Semua Bab เจ้านายสายฟ้าแลบ: Bab 31 - Bab 40

100 Bab

บทที่ 31

เป็นความตั้งใจของเขาอย่างนั้นหรือ?แล้วเขาทำไปเพื่ออะไร?สวี่เพียวเพียวถือโทรศัพท์และลังเลอยู่นาน ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้ส่งข้อความออกไป เธอไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวให้ตัวเองต้องอับอาย เพราะไม่ว่าจะกับฮั่วจี้เซินหรือเจียงหรั่น สวี่เพียวเพียวก็ยังคงต้องรักษาท่าทีทำตามหน้าที่ แยกแยะเรื่องงานก็ส่วนเรื่องงานไม่ให้เกิดความผิดพลาด และไม่อยากมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับพวกเขามากไปกว่านี้ ตลอดช่วงบ่าย นอกจากแต่งหน้าแล้ว เจียงหรั่นก็เอาแต่เล่นเกม สวี่เพียวเพียวมอบหมายงานให้ตั้งหลายอย่าง ทว่าเจียงหรั่นก็แค่รับคำส่ง ๆ แต่ไม่ลงมือทำเลยสักอย่าง เยี่ยนชิวมองดูแล้วขมวดคิ้ว “แม่สาวคนนี้ ดูท่าจะไม่ใช่คนที่ทำงานได้นะ” สวี่เพียวเพียวได้ยินแล้วก็ได้แต่สูดหายใจเข้าลึก ๆ เธอแคปหน้าจอส่งไปให้เซ่ามู่ จากนั้นก็ตอกบัตรเลิกงาน งานที่เธอสั่งแต่เจียงหรั่นไม่ยอมทำ นั่นก็เป็นเรื่องของเจียงหรั่นและนั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าเจียงหรานไม่ทำ เธอจะช่วยเจียงหรั่นจัดการเรื่องเหล่านั้นทางด้านเจียงหรั่นก็มัวแต่บ่นกับเจียงซ่งตลอดบ่ายว่า“ทำไมต้องย้ายฉันออกจากทีมเลขาด้วย? ฉันอยากอยู่ทีมเลขา!” เจียงซ่งพยายามปลอบ
Baca selengkapnya

บทที่ 32

สวี่เพียวเพียวเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งเฉย“ต่อให้จะเป็นผู้หญิงของคุณฮั่วจริง ๆ แต่ตอนนี้ในทางนิตินัยเธอคือเด็กฝึกงานในแผนกเรา เราก็แค่ทำไปตามกฎระเบียบก็พอ ถ้าคุณฮั่วคิดจะใช้เส้นสายเปิดประตูหลังให้เธอ เราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว”น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ไร้ซึ่งแรงกระเพื่อมใด ๆ ยังคงรักษาความเที่ยงธรรมและเป็นกลางไว้ได้เหมือนเช่นเคยเยี่ยนชิวก็พยักหน้าเห็นพ้อง “ที่เธอพูดก็ถูก พวกคนรวยแบบนั้น รอบกายจะมีผู้หญิงสักกี่คนก็ไม่รู้ เมื่อตอนเที่ยงฉันยังเห็นผอ.อันจากฝ่ายกลยุทธ์ขึ้นไปที่ห้องท่านประธานเลย ได้ยินมาว่าผอ.อันกับคุณฮั่วเป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยกันด้วยนะ”เจี่ยนหลินเร่งระดับเครื่องนวดคอให้แรงขึ้นพลางหัวเราะเยาะ “เธอหมายถึง อันเหวินโม่น่ะเหรอ? ฉันก็ว่าอยู่ ทำไมสองวันก่อนเธอถึงรีบเลิกกับแฟนที่คบอยู่ ที่แท้ก็เปลี่ยนเป้าหมายนี่เอง”เยี่ยนชิวส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอมือไม้ของเธอเริ่มอยู่ไม่สุข เอื้อมไปลูบไล้ช่วงเอวบางคอดของสวี่เพียวเพียวพลางทอดถอนใจอย่างอดไม่ได้ ทำไมทุกคนก็กินของคล้าย ๆ กัน แถมเธอยังกินน้อยกว่าสวี่เพียวเพียวด้วยซ้ำ แต่ทำไมเอวของแม่สาวคนนี้ถึงได้บางกิ่วขนาดนี้เมื่อก้มมองหน้าท้องท
Baca selengkapnya

