All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 11 - Chapter 20

30 Chapters

บทที่ 11

“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”เซ่ามู่กำชับว่า “อย่าขึ้นไปชั้นบนล่ะ อย่าเพ่นพ่านด้วย”เจียงหรั่นเอามือกุมท้องแล้วรีบวิ่งออกไปทันทีครู่ต่อมา ฝีเท้าของเธอพลันหยุดลงอย่างเงียบเชียบที่หน้าห้องทำงานประธานบริษัท รอจนกระทั่งสวี่เพียวเพียวเดินออกมาจากข้างใน แล้วจึงลอบสะกดรอยตามไปอย่างเงียบ ๆสวี่เพียวเพียวเดินเข้าไปในห้องเก็บของขณะที่เจียงหรั่นกำลังจะตามเข้าไป เซ่ามู่ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมตะโกนเรียก “เจียงหรั่น ไปปริ้นเอกสารสำหรับการประชุมบ่ายนี้หน่อย”“ค่ะ”เซ่ามู่เอ่ยเร่งอยู่หลายครั้ง เจียงหรั่นจึงจำใจต้องไปจัดการปริ้นเอกสาร เมื่อหันกลับไปเห็นว่าประตูห้องเก็บของยังไม่เปิดออก เธอจึงแอบย่องเข้าไปล็อคประตูจากด้านนอกแล้วเดินจากไปตอนที่เดินผ่านโถงทางเดิน เจียงหรั่นถือโอกาสสับสวิตช์ไฟของห้องเก็บของลงด้วยเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของสวี่เพียวเพียวดังมาจากในห้อง เจียงหรั่นก็ยิ้มออกมาด้วยความสะใจภายในห้องเก็บของ ทัศนวิสัยของสวี่เพียวเพียวมืดดับลงฉับพลันความรู้สึกอึดอัดเหมือนจะขาดใจจู่โจมเข้ามาจากทุกทิศทาง ในความมืดมิดนั้นราวกับมีมือนับไม่ถ้วนคอยบีบคอเธอไว้ พร้อมพรากเอาลมหายใจและปร
Read more

บทที่ 12

ประโยคนี้ดึงสติของสวี่เพียวเพียวให้กลับคืนมาจากอาการมึนงงในสายตาของเขา เธอคือผู้หญิงที่มีสามีแล้วส่วนตัวเขาก็มีครอบครัวแล้วเช่นกัน ซ้ำร้ายเขายังยอมสละสิทธิ์ในการใช้นามสกุลของลูกเพื่อผู้หญิงที่เป็นดวงใจของเขาด้วยฮั่วจี้เซินเป็นผู้ชายที่หัวโบราณมาก ตระกูลฮั่วสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน นามสกุลเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการสืบทอด เด็กจะได้รับการยอมรับก็ต่อเมื่อใช้นามสกุลฮั่วเท่านั้น คิดดูเอาเถิดว่าการที่ฮั่วจี้เซินยอมให้ลูกใช้นามสกุลตามแม่ เขาจะต้องแบกรับความกดดันมหาศาลเพียงใดเหลียนฮว่าบอกว่าฉินอวี่โยวอายุไล่เลี่ยกับเธอ เมื่อสวี่เพียวเพียวลองคำนวณอายุจริงดูแล้ว ฉินอวี่โยวคงจะอายุน้อยกว่าเหลียนฮว่าเพียงแค่เดือนเดียวหนึ่งเดือน...พวกเขาเพิ่งเลิกกัน ฮั่วจี้เซินก็แต่งงานมีลูกกับผู้หญิงคนอื่นทันที สิ่งนี้ทำให้สวี่เพียวเพียวรู้สึกว่า หรือจริง ๆ แล้วการที่เธอจากไปในตอนนั้นมันคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว?ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่ส่งข้อความหาเขาในแอปชอปปิ้งออนไลน์หรือเปล่านะ?หรือจะเป็นหนึ่งในกลุ่มเด็กสาวที่ชอบไปหาเขาบ่อย ๆ ในตอนนั้นกันแน่?สำหรับฮั่วจี้เซินแล้ว เธอเป็นเพียงแค่เกม เป็นเพ
Read more

