All Chapters of กับดักเสน่หา: Chapter 31 - Chapter 40

144 Chapters

บทที่ 30

ความรู้สึกนี้มันช่างบริสุทธิ์เหลือเกิน มือใหญ่ยื่นออกไปเพื่อเขี่ยปอยผมที่เปียกชื้นอยู่บนหน้าผากนวล‘นางหลับลึกไปหรือไม่ เมื่อครู่มิใช่ว่าข้าเพิ่งจะตะโกนออกมาสุดเสียงหรือ’ สือเจี้ยนหาวคิดพลางขมวดคิ้ว ทว่ามือของเขายังไปไม่ถึงใบหน้าซึ่งกำลังนอนหลับใหลของนาง หูก็พลันได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอกมือใหญ่ดึงวิหคยมทูตที่เหลืออยู่เพียงเล่มเดียวออกมา ก่อนที่เขาจะพุ่งออกไปหลบอยู่หลังประตู ผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาเงียบๆ ยังไม่ทันได้เข้ามาถึงกลางห้อง มีดสั้นที่แฝงไว้ด้วยรังสีเข่นฆ่าก็พุ่งเข้าโจมตี ทำให้เขาต้องเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว“เจี้ยนหาวข้าเอง” จ้าวเหยียนเจี๋ยรีบส่งเสียง เพราะเขาร้อนใจอยากจะพบเหยียนหว่านเอ๋อร์ จึงลืมไปว่ามีหรือที่สือเจี้ยนหาวจะทิ้งนางไว้ลำพังในตอนที่ไม่มีผู้ใดอยู่เช่นนี้“เหยียนเจี๋ย เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง” สือเจี้ยนหาวรั้งฝ่ามือและวิหคยมทูตในมือกลับ“ข้าร้อนใจไปหน่อย เห็นเจ้าปลอดภัยก็ดีแล้ว อย่าทำเช่นนั้นอีก” จ้าวเหยียนเจี๋ยตบบ่าของอีกฝ่ายเบาๆ ทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่ต่างคนต่างก็ยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก“ข้ารู้ ข้าขอโทษที่ทำแบบนั้น แต่หากข้าไม่ทำเราสามคนคงได้ตายกันหมด”
Read more

บทที่ 31

ดอกเหมยสีแดงเบ่งบานส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งหุบเขา หิมะที่กำลังร่วงหล่นโปรยปรายทำให้อากาศที่หนาวเหน็บ ยิ่งทวีความเย็นเยียบท่ามกลางปอยหิมะที่ลอยละล่องลงสู่พื้น ร่างอรชรกลับพุ่งเข้าไปขวางบุรุษที่ยืนหันหลังอยู่ มีดสั้นเล่มหนึ่งแทงเข้ามากลางอก ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วทุกอณู ทำให้ใบหน้าหญิงสาวบิดเบ้ ร่างอ่อนแอนอนอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม ค่อยๆ ยื่นมือออกไปแตะใบหน้าเขา ใบหน้าซึ่งรางเลือนไม่อาจสัมผัสและไม่อาจจินตนาการกระนั้นดวงตาดุร้ายประหนึ่งปิศาจพันปีที่จ้องมองมากลับชัดเจนกว่าสิ่งใด เลือดที่หลั่งรินชโลมชุ่มโชก ใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวส่งยิ้มให้เขา‘กลีบดอกเหมยแดงปลิดปลิว หิมะขาวโพลนคล้ายคนร่ำไห้ คิดถึงข้าบ้างในยามที่ท่านมองเห็นดอกเหมยแดงเช่นเหมยแดงต้นนี้’ ร่างชายหนุ่มสั่นสะท้าน มองใบหน้าซีดเซียวนั้นด้วยความสงสาร ดวงตาดุร้ายคล้ายดวงตาของสัตว์ป่า ลึกล้ำดังก้นมหาสมุทร แต่ในขณะเดียวกันกลับงดงามดังแก้วผลึกล้ำค่า เขาก้มลงมองหญิงสาว เผยอริมฝีปากกล่าวเสียงแผ่ว ‘มันจะอยู่เป็นเพื่อนเจ้า...แทนข้า’ น้ำเสียงของเขามั่นคงดุจดังดวงตาที่ไร้ละรอกกระเพื่อมไหว ในขณะที่เขามอบมีด
Read more