บทที่ 33

จากเดิมที่บางคนเห็นเจียงหรั่นเดินเคียงข้างฮั่วจี้เซินในวันงานเลี้ยงสังสรรค์จนเริ่มคิดวางแผนประจบประแจง ตอนนี้ทุกคนต่างพากันสงบปากสงบคำและพับเก็บความคิดเหล่านั้นไปทันทีสวี่เพียวเพียวนั่งอยู่บนเก้าอี้ สายตาจับจ้องอยู่ที่ตารางบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ผ่านไปหลายนาทีแล้วเธอก็ยังไม่ได้เลื่อนหน้าจอลงเลย เธอรู้ใจฮั่วจี้เซินมากจริง ๆ รู้ดีเสียจนแค่เขาปรายตามองหรือขยับตัวเพียงนิดเดียว เธอก็อ่านความคิดเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง และเธอก็รู้ด้วยว่า เมื่อครู่ตอนที่เขาถามหาเจียงหรั่นคือเขากำลัง “โกรธ”ในอดีต สวี่เพียวเพียวกลัวเวลาที่ฮั่วจี้เซินโกรธที่สุด เพราะปกติเขาก็เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว พอโกรธขึ้นมาเขายิ่งไม่ยอมปริปากพูดกับใคร แถมยังแผ่รังสีความกดดันออกมาจนคนรอบข้างอึดอัดไปหมดตอนสมัยเรียน สวี่เพียวเพียวเคยแอบถ่ายรูปตอนเขาเล่นบาสเกตบอลแล้วโพสต์ลงโซเชียล จนรูปนั้นว่อนไปทั่วเว็บบอร์ดของโรงเรียน ถึงขั้นมีคนจากโรงเรียนอื่นตามมาสืบหาตัวเขา แม้เธอจะรีบลบรูปทิ้งทันที แต่มันก็สร้างความวุ่นวายให้ฮั่วจี้เซินไม่น้อย ช่วงนั้นไม่ว่าเขาจะไปเล่นบาส กินข้าว หรือเข้าเรียน ก็จะมีกลุ่มคนคอยตามมามุงดูเสม
Baca selengkapnya

บทที่ 34

ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน หลังจากที่สวี่เพียวเพียวเคยถูกขังคราวนั้น เธอก็พยายามอย่างยิ่งที่จะแก้ไขอาการผิดปกตินี้ เธอมักจะแกล้งขังตัวเองไว้ในห้องมืดวันละหลายนาที พอเริ่มทนไม่ไหวก็จะให้แม่สวี่เปิดประตูให้ เธอสามารถทนอยู่ในพื้นที่ปิดตายได้เพียงครึ่งนาทีเท่านั้น... แต่นั่นก็นับว่าดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากแล้วบวกกับครั้งนี้เธออยู่ในลิฟต์กับฮั่วจี้เซิน เดิมทีสวี่เพียวเพียวก็เกร็งไปทั้งตัวและระแวดระวังขั้นสุดอยู่แล้ว ทว่าพื้นที่ในลิฟต์นั้นทั้งเล็กและอึดอัดกว่าห้องเก็บของหลายเท่า เหงื่อเย็น ๆ บนหน้าผากของสวี่เพียวเพียวจึงไหลซึมจนเปียกชุ่มบนเสื้อสูทของฮั่วจี้เซินฮั่วจี้เซินกระซิบเสียงต่ำว่า “ไม่ต้องกลัว ฉันติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยแล้ว อีกเดี๋ยวพวกเขาก็มา” “สวี่เพียวเพียว พูดกับฉันหน่อย! เธอไหวไหม?”สวี่เพียวเพียวหอบหายใจอย่างแรง แต่ทว่าทุกครั้งที่อ้าปาก อากาศที่ไหลเข้าปากกลับเบาบางเหลือเกิน มือเท้าของเธอเริ่มชาหนึบ แต่สติสัมปชัญญะยังคงหลงเหลืออยู่ เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินประคองใบหน้าของเธอไว้และทำท่าจะโน้มตัวลงมาจูบ สวี่เพียวเพียวก็เบือนหน้าหนีทันที ทำให้จูบที่ตั้งใจจะเป
Baca selengkapnya