บทที่ 13

“มาแอบนัดเดทกันที่นี่มันใช้ได้ที่ไหนกัน? เสียงานเสียการพวกเราหมด”ฮั่วจี้เซินหน้าบึ้งตึง เขาหมุนตัวเดินจากไปทันทีโดยไม่คิดจะอธิบายอะไร-ช่วงบ่าย เจียงหรั่นพยายามสืบเรื่องของสวี่เพียวเพียวจากเซ่ามู่ตลอดเวลาเมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายแต่งงานและมีลูกแล้ว ใบหน้าของเจียงหรั่นก็เต็มไปด้วยความตกตะลึงสวี่เพียวเพียวแต่งงานแล้ว แถมยังมีลูกแล้วด้วย?เซ่ามู่กล่าวว่า “เสี่ยวสวี่กับสามีรักกันดีนะ ติดก็แต่สุขภาพของลูกที่ดันไปเหมือนทางฝั่งสามี สุขภาพไม่ค่อยจะแข็งแรงกันทั้งบ้านเลย อ้อจริงด้วยเสี่ยวเจียง พรุ่งนี้เย็นฝ่ายการตลาดมีงานเลี้ยงสังสรรค์นะ ฝากเธอไปแจ้งทุกคนหน่อย”เซ่ามู่คิดง่าย ๆ แค่ว่า ในเมื่อเจียงหรั่นทำงานอื่นไม่ค่อยได้เรื่อง อย่างน้อยแค่ทำเรื่องจิปาถะก็คงไม่มีปัญหาอะไรตอนแรกเจียงหรั่นเกือบจะอาละวาดออกมา เธอมาที่นี่เพื่อใกล้ชิดกับฮั่วจี้เซินและปลูกต้นรักกับเขา ไม่ได้มาเพื่อเป็นเด็กฝึกงานที่ต้องตรากตรำลำบากเสียหน่อยแต่พอคิดได้ว่าสวี่เพียวเพียวก็อยู่ฝ่ายการตลาด เจียงหรั่นจึงตอบตกลงเธอสวมรองเท้าส้นสูงราคาหลักหมื่นเดินตรงไปยังฝ่ายการตลาด ก่อนจะไปหยุดยืนข้างโต๊ะทำงานของสวี่เพียวเพียวอย่
Read more

บทที่ 14

ในขณะที่พูด เจียงหรั่นคอยลอบสังเกตปฏิกิริยาของฮั่วจี้เซินอยู่ตลอดเวลาแต่เขากลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา เอ่ยเสียงแข็งว่า “ออกไป”ท่าทางของเขาที่เหมือนไม่อยากจะเอ่ยถึงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสวี่เพียวเพียวแม้แต่น้อยนั้นทำให้เจียงหรั่นเริ่มรู้สึกสงสัย หรือว่าฮั่วจี้เซินจะไม่รู้จริง ๆ ว่าสวี่เพียวเพียวทำงานอยู่ที่บริษัทนี้?ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าเคร่งขรึมของเขาเธอก็ไม่กล้าเซ้าซี้ต่อ เจียงหรั่นจึงเอ่ยเสียงเบาว่า “งั้นฉันจะรอเลิกงานพร้อมพี่นะคะ คุณป้าสั่งไว้แบบนี้ค่ะ”ฮั่วจี้เซินครางรับในลำคอเบา ๆ โดยไม่ปฏิเสธซ้ำสองหลังจากเจียงหรั่นออกไป ฮั่วจี้เซินก็จ้องมองรายงานบนหน้าจออย่างเหม่อลอย รายงานภาษาอังกฤษทุกตัวอักษรเขารู้จักมันดี แต่พอมันเรียงต่อกันเป็นประโยค กลับไม่มีคำไหนซึมเข้าสมองเขาเลยสักนิดสวี่เพียวเพียวบอกว่าไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?ทำไมเธอไม่พูดมาตรง ๆ เลยล่ะว่าไม่รู้จักเขา!ฮั่วจี้เซินกระชากเนคไทออกด้วยความหงุดหงิดเพื่อให้ตัวเองมีช่องว่างพอจะหายใจได้สะดวกขึ้นเขาเป็นคนทะนงตัวมาตั้งแต่เด็ก เป็นลูกที่ฟ้าประทานมา ในขณะที่ลูกชายคนอื่น ๆ ของคุณปู่ฮั่วล้วนไม่ได้ความ จนทุกคนคิ
Read more

