รักปักหัวใจ のすべてのチャプター: チャプター 11 - チャプター 20

68 チャプター

บทที่ 10

วันจัดงานบุญแห่บั้งไฟผาแดงนางไอ่แห่งคุ้มคำหอมเผยโฉมบนราชรถสุดล้ำที่คัดสรรมาอย่างดี ไม่ได้นั่งบนหลังม้าปลอมเหมือนทุกปี เนื่องจากแดนดินกลัวเด็กๆ จะเผลอเล่นซนจนทำให้ตกลงมาเจ็บตัวได้ ราชรถที่เลือกใช้ในงานวันนี้จึงเป็น ‘รถอีแต๊น’ ซึ่งถูกตกแต่งด้วยวัสดุที่มีอยู่ทุกบ้านอย่างสวยงาม ทั้งผ้าขาวม้าจับช่อลายสวย ดอกไม้ริมรั้วบ้าน ผักสวนครัวพวกไม้เลื้อยก็เป็นหนึ่งในนั้น“ลูกไผหลานไผน้อ คึมาแต่งตัวเป็นตาซักคักแน่แท้ๆ” (ลูกใครหลานใครกัน ทำไมแต่งตัวน่ารักน่าชังจริง)“หลานพ่อใหญ่ทอง ตาซังอีหลี” (หลานตาทอง น่ารักจริงๆ เลย)“แม่นๆ ออนซอนเพิ่น” (ใช่ๆ น่าเอ็นดูพวกเขา)“ขบวนอื่นเขาเอาคนสวยคนงามมาแข่งกัน แต่ขบวนนี้เอาเด็กมาแข่ง ให้ชนะขาดไปเลยจ้า”ตลอดเส้นทางที่ขบวนแห่ของคุ้มคำหอมเดินทางผ่านมีแต่เสียงชื่นชม จนการแห่เสร็จสิ้นและเคลื่อนรถมาหยุดให้กรรมการลงคะแนนที่วัดป่า ซึ่งชาวบ้านจะมาเลี้ยงถวายอาหารเพลในวันนี้ ขบวนรถแห่ของคุ้มคำหอมก็ยังเรียกความสนใจของชาวบ้านได้อยู่ทว่าจุดสนใจในตอนนี้ไม่ใช่ผาแดงนางไอ่แล้วพอคนอื่นๆ ที่เดินตามขบวนมาเริ่มเดินหนีหายไปทีละคนๆ จนเหลือแค่คนเฝ้าขบวนรถ 'เธอ’ จึงโดดเด่นขึ้นมาในสายตาชา
続きを読む

บทที่ 12

ฤทัยรักษ์ที่ฟังไปแปลไปถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำว่าขี้อะไรสักอย่างขณะกำลังอึ้งๆ อยู่นั่นเอง แดนดินพลันโผล่มาจากไหนไม่รู้ คว้าลูกเป็ดไปอุ้มแล้วออกคำสั่งหน้าระรื่น“อยู่นี่เอง มาเร็ว รีบอุ้มลูกไก่ตามฉันมา”“ไปไหนคะ?”“อย่าถามมากได้ไหม รีบตามมาก่อนเถอะ” เขาว่าพร้อมกับดึงแขนเรียวตามไปทางหนึ่ง “ไหนๆ เธอก็มาถึงนี่แล้ว ก็ออกไปสนุกกับพวกเราให้มันสุดๆ ไปเลยสิ”ดวงตาสีดำขลับของเขาแฝงความรู้สึกสนุกสนานอย่างเห็นได้ชัด ฤทัยรักษ์เห็นแล้วรู้สึกตงิดใจว่ากำลังจะโดนแกล้งบอกไม่ถูก แต่อยู่ตรงนี้ต่อไปก็ไม่ปลอดภัย โดนเขาแกล้งนิดหน่อยกับโดนเหยียบตายทางนี้ เธอเลือกอุ้มลูกไก่ตัวหนักตามเขาไปดีกว่าไม่กี่นาทีต่อมาฤทัยรักษ์ก็ได้รู้ว่า ‘สนุก’ ของแดนดินคืออะไรการจัดแข่งขันบั้งไฟในวันนี้มีทั้งรางวัลใหญ่และโทษใหญ่ คุ้มที่ชนะจะได้รับรางวัลเป็นทริปเที่ยวเชิงเกษตรฟรีทั้งทริป คุ้มที่แพ้จะถูกโยนลงบ่อโคลนกันถ้วนหน้านี่สินะเรื่องสนุกเขา!“โอ้ว” เธอครางออกมาเบาๆ เมื่อเห็นสภาพของทีมที่ถูกโยนลงบ่อโคลนก่อน นั่นเรียกว่ามนุษย์โคลนได้เลยนะ เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงวิ่งหนีกัน สองย่าไม่เห็นบอกเลยว่ามันมีกติกาแบบนี้อยู่ด้วย“ไหน ใครอ
続きを読む

