All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 461 - Chapter 470

662 Chapters

บทที่ 461

เมื่อทราบว่าทั้งคู่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน สวี่เพียวเพียวก็ดึงความคิดที่ฟุ้งซ่านกลับมาสู่ปัจจุบัน ก่อนจะกลับไปจดจ่อกับงานตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่มั่นคงขึ้นทางด้านฮั่วซื่ออันเหวินโม่จ้องมองข้อความที่ตนเพิ่งส่งไป แต่กลับเงียบหายราวกับก้อนหินที่ถูกทิ้งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร สวี่เพียวเพียวไม่มีแม้แต่การตอบกลับมาสักคำความร้อนรนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจจนเธอไม่อาจอยู่นิ่งทำไมสวี่เพียวเพียวถึงได้นิ่งเฉยได้ถึงขนาดนี้?เธอไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลยหรือว่างานนิทรรศการอัญมณีในวันพรุ่งนี้อาจเกิดปัญหาขึ้น?ทั้งที่ตัวเธอก็ยังเป็นพนักงานของฮั่วซื่อแท้ ๆ สวี่เพียวเพียวไม่คิดระแวงถึงเบื้องหลังงานนิทรรศการครั้งนี้เลยหรือว่าอาจมีความไม่ชอบมาพากลที่อาจส่งผลกระทบต่อผลงานของเธอ?อันเหวินโม่เม้มริมฝีปากล่างแน่น ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะโยนมันทิ้งไปด้านข้างอย่างหัวเสียพร้อมสบถออกมาด้วยความโกรธเคืองทว่าเพียงครู่เดียว เธอก็หยิบมันกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง กระทั่งตัดสินใจกดโทรออกไปยังหมายเลขหนึ่ง-ช่วงบ่ายแก่ ๆ สวี่เพียวเพียวตรวจนับสินค้าจนเสร็จสิ้นในที่สุดเธอตั้งใจตรวจสอบทุกรายละเอียดอย่างถี
Read more

บทที่ 462

เสียงอึกทึกครึกโครมปลุกให้สวี่เพียวเพียวสะดุ้งตื่นขึ้นทันทีที่ลืมตา แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าบนเพดานก็สาดกระทบดวงตาจนพร่ามัวไปหมดเธอต้องใช้เวลาปรับสายตาอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะเริ่มมองเห็นภาพตรงหน้าได้ชัดเจนเมื่อเห็นว่าเธอรู้สึกตัวแล้ว ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเตียงก็หันขวับมามองด้วยความประหลาดใจ“ฟื้นแล้วเหรอ?”สวี่เพียวเพียวพยายามอ้าปากตอบ เสียงที่เล็ดลอดออกมาแหบพร่าและติดขัด คาดว่าเป็นเพราะแรงกระแทกจากอุบัติเหตุทำให้มีเลือดตกค้างอยู่ในลำคอ“ฮั่วจี้...รุ่ย? ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”ฮั่วจี้รุ่ยยืนนิ่งในสภาพที่มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบศีรษะเช่นกัน“ผมได้ยินอันเหวินโม่สั่งคนให้ขับรถพุ่งชนพี่ผ่านทางโทรศัพท์ ตอนแรกคิดจะรีบแจ้งพี่ใหญ่ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าคนที่เขาพูดถึงคือพี่ ผมไม่มั่นใจว่าจะมีใครอื่นที่ชื่อสวี่เพียวเพียวอีกหรือเปล่า”เขาจึงตัดสินใจมาดูด้วยตาตนเองฮั่วจี้รุ่ยไม่สามารถพูดออกมาได้เต็มปากว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะอันเหวินโม่เป็นคนของเขาแต่เขาไม่เคยคิดจะสั่งให้อันเหวินโม่กระทำการอุกอาจถึงขั้นปองร้ายสวี่เพียวเพียวเช่นนี้เจตนาที่แท้จริงของเขาแต่เดิมนั้น เพียงแค่ต้องการ
Read more

