Semua Bab เจ้านายสายฟ้าแลบ: Bab 51 - Bab 60

100 Bab

บทที่ 51

ใบหน้าของเธอแดงซ่าน พยายามข่มจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว “แต่ว่า...”ฮั่วจี้เซินเอ่ยอย่างรำคาญ “ใช่ว่าฉันไม่เคยเห็นเสียหน่อย คิดซะว่านี่คือค่าตอบแทนสำหรับชุดนี้ก็แล้วกัน”เธอหันหลังให้เขาแล้วถอดเสื้อผ้าชุดเดิมออก ทว่าจังหวะที่จะหยิบชุดใหม่ขึ้นมาสวม เธอก็ยังเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องขยับตัวฮั่วจี้เซินจิบน้ำคำใหญ่เพื่อข่มความว้าวุ่นใจที่พลุ่งพล่านอยู่ในอกเธอยังคงเหมือนเดิม ผิวขาวจัดจนมองเห็นไฝตามตัวได้อย่างชัดเจน แม้แต่ปานรูปหัวใจเล็ก ๆ ที่ต้นขาก็ยังอยู่ที่เดิมเธอสวมชุดชั้นในที่ไม่เข้าชุดกัน แต่เพื่อให้เหมาะกับการใส่ชุดราตรี เธอจึงเลือกใส่ทรงจีสตริงพื้นที่ที่ปกปิดร่ายกายได้จึงลดน้อยลงไปมากฮั่วจี้เซินดื่มน้ำเย็นจัดเข้าไปอีกอึกใหญ่ที่บริเวณหน้าท้องของเธอ มีรอยแผลเป็นจาง ๆ จากการผ่าตัด... คงจะเป็นรอยที่ทิ้งไว้จากการคลอดลูกเขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า ยามที่เธออุ้มท้องและคลอดลูกให้กับผู้ชายคนอื่นนั้นจะมีสภาพเป็นอย่างไรทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเป็นซาลวี่เอินโทรมาฮั่วจี้เซินส่งสัญญาณให้สวี่เพียวเพียวเปลี่ยนชุดต่อไป ส่วนเขาก็รับสายโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ร่างของเธอไม่วางตา“ฮัลโห
Baca selengkapnya

บทที่ 52

บริเวณที่ปลายนิ้วของเขาเลื่อนผ่านไปนั้นรู้สึกคันยุบยิบทุกสิ่งที่เคยเกิดขึ้นภายในห้องนี้ เปรียบเสมือนขนนกที่ล่องลอยอยู่กลางใจ คอยปัดป่ายให้คนรู้สึกซาบซ่านไปทั้งตัวมือหนาของชายหนุ่มโอบรัดเอวคอดกิ่วของสวี่เพียวเพียวไว้ เมื่อชุดราตรีถูกรัดช่วงเอวให้เข้ารูป เธอก็ดูงดงามราวกับตุ๊กตาในลูกแก้วคริสตัลหลายปีที่ผ่านมา ข้างกายเขาไม่เคยขาดแคลนผู้หญิงพวกเธอแวะเวียนเข้ามาไม่ซ้ำหน้า และยามที่พวกเธอมองมาที่เขา แววตาเหล่านั้นมักจะสื่อความหมายแบบเดียวกันเสมอเป็นความเร่าร้อนที่ราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัวทว่าในสายตาเหล่านั้น กลับไม่มีใครเลยที่เหมือนกับสวี่เพียวเพียวความรักที่ทั้งร้อนแรงและจริงใจเช่นนั้น เขาไม่เคยได้เห็นมันอีกเลยอันที่จริง มีหลายครั้งที่ฮั่วจี้เซินมีโอกาสจะอธิบายตัวตนที่แท้จริงของเขาให้เธอฟัง แม้ว่าเขาจะไม่เคยคิดว่าฐานะเหล่านั้นคือพันธนาการก็ตามทายาทฮั่วซื่อกรุ๊ป คำคำนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน ใครต่อใครต่างก็แหงนมองด้วยความยำเกรงไม่ใช่หรือ?แต่เขาก็หักห้ามใจไว้เหตุผลที่ไม่บอกสวี่เพียวเพียวก็เพราะเขากลัว กลัวว่ายามที่เธอมองเขา แววตาของเธอจะเปลี่ยนไปเหมือนคนอื่น ๆกลัวว่ามั
Baca selengkapnya