บทที่ 11

เด็กหญิงทั้งสามพาฤทัยรักษ์เดินลงจากศาลาวัด ลัดเลาะไปตามกำแพงวัดเรื่อยๆ จนไปโผล่ที่ทุ่งนา ซึ่งเป็นลานจุดบั้งไฟในวันนี้ถึงตอนนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านนาทองคำและหมู่บ้านข้างเคียงก็มารวมตัวกันรอชมบั้งไฟกันเต็มไปหมดแล้ว ฤทัยรักษ์พลันสะดุดตาเข้ากับนั่งร้านอะไรสักอย่าง ซึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งนาไกลๆ ผู้ชายหลายสิบคนกำลังทำอะไรอยู่ตรงนั้นวุ่นวาย“ตรงนั้นเขากำลังทำอะไรกันเหรอจ๊ะ”“ทำฮ้านค่า แบบว่าที่จุดบั้งไฟไงคะ” เด็กมดแดงเป็นผู้เฉลยให้ฤทัยรักษ์พยักหน้าเข้าใจ ดวงตาคู่งามมองไปรอบๆ ด้วยแววตาตื่นใจกับภาพและบรรยากาศที่คึกคักของชาวบ้าน คืนก่อนย่าทั้งสองเล่าให้ฟังว่าการจัดงานใหญ่ครั้งนี้นอกจากจะทำเพื่อขอฝนฟ้าตามความเชื่อแล้ว ยังจัดเพื่อสร้างความสามัคคีในหมู่ชาวบ้าน เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ชาวบ้านแต่ละคุ้มต้องประชุมหารือเพื่อให้ขบวนแห่และบั้งไฟที่จะใช้จุดแข่งขันออกมาดีที่สุด ต้องร่วมมือร่วมใจช่วยกัน เป็นกุศโลบายของคนสมัยก่อนนั่นเอง ตอนนี้คนเริ่มเข้างานเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้ว“พวกเราไปหาพี่ดินกันเถอะค่ะ อยู่ตรงนู้นไงคะ”เธอมองตามือน้อยๆ ของใบข้าวที่ชี้ไปทางต้นไม้ใหญ่ห่างจากบริเวณที่จะจุดบั้งไฟไม่ไกล พื้นที่ตร
続きを読む

