All Chapters of ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย: Chapter 51 - Chapter 60

75 Chapters

50

“อีอีมิกล้าอาจเอื้อม ฝีมือของคุณหนูควรเป็นท่านแม่ทัพที่ได้ลองชิมเป็นคนแรกเจ้าค่ะ” ได้ฟังเช่นนั้น เจ้าของโจ๊กถึงกับต้องหยุดคิด ก่อนตอบออกมาในที่สุด “อืม…ก็ได้ คอยดูเถอะถ้าโจ๊กนี่อร่อยจนหมดหม้อ เจ้าจะต้องเสียใจแล้วก็เสียดายที่ไม่ได้กินฝีมือข้า” ได้ฟังถงอีอีถึงกับถอนหายใจเบาๆ ถามว่าเสียใจไหม ตอนนี้คงรู้สึกเบาใจเสียมากกว่า “เจ้าให้คนมาเอาไปจัดเตรียมต่อได้เลยนะ ข้าจะออกไปตามท่านแม่ทัพให้มากินของอร่อยสักหน่อย” สั่งการเสร็จเธอก็เดินออกไปจากครัว ทำให้ถงอีอีจำต้องรีบวิ่งไปแจ้งตามที่นายสาวสั่ง ก่อนจะรีบวิ่งตามนายสาวออกไป เธอเดินมาตามเสียงของเหล่าทหารที่กำลังฝึกกันอย่างแข็งขัน กระทั่งสายตาก็ปะทะเข้ากับคนที่ตัวเองกำลังตามหา ท่ามกลางเหล่าทหารมากมาย แต่เธอกลับมองเห็นเขาอย่างง่ายดาย ก็ไม่รู้ว่าเขาโดดเด่นกว่าใคร หรือเพราะในสายตาเธอมันฝักใฝ่แค่เขาก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือกล้ามเขายังแน่นเหมือนเดิม “ลู่อวี๋แกจะใจเต้นทุกครั้งที่เห็นเขาถอดเสื้อไม่ได้ ก็แค่อกล่ำๆ ก็แค่กล้ามแน่นๆ ไม่เห็นมีอะไรน่าหวั่นไหวเลยสักนิด อย่าลืมสิ มากกว่าถอดเสื้อ แกก็เห็นมาแ
Read more

51

“หมายความว่ายังไง” ฟาหยางเสียงดังขึ้นอีก ตามอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ “ก็หมายความว่า…ทั้งกองทัพนี้ผู้ที่มีอำนาจเหนือข้า เห็นจะมีแค่ท่านเท่านั้นกระมังท่านแม่ทัพ” ฟางหรงยังคงกวัดแกว่งพัดในมือด้วยท่าทีสบายๆ เช่นเดิม “เจ้ากำลังแอบอ้าง หากข้าเอาเรื่องนี้ขึ้นทูลฝ่าบาท หัวเจ้าคงหลุดออกจากบ่า” ฟาหยางชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด “นึกอยู่แล้วว่าท่านคงไม่เชื่อคำพูดลอยๆ จากปากข้า แล้วถ้าเป็นสิ่งนี้เล่า เชื่อได้หรือไม่” ฟางหรงว่าพลางหยิบป้ายทองขึ้นชู “ป้ายทอง” ฟาหยางครางอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา “ใช่ นี่คือป้ายทองจากฝ่าบาทที่ทรงแต่งตั้งให้ข้าเป็นรองแม่ทัพ ถ้าจะมีใครไล่ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างข้าออกจากที่นี่ได้ ก็คงมีแค่ฝ่าบาทกระมัง ท่านว่าจริงหรือไม่” “เช่นนั้นเจ้าก็จงจำเอาไว้ให้ขึ้นใจว่าต่อให้เจ้ายิ่งใหญ่มาจากไหน แต่เมื่ออยู่ที่นี่ย่อมไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าข้า” เขาแผดเสียงแสดงอำนาจ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาพึงกระทำ แต่กับคนผู้นี้เขาจำเป็นต้องทำ “ข้าก็ได้แต่หวังว่าแม่ทัพผู้ยิ่งให
Read more

