวทนาของคนผู้นั้นเพียงไม่กี่วัน พลังชีวิตและจิตวิญญาณของเขาก็ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ววันนี้คือวันมงคลสมรสของเขา ภายในตระกูลฉู่ถูกจัดตกแต่งไว้อย่างวิจิตรและเปี่ยมด้วยมงคลเหลือเพียงรอเวลาให้เขาออกไปรับตัวเจ้าสาวเท่านั้นเหล่าสหายร่วมงานและเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงล้วนได้รับเชิญมาแล้ว ทว่าฮูหยินผู้เฒ่าฉู่สุขภาพไม่สู้ดีนัก ผู้ที่รับหน้าที่ดูแลจัดการงานใหญ่จึงเป็นอาจารย์แม่“ข้าไม่เป็นไร”เขาจิบชาแก่รสเข้มข้นไปสองอึก รสขมฝาดพลันแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก แล้วแล่นเข้าสู่สมอง“ทางท่านแม่เรียบร้อยดีหรือไม่?”บ่าวรับใช้รีบตอบ “คุณชายโปรดวางใจ ทางฮูหยินผู้เฒ่าทุกอย่างเรียบร้อยดีข
اقرأ المزيد

บทที่ 83

แม่นมเฉินเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสงบนิ่งว่า “รายการสินเดิมนั้นไม่อาจแก้ไขได้ เมื่อสาวใช้สินเดิมตายไปคนหนึ่ง ก็จำต้องหาคนมาแทนที่ และต้องสวมรอยใช้ชื่อว่าฝูหลิงด้วยเจ้าค่ะ”เจินจูพยักหน้า เรื่องนี้นางย่อมรู้อยู่แล้ว“บ่าวไปดูทางฝั่งนั้นมาแล้วเจ้าค่ะ ได้เจอเหลียนเชียว เห็นว่ามีคนมาแทนที่ฝูหลิงจริง เป็นสาวใช้ปัดกวาดจากเรือนหน้าเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้หลุบตาลง กล่าวว่า “เจ้าเคยเห็นหน้าคนมาแทนผู้นั้นหรือไม่?”เจินจูกล่าว “เคยเห็นผ่านตาอยู่บ้างเจ้าค่ะ เป็นคนในจวนของเรา”เมื่อกลับมานั่งลงอีกครั้ง คำถามนับไม่ถ้วนก็วนเวียนอยู่ในหัวของเซวียหว่านอี้ใครกันที่เป็นคนฆ่าฝูหลิงวันนี้เป็นวันมงคลสมรสของเซวียหมิงเฟย หากข่าวแพร่งพรายออกไป งานแต่งที่เซวียหมิงเฟยเฝ้ารอก็แทบจะพังทลายไปครึ่งหนึ่ง และต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านอย่างแน่นอน“ท่านพ่อรักใคร่นาง ท่านแม่เองก็ยังมีความผูกพันกับนางอยู่บ้าง คนลงมือย่อมไม่ใช่เจ้านายในจวนแน่”“แม่นมเฉิน…” นางเอ่ยเรียกเสียงเบาแม่นมเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่ง “หรือว่ามีคนต้องการสวมรอยแทนฝูหลิง? หรือนางเพียงแค่ต้องการติดตามไปตระกูลฉู่ แต่ดันเจาะจงเลือกกำจัดฝูหลิง?”เซวียหว่านอี้ส
اقرأ المزيد

บทที่ 84

งานมงคลสมรสของเซวียหมิงเฟย ช่างครึกครื้นยิ่งนักเจินจูและเฝ่ยชุ่ยพากันแอบดูเหตุการณ์หน้าประตูจวนอยู่ด้านหลังกระทั่งเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวไปแล้ว พวกนางจึงแยกย้ายกลับไปทำงานตามหน้าที่“คุณหนู เกี้ยวเจ้าสาวเป็นแบบสี่คนหามเจ้าค่ะ”เจินจูกระซิบเสียงเบา “เดือนหน้างานแต่งของคุณหนู จะต้องเป็นเกี้ยวแปดคนหามอย่างแน่นอน”เมื่อพูดถึงตรงนี้ นางก็รู้สึกสะใจยิ่งนักเซวียหว่านอี้รับฟังด้วยรอยยิ้ม บางครั้งนางก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเหตุใดเจินจูถึงดูไม่ชอบใจเซวียหมิงเฟยเป็นพิเศษ“ข้ารู้ว่าเจ้าเจ็บแค้นแทนข้า”นางเอ่ยขึ้นอย่างเนิบช้า “อยู่ที่เรือนว่างซูยังพอทำเนา แต่หากวันหน้าย้ายเข้าไปในจวนเจิ้นกั๋วกง แล้วเจ้ายังคงพูดจาไม่ระวังปากเช่นนี้ ข้าคงทำได้เพียงรีบจับเจ้าแต่งออกเรือนไปเสีย”เจินจูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบคุกเข่าลงด้วยความตื่นตระหนก“คุณหนู อย่าไล่บ่าวไปเลยนะเจ้าคะ ต่อไปบ่าวจะระมัดระวังคำพูดและการกระทำอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้ยื่นมือไปประคองนางลุกขึ้น พลางตบหลังมือเบา ๆ เพื่อปลอบโยน“มิใช่ว่าข้าอยากไล่เจ้าไป แต่ด้วยนิสัยเช่นนี้ของเจ้า อาจชักนำภัยถึงแก่ชีวิตมาสู่ตนเองได้”“จวนเจิ้นกั๋
اقرأ المزيد