บทที่ 13

แดนดินขับอีแต๋นพาฤทัยรักษ์และเด็กๆ เลี้ยวเข้าไปตามถนนเล็กๆ ที่ยังเป็นดินลูกรัง ไม่นานก็ไปโผล่ทุ่งนา ความจริงพวกเขาจะเดินอ้อมหลังเรือนมาเลยก็ได้ แต่เพราะมีข้าวเปลือกที่จะนำมาเพาะกล้าอีกหลายกระสอบ จึงต้องขนทั้งคนทั้งของใส่รถอีแต๋นมาแบบนี้เมื่อบังคับรถมาหยุดใกล้ๆ บริเวณที่คนงานกำลังวุ่นวายกับการไถพรวนดินอยู่ ชายหนุ่มก็หันไปบอกทีมหลังรถ“เอ้า! ลงๆ ฮอดนาแล้ว ลงไปทำงานกันได้แล้ว”“ลงแล้วๆ ลงเดี๋ยวนี้แหละจ้า” มดแดงกระโดดลงจากรถก่อนใคร สองแฝดเห็นแบบนั้นก็อยากลงบ้าง จึงกระตุกแขนฤทัยรักษ์ให้ช่วยพาลงจากรถ หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวเกือบทำปิ่นโตที่ถืออยู่หล่นพื้นแล้ว“อย่าเพิ่งๆ เดี๋ยวพี่ลงก่อน ค่อยรับลูกไก่ลูกเป็ดลงไปดีไหมจ๊ะ”สองแฝดพยักหน้าให้ แต่ฤทัยรักษ์ยังไม่ทันขยับตัว แดนดินที่เพิ่งดับเครื่องยนต์เสร็จก็ชิงตัดหน้าเดินเข้ามาอุ้มเด็กๆ ลงไปก่อน ถ้าปล่อยให้เธออุ้มเด็กๆ ลงมาเอง น่ากลัวจะพากันหัวทิ่มลงมาทั้งสามคนนั่นแหละฤทัยรักษ์เห็นเด็กๆ ลงไปกระโดดโล้ดเต้นอยู่กับมดแดงแล้วจึงมองแล้วหาทางลงให้ตัวเองบ้าง ขณะนั้นเองก็รู้สึกตัวลอยวูบ ก่อนจะถูกวางลงที่พื้นข้างเด็กๆ“เธอช้าอะ” คนที่อุ้มร่างบางลงมาบอกก่อนหัน
続きを読む

บทที่ 14

“เป็นไงบ้างหนูอุ่น ไปทำงานในทุ่งนากับพี่เขาวันแรก”คนอาบน้ำล้างคราบสาวนามอมแมมออกแล้ว ยิ้มเนือยตอบคำแพงไปตามตรง “เหนื่อยเหมือนกันค่ะ แต่ก็สนุกไปอีกแบบ รู้เลยว่าหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินของจริงนี่เป็นยังไง”“คิดแบบนั้นก็ดีจ้ะ ถือว่าย่าพามาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แล้วกันนะ”“ค่า แล้วนี่ย่าแพงกำลังจะไปไหนคะ มาค่ะ หนูอุ่นช่วย” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปฉวยถาดใบเล็กที่ท่านถืออยู่มาถือเอง คำตอบที่ได้ทำให้เธออยากจะคืนมันกลับไปเลย“พี่ดินอยากกินขนม พวกย่าก็เลยว่าจะทำให้สักอย่าง เอาไว้กินหลังมื้อค่ำน่ะ”“อะไรกันคะ ทำให้แค่เขาเหรอ แล้วหนูอุ่นล่ะ” เธอแกล้งโวยด้วยสีหน้าเง้างอนหญิงสูงวัยรู้ว่าคุณหนูแกล้งงอน เลยส่ายหน้าบอกยิ้มๆ ว่า “ทำให้ทุกคนนั่นแหละจ้า หนูก็มาช่วยพวกย่าทำด้วยนะ”“ได้สิคะ”เมื่อสองย่าหลานก็ประคองกันลงไปที่ใต้ถุนเรือน ก็เห็นคุณย่าคำหอมกำลังนั่งทำอะไรสักอย่างอยู่บนเตียงไม้ไผ่ขนาดใหญ่ มีหม้อดินกับลังถึงใบใหญ่ขนาดสามชั้นวางอยู่ ยายบัวกำลังก่อเตาไฟอยู่ที่พื้นข้างๆ“แม่แพงมาพอดีเลย มีคนเอาแตงไทยมาให้เมื่อกี้ ฉันเลยว่าจะทำแตงไทยน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน แม่แพงว่าดีหรือเปล่า”คนถูกถามมองแตงไทยสีเขียวอมเหลืองล
続きを読む

