Tous les chapitres de : Chapitre 41 - Chapitre 50

83

บทที่34

บทที่ 34ในใจของจ้าวเหลียงอี้จึงคิดว่าในใต้หล้านี้ยังจะมีสตรีใดทั้งเก่งกาจและฉลาดเฉลียวได้เช่นหานซางจื่อเห็นทีจะหาพบได้ยากยิ่ง ยิ่งนึกไปถึงนางในวัยสี่หนาวที่ต้องผ่านด่านพิษถึงสิบเจ็ดชนิด หัวใจของชายหนุ่มก็รู้สึกหนาวเหน็บแล้ว ไม่เข้าใจเลยว่า หานซางเจี้ยนยินยอมปล่อยให้บุตรสาวต้องไปเจอเหตุการณ์เช่นนั้นได้อย่างไรกัน หากเป็นเขาคงยอมตายเองเสียดีกว่าจะยอมปล่อยให้ลูกในไส้ไปเจอเรื่องร้ายเช่นนั้นซึ่งสำหรับชายหนุ่มแล้วคิดและทำนั้นย่อมได้ แต่หานซางเจี้ยนนั้นที่แบกรับเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลหานกับบุตรชายคนรองและภรรยารักเอาไว้มิอาจทำได้เช่นที่จ้าวเหลียงอี้คิด เพราะหนึ่งเขาไม่ใช่คนในราชวงศ์ และสองเขาก็ไม่ใช่บุตรชายที่ฮ่องเต้ถนอมมาทั้งชีวิตเช่นจ้าวเหลียงอี้อีกเช่นกันการนั่งบนรถม้าต่อให้ตกแต่งหรูหราเพียงใดก็ใช่จะนั่งสบาย แล้วรถม้าที่ไม่เน้นหรูหราแต่เน้นทนทานที่หานซางจื่อเลือกให้แก่จ้าวเหลียงอี้เดินทางในคราวนี้กลับยิ่งทรมาทรกรรมชายหนุ่มผิวบอบบางจนกระดูกแทบจะออกมากองรวมกันอยู่นอกเนื้อ ดังนั้นตลอดทั้งคืนเขาจึงไม่ได้หลับเลยสักงีบ แต่พอคิดจะบ่น เมื่อเปิดม่านหน้าต่างรถม้าออกไปยามใดก็มักจะเห็นแผ่นหลังของหาน
last updateDernière mise à jour : 2025-11-14
Read More

บทที่35

บทที่ 35ทว่าจ้าวเหลียงอี้หาใช่บุรุษใจกว้าง เขาเป็นเพียงสุภาพชนคนหนึ่งเท่านั้น เรื่องที่ตนเองถึงกับอาเจียนใส่สตรีซึ่งกำลังแบกเขาอยู่บนหลังล้วนติดตราตรึงใจจนแม้แต่หลับไปแล้วก็ยังฝันถึงจนผวาตื่น นับว่าเป็นความอัปยศอดสูที่สุดในชีวิตของบุรุษผู้หนึ่งแล้ว“นายท่านเป็นอันใดไปเพคะ ฝันร้ายหรือ?”มิคาดคนที่อยู่ในความฝันนั้นจะตรงมาคุกเข่าเอาผ้าเช็ดหน้าซับหยาดเหงื่อให้เขาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใย ราวกับนางเป็นพี่สาวคนงามมากมีเมตตา แล้วเขาเป็นน้องชายตัวน้อยที่ตกใจตื่นจากความฝันร้ายกาจและเสียขวัญยิ่ง“เจ้าเอ่อ…เจ้าไม่นอนพักหรือ?”หันไปมองรอบด้านแม้แต่สยงฉงจื้อและหลินเปียวก็ล้วนเอนกายหลับอยู่ใต้ร่มไม้คนละมุม นอกจากคนที่คงถูกจัดวางให้อยู่เวรแล้ว แม้แต่ม้าก็ยังพักผ่อน แต่สีหน้าของหานซางจื่อไม่มีวี่แววของคนที่เพิ่งตื่นนอน เพราะเขาสะดุ้งตื่นเป็นต้นเหตุจึงคาดว่านางไม่ได้นอนพักเป็น“เจ้าเหนื่อยมาทั้งคืนเหตุใดจึงไม่พักร่างกาย เจ้าไม่ใช่ว่ายังไม่ฟื้นคืนเช่นเก่าหรอกหรือ”“ต้องมีคนหนึ่งที่วางใจได้ปกป้องทุกคนเพคะ” ตอบแล้วหานซางจื่อก็ส่งสายตามองไปโดยรอบให้จ้าวเหลียงอี้ได้เห็นว่า ทุกคนกำลังพักผ่อน ซึ่งการกระทำเช่
last updateDernière mise à jour : 2025-11-14
Read More