บทที่ 85

เมื่อดื่มสุรามงคลร่วมกันเสร็จสิ้น ฉู่ยวนมองเจ้าสาวที่ใบหน้าแดงซ่านด้วยฤทธิ์สุรา แววตาอ่อนโยน แต่ในใจกลับมิได้ตื่นเต้นยินดีสักเท่าใด“เฟยเอ๋อร์พักผ่อนเสียหน่อยเถิด ข้าจะออกไปรับรองแขกด้านหน้า ประเดี๋ยวจะมีคนยกสำรับเข้ามาให้เจ้า”เซวียหมิงเฟยพยักหน้าด้วยความขัดเขิน ยามนึกถึงค่ำคืนวสันต์อันไร้ขอบเขต นางก็มิอาจเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้“ท่านพี่ไปเถิดเจ้าค่ะ ทางนี้ข้ามีคนอยู่เป็นเพื่อน”นางยังมีสวีหรูอี้คอยอยู่เป็นเพื่อนที่นี่ฉู่ยวนจากไปแล้ว บรรดาผู้คนที่เข้ามามุงดูความครึกครื้นในห้องหอต่างก็ทยอยแยกย้ายกันออกไปคนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นลุงป้าน้าอาเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง ในเมื่อได้ยลโฉมเจ้าสาวแล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดไปย่อมเป็นการกินดื่มในงานเลี้ยงโต๊ะจีนงานเลี้ยงของตระกูลฉู่วันนี้มิได้ด้อยเลย ถึงขั้นว่าจ้างพ่อครัวใหญ่จากภัตตาคารชื่อดังในเมืองหลวงมาลงมือปรุงรสด้วยตนเองขณะที่ฝั่งตระกูลฉู่เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี ทว่าฝั่งตระกูลเซวียประหนึ่งสายฟ้าฟาดลงกลางเรือน……ในฐานะนายหญิงของจวน แม้เวลานี้อำนาจการดูแลเรือนจะถูกถ่ายโอนไปให้ฉินเยว่ชิงแล้วเกือบทั้งหมด ทว่าหากฮูหยินเจียงปรารถน
اقرأ المزيد

บทที่ 86

“เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ ว่าตระกูลฉู่มิใช่ที่ที่ควรไป?”เซวียหว่านอี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบสายตาของนางจับจ้องไปที่อีกฝ่าย แววตานั้นดูห่างเหินเย็นชา ทว่าก็แฝงความเวทนาเจืออยู่จาง ๆฮวาฉูกัดริมฝีปาก ข่มกลั้นมิให้เถียงออกมา“แม่นมจ้าวเอ็นดูเจ้า จึงไม่อยากให้เจ้าไปตกระกำลำบากที่ตระกูลฉู่ซึ่งอนาคตไม่แน่นอน ความรักความห่วงใยที่มีต่อเจ้านั้น แม้แต่ข้ายังดูออก”เมื่อได้ยินดังนั้น แม่นมจ้าวก็เลิกคิ้วมองมาแววตาฉายชัดถึงความซาบซึ้งใจ“เพื่อบุรุษผู้หนึ่งที่มิเคยแม้แต่จะพูดคุย หรือสบตากันด้วยซ้ำ เจ้ากลับลงมือสังหารคนที่ไม่เคยมีความแค้นต่อกัน จิตใจของเจ้านั้นอำมหิตโหดเหี้ยมจนน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”นางลุกขึ้น ย่อกายคารวะฮูหยินเจียง“ท่านแม่ ข้าทนเห็นคนเช่นนี้ไม่ได้ ขอตัวลาเจ้าค่ะ”ฮูหยินเจียงโบกมือ “ไปเถิด วันนี้เหนื่อยมามากแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเสีย”เมื่อเดินมาถึงกลางลาน เสียงของฮูหยินเจียงก็ลอยตามหลังมา“ลากตัวลงไป โบยให้ตาย”คนจิตใจอำมหิตเยี่ยงนี้ เก็บไว้มิได้จริง ๆแม้แต่คนไร้ความแค้นยังกล้าฆ่าแกง ยากจะรับรองว่าวันหน้าจะไม่ลงมือทำร้ายเจ้านายฮวาฉูมิได้ร้องขอชีวิตอีก ร่างทั้งร่
اقرأ المزيد