บทที่ 35

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก สวี่เพียวเพียวก็ก้าวหนีไปทันที เธอไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ราวกับว่าข้างหลังนั้นมีอสุรกายหรือสัตว์ป่าดุร้ายกำลังไล่ล่าเธออยู่ฮั่วจี้เซินยืนอยู่ที่เดิม เขาพูดคุยกับทีมกู้ภัยและผู้จัดการอาคารที่รีบกุลีกุจอขึ้นมาไปพลาง ขณะที่สายตามองตามจนเห็นสวี่เพียวเพียวขึ้นรถที่จอดอยู่ริมทางไป เขาถึงค่อยถอนสายตากลับมาเมื่อเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ผู้จัดการอาคารก็ตกใจจนหน้าถอดสี แทบจะคุกเข่าขอขมาฮั่วจี้เซินตรงนั้น “ปกติลิฟต์ของเรามีการตรวจเช็กทุกวันครับ ไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้เลย คุณฮั่ววางใจนะครับ เราจะตรวจสอบอย่างละเอียดทุกจุดแน่นอนครับ” “อืม ให้เร็วที่สุดด้วย” ดูเหมือนบิ๊กบอสที่เพิ่งย้ายมาแบบสายฟ้าแลบคนนี้จะไม่ได้อารมณ์แปรปรวนเหมือนข่าวลือหลังจากอธิบายอยู่พักใหญ่ ผู้จัดการก็เหลือบไปเห็นรอยที่ริมฝีปากของฮั่วจี้เซิน “คุณฮั่วครับ นี่คุณ... ถูกประตูลิฟต์หนีบเอาเหรอครับ?” ฮั่วจี้เซินยกมือขึ้นแตะริมฝีปากเบา ๆ รอยนี้... คงเป็นคราบลิปสติกจากปากของเธอ “เปล่า” “อ๋อ ๆ ครับ ดีแล้วครับ”ในใจของฮั่วจี้เซินเริ่มเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด มันปั่นป่วนด้วยห้วงอารมณ์ที
Baca selengkapnya

บทที่ 36

ฮั่วจี้เซินตอบกลับด้วยเครื่องหมายคำถามเพียงตัวเดียว “ก็คุณป้าโสงสงสัยเรื่องของเราสองคนไม่ใช่เหรอพี่ ผมเลยบอกท่านว่าผมมีแฟนแล้ว แล้วก็เลยขอให้เพียวเพียวช่วยหน่อย”“ผมแค่อยากให้พี่ช่วยดูว่า ถ้าส่งรูปนี้ให้คุณป้าดู มันจะเหมาะสมไหม?”หลังจากอธิบายไป เจียงซ่งถึงรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง เหลียนฮว่าน่ารักเกินไปจริง ๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้คาสโนว่าอย่างเจียงซ่งถึงกับเกิดความรู้สึกโหยหาชีวิตครอบครัวที่มีภรรยาและลูกน้อยขึ้นมาวูบหนึ่งฮั่วจี้เซินตอบกลับมาสั้น ๆ “ไม่เหมาะสม” “ถ้าแม่ฉันเห็นเธอพาลูกมาด้วย ท่านต้องสงสัยแน่”พ่อแม่ของเจียงซ่งไม่มีวันยอมรับผู้หญิงที่มีลูกติดเข้าบ้านแน่นอน แค่เห็นเด็ก คนที่ดูออกก็รู้ทันทีว่าเจียงซ่งกำลังเล่นละครตบตาอยู่ เจียงซ่งถึงกับกระจ่างแจ้งในฉับพลันทีแรกเขานึกว่าที่พี่เซินดูหงุดหงิด เป็นเพราะจู่ ๆ ต้องมาเห็นภาพสวี่เพียวเพียวกับลูกที่เกิดจากชายอื่นเสียอีก ดูเอาเถอะ พี่เซินก็ยังคงเป็นพี่เซิน เยือกเย็นและเที่ยงตรงเสมอเจียงซ่งจึงส่งรูปใหม่ไปแทน ซึ่งเป็นรูปถ่ายมุมกล้องหลอกตาที่ดูเหมือนกำลังจูงมือกัน โดยสวี่เพียวเพียวยืนอยู่ข้างกายเขา ส่
Baca selengkapnya