บทที่36

บทที่ 36“ถึงข้าไม่เก่งวรยุทธ์ แต่สติปัญญานับว่ายังพอจะมีติดกายอยู่บ้าง เจ้าอย่าได้ว้าวุ่นใจไปเลย”คนเช่นซู่จิ้งอ๋องหากกล่าวว่าเขานั่นเบาปัญญานางก็คงเป็นคนโง่เขลาเท่านั้น หานซางจื่อยังจะเอ่ยสิ่งใดได้อีก พอถึงปลายยามเว่ยขบวนรถม้าสองคันก็เคลื่อนออกจากจุดที่พักมาหลายชั่วยาม หลังจากสยงฉงจื้อส่งคนกลับมารายงานว่าหนทางข้างหน้าปลอดภัยแล้ว“นายท่านยานี้สยงต้าเกอฝากเอาไว้ หากทรงรู้สึกว่าไม่ไหวเช่นไรก็สามารถกินได้เลยนะเพคะ”ยากจะทราบได้ว่าเหตุใดพอหานซางจื่อเอาแต่เรียกบุรุษรูปงามเช่นสยงฉงจื้ออย่างสนิทสนม จ้าวเหลียงอี้จึงรู้สึกมีรสเปรี้ยวจนฝาดเฝื่อนติดลิ้นอบอวลอยู่ภายในปากก็ไม่ทราบได้ ทั้งที่ท่าทางของพวกเขาสนิทกันย่อมไม่แปลก นั่นเพราะเติบโตมาด้วยกัน เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องไม่พอยังเป็นหัวหน้ากับผู้ใต้บังคับบัญชาต่อกันอีกด้วย แต่ถึงจะเข้าใจเหตุผลกระจ่างแต่เขากลับรู้สึกไม่ดีจริงๆ“แต่หากเป็นไปได้ ไม่กินได้จะเป็นการดีเพคะ ผู้น้อยคิดว่าพวกนั้นคงเลือกจะลงมือในค่ำคืนนี้เป็นแน่”หานซางจื่อเอ่ยให้ได้ยินกันเพียงสองคน ก่อนจะดึงชุดเข็มพิษออกมาจากอกเสื้อมอบใส่มือให้กับจ้าวเหลียงอี้อย่างระมัดระวัง ไม่ให้ผู้ใดเห็น
last updateDernière mise à jour : 2025-11-14
Read More

