ทุกคนจึงค่อยหายใจโล่งอก กล่าวรับคำขององค์ไท่จื่อแล้วจึงลุกขึ้นแยกย้ายไปที่กระโจมของใครของมันเพื่อกินมื้อค่ำที่ค่อนข้างไปทางดึกมากแล้วทันที ไม่มีการสอบถามอันใดทั้งสิ้น“ลุกขึ้นเถอะถิงเฟย นำหน้าเปิ่นไท่จื่อไปยังกระโจมของซู่จิ้งหวางเฟยเดี๋ยวนี้ เปิ่นไท่จื่ออยากไปเห็นด้วยตาตนเองว่านายหญิงของเจ้าเกิดเรื่องอันใดร้ายแรงขึ้นกันแน่”“เพคะ”ศึกใหญ่กำลังจะบังเกิด จ้าวหลงเฉินเขาคาดหวังเพียงว่าหานซางจื่อจะไม่เกิดเรื่องรุนแรงจนถึงชีวิต ยอมรับอย่างไม่อายว่า เขายังคงเห็นแก่ตัว ถึงจะมีความห่วงใยเช่นพี่น้องอยู่ แต่ก็ไม่ได้มากมายเช่นที่เขามีให้กับน้องชายเช่นจ้าวเหลียงอี้ ก็เขายังเป็นมนุษย์ผู้หนึ่งย่อมมีกิเลสล้นเหลือ!ทางด้านสองบุรุษที่พุ่งตรงออกมาจากกระโจมกลางโดยลืมรักษากิริยาเมื่อครู่แทบจะเบียดกันเข้ามายังกระโจมของซู่จิ้งหวางเฟยอย่างหลงลืมพิธีการ หรือธรรมเนียมไปจนสิ้น เพราะคำว่า ‘อาการของซู่จิ้งหวางเฟยไม่ดีเพคะ’ ที่ถิงเฟยกล่าวโดยแท้“เฉียนเกอเจ้าเป็นอันใด...” จ้าวเหลียงอี้ที่เบียดกายชนะสยงฉงจื้อร้องถามไม่ทันจบประโยคก็มีอันต้องตกใจจนพูดไม่ได้ และพลันก้าวขาไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่งเลยทีเดียว นั่นคงเพราะตนเองท
Last Updated : 2025-12-03 Read more