บทที่ 37

เถาอวี้ชิงวางโทรศัพท์ลง “หรันหรั่นไม่ได้ไปสร้างปัญหาอะไรให้อาเซินใช่ไหมคะ?” พอพูดถึงเจียงหรั่น คุณนายฮั่วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที แต่ในเมื่อลูกชายประกาศชัดเจนแล้วว่าไม่ชอบเจียงหรั่น ต่อให้เธอจะพึงพอใจในตัวเด็กสาวคนนี้แค่ไหน เธอก็ไม่กล้าก้าวล่วงไปรับปากอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า สำหรับคุณนายฮั่วแล้ว ลูกชายต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ แม้แต่สามีก็ยังต้องชิดซ้ายคุณนายฮั่วประคองถ้วยชาขึ้นจิบพลางหัวเราะแก้เก้อ ในเมื่อฮั่วจี้เซินยืนยันหนักแน่นว่าไม่ชอบเจียงหรั่น เธอก็ต้องยึดตามความต้องการของลูกเป็นหลัก เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง“ไม่หรอกมั้ง เรื่องงานของคนหนุ่มสาวฉันก็ไม่ค่อยได้เข้าไปยุ่งเท่าไหร่” “แล้ว... พวกเขามีโอกาสจะพัฒนาความสัมพันธ์กันบ้างไหมคะ?” เถาอวี้ชิงมองคุณนายฮั่วด้วยสายตาคาดหวังคุณนายฮั่วแสดงท่าทีอย่างกระตือรือร้น แต่กลับไม่ยอมปริปากถึงเรื่องระหว่างเจียงหรั่นกับฮั่วจี้เซินเลยแม้แต่น้อย “พัฒนาอะไรกัน? อ้อ จริงด้วยอวี้ชิง ฉันมีหลานชายคนหนึ่งโปรไฟล์ค่อนข้างดี ปีนี้อายุยี่สิบหกแล้ว ไว้ว่าง ๆ จะแนะนำให้หรันหรั่นรู้จักนะ ให้เด็ก ๆ ได้ทำความรู้จักกันไว้ ไปมาหาสู่กันบ้าง
Baca selengkapnya

บทที่ 38

ลิฟต์เคลื่อนมาถึงชั้นห้าในเวลาอันรวดเร็ว สวี่เพียวเพียวพาลูกเดินออกไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นฮั่วจี้เซินเลยแม้แต่นิดเดียว จากนั้นประตูลิฟต์ค่อย ๆ ปิดลงในลิฟต์แก้วแบบกึ่งโปร่งใสที่มองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้ครึ่งหนึ่ง ฮั่วจี้เซินมองผ่านกระจกออกไปเห็นเหลียนเส้าจิ่นโอบอุ้มเหลียนฮว่าอย่างระมัดระวัง พลางเอื้อมมือไปจูงสวี่เพียวเพียว สวี่เพียวเพียวยื่นมือออกไป ดูเหมือนเธอกำลังควงแขนผู้ชายคนนั้นอยู่ ภาพครอบครัวสามคนค่อย ๆ เดินห่างออกไปในลิฟต์เหลือเพียงพนักงานส่งอาหารคนหนึ่ง เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินยืนนิ่งไม่ยอมลง เขาจึงนึกว่าอีกฝ่ายลืม “พี่ครับ ไม่ลงเหรอ?” ฮั่วจี้เซินถึงได้สติ พยักหน้าขอบคุณ “ลงครับ ขอบคุณมาก”คุณนายฮั่วเพิ่งจะส่งเถาอวี้ชิงกลับไป พอเห็นฮั่วจี้เซินเดินเข้ามาหา ท่านก็ทำหน้าประหลาดใจระคนดีใจมาก “ลมอะไรหอบมาเนี่ย?” “จะมาจ่ายเงินให้คุณแม่ไงครับ ไม่ดีใจเหรอ?” “ดีใจสิ! แต่ถ้ารูปที่แกส่งมาเมื่อกี้ไม่กดลบทิ้งไปซะก่อน แม่จะดีใจกว่านี้ร้อยเท่า!” คุณนายฮั่วรู้สึกนึกเสียดายอยู่ในใจ ลืมเซฟไว้ซะได้!ฮั่วจี้เซินใช้มือเดียวปลดกระดุมสูทออกแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม “แม่ก็มีรูปอื่นให
Baca selengkapnya