บทที่ 15

ดวงตาคมกริบหันไปมองคนมาช่วยเก็บมะพร้าวอย่างนึกฉุนหน่อยๆบอกจะมาช่วยเก็บ เธอก็มาช่วยเก็บอย่างเดียวจริงๆคนต้องออกแรงใช้ไม้ไผ่ที่ทั้งหนักทั้งยาวสอยมะพร้าวลงมาก็คือเขานี่!ตอนนี้ฤทัยรักษ์กำลังนั่งแทะเนื้อมะพร้าวที่เขาลองผ่าดูเนื้ออย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่เขายังเงยหน้าเขย่าไม้ไผ่สอยมะพร้าวพวกนั้นลงมาอย่างคับอกคับใจ พอมะพร้าวหล่นลงมาหมดทั้งทลายแล้ว แดนดินก็โยนไม้ไผ่ทิ้งแล้วร้องเรียกเด็กเก็บมะพร้าวเสียงดังลั่น “นี่เธอ! จะเก็บไหมมะพร้าวน่ะ ไม่เห็นเหรอว่าตะวันจะตกดินอยู่แล้ว อยากกินไหมข้าวกับขนมน่ะหา!”“ไปแล้วค่า” ฤทัยรักษ์รีบโยนมะพร้าวที่เหลือแต่เปลือกทิ้ง แล้วถือกระสอบเดินไปเก็บมะพร้าวที่เกลื่อนอยู่เต็มพื้นอย่างว่าง่าย แต่เก็บจนเต็มกระสอบแล้วก็ยังเก็บไม่หมด“อะไรอีกล่ะ” เขาถามเมื่อเห็นร่างเล็กยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดมองมะพร้าวเต็มพื้น“ก็เยอะขนาดนี้ ฉันแบกกลับคนเดียวไม่ไหวหรอกนะคะ”“ฉันไม่โง่ปล่อยให้เธอแบกกลับไปคนเดียวหรอก ลำพังตัวเองยังเดินลำบาก ริจะแบกมะพร้าว เหอะ! นี่ฉันเอาเธอมาเป็นภาระทำไมกันนะ ทำก็ทำอยู่คนเดียว ไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลยเนี่ย”“ใครว่าฉันไม่ช่วย ฉันก็ช่วยชิมเนื้อมันมะพร้าวไง บอกเลยว่
続きを読む

บทที่ 16

“หึหึ เลิกสงสัยได้แล้ว เธอรอเก็บอยู่ข้างล่างนี่นะ เดี๋ยวฉันปีนขึ้นไปหักกิ่งมันลงมาให้” อธิบายจบแดนดินก็เอาบันไดไม้ไผ่ที่วางอยู่ในพงหญ้ามาพาดต้นสะเดาแล้วไต่ขึ้นไปอย่างเร็ว กิ่งแรกที่อยู่ใกล้ๆ มือถูกเขาหักอย่างง่ายดาย แล้วโยนลงไปให้คนด้านล่างเก็บฤทัยรักษ์รีบวิ่งไปรับ แต่พลาดโดนกิ่งสะเดาร่วงใส่เต็มๆ “โอ๊ย!”“ฮ่าๆ คนขาสั้นก็ช้าแบบนี้แหละ”“อย่าให้ถึงทีฉันบ้างนะ” เธอนึกเข่นเขี้ยวขณะก้มลงเก็บสะเดากิ่งนั้น“คราวนี้รับดีๆ นะ”“ก็โยนลงมาดีๆ สิคะ” เพิ่งจะพูดจบ เขาก็หักเอายอดสะเดาโยนลงมาติดๆ กันราวกับห่าฝน เธอหลบไปทางนั้นทางนี้อย่างกลัวมันจะหล่นใส่ พอตั้งหลังได้ก็ตะโกนบอกคนบนต้นเสียงดัง “พอแล้ว! จะเก็บไปทำไมเยอะแยะ”“แค่นั้นจะไปพอกินอะไร อย่าลืมว่าเย็นนี้คนจะมากันเต็มเรือน”“งั้นคุณลงมา ขอฉันขึ้นไปเก็บบ้าง” สั่งแล้วคนตัวเล็กก็ลงมือเขย่าขาบันไดทันที“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรของเธอ เดี๋ยวฉันตก!” แดนดินร้องลั่นเมื่อฐานที่มั่นถูกสั่นสะเทือนด้วยแรงเขย่าจากมือเล็ก“ลงมาาาา”เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมหยุดแถมยังเพิ่มแรงสั่นขึ้นอีก ชายหนุ่มจึงรีบไต่บันไดลงมา ก่อนที่จะไม่ได้ไต่ลง “เธอนี่มันจริงๆ เลยนะ มาเขย่าขาบันไดแบบนี
続きを読む