บทที่ 53

คงเป็นเพราะรู้ดีว่า... จริง ๆ แล้วเขาไม่เคยรักเธอเลยสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดก็เพียงแค่ความรู้สึกที่ไม่เหมือนใครขอแค่ฮั่วจี้เซินคิดว่าเธอแตกต่างจากคนอื่น เท่านี้มันก็เพียงพอแล้วสำหรับเธอให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปเถอะนิ้วมือของสวี่เพียวเพียวหดเกร็ง เธอทำท่าราวกับกำลังลูบไล้โครงเสื้อของฮั่วจี้เซินผ่านแผ่นกระจกจุดเริ่มต้นระหว่างเธอกับเขามันคือความผิดพลาดตั้งแต่แรกและตอนนี้ เธอแค่อยากจะตั้งใจทำงาน เก็บเงินเพื่อผ่าตัดให้แม่สวี่ ซื้อบ้านสักหลัง และทำให้เหลียนฮว่ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นส่วนเรื่องของฮั่วจี้เซินเขาคือหัวหน้า คือเจ้านายของเธอและเธอก็เป็นเพียงลูกน้องของเขา เท่านี้มันก็ดีมากแล้วในหลาย ๆ ครั้ง เธอยังสามารถลอบมองเขาได้ แล้วค่อยเก็บซ่อนความในใจที่ไม่เคยมีแสงส่องถึงเอาไว้ให้มิดชิดรอจนกว่าวันไหนที่เห็นหน้าเขาแล้วหัวใจไม่เต้นแรง เมื่อนั้นเธอคงจะปล่อยวางได้จริง ๆแต่ทำไมกันนะ ทุกครั้งที่เห็นเขา หัวใจไม่เพียงแต่จะเต้นรัว แต่มันยังรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาด้วยช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลยสวี่เพียวเพียวหลุบตาลงเพื่อปกปิดความเศร้าสร้อยในดวงตานั่นทำให้เธอพลาดสายตาของฮั่วจี้เซ
Baca selengkapnya

บทที่ 54

เธอไม่เคยลืมแต่เธอไม่คิดเลยว่า ฮั่วจี้เซินจะใช้ตัวเลขไม่กี่ตัวนี้มาตั้งเป็นรหัสผ่านประตูห้องอาจจะเป็นเพราะว่าในทุก ๆ ปีของวันครบรอบที่คบกัน พวกเขามักจะมาที่ห้องนี้เสมอสวี่เพียวเพียวรินน้ำอุ่นใส่แก้ว แล้วหาน้ำผึ้งขนาดมินิที่ยังไม่ได้แกะขวดออกมาจากตู้เย็นเธอผสมจนเข้ากันแล้วยื่นส่งให้เขา“คุณฮั่วคะ คุณดื่มมากเกินไปแล้วค่ะ”ฮั่วจี้เซินนอนอยู่บนเตียง ขมวดคิ้วมองเธอโดยไม่รับแก้วน้ำจากมือความปวดหนึบเริ่มโจมตีที่ขมับจู่ ๆ ฮั่วจี้เซินก็จ้องหน้าเธอแล้วโพล่งออกมา“ก่อนหน้านี้ ฉันเคยดื่มจนเมาหนักแบบนี้ครั้งหนึ่งใช่ไหม?”สวี่เพียวเพียวขานรับอืมเบา ๆ “ค่ะ พอเข้ามาถึงคุณก็อ้วกเต็มพื้นไปหมด เสียค่าทำความสะอาดไปตั้งเยอะแน่ะ”ฮั่วจี้เซินจำเรื่องนั้นไม่ได้แล้วเขาขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม“เมื่อไหร่?”“งานวันเกิดรุ่นน้องผู้หญิงของคุณคนหนึ่ง ฉันไปรับคุณ แต่คุณกลับบอกว่าฉันยุ่งไม่เข้าเรื่อง”สวี่เพียวเพียวยิ้มบาง ๆ ใบหน้าดูซีดเซียวเล็กน้อยเมื่อเห็นเธอเป็นเช่นนี้ ฮั่วจี้เซินก็นึกออกทันทีนั่นไม่ใช่รุ่นน้องที่ไหนหรอก แต่เป็น “ฮั่วสวินเจิน” น้องสาวลูกพี่ลูกน้องของเขาเองเด็ก ๆ ในตระกูลฮั่ว
Baca selengkapnya

