All Chapters of สวามีของข้าได้โปรดเขียนใบหย่าให้ชายาเถิดนะ: Chapter 11 - Chapter 20

83 Chapters

บทที่ 9

บทที่ 9ไม่นานก็มาถึงยังด้านหน้าตำหนักหมิงเต๋อ เรือนกายสูงใหญ่ของจ้าวเหลียงอี้จึงจำใจหยุดรอให้สตรีน่ารำคาญที่ช่วงขาสั้นนักเดินจากประตูชั้นในมาถึงหน้าตำหนักชักช้าอืดอาด พาลให้เขาอารมณ์กรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้หานซางจื่อที่เร่งฝีเท้าตามมาอย่างระมัดระวังต้องหยุดลงเช่นกัน หญิงสาวมองบุรุษหน้าตาบึ้งตึงด้วยความไม่เข้าใจว่า ตนเองทำสิ่งใดผิดอีก จ้าวเหลียงอี้จึงทำราวกับจะจับนางสับเป็นหมื่นชิ้นเช่นนี้ หากแต่นางก็ไม่ได้ถามออกไปเป็นคำพูด นางถามเขาด้วยสายตากังขาแทน“ชักช้า!”ถูกตำหนิแทนที่จะโกรธเคือง หานซางจื่อกลับยิ้มหวานส่งไปให้อีกฝ่ายเสียอย่างนั้น ในสายตาผู้อื่นอาจมองว่าพระชายาหานนั้นไร้เดียงสายิ่งนัก แต่จ้าวเหลียงอี้กลับรับรู้ได้ถึงการยั่วยวนโทสะให้เขาโมโหจากรอยยิ้มไร้พิษภัยของสาวน้อยโฉมสคราญอย่างชัดเจน แต่ก็เช่นเดิม ยิ่งหานซางจื่อเห็นชายหนุ่มโกรธจนเสียกิริยากลับยิ่งยิ้มกว้าง“ก้าวเดินให้มันเร็วหน่อย! รู้ว่าช่วงขาสั้นคราวหลังก็หัดฝึกเดินให้เร็ว ไม่ใช่มัวกรีดกรายลีลาอยู่ เพราะต่อให้เจ้ากรีดกรายเยื้องย่างอ่อนช้อยเพียงใด ก็ไม่สามารถเปลี่ยนจากห่านป่าเป็นนางพญาหงส์ไปได้”กล่าววาจาแดกดันหวังจะกระชากก
last updateLast Updated : 2025-11-06
Read more

บทที่ 10

บทที่ 10จ้าวหลิวหย่งตบโต๊ะจนขุนนางทั้งหลายสะดุ้ง ทุกคนจึงค่อยสงบปากสงบคำพร้อมกับเหลียวมองหน้าสบสายตากันอย่างรอดูท่าทางของฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง หานซางจื่อเองก็มองเห็นทุกสิ่ง เชื่อว่าฮ่องเต้ที่นั่งอยู่ด้านบนเองมีหรือจะมองไม่เห็น“เอาละ เอาละ เงียบเสียงลงก่อน เจิ้นฟังความไม่กระจ่างแล้ว นี่ท้องพระโรงหาใช่ลานประลองงิ้ว!”จ้าวหลิวหย่งเสแสร้งทำเป็นโมโหจนหน้าดำเพื่อให้ขุนนางได้เห็นว่าตนเองขณะนี้นั้นหมดปัญญาจะปกป้องบุตรชายคนเล็กแล้วจริงๆ หรืออันที่จริงแล้ว ขณะนี้เขาคงต้องเลือกปกป้องได้เพียงแต่สนมรัก ส่วนบุตรชายเขาคงมีเพียงได้แต่ส่งจ้าวเหลียงอี้ไปเติบโต จะได้กล้าแกร่งปกป้องตนเองและมารดากับครอบครัวของตนเองได้ในวันที่ไม่มีเขาอยู่แล้วเท่านั้น ซึ่งก็แสดงได้ดีสมกับเป็นฮ่องเต้ที่จำต้องสวมหน้ากากมานาน“ฝ่าบาทเรื่องนี้เช่นไรก็ต้องลงโทษออกไปให้เด็ดขาดนะพ่ะย่ะค่ะ หาไม่จะส่งผลกระทบถึงบารมีของฝ่าบาทโดยตรง ขณะนี้ราชทูตจากต่างแดนยังไม่ได้เดินทางกลับ การที่ซู่จิ้งอ๋องนิ่งดูดายปล่อยให้เฝิงกุ้ยเฟยทำร้ายพระชายาหานที่ฝ่าบาทพระราชทานให้ เช่นไรก็เป็นการไม่สมควร”เป็นอัครมหาเสนาบดีเว่ยที่ออกหน้า คราวนี้ทำเอาคิ้วเรียว
last updateLast Updated : 2025-11-06
Read more