บทที่ 17

“ว่าไง บอกหน่อยสิ ทำไมเธอถึงงาบพี่ดินเป็นผัวได้ พูดแล้วก็เสียดาย ไม่รู้ว่าฉันไปเกิดใหม่อีกกี่ครั้งถึงจะได้เจอผู้ชายดีๆ แบบพี่ดิน”คุณย่าคำหอมได้ยินแล้วหัวเราะเบาๆ ถ้าแสดงออกมากกว่านี้ได้คงจะปรบมือชูนิ้วโป้งให้กับการโฆษณาหลานรักแบบสุดโต่งของเภรีไปแล้วหนูอุ่นได้ยินไหมเกิดสิบครั้งก็ไม่มีพี่ดินให้กินแบบนี้อีกนะลูก!ขณะที่ย่าคนพี่นึกชอบใจ ย่าคนน้องถึงกับตกอกครางออกมาเบาๆ กับความแรงของแม่เภรีสาว ส่วนฤทัยรักษ์นั้นหน้าเหยเกไปแล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการสักที เภรีก็ปรายตามองใบหน้าขาวไร้เครื่องสำอางจนเห็นเลือดฝาดจางๆ ของคนที่นุ่งผ้าซิ่นกับเสื้อยืดลายดอกไม้แวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดเสียงบอกอย่างปลงๆ “เอาเถอะ ไม่อยากบอกก็ช่าง ฉันแค่แวะมาดูเฉยๆ ถ้าพี่ดินชอบผู้หญิงหน้าจืดๆ แบบเธอ สวยๆ อย่างฉันก็ได้แต่ทำใจละ”“คุณคะ ฉันกับเขาไม่ได้....” ยังไม่ทันที่ฤทัยรักษ์จะแก้ไขความเข้าใจผิดให้ถูก อีกฝ่ายก็ตัดบทด้วยการพูดกับเจ้าของเรือนเสียงหวาน“วันนี้คงรบกวนเท่านี้แหละค่ะคุณย่า เภรีกลับแล้วนะคะ”หญิงชราพยักหน้าให้ยิ้มๆ “แล้วแวะมาอีกนะจ๊ะ”“ถ้ามีโอกาสเภรีจะแวะมาเยี่ยมอีกแน่นอนค่ะ”ยิ้
続きを読む