บทที่37

บทที่ 37“งดงามจริงดังคำของเจ้าจริงด้วย”จ้าวเหลียงอี้ชักม้าขึ้นไปยืนเคียงข้างกับม้าของหานซางจื่อเอ่ยขึ้นอย่างชื่นชมจากใจจริง โดยที่หลินเปียวเว้นระยะห่างให้กับทั้งสองคนได้มีเวลาส่วนตัวด้วยกัน นั่นก็เพราะหลินเปียวไม่ทราบถึงฐานะอันแท้จริงของหานซางจื่อและสยงฉงจื้อเขารู้เพียงว่า หานซางจื่อคือคนของซ่งฮองเฮา ส่วนสยงฉงจื้อเขาเพิ่งส่งคนออกไปสืบถึงที่มาและที่ไปขององครักษ์ที่ปรากฏตัวเพียงสองวันและสองคืนเท่านั้นการเดินทางในครั้งนี้หลินเปียวรู้สึกว่าไม่ปกติ เพราะดูเร่งรีบไม่พอ คนที่สมควรติดตามกลับไม่ได้ร่วมเดินทางมา ถึงจะอ้างความปลอดภัย ถิงเฟยและมู่สือนั้นจะต้องปลอมตัวเป็นซู่จิ้งอ๋องและซู่จิ้งหวางเฟย กับหวังหวังเฉาชุ่นจะต้อง ควบคุมการเดินทางของขบวนเสด็จใหญ่ไปยังตงหยางในอีกหกวันข้างนั้นจำเป็นมากก็จริง แต่องครักษ์ทั้งหมดนั้นไม่นำมาติดตามขบวนเดินทางลับๆ นี้แม้เพียงคนเดียวมันออกจะเกินคาดเขาไปหน่อย อันที่จริงจะกล่าวว่าแม้เพียงหนึ่งคนจ้าวเหลียงอี้ไม่เอามานั้นผิดไปเล็กน้อย เพราะเขาก็นับว่าเป็นหนึ่งคนเช่นกัน ทว่านอกจากเขากลับไม่มีผู้ใดอีกเลยนี่ไม่นับว่าแปลกแล้วยังจะนับอันใดได้อีกเล่า“เจ้าพบลานแห่งนี้นา
last updateDernière mise à jour : 2025-11-14
Read More

บทที่38

บทที่ 38หานซางจื่อสบถก่อนจะสะบัดแส้ทิ้งไปทางหน้าผาแล้วกระชากกระบี่คู่ที่ด้านหลังออกมาบุกตะลุยไปข้างหน้าด้วยกิริยาดุดัน จ้าวเหลียงอี้ยกมุมปากเล็กน้อยก่อนจะหันไปตวัดมีดสั้นตัดใบหูข้างขวาของเติ้งโม่หวายจนขาดกระเด็น!“เอาไว้กลับไปตำหนักซู่จิ้งอ๋อง เราค่อยมา ‘เล่นสนุก’ กันอีกนะโม่หวาย ค่อยๆ เล่นสนุก หึ หึ หึ”ฟ้าว... ขวับ!...“จิ๊ จิ๊ จิ๊ พี่ห้า ท่านเอ็นดูน้องชายผู้นี้เกินไปแล้ว”เรือนกายสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหลังจากใช้กระบี่อ่อนของตนเองปัดลูกศรของหน้าไม้ ที่แน่นอนว่าอาบยาพิษร้ายแรง หวังถูกแค่เพียงผิวกาย ไม่ต้องเข้าลึกไปถึงเนื้อในก็ตายทันทีที่จ้าวลู่ฉือเป็นผู้ยิงเองกับมือทิ้งไปได้ด้วยกิริยาสบายๆ“เจ้า! เจ้าใช้กระบี่ได้หรือนี่?”จ้าวลู่ฉือนั้นหลุดปากถามออกมาอย่างคิดอะไรไม่ทัน ก็ในอดีตองค์ชายหกนั้นเป็นคนเช่นไรเขาจะไม่รู้ได้อย่างไร เจ้าเด็กนี่แค่เห็นเลือดจากปลายนิ้วนางกำนัลในยามคนเหล่านั้นถูกเข็มแทงเข้าก็หน้ามืดเป็นลมล้มคว่ำ แล้วคนเช่นนี้จะหันมาจับกระบี่ที่มีความบางอย่างยิ่ง อีกทั้งบุรุษน้อยคนนักจะสามารถใช้มันได้แต่จากที่ดูจ้าวเหลียงอี้ใช้ปัดลูกดอกหน้าไม้ของเขาเมื่อครู่ คนผู้นี้หาใช่เ
last updateDernière mise à jour : 2025-11-14
Read More