บทที่ 39

หลังจากแม่ลูกคู่หนึ่งแยกตัวจากเหลียนเส้าจิ่น รถออดี้คันนั้นก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่กระแสจราจร ห่างออกไปราวสิบกว่าคันรถ รถบีเอ็มดับเบิลยูสีดำเงาที่ไม่สะดุดตาคันหนึ่งกำลังขับตามรถของเหลียนเส้าจิ่นไปอย่างเงียบเชียบครึ่งชั่วโมงต่อมา รถออดี้หยุดจอดที่หน้าห้างสรรพสินค้าอีกแห่ง แล้วหญิงสาวในชุดแบรนด์เนมหรูหราก็ก้าวออกมาจากข้างใน ในมือเธอหิ้วถุงสินค้าแบรนด์เนมหลายใบ ก่อนจะขึ้นรถของเหลียนเส้าจิ่นไป ทันทีที่ขึ้นรถ พวกเขาก็กอดและจูบกันอย่างสนิทสนมและลึกซึ้ง จากนั้นรถก็ทะยานออกไปไกลทว่ารถบีเอ็มดับเบิลยูคันหลังกลับไม่ได้ตามต่อ ภายในรถ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพวงมาลัยเป็นจังหวะ เขารู้สึกปวดขมับตุบ ๆ อย่างรุนแรงและน่ารำคาญใจ ราวกับว่าสมองของฮั่วจี้เซินกำลังถูกขยำจนเป็นก้อนสวี่เพียวเพียวรู้เรื่องนี้ไหม? ผู้ชายคนนั้นไม่มีท่าทางของคนป่วยเลยสักนิด ดูไม่เหมือนคนที่ต้องนอนซมรักษาตัวอยู่ที่บ้านอย่างที่เธอว่าเลย เขาขับรถราคาแพง ซื้อของหรูหราให้ผู้หญิงคนอื่น แต่กลับไม่มีเงินพอที่จะหาที่พักดี ๆ ให้เมียกับลูกสาวตัวเองอยู่งั้นเหรอ?ฮั่วจี้เซินอดไม่ได้ที่จะคิดไปไกลตอนที่สวี่เพียวเพียวจูบกับ
Baca selengkapnya

บทที่ 40

ปลายสายเงียบไปนานครึ่งนาที ฮั่วจี้เซินเองก็นิ่งเงียบเช่นกัน อีกด้าน ซาลวี่เอินเลิกคิ้วขึ้นพลางเอ่ยถาม “อะไรกัน แฟนเก่ามึงสวมเขาให้เหรอ?” “ไม่ใช่” ฮั่วจี้เซินปฏิเสธโดยสัญชาตญาณซาลวี่เอินในฐานะเพื่อนที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก แต่ไม่รู้จักสวี่เพียวเพียว หัวเราะร่ายิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำปฏิเสธ “กูก็ว่าอย่างนั้น ในโลกนี้จะมีผู้หญิงที่กล้าทิ้งมึงแล้วยังสวมเขาให้มึงอีกได้ยังไง! แล้วสรุปมึงโทรมาทำไมเนี่ย?”ฮั่วจี้เซินเลี่ยงที่จะตอบคำถามนั้นโดยตรง “มึงบอกว่า ถ้ามึงคิดจะแก้แค้นเธอ นั่นเป็นเพราะมึงยังชอบเธออยู่งั้นเหรอ?” “ถ้าเป็นคนอย่างกูน่ะใช่ เพราะมึงก็รู้ว่ากูน่ะเป็นคนใจแคบ ผู้หญิงที่กูชอบ ถ้าจีบไม่ติดก็แล้วไปเถอะ แต่ถ้าได้เป็นแฟนกันแล้ว ยังจะมีโอกาสมาสวมเขาให้กูได้อีกเหรอ?” ซาลวี่เอินหัวเราะเบา ๆ ขณะนอนรับแสงแดดอันสดใสอยู่ริมชายหาดของเกาะแห่งหนึ่งในซีกโลกใต้พลางเอ่ยอย่างขี้เกียจว่า “ฝันไปเถอะ” “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย หรือความรู้สึกส่วนตัวของกู กูไม่มีวันปล่อยให้เธอได้เสวยสุขแน่”ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วมุ่น เขาจุดบุหรี่ขึ้นสูบมวนหนึ่ง หลังจากอัดควันเข้าเต็มปอ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
123456
...
10
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status