บทที่ 18

แดนดินมองดวงตาเบิกกว้างของแม่ตุ่นน้อยแล้วส่ายหน้า หันไปบอกเพื่อนเสียงเรียบ “อย่าสตอ”“ล้อเล่นแค่นี้ก็ต้องดุด้วย” สาวสวยบอกเสียงกลั้วหัวเราะ “แล้วมาที่ร้านทำไมคะ เพิ่งส่งเสื้อไปให้ที่เรือนเองนี่นา”“พาคนนี้มาซื้อเสื้อ” เขาดึงคนตัวเล็กออกมาแนะนำ “นี่หนูตุ่น หลานสาวของย่า”“คุณย่ามีนายเป็นหลานชายคนเดียวย่ะ อย่ามาตอแหลหน่อยเลย”คนที่กำลังจะแก้ชื่อตัวเองชะงัก เมื่อคนสวยสวนกลับแดนดินเหมือนรู้จักกันดีไปถึงไหนๆ“เออ หลานชายน่ะมีแค่คนเดียว คนนี้เป็นหลานสาวคนใหม่ที่เพิ่งมาอยู่ด้วยกันที่เรือน รู้จักกันไว้สิ”“อ้อ สวัสดีค่ะ พี่ชื่อสานะ ยินดีที่ได้รู้จัก”“สวัสดีค่ะ” ฤทัยรักษ์ยิ้มน้อยๆ ให้สาวที่น่าจะเป็นคนทำให้แดนดินเมินสาวที่คำหอมหามาให้ “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ พี่สาเรียกหนูว่าหนูอุ่นก็ได้ค่ะ”“ชื่อน่ารักจังเลยค่ะ” สาเอ่ยชมพลางมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสนใจ แดนดินพามาซื้อเสื้อเองแบบนี้ จะไม่ธรรมดาได้ไง ขนาดเสื้อผ้าของตัวมันเอง ยังโทรมาสั่งให้เธอเอาไปส่งให้แบบลวกๆ เลย“จะยืนจ้องกันอีกนานไหม จ้องไปจ้องมาเดี๋ยวได้ท้องกันพอดี”“ไอ้บ้า! คนนะ ไม่ใช่ปลากัด จะได้ท้องเพราะจ้องตากันน่ะ แล้วอีกอย่างฉันเป็
続きを読む

บทที่ 19

“ฮึก...”ได้ยินคนติดต่อใครไม่ได้หลุดสะอื้นออกมาเบาๆ แดนดินก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เอื้อมมือไปดึงโทรศัพท์มาถือไว้เองแล้วจ้องหน้าเธอนิ่ง“คุณจะทำอะไร เอาคืนมานะ!” ฤทัยรักษ์ตะปบตามโทรศัพท์ น้ำตาเม็ดใสที่เอ่อคลอในตอนแรกร่วงพราวลงมาเป็นสายทันทีที่มองสบตาวาววับเอาเรื่องของเขา“ร้องทำไม” พอเห็นน้ำตาเธอ เสียงเข้มก็อ่อนลงไม่รู้ตัว“เอาโทรศัพท์ให้ฉันเถอะค่ะ ฉันต้องโทรหาเขานะ”“เขาสำคัญกับเธอมากหรือไง ถึงได้เป็นห่วงขนาดนี้”“สำคัญมาก!”คำตอบที่ได้ทำเอาแดนดินขบกรามแน่น เขามองดวงตาที่วาวด้วยหยาดน้ำอยู่นาน กว่าจะยอมยื่นโทรศัพท์ให้ ยิ้มหยันผุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาทันทีที่แม่ตัวดีหันหลังให้แล้ววุ่นวายกับการกดโทรหาใครสักคนอีกครั้งครั้งนี้ฤทัยรักษ์รอสายไม่นานก็มีคนรับ“คุณชายคะ!” เธอเรียกเสียงสั่นๆ เมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่มหูของหม่อมราชวงศ์เอกตะวันดังมาในมือถือแดนดินที่เอียงหูฟังอยู่ข้างๆ ได้ยินแล้วนิ่วหน้าคิด คนในข่าวเป็นคุณชายแล้วยังเป็นนายหัวด้วยเหรอ?ฤทัยรักษ์ไม่สนใจว่าแดนดินจะแอบฟัง รีบบอกคุณชายหนุ่มให้ทราบว่าตัวเองเป็นใคร “หนูอุ่นเองนะคะ เกิดอะไรขึ้นที่เกาะเคียงจันทร์เหรอคะ หนูอุ่นเห็นข่าวนายหัวแล้ว
続きを読む
前へ
1234567
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status