52

“นั่นสิ งานหนักเช่นนั้นจะปล่อยให้สตรีรูปร่างบอบบางเช่นเจ้าทำได้อย่างไร อีกอย่างที่นี่ก็แบ่งงานกันเป็นสัดส่วน งานประเภทนั้นปล่อยให้ฝ่ายเสบียงจัดการไปเถอะ เชื่อข้า” อา…นี่คงเป็นอีกครั้งที่บุรุษทั้งสองเห็นไปในทิศทางเดียวกัน มิหนำซ้ำยังเผลอหันมาเพยักพเยิดให้กันอีก ครั้นพอนึกขึ้นได้ก็รีบหันไปคนละทาง แต่ก็ต้องหันกลับมาเพราะเสียงเธออีก “ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนี่ ข้าเองก็อยู่ว่างๆ มีอะไรให้ทำบ้างก็ดีออก” “ไม่ดีหรอก” ฟางหรงเผลอสวนกลับมาอย่างใจคิด “หืม!” เธอหันขวับมาเลิกคิ้วให้ ทำเอาคนเผลอถึงกับผงะตาโต ก่อนจะรีบแก้ต่างทันควัน “เอ้อ…ข้าหมายถึงงานแบบนั้นไม่ดี ไม่เหมาะกับเจ้าหรอก” “ข้ามิใช่จะอ่อนแอถึงขนาดทำอะไรไม่ได้ ให้ข้าอยู่เฉยๆ หายใจทิ้งขว้างไปวันๆ เช่นนั้นข้าก็คงเฉาตาย สู้ให้ข้าทำตัวให้เป็นประโยชน์ ยังพอจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง” เธอยังคงดื้อดึง พาให้คนรอบข้างถึงกับทำหน้าเครียดไปตามๆ กัน ด้วยกลัวว่าจะต้องทนกินอาหารรสชาติเค็มๆ เช่นนี้ทุกวัน “เช่นนั้นเจ้าก็เย็บปักถักร้อยดังที่เจ้าถนัดดีหรือไม่ เย็บอาภรณ์ให้ข้าสักช
Read more

53

“ท่านก็มองในแง่ร้ายเกินไป เท่าที่ดูฟางหรงเขาก็ไม่ได้ร้ายกาจขนาดนั้นสักหน่อย” แน่นอนว่าการเป็นเพื่อนกับอีกฝ่ายในโลกอนาคต มันทำให้เธอคิดภาพความร้ายกาจของเพื่อนไม่ออก “เจ้ากำลังออกรับแทนมัน” คนขี้หวงมองมาอย่างกำลังตัดพ้อ“เปล่าสักหน่อย ข้าก็แค่คิดไม่ออกว่าเขาจะทำร้ายข้าทำไม” เธอเข้าไปเกาะแขนอย่างออดอ้อน ก่อนบอกเสียงอ่อย“เจ้าจะไปรู้ทันกลอุบายคนเจ้าเล่ห์ร้ายกาจพรรค์นั้นได้อย่างไร ยังมีอีกหลายอย่างเกี่ยวกับฟางหรงที่เจ้าคาดไม่ถึง ทางที่ดีจงอยู่ห่างจากคนผู้นั้นเสีย เพราะข้าไม่อยากสร้างกรรมให้ต้องเวียนว่ายมาเจอกับคนพวกนี้อีก ข้าหวังใจเหลือเกินว่าเวรของเราจะสิ้นสุดลงแค่ชาตินี้” สุ้มเสียงเขาแผ่วเบายามนึกถึงอดีตที่ยังต้องเวียนว่ายมาข้องแวะกับคนเหล่านี้ซ้ำๆ อดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นเพราะการทำร้ายกันไปมา แล้วสุดท้ายก็จบด้วยการที่เขาต้องคร่าชีวิตทุกคน และนี่ก็คงเป็นกรรมที่ทำให้เขายังต้องวนเวียนมาเจอกับคนพวกนี้ไม่รู้จักจบสิ้น “ข้าว่าท่านระแวงเกินไป ถ้าฟางหรงคนนี้กับเฟยหลงเพื่อนของข้าคือคนคนเดียวกัน ข้ารับรองว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง ถ้าในภพของข้าเขาเป็นคนดี ภพนี้เขาก็ต้องดีเหม
Read more