บทที่ 11

บทที่ 11บันไดทอดยาวลงจากตำหนักหมิงเต๋อเต็มไปด้วยขุนนางที่เดินเกาะกลุ่มพูดคุยกันแยกเป็นพรรคพวกใครพรรคพวกมัน ภาพนี้หานซางจื่อมองแล้วยิ่งอ่อนล้า คิดว่าเพียงไม่กี่ชั่วยามในท้องพระโรงกลับทำนางสูญเสียพลังไปมากกว่าสังหารคนสักร้อยคนก็มิปาน สามหนาวยังอีกยาวไกล ยิ่งคิดหานซางจื่อก็ยิ่งท้อแท้ขึ้นมาไม่น้อยเลยทีเดียว ทว่าท้อได้หากแต่นางกลับถอยไม่ได้อีกแล้ว“ทำไม? ถอนหายใจเพราะไม่คิดว่า จะต้องไปตกระกำลำบากไกลถึงชายแดนตงหยางหรือ หากไม่อยากไปก็ลองไปขอร้องญาติผู้พี่ของเจ้าดูสิ เขานับเจ้าเป็น ‘ครอบครัว’ มิใช่หรือไร เจรจากับเขาคงง่ายดายเช่นที่มารดาของเขาส่งเจ้ามาอยู่ข้างกายเปิ่นหวางนั่นแหละ”คราวนี้จ้าวเหลียงอี้ไม่ได้เดินหนีอีกแล้ว แต่เขาตั้งใจจะเดินเคียงข้างกับผู้เป็นพระชายาของตนเองเลยทีเดียวดังนั้นตั้งแต่ก้าวเท้าออกมาจากท้องพระโรงถอนหายใจกี่ครั้งเขาจึงนับเอาไว้ทั้งหมด“ซู่จิ้งอ๋องคิดมากไปแล้ว สามีภรรยามีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมฝ่าฟันมิใช่หรือเพคะ ต่อให้พระองค์ชิงชังหม่อมฉัน ไม่เต็มใจรับหม่อมฉันมาเป็นพระชายา แต่ในเมื่อได้มาแล้วเช่นไรจะไล่ไปก็คาดว่าจะไม่ง่ายนะเพคะ”เท้าของจ้าวเหลียงอี้ถึงกับหยุดชะงักลงโดยพ
last updateLast Updated : 2025-11-07
Read more