บทที่ 32

พวกมันแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว และอาศัยอยู่บนพื้นผิวโลกที่แห้งแล้งนั้น ในขณะที่มนุษย์ผู้ที่สร้างมันขึ้นมากลับต้องอัปเปหิตัวเองลงไปอยู่ใต้พื้นผิวโลกหนึ่งร้อยปีหลังจากหลบอยู่ใต้พื้นดิน มนุษย์สามารถสร้างสกายเวิลด์สำเร็จก่อนย้ายถิ่นฐานขึ้นไปอยู่เหนือชั้นบรรยากาศที่เพียงแห่งเดียวที่จะไม่ถูกคุกคามจากไซฟรอส สัตว์ที่ถือกำเนิดจากน้ำมือของพวกเขาเองรูปร่างของไซฟรอสจะมีลักษณะคล้ายสิงโต ทว่าตัวใหญ่กว่ามาก ตลอดลำตัวมีเกล็ดที่ทั้งหนาและแข็งแรงหุ้มอยู่ มีหางคล้ายวัว มีเขาเล็กๆ สองข้างโผล่ออกมา ดวงตาของพวกมันสามารถปรับให้มองเห็นทั้งในยามกลางวันและกลางคืนพวกมันมีความคิด มีความรู้สึก ทั้งยังฉลาดมากที่สำคัญที่สุดเลือดบางส่วนของพวกมันคือยาที่สามารถรักษาโรคได้ทุกโรค ขอเพียงแค่ดื่มมันเข้าไป ทว่าการที่จะได้เลือดของไซฟรอสมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสาเหตุนี้เองสกายเวิลด์จึงตั้งองค์กรและฝึกนักล่าขึ้นมาจำนวนหนึ่ง จุดประสงค์ก็เพื่อไล่ล่าไซฟรอสโดยเฉพาะ‘เดอะฮันเตอร์’หน่วยงานนักล่าที่มีหน้าที่ไล่ล่าไซฟรอส หัวหน้าหน่วยคนล่าสุดขององค์กร ซึ่งเป็นนักล่าอันดับหนึ่งที่ยังไม่เคยมีนักล่าคนใดสามารถเอาชนะได้เป็นหญิงสาว
Read more

บทที่ 33

“โวยวายหรือคัดค้านไปก็เท่านั้น เดอะฮันเตอร์ของเราตอนนี้มีสิทธิ์พูดมากหรือไง ตั้งแต่ล้มเหลวตอนเข้ายึดฐานที่มั่นบนโลกไม่ได้ พวกเขาก็มองข้ามเราไปอย่างสิ้นเชิง อีกอย่างถึงคัดค้านสำเร็จพวกเราก็ต้องเป็นฝ่ายออกไปอยู่ดี ยังไงพวกเขาก็ไม่อาจออกไปเผชิญกับไซฟรอส ไม่อย่างนั้นพวกเขาจะฝึกเราเพื่ออะไรกัน” อีอีตอบเสียงเฉยชา “นั่นสิ ปากก็บอกว่าเราคือต้นแบบดั้งเดิม เป็นความหวังของมวลมนุษยชาติ แต่สิ่งที่พวกเขาทำก็คือการส่งเราออกไปเสี่ยงภัยทุกวัน โดยที่ตัวเองก็ได้แต่นั่งออกคำสั่งไปวันๆ” อาร์เจลุกขึ้นบ้าง“จะไปไหนอาร์เจ” พอลเอ่ยถามอย่างร้อนรน“ไปเตรียมอาวุธ” อาร์เจตอบโดยไม่หันหลังกลับมา “เจอกันที่ยาน” อาร์เจเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองด้านหลังอีก“อีอี ผมต้องไปด้วย” นิโคลัสรั้งอีอีเอาไว้“ทำไม” หญิงสาวขมวดคิ้ว“เป็น...เอ่อ เป็นคำสั่งจากเบื้องบน หากสกายแล็บเกิดความเสียหาย ผมกับพอลต้องนำข้อมูลบางอย่างกลับมาด้วย” เขาไม่กล้าบอกว่าเสนอตัวเองเพราะเป็นห่วง“ห่วงตัวเองเถอะนิค เพราะตอนนี้คนที่ดูแลตัวเองได้ดีเวลาอยู่ต่อหน้าไซฟรอสคืออีอี” เมย่าค่อนขอดก่อนจะเดินออกไปจากห้องอีกคน“งั้นก็เจอกันที่ยาน” อีอีผละ
Read more