54

“แล้วข้าจะรีบกลับมา" เขาดึงตัวเธอออกห่าง ก่อนโน้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากเธอเบาๆ “อีอีพาคุณหนูของเจ้ากลับไปพักแล้วดูแลนางให้ดี" ก่อนไปชายหนุ่มไม่วายหันมาสำทับสาวใช้เสียงเข้ม “เจ้าค่ะท่านแม่ทัพ" ถงอีอีรีบรับคำแล้วรีบโอบประคองคุณหนูของเธอกลับกระโจมอย่างรู้งาน กลางดึกที่เงียบสงัด ทหารฝีมือดีหรือที่ใครๆ ต่างขนานนามพวกเขาว่ากองกำลังอินทรีย์ดำ ถูกพาออกมาปฏิบัติภารกิจ ทุกคนสวมชุดดำอีกทั้งยังปิดหน้าปิดตาราวโจรป่า ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านแม่ทัพที่บัดนี้ผันตัวมาเป็นหัวหน้าโจรชั่วคราว กระทั่งอยู่ๆ หัวหน้าก็ชูมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุด “เกิดอะไรขึ้นขอรับท่านแม่ทัพ" ทหารนายหนึ่งกระซิบถามด้วยความสงสัย ในขณะที่แม่ทัพหนุ่มยังคงกวาดตามองไปรอบตัวที่เงียบสงบ ซึ่งดูเหมือนจะสงบเกินไปจนน่าสงสัย ดังคำกล่าวที่ว่า…ก่อนพายุจะมาคลื่นลมมักเงียบสงบเสมอ และดูเหมือนว่ามันจะมาจริงๆ “มันเป็นกับดัก ทุกคนถอย" เสียงแม่ทัพตะโกนลั่น แต่เหมือนจะไม่ทันการ เมื่อลูกธนูถูกสาดยิงเข้าใส่ ส่วนหนึ่งหาที่หลบได้ทัน แต่อีกส่วนก็ต้องเอาชีวิตมาสังเวย ถึงจะเป็นแค่ส่วนน้อ
Read more

55

ไม่ใช่แค่ว่องไว แต่ความคิดเขายังล้ำเลิศ เพราะหลังจากล่อเป้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจได้แล้ว คนของเขาที่รอจังหวะอยู่แล้วก็ฉกฉวยโอกาสนั้นโจมตีด้วยการสาดยิงธนูโต้ตอบกลับไป กอปรกับกำลังคนที่แยกออกไปเพื่อจุดระเบิดและลอบวางเพลิงก็กลับมา พร้อมกับจุดระเบิดที่ลักลอบเอาออกมาแล้วขว้างมันออกไป แน่นอนระเบิดเหล่านี้ล้วนเป็นระเบิดของศัตรู และภารกิจที่เขามอบหมายตั้งแต่แรกก็คือการทำลายคลังอาวุธของอีกฝ่ายให้สิ้นซากนั่นเอง แต่เมื่อทุกอย่างผิดแผน อาวุธของฝ่ายตรงข้ามจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์เยี่ยงนี้ “ไอ้พวกโง่ คุ้มกันข้า" แม่ทัพฝ่ายตรงข้ามโวยลั่นด้วยท่าทีลนลาน เมื่อเห็นฟาหยางกำลังมุ่งหน้ามาทางตน แน่นอนไม่ใช่แค่กิตติศัพท์ที่ได้ยิน แต่ได้เห็นความเก่งกาจจากการปลิดชีพคู่ต่อสู้ในดาบเดียวของอีกฝ่ายมาแล้วกับตา “อยากเด็ดหัวข้ามิใช่รึ เข้ามา…ห้าวหาญให้เหมือนกับที่เจ้าประกาศก่อนหน้า ให้สมกับที่ใครๆ ขนานนามให้เป็นแม่ทัพผู้กระหายเลือด ออกมา…อย่ามัวแต่หดหัวอยู่หลังผู้อื่นเยี่ยงคนขี้ขลาด ออกมาประมือกับข้าให้สมศักดิ์ศรี หาไม่แล้ว…ข้าจะตามไปกุดหัวเจ้าถึงที่" คำขู่ของแม่ทัพหนุ่มทำคนที่ยืนหลบอยู่หลั
Read more