บทที่ 15

ฮั่วจี้เซินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา จากนั้นเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับระยะเวลาการตั้งครรภ์และวันกำหนดคลอดโดยประมาณหากลูกสาวของเธอเกิดในช่วงเดือนธันวาคมหรือเดือนมกราคมปีถัดไป... ก็เป็นไปได้ว่าลูกของสวี่เพียวเพียวอาจจะเป็นลูกของเขาเมื่อคิดได้ดังนั้น ฮั่วจี้เซินก็ดับบุหรี่ในมือทันที เขาคว้าเสื้อสูทที่วางพาดอยู่บนเก้าอี้แล้วก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องทำงาน พร้อมกับต่อสายหาอวี๋ฮุ่ย “ผมจะไปรับฉินอวี่โยวเอง พี่ไม่ต้องไป”“หา?”อวี๋ฮุ่ยที่อยู่ปลายสายถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกหรือว่าฮั่วจี้เซินจะเกิดความรู้สึกดี ๆ และผูกพันอะไรกับฉินอวี่โยวขึ้นมาหลังจากไปรับเด็กนั่นแค่ครั้งเดียว?แต่น่าเสียดายที่เจ้าอ้วนนั่นเห็นฮั่วจี้เซินทีไรเป็นต้องตัวสั่นทุกที แต่พอคิดถึงความรักความเอาใจที่แม่สามีมีต่อฉินอวี่โยวแล้ว การปล่อยให้ฮั่วจี้เซินได้ใช้เวลากับฉินอวี่โยวมากขึ้นก็นับว่ามีแต่ผลดีไม่มีผลเสียอวี๋ฮุ่ยเริ่มนึกสนุก “นี่นายอยากจะมีลูกจริง ๆ แล้วเหรอ? ฉันบอกแล้วไงอาเซิน ถ้าชอบเด็กก็มีเองสักคนสิ”ฮั่วจี้เซินตอบกลับสั้น ๆ “แค่นี้ละ”เขาวางสายแล้วเดินตรงไปยังลิฟต์เพื่อเลิกงานทันทีเมื่อเซ่ามู่เห็นไฟในห้องทำงานประธานดับล
Read more

บทที่ 16

ฉินอวี่โยวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พึมพำว่า “พ่อของเธอไม่มารับเลย เธอมีพ่อจริง ๆ หรือเปล่าเนี่ย?”“มีสิ” เหลียนฮว่าตอบด้วยท่าทางซื่อ ๆ “ถ้าไม่มีพ่อ แล้วฉันจะเกิดมาได้ยังไงล่ะ?”เอิ่ม... ฟังดูมีเหตุผลฉินอวี่โยวพยักหน้า ยอมรับในคำพูดของเหลียนฮว่าแต่โดยดีที่เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าเหลียนฮว่าไม่มีพ่อคงเป็นเรื่องที่ผิด คุณย่าพูดไม่ถูก เด็กทุกคนต้องมีพ่ออยู่แล้วเพียงแต่พ่อของเหลียนฮว่าก็สุขภาพไม่ดีเหมือนกับเธอนั่นแหละฮั่วจี้เซินลุกขึ้นยืน พลางปรายตามองไปเห็นสวี่เพียวเพียวที่เพิ่งเดินเข้ามาในโรงเรียนอนุบาลในมือของเธอถือถุงใบเดียวกับที่เยี่ยนชิวถือตอนที่อยู่ในลิฟต์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นเสื้อผ้าที่ลูกสาวของเยี่ยนชิวไม่ต้องการแล้ว และเธอจะนำมันมาให้เหลียนฮว่าใส่ต่อสมัยเรียน งานอดิเรกที่สวี่เพียวเพียวโปรดปรานที่สุดคือการซื้อเสื้อผ้าใหม่และทุกครั้งที่เธอซื้อกระโปรงใหม่ เธอก็จะใส่มาให้ฮั่วจี้เซินดูเสมอกระโปรงบางตัวที่สั้นเกินไป บางเกินไป หรือเผยให้เห็นเนื้อหนังมากเกินไป ล้วนมักจะลงเอยด้วยจุดจบอีกแบบเสมอ ฮั่วจี้เซินชอบที่จะฉีกทึ้งผ้าเหล่านั้นทิ้ง เพื่อเฝ้ามองสีหน้าเอียงอายแต่ทว่ายินยอมพร้อม
Read more