บทที่ 34

นิโคลัสบอกเพียงว่าเธอถูกเล็บแหลมคมของไซฟรอสแทงเข้ากลางอก ทว่าเธอล่าไซฟรอสมาสองปี นับตั้งแต่เธอถูกทำร้ายตอนอายุสิบเก้าทำไมเธอจะไม่รู้ว่าแผลเป็นที่กลางอกไม่ได้เกิดจากกรงเล็บของไซฟรอส แต่มันเป็นแผลเป็นจากคมมีด!!!“เลิกพูดถึงเรื่องนี้เถอะ พวกเขามาโน่นแล้ว” อาร์เจบอก แต่พอเห็รอีอีเดินเข้าไปในห้องควบคุมของยาน หญิงสาวกลับขมวดคิ้วมองนิโคลัสมือเล็กแตะสร้อยที่ห้อยอยู่บนคอ ‘หรือว่าถึงเวลาแล้วที่จะบอกความจริงทั้งหมดให้อีอีรู้’ คิดพลางขมวดคิ้วแล้วลอบถอนหายใจ ปีก่อนเธอไปได้ยินความลับเรื่องหนึ่งเข้า ความลับที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของคนหลายคน ใช้เวลาเพียงไม่นานยานก็เดินทางมายังถึงสกายแล็บ ภาพของสกายแล็บที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า ทำให้ทั้งห้าคนยืนมองอย่างไม่อยากจะเชื่อความเงียบที่เข้าปกคลุมท่ามกลางควันไฟที่โพยพุ่งแน่ใจแล้วว่าที่นี่เพิ่งจะถูกโจมตีได้ไม่นาน ทว่าไม่น่าเชื่อว่าไซฟรอสเพียงตัวเดียว จะสามารถสร้างความเสียหายได้มากถึงเพียงนี้ “ทุกคนระวังตัวด้วย”อีอีก้าวลงมาจากยานเป็นคนแรก เมื่อรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติจึงหันหลังไปเตือนลูกทีม อาวุธที่ถูกเรียกออกมาจากนาฬิกาไมโคร เตรียมพร้อมใช้งาน
Read more

บทที่ 35

เขาจะเปิดเสื้อคลุมเนื้อหนาออก ในนั้นมีมีดสั้นเล่มหนึ่ง เมื่อพอลยื่นมันมาให้หญิงสาวจึงมองเห็นว่าด้ามมีดเล่มนั้นมีรูปร่างคล้ายกรงเล็บของเหยี่ยว ส่วนปลายของด้ามประดับพลอยสีแดงเม็ดใหญ่เงางามเป็นประกายเม็ดหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามีดสั้นแบบนี้ไม่มีทางที่จะถูกผลิตขึ้นในสกายเวิลด์ “นี่อะไร” อาร์เจยื่นมือออกไปรับมาอย่างงุนงง “คืนมันให้อีอี” พอลเอ่ยแล้วล้วงปืนเลเซอร์ส่งให้อาร์เจกระบอกหนึ่ง “พาอีอีหนีไปเสีย ฉันจะถ่วงเวลาให้ ยานจอดอยู่ที่ด้านหลังห้องแล็บ ไปเจอกันที่นั่น”พูดจบพอลก็ยิงปืนเลเซอร์ไปยังประตูห้อง แสงเลเซอร์ที่ถูกยิงออกมา ทำให้ประตูระเบิดเป็นวงกลมพอให้ทั้งสองคนเดินผ่านไปได้ เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นทันทีที่ประตูระเบิดออก “อาร์เจ!” พอลตะโกนพร้อมกับโยนปืนสองกระบอกให้อาร์เจ มันคือสกายออโต้กัน ปืนแบบออโตเมติกที่อาร์เจชอบใช้นั่นเองหญิงสาวรับมาก่อนที่จะพยักหน้าขอบใจเขา แล้ววิ่งไปยังทิศทางของห้องแล็บ ระหว่างทางไปที่ห้องแล็บยังต้องผ่านห้องขัง ดังนั้นอาร์เจจึงตัดสินใจเข้าไปช่วยนิโคลัสกับเมย่าออกมาด้วย “เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาถึงได้ขังเรา”
Read more