บทที่ 463

ใช่ทว่าคำตอบนั้นทำได้เพียงดังก้องอยู่ในใจของสวี่เพียวเพียวเท่านั้นเธอพูดออกไปไม่ได้ เพราะแม้จะรู้สึกกังขาในตัวเขาเพียงใด แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือเขากลายเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอไว้ในวินาทีเป็นวินาทีตายหากเธอแสดงท่าทีระแวงจนออกนอกหน้าต่อคนที่เพิ่งช่วยชีวิตไว้ ก็คงดูเป็นคนเนรคุณเกินไป“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้นะ”ฮั่วจี้รุ่ยส่ายหน้าช้า ๆ เขาบรรจงสวมแว่นสายตากลับเข้าที่เดิม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ถ้าพี่สะใภ้ใหญ่พอจะช่วยผมเรื่องเล็ก ๆ เรื่องหนึ่งได้ก็ถือว่าหายกัน”“...เรื่องอะไร?”“ผมไม่ชอบหานรุ่ย และเธอก็ไม่ได้ชอบผม การที่เธอหมั้นกับผมก็เพียงเพื่อใช้เป็นบันไดเข้าหาพี่ใหญ่เท่านั้น ผมไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้ สะใภ้ใหญ่พอจะช่วยผมล้มการหมั้นครั้งนี้ได้ไหมครับ?”สวี่เพียวเพียวอยากจะโพล่งออกไปว่าเรื่องพรรค์นี้เธอจะไปช่วยได้อย่างไร?ทว่าเมื่อคำพูดนั้นมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก เธอกลับฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หากเธอเอ่ยปากกับโสงหย่งและภรรยาถึงความไม่เหมาะสมของการแต่งงานนี้ บางทีการหมั้นหมายระหว่างคนทั้งคู่ก็อาจจะสั่นคลอนและล้มเลิกไปได้จริง ๆ “นายกำลังจะบอ
Read more

บทที่ 464

ในตอนแรกเริ่มสวี่เพียวเพียวเองก็ตั้งข้อสงสัยอย่างหนักว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้มีความเกี่ยวข้องกับฮั่วจี้รุ่ยหรือไม่เธอถึงขั้นผุดข้อสันนิษฐานในแง่ร้ายต่าง ๆ ขึ้นมาในหัวหากอันเหวินโม่เป็นคนของฮั่วจี้รุ่ยจริง ๆ ล่ะ?ความคิดนี้เมื่อโผล่ขึ้นมาก็เหมือนกับลูกอมเคี้ยวหนึบที่ติดหนึบอยู่ในหัวของเธอ สลัดอย่างไรก็ไม่หลุดออกไปเสียทีถนนเส้นที่เกิดเหตุนั้นเป็นเส้นทางบังคับที่ต้องผ่านหากต้องการออกจากโรงงานของสวี่ซื่อเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองทว่าที่ตั้งของโรงงานนั้นห่างไกลจากความเจริญมากแม้แต่ในตอนที่ฮั่วจี้เซินไปที่นั่นครั้งแรก เขายังต้องใช้เวลาวนเวียนหานานสองนานกว่าจะเจอว่าต้องเลี้ยวตรงทางแยกไหนโดยปกติแล้ว ที่นั่นแทบจะเป็นเขตปลอดผู้คน นอกจากคนในบริษัทแล้วก็แทบจะไม่มีใครผ่านไปมาบนถนนเส้นนั้นเลยดังนั้น การที่ฮั่วจี้รุ่ยไปปรากฏตัวอยู่ที่นั่นในจังหวะเวลานั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยทว่าเขาอ้างว่าทุกอย่างเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่เขาได้ยินอันเหวินโม่คุยโทรศัพท์แต่จะเป็นเรื่องบังเอิญไปได้จริงเหรอ?คนชื่อสวี่เพียวเพียวในปากของอันเหวินโม่จะมีสักกี่คนเชียว เป็นไปได้หรือที่บนโลกใบนี้เธอจะบ
Read more