บทที่ 55

เพราะไม่ว่าเขาจะเรียกเงินเท่าไหร่ เธอก็ตั้งใจจะเก็บออมมาคืนเขาให้ได้ อย่างมากที่สุดก็แค่ขอผ่อนชำระเอา“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณฮั่วพักผ่อนให้เต็มที่ค่ะ”ประตูห้องปิดลง สวี่เพียวเพียวจากไปแล้วเสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นจากใกล้จนค่อย ๆ ห่างออกไป ราวกับการเคาะจังหวะบทเพลงที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากโลกของฮั่วจี้เซิน-ณ บ้านตระกูลฮั่วบนโต๊ะอาหาร คุณนายฮั่วกำลังอุ้มฉินอวี่โยวไว้บนตักพลางป้อนข้าวให้อวี๋ฮุ่ยพยายามทัดทานอยู่สองสามคำ แต่คุณนายฮั่วก็ไม่ยอมปล่อย เธอจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยอวี๋ฮุ่ยรู้ดีว่าหญิงชราคนนี้ชอบเด็กชายจ้ำม่ำคนนี้มากขนาดไหนตอนเด็ก ๆ อวี๋ฮุ่ยเติบโตมาจากการเลี้ยงดูของคุณนายฮั่ว จึงเปรียบเสมือนลูกสาวแท้ ๆ อีกคน ดังนั้นคุณนายฮั่วจึงรักและเอ็นดูลูกของเธอไม่ต่างกันคุณนายฮั่วคิดว่า ด้วยท่าทางนิ่งเฉยของฮั่วจี้เซินแบบนี้ บางทีจนเธอหลับตาลาโลกไป ก็อาจจะยังไม่ได้เห็นวันที่เขามีลูกเป็นของตัวเองเลยด้วยซ้ำ“อาเซิน แกมองดูอวี่โยวแล้ว ไม่มีอะไรจะพูดหน่อยเหรอ?”“อ้วนเกินไป ต้องควบคุมน้ำหนัก เด็กที่อ้วนเกินไปจะส่งผลไม่ดีต่อพัฒนาการ ยิ่งเขาเป็นเด็กผู้ชาย ยิ่งต้องระวัง”คุณนา
Baca selengkapnya

บทที่ 56

ฮั่วจี้เซินกดโทรออกเสียงรอสายดังอยู่ครู่หนึ่ง ปลายสายจึงรับหลังจากแจ้งจุดประสงค์ไป อีกฝ่ายก็นิ่งคิดก่อนจะเอ่ยว่า “เกรงว่าจะตรวจสอบไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ”มาตรการรักษาความลับของโรงพยาบาลในต่างประเทศนั้นเข้มงวดมาโดยตลอด ต่อให้เพิ่มเงินก็ยากที่จะได้ข้อมูลของคนไข้ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ฮั่วจี้เซินถามถึง คือหญิงที่คลอดบุตรซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องทางสังคมใด ๆ กับเขาเลยหากอีกฝ่ายไม่สนิทกับฮั่วจี้เซินและรู้ดีว่าเขาเป็นคนอย่างไร คงเกือบจะคิดไปแล้วว่าฮั่วจี้เซินกำลังแอบสืบเรื่องลูกนอกสมรสของตัวเองอยู่แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยหากมีผู้หญิงคนไหนคลอดลูกให้ฮั่วจี้เซินจริง ป่านนี้คงรีบอุ้มลูกมาแสดงตัวนานแล้วนั่นมันตระกูลฮั่วเชียวนะพออีกฝ่ายพูดแบบนั้น ฮั่วจี้เซินก็เห็นด้วยแต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังสั่งให้สืบต่อไปเขาชอบที่จะเห็นข้อมูลที่เที่ยงตรงและชัดเจน เพื่อมาฉุดรั้งความร้อนรนของเขาในตอนนี้อวี๋ฮุ่ยเคาะประตูแล้วยกจานผลไม้มาวางไว้ข้างมือของฮั่วจี้เซิน“พี่มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง เป็นเด็กผู้หญิงที่นิสัยดีทีเดียว ฐานะทางครอบครัวก็คู่ควรกับนายนะ อยากลองทำความรู้จักดูหน่อยไหม?”แค่มองปราดเดี
Baca selengkapnya