บทที่12.1

บทที่ 12“อยากฆ่าเปิ่นหวางหรือ?”เมื่อขึ้นมาบนรถม้าแล้วจ้าวเหลียงอี้จึงเอ่ยถามออกมาอย่างอารมณ์ดี ไม่อาจทราบได้ว่า เหตุใดพอเห็นนางหลุดสีหน้าราวกับอยากฆ่าคนได้ออกมาเพียงเสี้ยวลมหายใจแล้วเขานั้นมองเห็นได้ทันเข้าพอดีนี้กลับทำให้จ้าวเหลียงอี้รู้สึกพึงใจราวกับตนเองเอาชนะหมากล้อมบิดาได้เช่นนี้ด้วย“มิกล้า มิกล้า!”ฟังอย่างไรเสียงคำตอบนี้จ้าวเหลียงอี้ก็คาดว่า นางพูดมันออกมาผ่านไรฟันเป็นแน่ ความสะใจนี้ช่างหอมหวานเสียจริง การที่เขาทำให้นางโกรธได้มิใช่ว่า เขาสามารถกระชากหน้ากากของนางปีศาจแมงมุมดำซ่งเพ่ยหนี่ว์ที่ชอบรังแกมารดาของเขาได้หรอกหรือ“คนฉลาดต้องรู้จักประมาณกำลังของตน ถอยเพื่อรุกฆาต มิทราบว่าซู่จิ้งอ๋องเคยได้ยินหรือไม่? สิ่งใดหากคล้อยตามแล้วเราไม่ขาดทุนก็สมควรคล้อยตาม ต้นหลิวยิ่งใหญ่เป็นเพราะไม่รู้จักหนักรู้จักเบาจึงหักหรือโค่นล้มได้โดยง่าย ทว่าต้นหญ้าบนพื้นดินพวกมันกลับอายุยืนกว่าต้นไม้ใหญ่มากนักเพราะพวกมันรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา”หานซางจื่อกล่าวเนิบช้า หากแต่หนักแน่นในทุกคำที่เอ่ยออกมา บางครั้งนางก็รู้สึกว่ามังกรเฒ่ารักใคร่บุตรชายได้ผิดไปมากจริงๆ หาไม่จ้าวเหลียงอี้อายุห่างจากนางนับแล้วหกห
last updateLast Updated : 2025-11-07
Read more

บทที่12.2

แต่ข่าวเหล่านี้แน่นอนว่า แม้แต่ซ่งฮองเฮายังไม่ทราบเช่นนั้น แล้วจ้าวหลงเฉินและจ้าวเหลียงอี้มีหรือจะทราบความจริงเหล่านี้ไปได้ นอกจากฮ่องเต้ที่นางขึ้นตรงด้วยในฐานะของรองหัวหน้าหน่วยกิเลนดำ คงมีแต่จ้าวลู่ฉือและเติ้งเต๋อเฟยและพันธมิตรของสกุลเติ้งเท่านั้นที่อาจจะรู้แจ้งแผนการเหล่านี้แน่นอนว่า ต้องเป็นหน่วยองครักษ์เงากิเลนดำที่ได้มา และค่อนข้างเป็นจริงอยู่แปดส่วน นี่จึงเป็นที่มาของแผนการต่างๆ ที่ฮ่องเต้ได้วางเอาไว้โดยมีนางเป็นหนึ่งในหมากกระดานนี้อีกด้วย...หลังจากรถม้ามาถึงหน้าตำหนักซู่จิ้งอ๋อง จ้าวเหลียงอี้ก็ปึงปังลงจากรถม้าโดยไม่คิดจะรอให้หานซางจื่อผู้เป็นพระชายาเอกของตนได้ก้าวลงตามไปด้วยซ้ำ ทว่ามีหรือที่นางจะสนใจเขา เพราะนางเองวันนี้ก็เหนื่อยมากแล้วเช่นกันจึงตรงกลับห้องพักของตนเองเช่นกัน“นายหญิง”พอกลับถึงห้องพักที่เป็นเรือนรับรองแขกหาใช่ห้องพักในตำหนักเดียวกับจ้าวเหลียงอี้นั้น ถิงเฟยก็กลับมารออยู่แล้ว เพียงมองสบตากันกับสาวใช้แล้วสาวน้อยพยักหน้าให้กัน หานซางจื่อจึงค่อยถอนหายใจโล่งอก เพราะสิ่งที่ตนไหว้วานให้สาวใช้คนสนิทไปทำนั้นเรียบร้อยดี“พรุ่งนี้ข้าต้องเข้าวังกับซู่จิ้งอ๋องก่อน ที่ต้องก
last updateLast Updated : 2025-12-03
Read more