บทที่ 17

แบบนี้ เขาจะได้อยู่ห่างจากลูกสาวของเธอไปอีกนิดเหลียนฮว่าเอ่ยถามเสียงเบาว่า “คุณแม่คะ คุณแม่กับคุณลุงสุดหล่อคนนั้น ไม่ถูกกันเหรอคะ?”“ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะจ๊ะ?”“ก็เพราะทุกครั้งที่คุณแม่เจอเขา คุณแม่จะประหม่า แล้วพอคุณแม่ประหม่า คุณแม่ก็จะเผลอบีบก้นของฮว่าฮว่าค่ะ”เวลาที่สวี่เพียวเพียวประหม่า เธอมักจะเผลอบีบของที่อยู่ในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว และหลายครั้งที่เธอเผชิญหน้ากับฮั่วจี้เซิน เธอก็มักจะอุ้มเหลียนฮว่าไว้พอดีไป ๆ มา ๆ สิ่งที่เธอเผลอบีบติดมือไป จึงกลายเป็นก้นน้อย ๆ ของเหลียนฮว่านั่นเองสวี่เพียวเพียวรีบขอโทษทันที “แม่ขอโทษนะจ๊ะฮว่าฮว่า แม่บีบหนูเจ็บหรือเปล่า?”“ไม่เจ็บค่ะ แต่ว่าคุณแม่ไม่ชอบคุณลุงคนนั้น”คำจำกัดความของเด็ก ๆ มักจะเรียบง่ายและตรงไปตรงมา เวลาคุณแม่เห็นเธอและคุณยาย คุณแม่จะยิ้ม นั่นคือความชอบแต่พอเห็นคุณลุงสุดหล่อแล้วคุณแม่กลับประหม่าและกังวล นั่นก็แปลว่าไม่ชอบในใจของสวี่เพียวเพียวรู้สึกสับสนเล็กน้อย “แล้วหนูล่ะ? หนูชอบคุณลุงสุดหล่อคนนั้นไหม?”“ถ้าคุณแม่ไม่ชอบ หนูก็ไม่ชอบค่ะ”เหลียนฮว่านิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะหอมแก้มสวี่เพียวเพียวและอ้อนว่า “หนูชอบแค่คุณแม่คน
Read more

บทที่ 18

ในวันแรกของการเข้าเรียน สวี่เพียวเพียวถูกหัวหน้าฝ่ายวิชาการดักจับและตำหนิอย่างหนักเพราะเธอขับรถสปอร์ตเข้ามาในมหาวิทยาลัยนั่นคือตอนที่เธอได้เห็นฮั่วจี้เซินเป็นครั้งแรก เขาในฐานะตัวแทนนักศึกษาใหม่ไปที่สำนักงานวิชาการเพื่อตรวจสอบรายชื่อในตอนนั้น ฮั่วจี้เซินสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงวอร์มขายาวสีเทา และรองเท้าผ้าใบยี่ห้อคอนเวิร์สที่ซักจนซีดขาว ความสง่าผ่าเผยแบบเด็กหนุ่มและใบหน้าด้านข้างที่สมบูรณ์แบบนั้น ได้พรากหัวใจของสวี่เพียวเพียวไปครึ่งหนึ่งตั้งแต่วินาทีแรกเมื่อฝ่ายวิชาการสั่งให้เธอเขียนข้อความสำนึกผิด เธอกลับไม่ต่อรองสักคำ เพราะอยากจะตามออกไปดูให้เห็นกับตาว่าเขาคือเทพบุตรมุมข้างจริง ๆ หรือเปล่าปรากฏว่า พอตามออกไป เธอก็เห็นเด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่งกอดคอฮั่วจี้เซิน และชวนเขาไปเล่นบาสเกตบอลหนึ่งในเด็กหนุ่มกลุ่มนั้น สวี่เพียวเพียวรู้จักดี เขาคือเจียงซ่งก่อนเปิดเทอมในกลุ่มนักศึกษาใหม่มักจะมีการนัดเล่นเกมด้วยกัน ตอนนั้นเจียงซ่งมักจะเล่นเกมกับสวี่เพียวเพียวเป็นประจำ จนทั้งคู่แอดเฟรนด์กันก่อนเปิดภาคเรียนในคืนหนึ่งของการเล่นเกม เจียงซ่งถูกสวี่เพียวเพียวถล่มจนเละเทะเขาทนไม่ไหวจึงทักไปถา
Read more