บทที่ 465

ฮั่วจี้รุ่ยหลับตาลงช้า ๆ ความรู้สึกสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง-ทุกอย่างที่ฮั่วจี้เซินทำนั้นช่างดูเอิกเกริกประกาศให้คนทั้งตระกูลฮั่วล่วงรู้ไปทั่วว่าสวี่เพียวเพียวประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และกำลังพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านโสงหย่งและสวี่เจินหลี่รีบรุดมายังตึกเล็กด้วยความร้อนใจ ทันทีที่เห็นร่างของสวี่เพียวเพียวนอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด มือไม้ของทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะสั่นเทาสวี่เจินหลี่ถลาเข้าไปหาสวี่เพียวเพียว ในความโกลาหลนั้น เธอเผลอเรียกชื่อเล่นที่เปี่ยมไปด้วยความรักของลูกสาวออกมา “ลูกรัก! เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงกัน?”“เป็นอุบัติเหตุค่ะ ตอนที่ออกจากโรงงานมาถูกรถคันหลังพุ่งชนท้ายเข้า”“อุบัติเหตุอะไรจะชนหนักขนาดนี้! ดูแขน ดูหัวเข่านั่นสิมีแต่แผลเต็มไปหมดเลย!”ขอบตาของสวี่เจินหลี่แดงก่ำยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งขี้แย และเมื่อคนที่บาดเจ็บคือแก้วตาดวงใจอย่างสวี่เพียวเพียว น้ำตาก็ไหลพรากออกมาจากดวงตาที่ฝ้าฟางในทันทีใบหน้าไร้สีเลือดของสวี่เพียวเพียวฝืนยิ้มอย่างอ่อนแรง“ไม่เป็นไรค่ะ อารุ่ยช่วยหนูไว้ เขาพาไปส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลาพอดี เลยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วค่ะ”แ
Read more

บทที่ 466

ฮั่วสวินเจินปาดน้ำตาที่รินไหลออกมาเบา ๆ “เมื่อวานในช่วงบ่ายมีผู้ไม่หวังดีส่งข้อความมาข่มขู่พี่สะใภ้ของฉันค่ะ เขาขู่ว่าหากเธอไม่ยอมไปพบตามสถานที่ที่เขากำหนด เราจะไม่มีวันได้เข้าร่วมนิทรรศการอัญมณีในวันนี้”“และก็เป็นเมื่อวานในช่วงบ่ายนั่นเอง ที่พี่สะใภ้ของฉันประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างรุนแรง แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากจะเข้าร่วมนิทรรศการอัญมณีในครั้งนี้ เธอจึงฝืนร่างกายมา!”สายตาของฮั่วสวินเจินเปี่ยมไปด้วยพลัง เธอหันกลับไปมองชุดเครื่องประดับนฤมิตปีกที่อยู่ด้านหลัง“เครื่องประดับชุดนี้ ฉันขอมอบให้แก่สุภาพสตรีทุกท่านที่กำลังเผชิญกับพันธนาการในใจ และผู้ที่มีเส้นทางชีวิตที่ไม่ง่ายดาย ขอให้ทุกคนกล้าที่จะทำลายดักแด้ของตัวเอง และกางปีกออกเป็นผีเสื้อที่งดงาม”คำพูดที่กลั่นออกมาจากใจของฮั่วสวินเจินเปี่ยมไปด้วยความจริงใจจนขอบตาของเธอเอ่อคลออยู่หลายครั้งขณะที่อัญมณีแต่ละเม็ดในชุดนฤมิตปีกส่องประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟอย่างงดงามไร้ที่ติความงดงามของมันไม่ได้อยู่เพียงแค่มูลค่า แต่คือจิตวิญญาณที่ฮั่วสวินเจินถ่ายทอดออกมาจนคนในงานต่างรู้สึกซาบซึ้ง!บรรดาแขกเหรื่อที่เคยรู้จักฮั่วสวินเจิน ต่าง
Read more