บทที่13

บทที่ 13“นางกล่าวมาเพียงเท่านี้หรือ?”หลังจากหวังเฉาชุ่นกลับมารายงานถ้อยคำที่หานซางจื่อฝากมา จ้าวเหลียงอี้ที่กำลังตรวจดูแบบก่อสร้างโรงทานที่ฮ่องเต้มอบหมายให้เขาเป็นผู้ออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างทั้งหมดถึงกับเงยหน้าขึ้นแล้วถามออกไปอย่างอดใจไม่ไหว เพราะที่เขาส่งหวังเฉาชุ่นไปก็เพื่อจะอ่อนข้อ คิดให้นางชวนเขากลับสกุลเดิมกับนาง เพราะอยากขอบใจอีกฝ่ายที่ช่วยเอ่ยเตือนสติของเขาบนรถม้า แต่ดูสตรีสมควรตายผู้นั้นกระทำเสียก่อนเนรคุณสิ้นดี!“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” ขันทีคนสนิทซู่จิ้งอ๋องก็ตอบพาซื่อ ตอบไปตรงมาไม่รู้ชะตากรรมของตนเองแม้แต่น้อย“ไสหัวไป!”หวังเฉาชุนที่เลี้ยงดู และเป็นเพื่อนเล่นมาตั้งแต่จ้าวเหลียงอี้ยังอายุสองหนาวมีหรือจะไม่เข้าใจผู้เป็นนายของตนเองว่า ผู้เป็นนายอยู่ในอารมณ์ใดหรือกำลังคิดสิ่งใดอยู่ จ้าวเหลียงอี้ผู้นี้อาจจะเอาแต่ใจไปสักหน่อย เพราะมีฮ่องเต้คอยปกป้อง เฝิงกุ้ยเฟยคอยให้ท้าย แต่นิสัยใจจริงเขานับว่าเป็นคนดีทีเดียว ติดก็แต่ปากแข็งเอาใจคนไม่เป็นต่อให้ตนเองผิดก็ไม่เคยขอโทษผู้ใด คราวนี้คาดว่าคงรู้สึกผิด แต่กลับไม่ยอมขอโทษพระชายาตนเองดีๆแต่กลับเลือกใช้เขาเป็นสะพาน สตรีคนใดจะเข้าใจ แต่เรื
last updateLast Updated : 2025-11-07
Read more

บทที่14

บทที่ 14หานซางจื่อหันไปเอ่ยกับหวังเฉาชุ่นด้วยใบหน้าสงบเยือกเย็น ทำเอาขันทีวัยยี่สิบเก้าหนาวรู้สึกยำเกรงเด็กสาววัยเพียงสิบเจ็ดหนาวได้อย่างน่าตกใจ ดวงตาหงส์ของพระชายาหานผู้นี้ดูมีอำนาจอย่างยิ่ง แถมในยามที่นางวางสีหน้าเรียบเฉยเช่นนี้กลับมีกลิ่นอายอำมหิตราวกับนักฆ่าขั้นสูงข้างกายองค์ฮ่องเต้ขึ้นมาอยู่หลายส่วน หวังเฉาชุ่นเห็นเช่นนั้นจึงยิ่งรู้สึกกดดัน“พ่ะย่ะค่ะพระชายาหาน”ดังนั้นจึงไม่ต้องรอให้นางกล่าวย้ำเป็นครั้งที่สองก็รีบออกไปคอยสังเกตการณ์ ระวังไม่ให้คนนอกได้มาพบเห็นภาพที่ซู่จิ้งอ๋องและไท่จื่อเฟยถานพบกันเพียงลำพังในอุทยานหลวงแห่งนี้โดยเด็ดขาดนั่นเอง“เฮ้อ! บุรุษผู้นี้ขยันก่อเรื่องให้ข้าเสียจริง”หานซางจื่อพึมพำออกมาด้วยอารมณ์เบื่อหน่ายอย่างยิ่ง สตรีทั่วเทียนสุ่ยใช่มีหญิงงามเพียงถานจีเซียง เหตุใดจ้าวเหลียงอี้เขาจึงคิดไม่ตกตัดใจไม่ลงกันเล่า สตรีมากมายจึงไม่ใฝ่ฝัน แต่กลับไปใฝ่ปองคนของพี่ชาย ผลไม้เลิศรสทั่วใต้หล้ากลับไม่ใส่ใจอยากชิม แต่ดันมาลักกินขโมยกินผลไม้ต้องห้ามมีพิษร้ายแรง“สมควรตายยิ่งนักนะจ้าวเหลียงอี้”สองแขนเรียวกอดอกเอาไว้หลวมๆ หันหลังให้กับหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีในศาลาแปดเหลี่ยมแห
last updateLast Updated : 2025-11-07
Read more