บทที่ 87

ยามทอดมองแผ่นหลังที่ผอมเพรียวทว่าเปี่ยมไปด้วยความงดงามนั้น เซวียหมิงเฟยก็รู้สึกพึงพอใจยิ่งนักที่แท้รสสวาทระหว่างสามีภรรยาโดยปกตินั้น ช่างวิเศษเพียงนี้เองชาติก่อนกับองครักษ์ผู้นั้นก็ตื่นเต้นเร้าใจ ด้วยเหตุว่าเป็นการลักลอบคบชู้ ทว่าเพราะเป็นการลักลอบนี่เอง ภายในใจจึงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ทำให้มิอาจสุขสมได้อย่างเต็มที่ณ เรือนหลังฮูหยินผู้เฒ่าสวมอาภรณ์สีเขียวอมดำ นั่งรออยู่ที่ห้องโถงข้างข้างกายมีแม่นมวัยกลางคนสีหน้าเคร่งขรึม และสาวใช้ตัวน้อยที่ยืนหน้าตึงอยู่อีกคนนางรอมาหนึ่งเค่อแล้ว ทว่าลูกสะใภ้ตัวดีกลับไร้วี่แววช่างวางอำนาจบาตรใหญ่เสียจริง เพิ่งแต่งเข้าจวนมาก็กล้าปล่อยให้แม่สามีนั่งรอนานเพียงนี้“ท่านแม่!”ขณะที่โทสะกำลังพุ่งขึ้นหน้า เสียงของฉู่ยวนก็ดังแว่วมาแววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน พลางทอดสายตามองไปตามเสียงเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา ผสมปนเปกันไปทว่ายามเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเซวียหมิงเฟยที่ยืนเคียงข้างฉู่ยวน ความอ่อนโยนในดวงตาก็พลันจางหายนี่หรือคือลูกสะใภ้ของนาง อ่อนวัยโฉมสะคราญ สดใสเจิดจ้า รูปร่างเย้ายวนงดงาม ใบหน้าเปล่งปลั่งด้วยรัศมีแห่งการได้รับการบำรุงบำ
اقرأ المزيد

บทที่ 88

“ท่านแม่พักผ่อนไม่เพียงพอหรือเจ้าคะ?”ณ เรือนทิงหลาน เซวียหว่านอี้เอ่ยถามขึ้นเมื่อสังเกตเห็นสีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดของฮูหยินเจียงฮูหยินเจียงเอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนตั่ง พิงหมอนอิงใบใหญ่ โดยมีชิงถานข้างกายคอยนวดขมับให้อย่างเบามือ“มิได้มีอันใดใหญ่โต เพียงแต่ช่วงนี้วุ่นวายเรื่องงานแต่งของนาง จึงเหนื่อยล้าไปบ้าง”ในที่สุดก็แต่งออกไปเสียทีหากยังรั้งตัวไว้ในจวน ฮูหยินเจียงเองก็คงรู้สึกหนักใจครั้นจะปล่อยปละละเลย ก็เลี้ยงดูอุ้มชูมาตั้งสิบห้าปีแต่หากใส่ใจมากเกินไป ก็เกรงว่าบุตรสาวแท้ ๆ จะเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาบุตรสาวที่อยู่ตรงหน้า ช่างมีนิสัยแตกต่างจากเซวียหมิงเฟยโดยสิ้นเชิงนางเป็นคนสุขุม เยือกเย็น และรู้จักสงบจิตสงบใจการแต่งเข้าจวนกั๋วกง ชีวิตความเป็นอยู่คงจะดีกว่ามากหากรู้ความจริงเรื่องชาติกำเนิดของเด็กทั้งสองเร็วกว่านี้ ฮูหยินเจียงคงไม่ยอมให้บุตรสาวต้องแต่งเข้าจวนกั๋วกงเป็นแน่แม้ภายนอกจะดูมีเกียรติยศสูงส่ง แต่ผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่จริงคือนาง ชะตาชีวิตที่ถูกกำหนดให้ไร้ทายาท ในโลกใบนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเคราะห์ยังดีที่มีตระกูลเซวียและจวนกว่างผิงโหวคอยหน
اقرأ المزيد