56

“เอ๊ะ! นั่นฟางหรงนี่ เขาบาดเจ็บเหรอ” ยังไม่ทันจะได้คำตอบ เธอก็รีบวิ่งตรงไปหาคนที่ถูกหิ้วปีกเข้ามา “ฟางหรงท่านเจ็บมากหรือไม่” ลูกธนูที่ยังปักอยู่ที่หน้าอกของอีกฝ่ายคงตอบคำถามเธอได้ดี แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอก็ไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีไปกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายพยายามเงยหน้ามองแล้วฝืนยิ้มให้ “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น รีบไปรักษาตัวก่อน” เห็นฟางหรงพยายามจะอ้าปากพูด เธอก็รีบปราม แล้วพยักหน้าให้คนรีบพยุงเขาเข้าไปด้านใน หลังจากนั้นทั้งหมดก็วิ่งวุ่นอยู่กับการรักษาคนเจ็บ โดยมีเธอและสาวใช้คอยช่วยเหลือเป็นกำลังสำคัญตลอดจนเช้า กระทั่งเมื่อทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทาง เธอก็นั่งผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ความอ่อนเพลียทำให้เธอไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองถูกอุ้มกลับมานอนที่กระโจมตั้งแต่เมื่อใด รู้ตัวอีกทีก็เกือบเที่ยงวัน “…” เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก กระทั่งค่อยๆ สงบลงหลังจากได้มองบรรยากาศที่คุ้นตา โดยเฉพาะแผ่นหลังที่คุ้นเคย “ข้าหลับไปนานเท่าไหร่เนี่ย" เธอถามพลางบีบนวดที่ต้นคอเพื่อคลายความเมื่อยขบ “เจ้
Read more

57

“ช่วยข้า?” ฟางหรงหรี่ตาอย่างกำลังหยั่งเชิง “แน่นอนสิ หากเป็นท่านเห็นข้าเดือดร้อน ท่านจะไม่ช่วยรึไงล่ะ" “ช่วยสิ ถึงจะเป็นได้แค่เพื่อน แต่ข้าจะปกป้องและช่วยเจ้าอย่างสุดกำลัง มิให้ใครมารังแกเจ้าได้" ฟางหรงรีบตอบอย่างกระตือรือร้น “คนของข้ามิจำเป็นต้องให้ใครมาปกป้อง เพราะข้าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกนางได้” ฟาหยางเดินเข้ามาโอบเอวคนของตัวเองอย่างถือสิทธิ์ ในขณะที่สายตากลับจับจ้องไปยังคนที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าบูดบึ้ง แต่รายนั้นก็มิได้ยำเกรง จ้องตอบอย่างไม่คิดจะยอมแพ้เช่นกัน ต่างฝ่ายต่างจ้องกันเขม็งประหนึ่งกำลังขับเคี่ยวกันทางสายตา และก่อนที่ศึกครั้งนี้จะบานปลาย คนกลางอย่างเธอจำต้องทำอะไรสักอย่าง “เอ่อ…ท่านมาตามข้าเหรอ ข้าเสร็จธุระพอดี เช่นนั้นเรารีบไปกันเถอะ" เธอพยายามจะลากเขาออกไป ด้วยไม่อยากให้เกิดการปะทะกันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางสายตา ฝีปาก หรืออะไรก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อรายนั้นยืนเป็นยักษ์ปักหลั่น ไม่ยอมขยับไปไหน “แต่ข้ายังมิเสร็จธุระ" “ธุระกับใครเหรอ" เธอถามด้วยสีหน้าคลางแคลง
Read more