บทที่ 36

“น้องเล็ก เจ้ากินอะไรเสียหน่อย ข้าทำอาหารอ่อนๆ มาให้ ตั้งแต่เช้าเจ้าก็เอาแต่ง่วนอยู่กับการปรุงยาเช่นนี้ หากว่านายท่านทราบจะตำหนิข้าได้ที่ไม่ดูแลเจ้า” อวิ๋นหยาวางถาดอาหารลงบนโต๊ะกลางห้องเหยียนหว่านเอ๋อร์ก็เดินเข้ามานั่งข้างๆ นางแต่โดยดี “ท่านก็พูดอย่างกับเขาเคยตำหนิท่าน” “เขาไม่เคย และข้าก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น เจ้าจะดูแลรักษาคนอื่นได้อย่างไร หากว่าแม้แต่ตัวเองก็ยังละเลย” อวิ๋นหยาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมา ก่อนยื่นไปซับเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาบนหน้าผากให้อีกฝ่าย “ท่านช่างดีกับข้ายิ่งนักพี่สะใภ้” เหยียนหว่านเอ๋อร์รู้สึกจริงๆ ว่าอวิ๋นหยาเห็นนางเป็นน้องสาว ทั้งยังรักและห่วงใยนางจากใจจริง “เจ้าเป็นน้องเล็ก ข้าคือพี่สะใภ้ ไม่ดีกับเจ้า ข้าจะไปดีกับใคร มา...กินเสียหน่อยข้าจะคอยดูยาให้เจ้าเอง เจ้าจะได้พักบ้าง” อวิ๋นหยาเดินไปยังเตาเล็กๆ ที่ใช้ตุ๋นยา ก่อนจะใช้พัดกระพือไฟให้ร้อนสม่ำเสมอ “พี่สะใภ้ ท่านว่าใหญ่กับพี่ชายของเขาจะเข้ากันได้หรือยัง” “พูดก็พูดครั้งนี้เจ้าก็ทำเกินไป รู้ทั้งรู้ว่าพี่ใหญ่ไม่ชอบ และไม่อยากจะยอมรับเรื่องที่เขาเป็นถึงองค์ชายแค
Read more

บทที่ 37

‘เลือดหนึ่งหยดเป็นทาสเฮยอู๋ฉางชั่วนิรันดร์ แม้นร่างกายแลวิญญาณแหลกเหลว แต่จักต้องเวียนว่ายตายเกิดไม่จบสิ้น โดดเดี่ยวอ้างว้าง เจ็บปวดพลัดพรากหาที่สิ้นสุดไม่ วิหคหนึ่งคู่มิอาจแยกจากกันฉันใด ผู้ถือครองก็มิอาจละทิ้งคำสาปฉันนั้น อยู่ก็มิสู้ตาย ตายก็มิเท่ามีชีวิต ชั่วนิจนิรันดร์อยู่คู่กันตราบชั่วฟ้าดินสลาย’ ”“เอ๋” เหยียนหว่านเอ๋อร์สะดุ้งในใจกับประโยคหนึ่งทันทีที่ได้ยิน‘โดดเดี่ยวอ้างว้าง เจ็บปวดพลัดพรากหาที่สิ้นสุดไม่’“แล้วทำไมจึงมีคนที่ต้องการคำสาปเช่นนั้นไปไว้ในครอบครองเล่า” เหยียนหว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้ว“ร่ำลือกันว่าวิหคยมทูตคือสิ่งที่มาคู่กับตำราวิหคเหินวายุ ตำราวิทยายุทธ์อันล้ำเลิศของไป๋อู๋ฉาง ดังนั้นผู้ที่ละโมบในวิทยายุทธ์ทั้งหลาย จึงอยากจะได้เอาไว้ในครอบครอง และเข้าใจว่าหากได้เลือดของผู้ครอบครองมาล้างคำสาป พวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ถือครองเสียเอง” ต้วนหงเองก็ไม่ค่อยเชื่อในเรื่องนี้นัก ทว่าได้ยินมาว่าวิหคยมทูตของตระกูลหลี่จะปรากฏขึ้น ในวันที่ผู้ถือครองถือกำเนิด และองค์ชายรองหนานเฟยเทียน ก็มีวิหคยมทูตอยู่ในความครอบครอง“ไม่มีวิธีถอนคำสาปหรือ”“วิธีถอนคำสาปนั้นไม่ปรากฏ แต่วิธีป้องกันนั้
Read more