บทที่ 89

เซี่ยเหลียวเหลียวเองก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ เพียงแค่เอ่ยลอย ๆ ไปเท่านั้น เผื่อว่ามันจะสำเร็จขึ้นมาจริง ๆ“เช่นนั้นก็ทำได้เพียงให้คนทั้งสองเลื่อนวันกลับบ้านเดิมไปอีกหนึ่งวันแล้ว” เซี่ยเหลียวเหลียวกำหมัดแน่น แววตาแน่วแน่พระชายามู่กุมขมับด้วยความจนใจ พลางส่ายหน้า มิรู้จะอธิบายแก่นางอย่างไรดี “สตรีออกเรือนแล้วต้องกลับบ้านเดิมในวันที่สาม จะเลื่อนไปได้อย่างไร จะให้ผู้อื่นมองอย่างไรกัน”เซี่ยเหลียวเหลียวได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกขัดใจยิ่งนักนี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้ เช่นนี้แล้วนางก็ต้องพลาดโอกาสพบหน้าพี่สาวตระกูลเซวียไปหนึ่งครั้งมิใช่หรือ?เมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารเวทนาของบุตรสาว พระชายามู่จึงเอ่ยปลอบโยนว่า “อีกไม่กี่วันก็จะถึงพิธีปักปิ่นของนางแล้ว ถึงเวลานั้นแม่จะพาเจ้าไป เจ้าคิดไว้หรือยังว่าจะเตรียมของขวัญอันใดให้นาง?”สมแล้วที่เป็นเด็กสาวพระชายามู่เอ่ยเพียงประโยคเดียว ก็สามารถเบี่ยงเบนความสนใจของท่านหญิงน้อยได้แล้ว“เช่นนั้นข้าต้องไตร่ตรองให้ดีเสียแล้ว ยังมีงานมงคลสมรสของพี่หญิงอีก...” กล่าวพลาง ทอดสายตาจ้องมองนางอย่างมีความหมายหัวใจของพระชายามู่พลันกระตุกวูบ แม่ตัวดีคิดจะทำอันใดอีก
اقرأ المزيد

บทที่ 90

เซวียมู่เจาเห็นว่าเย่จั๋วมิใช่คู่ครองที่เหมาะสมทว่าติดขัดที่สมรสพระราชทานจากเบื้องบน มิอาจขัดขืน จึงได้แต่จำยอม“ไม่รบกวนความสำราญของทุกท่านแล้ว ข้าขอตัวก่อนเจ้าค่ะ”เซวียหว่านอี้แย้มยิ้มพลางพยักหน้าให้พวกเขา ก่อนจะพาสาวใช้เดินจากไปหมิงฉ่านยกศอกขึ้นพาดไหล่เซวียมู่เจา สายตามองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆ ห่างออกไป“จะว่าไป เมื่อก่อนข้าไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่าน้องสาวของเจ้าผู้นี้ ช่างดูคล้ายคลึงกับฮูหยินเจียงยิ่งนัก”เซวียมู่เจาได้แต่นิ่งเงียบ ไร้วาจาจะโต้ตอบอย่าว่าแต่หมิงฉ่านไม่สังเกตเห็นเลย แม้แต่ตัวเขาเองที่ใช้ชีวิตร่วมกับน้องสาวมานับสิบปีก็ยังไม่เคยเอะใจเช่นกันนางดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในชั่วข้ามคืน……ณ ตระกูลฉู่ ยามอาหารกลางวันเซวียหมิงเฟยประดับรอยยิ้มสดใสบนใบหน้า ขณะกำลังคีบอาหารให้ฮูหยินผู้เฒ่าฉู่เพิ่งแต่งงานวันแรก แม่สามีก็เริ่มตั้งกฎเกณฑ์กับลูกสะใภ้เสียแล้วฉู่ยวนรู้สึกไม่สบายใจนัก ทว่าก็มิอาจหักหน้ามารดาต่อหน้าธารกำนัลได้ทำได้เพียงส่งสายตาปลอบประโลมภรรยาเท่านั้นแม้ในใจเสวียหมิงเฟยจะเจ็บแค้นแทบตาย แต่ย่อมไม่ทำให้อับอายทั้งสองฝ่ายตรงหน้าแต่หากยายเฒ่าปีศาจผู้
اقرأ المزيد
السابق
1
...
5678910
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status