58

“เจ้าเป็นภรรยาของข้า มิใช่กำลังจะเป็น" “อื้ม…ก็นั่นแหละ ในฐานะนั้น หากท่านทำอะไรไม่ถูกไม่ควร ข้าผู้ซึ่งเป็นภรรยาย่อมต้องบอกต้องเตือนได้ ไม่งั้นชาวบ้านคงเอาไปนินทาว่าข้าเป็นคู่ชีวิตที่ใช้ไม่ได้" “แต่สำหรับข้า สามีที่ดีควรอยู่กับภรรยามิใช่ออกไปหาความสำราญข้างนอก และที่สำคัญสามีอย่างข้าก็ปรารถนาจะอยู่กับเจ้ามากกว่าออกไปงานเลี้ยงอะไรนั่น” เขาว่าพลางกระตุกแขนให้เธอเสียหลักเซลงมานั่งบนตัก แต่แทนที่เจ้าตัวจะตกใจกลับกลายเป็นยิ้มล้อเลียน “หายงอนข้าแล้วเหรอ” เธอหรี่ตามองพลางยกสองแขนคล้องคอเขาด้วยสายตาออดอ้อน “เจ้าคงไม่รู้ว่าเวลาที่ข้าเฝ้ารอเจ้ามันช่างเนิ่นนานและทรมานมากเพียงใด ดังนั้นสำหรับเจ้าแล้ว ข้าไม่อยากให้อะไรมาทำให้เราต้องขุ่นข้องหมองใจ และข้าจะใช้ทุกเวลากับเจ้าให้มีค่าที่สุด” เขาบอกก่อนโน้มลำคอเธอลงมาแล้วจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ “เพราะท่านน่ารักแบบนี้ไง ข้าถึงได้รักท่านหัวปักหัวปำ” เธอใช้สองมือหยิกแก้มเขาเบาๆ อย่างหยอกเอิน “ข้าชอบคำว่ารักจากเจ้า จนอยากจะรักเจ้าใจจะขาด” เขาบอกเสียงกระเส่า ในขณะที่นัยน
Read more

59

“เห็นทีหมดจอกนี้ข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน วันพรุ่งยังมีภารกิจอีกมากให้ต้องทำ” แม่ทัพหนุ่มบอกก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจอก หวังจะได้ออกจากงานน่าเบื่อนี่เสียที แต่เหมือนจะไม่เป็นดังคิด เพราะหลังจากนั้นขุนนางน้อยใหญ่ต่างทยอยกันเข้ามาชนแก้วกับเขาคนแล้วคนเล่า ทำเอาเจ้าของงานถึงกับแอบลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ กระทั่งเห็นแม่ทัพหนุ่มสะบัดหน้าไปมา ประหนึ่งกำลังมึนเมา คนเจ้าเล่ห์จึงปรี่เข้ามาทันควัน “ดูท่าท่านน่าจะดื่มหนักจนเมาแล้วกระมัง ให้ข้าพาไปพักที่ห้องรับรองก่อนดีหรือไม่” เจ้าเมืองปู้โตวเข้ามาประคองหวังพาอีกฝ่ายเข้าห้องตามแผน “ไม่เป็นไร ข้ากลับเลยดีกว่า” เห็นแม่ทัพหนุ่มทำท่าจะผละออกไป จินมู่ถึงกับหน้าถอดสี ด้วยกลัวว่าหากยาออกฤทธิ์เต็มที่ระหว่างทาง จากกิตติศัพท์ที่เลื่องลือของฝูฟาหยาง หลังจากนี้ไปชีวิตและหน้าที่การงานของตนคงพังย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี ดีไม่ดีแม้แต่ชีวิตก็คงรักษาไว้ไม่ได้ จินมู่จึงพยายามยื้อเอาไว้สุดกำลัง “หากกลับไปในสภาพเช่นนี้แล้วเจอโจรป่าหรือข้าศึกระหว่างทางคงไม่ดีแน่ อย่างไรเสียข้าว่าท่านไปพักสักหน่อยแล้วค่อยกลับก็ยังไม่สาย ข้าจะให้เด
Read more
PREV
1
...
345678
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status