บทที่15.1

บทที่ 15กว่าถานจีเซียงจะคิดได้ว่า ตนเองผิดไปเสียแล้วก็เมื่อเห็นสายตาไม่พึงใจและกรุ่นโกรธของจ้าวหลงเฉินนั่นแหละมือไม้เรียวงามอย่างสตรีสูงศักดิ์พลันสั่นไหวขึ้นมาทันที ใบหน้าก็ซีดเผือดยิ่งกว่าหานซางจื่อเสียอีก เห็นแล้วทำเอาพระชายาหานให้นึกระอาสตรีโง่เขลาเช่นไท่จื่อเฟยถานอยู่ในใจเสียมิได้“พอดีว่าหม่อมฉันหน้ามืดระหว่างเดินผ่านศาลาที่ไท่จื่อเฟยนั่งพักอยู่ ไท่จื่อเฟยเมตตาจึงให้นางกำนัลข้างกายมาเชิญให้หม่อมฉันกับซู่จิ้งอ๋องแวะมานั่งพักเพคะไท่จื่อ”แน่นอนว่าหานซางจื่อเตรียมการมาก่อนแล้วจึงเอ่ยวาจาได้ไหลลื่นอย่างยิ่งไร้ข้อพิรุธให้คนขี้ระแวงเช่นจ้าวหลงเฉินได้กังขา“ต้องขอบพระทัยไท่จื่อเฟยที่เมตตาหม่อมฉันยิ่งนัก”กล่าวแล้วก็หันไปโค้งกายให้กับถานจีเซียงทั้งที่ยังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของจ้าวเหลียงอี้ด้วยกิริยาอ่อนหวานยิ่งนัก ซึ่งขณะนั้นเจ้าของอ้อมแขนก็ไปสะดุดกับสายตาของจ้าวลู่ฉือที่ทอดมองมายังร่างในอ้อมแขนของตนเองเข้าพอดี ต่อให้เขาเป็นคนอ่อนด้อยในเรื่องสตรี แต่สายตาของบุรุษด้วยกันย่อมกระจ่างต่อสายตาของพี่ชายลำดับที่ห้าในทันใด“จริงหรือเซียงเอ๋อร์”จ้าวหลงเฉินถามถานจีเซียงด้วยใบหน้านิ่ง สายตาจับผิดจนพ
last updateLast Updated : 2025-11-07
Read more