บทที่ 38

“ฆ่าเสีย” เจี่ยนอิงเอ่ย ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ หนานเฟยหลง“อย่า อย่าทำร้ายนาง ข้ายอมทำทุกอย่าง เจ้าอยากได้อะไรข้าจะมอบให้ แต่อย่าทำร้ายนาง” หนานเฟยหลงรู้สึกตระหนกทันทีเขารู้ดีว่าสือเจี้ยนหาวรักน้องสาวร่วมสาบานผู้นี้มาก เขามองนางเป็นที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งเดียว ทั้งยังใช้นางเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ใช้นางเป็นแสงนำทางมาโดยตลอดมองดูสายตาที่อ่อนแสงลงของสือเจี้ยนหาว ยามจ้องมองใบหน้าของน้องสาวร่วมสาบานแล้ว เขาก็รู้สึกดีกับหญิงสาวผู้นี้ไปด้วย เขาไม่อาจเป็นต้นเหตุให้น้องชายต้องสูญเสียคนที่รักไปอีกแล้ว...ครั้งเดียวก็เกินพอแล้วจริงๆ“นางเป็นอะไรกับเจ้า”“นายท่าน หากว่าเราไม่ฆ่านาง นางอาจจะเผยร่องรอยของเรา” นักฆ่าชุดดำเอ่ยอย่างกังวลใจ“พานางไปกับเราก็ได้ แต่อย่าทำร้ายนาง” หนานเฟยหลงรู้ดีว่าเจี่ยนอิงโหดเหี้ยมอำมหิตเพียงใด การต่อรองกับอีกฝ่ายจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ “นางเป็นฮูหยินเอกของเฟยเทียน หากเจ้าฆ่านาง เจ้าก็จะไม่มีวันได้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ ดังนั้นพานางไปด้วย ให้นางมีชีวิตอยู่ เจ้าอาจจะใช้นางเป็นข้อต่อรอง เรื่องนี้มิใช่เรื่องถนัดของเจ้าหรอกหรือ”หนานเฟยหลงเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหนทาง เขามองไปยังหญิงสา
Read more

บทที่ 39

“ทราบขอรับ”“เจี่ยนอิงรับคำสั่งมาให้นำตราประทับกลับไปมอบให้เหลียงอ๋อง ดังนั้นหากเราจะช่วยคนเราต้องมีสิ่งต่อรองและเราต้องนำตราประทับมา ก่อนที่เจี่ยนอิงจะได้มันไป หากหนานเฟยหลงถูกข่มขู่ด้วยชีวิตน้องเล็ก เขาจะต้องมอบตรานั่นให้อย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นทั้งสองต้องถูกฆ่าเป็นแน่ ไม่ว่าเราจะไปพบเขาที่สุสานหรือไม่”สือเจี้ยนหาวคิดวกไปวนมา พยายามเดาแผนการและคาดการณ์ล่วงหน้า แม้เขาจะไม่ได้คลุกคลีกับหนานเฟยหลงมากนัก แต่เขาก็คิดว่าเขามองคนไม่ผิดหนานเฟยหลงผู้นี้เป็นคนใจอ่อน แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้โง่เขลา “เราต้องรีบ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องไปที่ป้อมเจิ้งจิน”สือเจี้ยนหาวกลับคิดว่าเรื่องนี้สิจึงจะเป็นเรื่องที่ยากที่สุด บอกข่าวเรื่องที่เหยียนหว่านเอ๋อร์ถูกจับตัวไปกับจ้าวเหยียนเจี๋ย เรื่องนี้จึงจะทำให้เขาหนักใจที่สุดเขาไม่มีเวลามากังวลว่าคนของพี่ชายจะล่วงรู้ความลับ เพราะถึงอย่างไรเขาเองก็มีแผนการหนึ่งอยู่ในหัว นั่นคือการเบนความสนใจของหนานหลิ่งอี้ หรือเหลียงอ๋อง “พวกเจ้าตามข้ามา เราจะไปป้อมเจิ้งจินกัน” สือเจี้ยนหาวเอ่ย“พี่ใหญ่ แล้วท่านจะมอบวิหคยมทูตให้เจี่ยนอิงผู้นั้นจริงๆ หรือ” อวิ๋นหยาอ
Read more
PREV
123456
...
15
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status