ความเงียบสงัดที่แผ่ปกคลุมโถงวิหารกระจกเงาช่างหนักอึ้งและบีบคั้นหัวใจยิ่งกว่าแรงดันน้ำใต้สมุทรลึก สองสายตาประสานกัน หนึ่งคือสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสับสนของเจิ้งอี้เซวียน อีกหนึ่งคือสายตาที่เยือกเย็นอำมหิตและว่างเปล่าไร้ก้นบึ้งของบุรุษผู้สวมหน้ากากมังกรดำ หรืออ๋องทมิฬจากอนาคตใบหน้าของทั้งสองเหมือนกันราวกับแกะสลักจากพิมพ์เดียว หากแต่ผู้มาจากอนาคตนั้นมีรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตาข้างขวา และผิวพรรณซีดเซียว เส้นผมสีขาวโพลนยาวสยายตัดกับชุดคลุมสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงสว่างรอบกาย“นี่มันเรื่องตลกร้ายอันใดกัน?” เจิ้งอี้เซวียนเสียงสั่นเครือ ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือที่กำกระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ “เจ้า... เจ้าคือข้าจริงๆ หรือ?”“ข้าคือสิ่งที่เจ้าควรจะเป็น หากเจ้ามีความกล้ามากพอที่จะละทิ้งความอ่อนแอ” ชายผู้มีรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตาข้างขวาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเสียดแทง “ข้าคือผลผลิตของความล้มเหลว ความล้มเหลวที่เกิดจากความเมตตาจอมปลอมของพี่ชายท่าน และความโลกสวยของพี่สะใภ้ท่าน!”“หุบปาก!” เจิ้งเฟิงเยวี่ยตวาดก้อง กระชับกระบี่แสงสีทองในมือแน่น รัง
Read more