บทที่ 15.2

หลังจากเส้ากงกงนำทั้งสองสามีภรรยาคู่แต่งงานใหม่มาถึงห้องรับรองก็พบกับสตรีอันดับหนึ่งแห่งเทียนสุ่ยนั่งอยู่บนเบาะรองนั่งมีโต๊ะตัวเตี้ยวางอยู่ด้านหน้า เรียกว่าเป็นการต้อนรับที่แสนจะเรียบง่ายและธรรมดาอย่างยิ่งธรรมดาราวกับมารดาในครอบครัวทั่วไปกำลังจะดื่มน้ำชาพูดคุยเล่นกับบุตรชายและสะใภ้ หาใช่ฮองเฮากำลังจะต้อนรับท่านอ๋องและพระชายาแม้แต่น้อย“ไม่ต้องมากพิธี อี้เอ๋อร์ ซางเอ๋อร์ มานั่งตรงนี้เร็วเข้า ใบชาที่ได้มาใหม่นี้หอมมากทีเดียว รสชาติก็นับว่าพอใช้ได้ กินคู่กับขนมไร้กังวลด้วยแล้ววิเศษนัก พวกเจ้าลองชิมดูหน่อย”จ้าวเหลียงอี้หันมองหานซางจื่อ เพราะกล่าวกันตามจริงเขาไม่เคยได้รับการต้อนรับเช่นนี้จากซ่งเพ่ยหนี่ว์บ่อยนัก พอวันนี้มาเจอปีศาจแมงมุมดำเฒ่าร้อยเล่ห์ต้อนรับเช่นนี้แน่นอนเขาไม่ได้เตรียมใจมาจึงตั้งตัวไม่ถูก‘คล้ายตามไป’สายตาของหานซางจื่อบอกแก่ชายหนุ่มเช่นนั้นแล้วก็สุดจะรู้ว่า เขาอ่านความหมายของนางออกได้อย่างไร แต่ขณะนี้มีเพียง ‘คล้ายตามไป’ ดังที่นางแนะนำเท่านั้น เขาจึงก้าวนำไปก่อน พอจ้าวเหลียงอี้ทรุดลงไปนั่งเรียบร้อยหานซางจื่อก็ก้าวไปทรุดนั่งเคียงข้างกัน นางพลิกถ้วยน้ำชาขึ้นด้วยกิริยาเป็นธ
last updateLast Updated : 2025-12-03
Read more

บทที่16

บทที่ 16ตลอดเส้นทางจนถึงรถม้าคราวนี้หานซางจื่อเดินได้เนิบช้ายิ่งนัก จนจ้าวเหลียงอี้ต้องรั้งฝีเท้ารอนางอยู่หลายครั้งพอขึ้นรถม้าได้สาวน้อยก็ปิดตาหลับทันที ใบหน้างดงามกลับเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อแต่ผิวกายของนางกลับซีดเซียวจนมีสีเริ่มออกม่วงใกล้ดำคล้ำทว่าพอนางไม่ปริปากบอกว่าตนเองเป็นอันใดออกไป ชายหนุ่มก็ไม่ติดใจสอบถามเช่นกัน เพราะคิดว่านางเย่อหยิ่งนักก็ปล่อยนางป่วยไปก็แล้วกัน คนเช่นเขามีสตรีเอาอกเอาใจมาทั้งชีวิต จะให้ลดตัวไปเอาใจสตรีก่อนสังหารเขาเสียยังจะง่ายกว่า ฝ่ายหานซางจื่อนั้นกระจ่างแล้วว่าพิษที่ซ่งฮองเฮาตั้งใจมอบให้กับจ้าวเหลียงอี้คือพิษกระเรียนแดงก็เมื่อเดินทางออกจากวังหลวงได้ครึ่งทางแล้วซึ่งพิษนี้จะไม่กำเริบเร็วและหนักถึงเพียงนี้ หากว่านางไม่เคยถูกพิษน้ำค้างเหมันต์มาก่อน พิษเย็นและพิษร้อนมารวมอยู่ในร่างของคนผู้เดียว หากว่าพอเหมาะก็ไม่เกิดอันใด แต่นางรับมามากทั้งสองที่ควบคุมจนไปถึงตำหนักซู่จิ้งอ๋องนางไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่า ตนเองจะสามารถควบคุมพิษนี้ไม่ให้แสดงให้จ้าวเหลียงอี้รู้แจ้งได้หรือไม่วรยุทธ์ขั้นเก้านี้มิอาจสะกดพิษทั้งสองไม่ให้ปะทะกันได้นานนัก“เจ้ากำลังไม่สบายหรือไม่ซางซาง”สุดท้
last updateLast Updated : 2025-11-07
Read more
PREV
123456
...
9
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status