บทที่ 467

แค่ไม่กี่คำถามเขาก็แสดงท่าทีหวงแหนเธออย่างออกนอกหน้าสวี่เพียวเพียวจึงหลุดขำออกมาเบา ๆ “ฉันเพิ่งผ่านอุบัติเหตุทางรถยนต์มา เขาก็เลยยังค่อนข้างหวาดระแวงอยู่ ทุกคนช่วยเห็นใจและเมตตาเราหน่อยนะคะ ถ้าหลังจากนี้พวกคุณต้องการจะสัมภาษณ์ฉัน ฉันอยากให้ใช้ชื่อสวี่เพียวเพียวมากกว่าค่ะ ส่วนคำว่าคุณนายฮั่ว ตอนนี้เอาไว้เรียกคุณแม่สามีของฉันจะเหมาะสมกว่าค่ะ”นักข่าวหญิงผู้เฉียบแหลมคนหนึ่งไม่รอช้า รีบฉวยโอกาสถามต่อทันที “แล้วคุณฮั่วจะถือสาไหมหากพวกเราจะเปลี่ยนไปเรียกคุณว่า สามีของคุณสวี่เพียวเพียวแทน?”สวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้นสบตาฮั่วจี้เซินที่ยืนอยู่ข้างกายในยามที่สายตาประสานกัน ฮั่วจี้เซินก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปาก แววตาของเขาฉายความภูมิใจราวกับเพิ่งได้รับเกียรติอันสูงสุดในชีวิต“แน่นอนครับ ผมไม่มีอะไรต้องถือสาเลยสักนิด”บรรดาสื่อมวลชนในงานต่างพากันทำหน้าเหมือนถูกยัดเยียดอาหารหมาจนอิ่มแปล้ไปตาม ๆ กันฮั่วจี้เซินส่งไมโครโฟนคืนให้ทีมงานก่อนจะส่งสัญญาณมือยุติการสัมภาษณ์ต่อหน้าสื่อทันทีแม้เหล่าสื่อจะยังรู้สึกไม่จุใจเท่าไหร่นัก แต่พวกเขาก็เข้าใจสถานการณ์เมื่อเห็นสีหน้าของสวี่เพียวเพียวที่เริ่มดูไม่สู
Read more

บทที่ 468

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีตอย่างเจียงซ่ง หรือใครต่อใครก็ตามแม้กระทั่งฮั่วจี้รุ่ยในเวลานี้ก็เหมือนกันหัวใจของสวี่เพียวเพียวไม่เคยจดจ่ออยู่กับคนเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยต่อให้สวี่เพียวเพียวจะไม่ใช่พวกบ้าเรียน แต่การใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเอมันหนักหนาสาหัสไม่เบา การเรียนการสอนส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ ไหนจะงานวิจัยที่ถมทับลงมาดั่งภูเขา รวมถึงการแข่งขันสารพัดรายการพลังงานทั้งหมดของเธอจึงถูกทุ่มเทให้กับการดูแลฮั่วจี้เซิน การดูแลภาพลักษณ์ของตัวเอง และการประคับประคองชีวิตการเรียนให้รอดพ้นไปได้ในแต่ละวันสวี่เพียวเพียวในตอนนั้นเรียกได้ว่าเย่อหยิ่งทระนงตนไม่น้อย ความกังวลเพียงเรื่องเดียวในหัวของเธอคือการสอบผ่านพาร์ตการฟังของภาษาอังกฤษระดับ 4 ให้ได้เท่านั้นในเมื่อคนอย่างฮั่วจี้เซินยังสามารถหวั่นไหวไปกับเธอได้ แล้วคนที่หลงรักสวี่เพียวเพียวจะมีเพียงแค่เจียงซ่งคนเดียวได้อย่างไรทว่านับเป็นโชคดีของเธอเหลือเกิน ที่ไม่เคยรับรู้เรื่องราวเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยฮั่วจี้เซินลอบสังเกตอาการด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าร่างกายของสวี่เพียวเพียวจะแบกรับความเหนื่อยล้าไม่ไหวแต่ท่าทางของเธอกลับกระปรี้กระเปร่
Read more