บทที่39

บทที่ 39ขวับ! ฟ้าว…! ผลัวะ! หมับ!“!!!”หน้าไม้ดอกนั้นถึงหานซางจื่อมีวรยุทธ์สูงส่ง ประสาทหูและตาว่องไวเพียงใด หากแต่ศัตรูจู่โจมพร้อมหน้าเป็นสองร้อยกว่าชีวิต อาวุธพร้อมสรรพย่อมมิอาจใช้กระบี่ทั้งสองรับเอาไว้ได้ทัน นอกจากใช้เท้าถีบจ้าวเหลียงอี้ออกไปแล้วใช้มือของตนเองรับลูกศรหน้าไม้ของจ้าวลู่ฉือเอาไว้ได้ทันขวับ! ฟ้าว…ฉึก!!!…โครม!!!“!!!”รวดเร็วราวกับอสุนีบาตฟาดเปรี้ยงลงบนพื้นปฐพี เมื่อลูกศรหน้าไม้หวนคืนกลับมาปักตรึงยังลำคอของจ้าวลู่ฉือได้อย่างแม่นยำ เพียงแค่อึดใจเดียวบุรุษร่างกายสูงใหญ่ราวแปดฉื่อก็ตกลงมาจากหลังม้าเหงื่อโลหิตสีดำสนิทดังโครมใหญ่ขาดใจตายโดยที่ดวงตายังคงเหลือกลานเบิกโพลงค้างอยู่ดูทั้งตกใจ และคาดไม่ถึงที่ตนเองพลาดพลั้งเสียทีสตรีตัวเล็กเพียงหกฉื่อเช่นหานซางจื่อไปได้เฮ้! เฮ้! เฮ้!กุบกับ! กุบกับ! กุบกับ!เสียงเกือกม้าอาจเกินพันตัวดังสะเทือนเลื่อนลั่นทั่วหุบเขา จนแม้แต่ต้นไม้ยังโยกไหวโอนเอน ทหารม้าที่เหลือไม่ถึงร้อยชีวิตจากสองร้อยกว่าที่จ้าวลู่ฉือพามาซึ่งเพิ่งแตกตื่นเสียขวัญเมื่อผู้นำของตนเองตกลงมาจากหลังม้าขาดใจตายไปต่อหน้าไม่ทันจาง กลับพบว่าบัดนี้มีเสียงฝีเท้าม้าศึกดังมาใกล
last updateDernière mise à jour : 2025-11-14
Read More

บทที่40.1

บทที่ 40 อ้วก! อ้วก! อ้วก!พอขี่ม้าลงจากเขาได้ราวครึ่งชั่วยาม หานซางจื่อก็อาเจียนเป็นเลือดสีดำกลิ่นคาวรุนแรงออกมาไม่น้อย จนจ้าวเหลียงอี้ต้องหยุดม้า ถิงเฟยที่เร่งม้าของตนเองไม่พักจึงตามทันเมื่อยามนั้นนั่นเอง“ซู่จิ้งอ๋องเพคะ ขอผู้น้อยกล่าววาจาล่วงเกินสักหลายประโยคจะได้หรือไม่?”ถิงเฟยรู้สึกโกรธบุรุษนามจ้าวเหลียงอี้จนศีรษะร้อนไม่หมดแล้ว นายหญิงของตนต้องลำบากปกป้องชีวิตเขามากมายเพียงใดมีเพียงนางที่กระจ่าง แล้วดูเอาเถิด ดาวมรณะเช่นเขากลับไม่รู้จักถนอมชีวิตน้อยๆ ของตนเองเอาเสียเลย สมควรตายไปเสียให้สิ้นเรื่องสิ้นราวนายหญิงของนางจะได้เป็นอิสระได้แต่งงานกับบุรุษที่คู่ควรสักครา“หากรู้ว่าเป็นวาจาล่วงเกินแล้วยังจะพูดให้ตนเองลำบาก เจ้าโง่หรือโง่มากกันแน่จึงถาม อย่ามัวไร้สาระอยู่เลยมาตรวจดูอาการนายหญิงของเจ้าจะดีกว่า ถึงเปิ่นหวางไม่ฉลาด แต่ยังรู้ความว่าพิษกู่นี้ร้ายแรงเพียงใด” จ้าวเหลียงอี้กล่าวโดยไม่มองหน้าคนสนิทของหานซางจื่อแม้แต่น้อย“ชิ! นี่ขนาดรู้ความนะ หากไม่รู้ความจะขนาดใดกัน น่าเบื่อจริงเชียวเจ้าดาวมรณะผู้นี้...” ถิงเฟยบ่นออกมาอย่างคับแค้นใจก่อนจะบังคับม้าเจ้าไปใกล้จนตนเองสามารถที่จะตรว
last updateDernière mise à jour : 2025-11-14
Read More