บทที่ 19

สวี่เพียวเพียวคีบผักปวยเล้งผัดน้ำมันหอยวางลงในถ้วยของแม่สวี่“แม่คะ แม่มองหนูผ่านฟิลเตอร์หรือเปล่าคะเนี่ย? หนูมีโปรไฟล์ดีตรงไหนกัน? ลูกก็โตขนาดนี้แล้ว แถมยังติดหนี้เขาอยู่อีก”“เรื่องเงินของบริษัทพ่อน่ะมันมีเงื่อนงำบางอย่าง ตอนนี้ลูกไม่ต้องไปยุ่งหรอก แม่ของลูกน่ะยังไม่ตายเสียหน่อย”สวี่เพียวเพียวชะงักไปครู่หนึ่ง “มีเงื่อนงำเหรอคะ?”บริษัทของคุณพ่อเธอเคยเกิดเรื่องขึ้น แต่ช่วงนั้นเขาป่วยหนักเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายพอดี สวี่เพียวเพียววุ่นอยู่กับการวิ่งเต้นหาหมอและยารักษาไปทั่ว จึงไม่มีเวลาเข้าไปจัดการเรื่องของบริษัทเลยแม่สวี่พยักหน้า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเดิมทีลูกสาวต้องทั้งทำงานและดูแลพวกท่านก็เหนื่อยมากพอแล้ว อีกทั้งเรื่องของบริษัทตระกูลสวี่ตัวสวี่เพียวเพียวเองก็ไม่เคยเข้าไปก้าวก่าย การบอกเธอไปตอนนี้ก็มีแต่จะเพิ่มความกดดันให้เปล่า ๆเรื่องเหล่านั้น แม่สวี่อยากจะจัดการด้วยตัวเองท่านต้องการจะกัดฟันสู้ให้ถึงที่สุด อย่างน้อยก็เพื่อทิ้งอะไรบางอย่างไว้ให้ลูกสาวและหลานสาวบ้างแม่สวี่พูดอย่างกำกวม “ลูกไม่ต้องสนใจหรอก กินข้าวไปเถอะ เชื่อแม่ สุดสัปดาห์นี้ไปดูตัวซะ!”สวี่เพียวเพียวเริ่มร
Read more

บทที่ 20

อันที่จริงแล้วมันช่างพอดิบพอดีหากอวบกว่านี้อีกนิดก็คงดูอ้วนไป หากผอมกว่านี้อีกหน่อยก็คงดูซูบ ฮั่วจี้เซินชอบรูปร่างของสวี่เพียวเพียวในตอนนั้นที่สุด“กำลังดี”เขาชอบความรู้สึกที่มีเนื้อหนังยามโอบกอดไว้ในอ้อมแขน ไม่ชอบสัมผัสที่เหลือแต่กระดูกภาพฝันตัดสลับไป...ฮั่วจี้เซินกดร่างสวี่เพียวเพียวลงบนเตียงในโรงแรม คราวนี้ไม่มีเนื้อผ้าถักขวางกั้น ฝ่ามือของเขาแนบชิดไปกับหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยของเธอเสียงของสวี่เพียวเพียวดังก้องอยู่ในหูเธอกล่าวว่า “คุณล้ำเส้นแล้วนะ ฮั่วจี้เซิน”สายฝนข้างนอกหน้าต่างโหมกระหน่ำขึ้น ประกอบกับเสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นจนฮั่วจี้เซินสะดุ้งตื่น เขาจ้องมองเพดานห้องนอนตัวเอง และหายใจหอบถี่ไม่มั่นคงอยู่นานครู่ต่อมา ฮั่วจี้เซินสะบัดผ้าห่มออกพลางสบถด่าออกมาคำหนึ่งไม่นานนัก เสียงฝักบัวจากในห้องน้ำก็ดังซ่าขึ้นมาหลังจากอาบน้ำเย็นเสร็จออกมา ฮั่วจี้เซินก็ได้รับข้อความจากเบอร์ปริศนา“สามีของสวี่เพียวเพียวชื่อว่าเหลียนเส้าจิ่น จบจากมหาวิทยาลัยเอ เคยทำงานที่บริษัทตระกูลสวี่ หลังจากบริษัทล้มละลาย เหลียนเส้าจิ่นก็หายเงียบไป”ความรุ่มร้อนที่เพิ่งถูกน้ำเย็นกดทับไว้ กลั
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status