บทที่ 469

อันเหวินโม่กำโทรศัพท์ในมือแน่น ก่อนจะรีบร้อนวิ่งหน้าตั้งออกจากบริษัทฮั่วซื่อแต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวพ้นตัวตึก ร่างของเธอก็ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยกลุ่มใหญ่สกัดกั้นไว้เสียก่อนทันใดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า พร้อมชูบัตรประจำตัวแสดงตนอย่างชัดเจน “เราได้รับแจ้งความว่าคุณมีส่วนพัวพันกับคดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนา ขอเชิญคุณไปที่สถานีตำรวจเพื่อสอบสวนเพิ่มเติมด้วยครับ!”อันเหวินโม่เสียขวัญจนสิ้นฤทธิ์ เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงนั่งกองกับพื้นภายในโทรศัพท์ บัญชีโซเชียลมีเดียที่เธอเคยใช้ส่งข้อความข่มขู่ถูกลบทำลายไปนานแล้วยิ่งไปกว่านั้น บอสของเธอก็ใช้บัญชีจากต่างประเทศที่ไม่เปิดเผยตัวตนในการติดต่อสั่งการมาโดยตลอดเมื่อทุกอย่างถูกลบหายไปเช่นนี้ เธอจึงไร้ซึ่งหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะยืนยันได้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำทั้งหมดนี้ร่างของอันเหวินโม่สั่นสะท้านอย่างรุนแรงบอสคงไม่ทอดทิ้งเธอไปดื้อ ๆ แน่ ๆ ไม่มีทางเด็ดขาดหลังจากอันเหวินโม่ถูกควบคุมตัวไป พนักงานในฮั่วซื่อที่ได้เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหนาว ๆ ร้อน ๆ ไปตาม ๆ กันภายในแผนกการตลาด เสียงอุทานจากพ
Read more

บทที่ 470

ภายในห้องทำงานของฮั่วจี้เซินแสงไฟยังคงสว่างไสวบนโต๊ะทำงานมีหน้าจอโทรศัพท์เปิดค้างไว้ แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องนอนของสวี่เพียวเพียว หากเธอตื่นขึ้นมา เขาจะสามารถรับรู้และลงไปอยู่เคียงข้างเธอได้ทันทีนับเป็นโชคดีที่หลังจากตรากตรำจากงานนิทรรศการ สวี่เพียวเพียวเหนื่อยล้าจนเมื่อศีรษะถึงหมอนเธอก็หลับไปในทันทีฮั่วจี้เซินถอดแว่นสายตาไร้กรอบบนสันจมูกออกแล้ววางมันทิ้งไว้ข้างตัว แรงกระแทกเบา ๆ กับพื้นโต๊ะทำให้เกิดเสียงดังทึบหนักในห้องเขาหลับตาลงพร้อมกับยกมือขึ้นบีบนวดขมับด้วยความเหนื่อยอ่อนนิ้วมือเรียวยาวเคาะลงบนพื้นโต๊ะเป็นจังหวะสม่ำเสมอเคาะไปได้เพียงไม่กี่ครั้ง เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยของฮั่วจี้รุ่ยที่เอ่ยผ่านเข้ามา“พี่ใหญ่”“เข้ามา”เมื่อก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา สิ่งแรกที่ฮั่วจี้รุ่ยสะดุดตาคือหน้าจอโทรศัพท์ของฮั่วจี้เซิน ซึ่งภาพบนจอนั้นปรากฏร่างของสวี่เพียวเพียวกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงแม้กระทั่งในเวลาเช่นนี้ ทั้งที่ตัวเขาอยู่ห่างจากห้องนอนไปเพียงไม่กี่ก้าว พี่ใหญ่ยังไม่วางใจ ถึงขั้นต้องเปิดกล้องวงจรปิดคอยเฝ้าดูด้วยตัวเองงั้นหรือ?ความคิดนี้ว
Read more
PREV
1
...
4546474849
...
67
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status