บทที่40.2

มู่สือคิ้วขมวด เพราะปกติหากไม่สวมสีขาว ผู้เป็นนายก็จะเรียกหาสีฟ้าอ่อน สีเหลืองอ่อน สีม่วงอ่อนเกือบขาว เรียกว่าเสื้อผ้าของซู่จิ้งอ๋องมีแต่สีขาวกับสีอ่อนเท่านั้น สีดำเขาเองยังไม่แน่ใจว่า จะมีติดมาด้วย หากเป็นที่ตำหนักอาจยังพอหาได้ แต่ในเมื่อผู้เป็นนายเอ่ยปากว่าต้องการ เขาที่เป็นคนรับใช้ย่อมมีเพียงต้องไปหามาสนองความต้องการของอีกฝ่ายเท่านั้น“น้องหกนี่คือ? ...”ดังนั้นเมื่อจ้าวเหลียงอี้ก้าวเข้าไปภายในกระโจมกลางที่มีจ้าวหลงเฉินกำลังนั่งฟังรายงานจากสยงฉงจื้ออยู่ แล้วอีกฝ่ายหันมาเห็นจึงเจอเข้ากับสายตา และคำถามที่มู่สือไม่กล้าจะถามผู้เป็นนายของตนเอง“ก็เพียงสวมอาภรณ์สีดำมิใช่หรือไร จะมองกันด้วยสายตาราวกับข้าไปเผาอารามของหลวงจีนมาเช่นนั้น ไท่จื่อไม่รู้สึกว่าออกจะเกินไปสักหน่อยหรือ?”จ้าวหลงเฉินหัวเราะออกมาเล็กน้อยพร้อมกับส่ายศีรษะคล้ายกับว่าตนเองระอาน้องชายผู้นี้ยิ่งนัก แต่พออีกฝ่ายไปทรุดกายลงนั่งทางฝั่งขวามือ เขากลับรินน้ำชาให้จ้าวเหลียงอี้ด้วยตนเองไม่พอ จานขนมของว่างก็ถูกเลื่อนไปอยู่ตรงหน้าน้องชายจนหมด"เช่นนั้นกระหม่อมขอตัวไปดูอาการของพระชายากับถิงเฟยก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ ไท่จื่อ ซู่จิ้งอ๋อง"เมื
last updateDernière mise à jour : 2025-12-03
Read More

บทที่41

บทที่ 41จ้าวหลงเฉินตัดสินใจกล่าวออกไปในท้ายที่สุด เพราะเดิมทีในคราวนี้ก็ล้วนเป็นแผนของจ้าวเหลียงอี้ทั้งสิ้นที่คิดลวงให้จ้าวลู่ฉือมาติดกับจนถึงขั้น ‘กำจัด’ อีกฝ่ายได้สำเร็จเช่นนี้ ถึงน้องชายของเขาผู้นี้จะเอาแต่ใจไปบ้าง ก็โทษเจ้าเด็กผู้นี้ไม่ได้เต็มปาก หากจะโทษก็ต้องโทษเขากับบิดาที่คอยปกป้องและโอบอุ้มจ้าวเหลียงอี้มากเกินไป แต่วังหลวงมากเล่ห์ถึงเพียงนั้น คนไร้เดียงสาเช่นจ้าวเหลียงอี้ไม่เท่าทันหรอกดังนั้นพวกเขาจึงมักตามใจอีกฝ่าย ปล่อยให้จ้าวเหลียงอี้ทำตามใจตนเอง อยากทำงานอยู่กรมโยธาเขากับบิดาก็ตามใจ อีกฝ่ายอยากเป็นเพียงองค์ชายอ่อนแอพวกเขาก็ส่งเสริม จนบัดนี้ไม่ทราบว่าเป็นพวกเขาที่ตามใจน้องชายจนเสียนิสัย หรือที่แท้เป็นจ้าวเหลียงอี้ที่คล้อยตามเขากับบิดาจนเป็นพวกเขาเองที่เสียนิสัยไปแล้วเป็นแน่"ของภายในกล่องไม้กฤษณานี้ควบคุมทหารได้เจ็ดแสนนาย และทหารทั้งหมดในตงหยางพบตรานี้เท่ากับพบหน้าของฮ่องเต้ พี่ใหญ่มอบให้เจ้านะน้องหก"จ้าวหลงเฉินหยิบกล่องไม้กฤษณาที่สลักลวดลายอ่อนช้อยดูหรูหราและวิจิตรงดงามส่งให้กับน้องชายด้วยสีหน้าห่วงใยมิจาง และมีหรือจ้าวเหลียงอี้จะไม่รู้แจ้งว่า ภายในกล่องไม้นั้นบรรจุสิ่
last updateDernière mise à jour : 2025-11-15
Read More

บทที่42.1

บทที่ 42"นายหญิง ท่านฟื้นสักครา ข้าเป็นห่วงแทบแย่ ท่านอาเจียนออกมามากเหลือเกิน"พอเห็นผู้เป็นนายหญิงของตนเองลืมตา ถิงเฟยก็เร่งตรงเข้าไปประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นนั่ง ขณะนั้นเด็กสาวก็บ่นออกมาอีกหลายคำซึ่งล้วนแต่ตำหนิบุรุษที่นางไม่ชอบทั้งสิ้น ฝ่ายคนที่เพิ่งฟื้นหลังจากผ่านไปกว่าหกชั่วยาม ความรู้สึกแรกที่หานซางจื่อนั้นสัมผัสได้คือแสบร้อนไปทั้งลำคอ ลงไปจนถึงกลางหน้าอก คาดเดาได้ไม่อยากเลยว่า นางคงกินยาทำให้อาเจียนเพื่อขับพิษออกมา แล้วคงอาเจียนออกมาอย่างหนักเป็นแน่จึงมีอาการเช่นนี้"นะ...น้ำ..."เสียงที่เอ่ยออกมาแหบแห้งจนแทบจับใจความอันใดไม่ได้ หญิงสาวย่นคิ้วแน่นลองไอแล้วพูดออกมาอีกหลายครั้งสภาพกลับยิ่งย่ำแย่ ซึ่งความจริงแล้วหานซางจื่อนั้นยังไม่ทันเห็นสภาพของตนเองในขณะนี้ เพราะหากนางเห็นคงตกใจไม่น้อย เนื่องจากใบหน้าที่เคยงดงามมีรอยเส้นเลือดพิษสีดำพาดผ่านเต็มใบหน้า ลำคอหรือแม้แต่แขนและขาหลังมือ หรือจะกล่าวให้ถูกต้องก็คือสภาพผิวกายขาวใสบอบบางของนางบัดนี้มีแต่ริ้วรอยเส้นเลือดสีดำทั่วกายไปหมดเส้นผมที่เคยดกดำก็มีสีขาวและสีแดงแซมอยู่เป็นกระจุก ยิ่งดวงตาที่เคยมีสีม่วงอ่อนจากการทดลองพิษในสมัยวัยสี่หน
last updateDernière mise à jour : 2025-11-15
Read More
Dernier
1
...
34567
...
9
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status