บทที่ 57

อวี๋ฮุ่ยร่างกายแข็งทื่อ เธอฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย“คนเราก็ต้องเปลี่ยนไปทั้งนั้นแหละจ้ะ ผู้หญิงพอได้เป็นแม่คนแล้ว ก็เหมือนถูกขังไว้ในกรงที่มองไม่เห็น”-ราตรีเริ่มย้อมผ่านม่านฟ้าสวี่เพียวเพียวกำลังกอดแท็บเล็ตไว้ในอ้อมแขน พลางเหลือบมองขวดน้ำเกลือของลูกสาวและก้มหน้าวาดแบบไปด้วย เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะถึงกำหนดส่งงาน เธอต้องรีบสรุปภาพร่างกับผู้ว่าจ้างให้เสร็จภายในช่วงวันหยุดนี้แต่แล้ว เสียงร้องไห้จ้าของเด็กคนหนึ่งก็ขัดจังหวะความคิดของสวี่เพียวเพียวเมื่อเงยหน้าขึ้นมองเธอก็เห็นฮั่วจี้เซินกำลังอุ้มฉินอวี่โยวสาวเท้าเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว โดยมีอวี๋ฮุ่ยเดินตามมาติด ๆ ด้วยท่าทางร้อนรนดูเหมือนว่าเด็กชายจะรีบกินขนมเร็วเกินไปจนเปลือกวอลนัทติดคอ และอาเจียนออกมาเป็นเลือดหลายครั้งฉินอวี่โยวอายุแค่สองขวบ พอ ๆ กับลูกสาวของเธอเด็กวัยนี้ถ้ามีอะไรติดคอขึ้นมา อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้สวี่เพียวเพียวเข้าใจความรู้สึกนั้นดีเหลียนฮว่าถูกเสียงดังรบกวนจนตื่น เธอขยี้ตาแล้วมองไปทางนั้น “คุณแม่คะ เกิดอะไรขึ้นคะ?”“ไม่มีอะไรจ้ะลูก แค่มีเด็กอ้วนคนหนึ่งทำของติดคอน่ะ”ไม่นานนัก เตียงข้าง ๆ ก็มีคนเข้า
Baca selengkapnya

บทที่ 58

อวี๋ฮุ่ยอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจปฏิกิริยาแรกของเธอคือไม่เชื่อในสิ่งที่ฉินอวี่โยวพูดดูจากรูปร่างของเขาแล้ว เหมือนเด็กที่ที่บ้านไม่มีข้าวจะกินอย่างนั้นเหรอ?ถ้าเขาไม่มีข้าวกิน เด็กทั้งโลกก็คงเหมือนมาจากแอฟริกาหมดแล้วแม้แต่ฮั่วจี้เซินเองก็ยังคิดว่าฉินอวี่โยวล้อเล่นหรือกำลังโกหกสวี่เพียวเพียวมองไปที่ฉินอวี่โยวเด็กน้อยดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้าดูท่าทางกำลังอับอายสวี่เพียวเพียวเหลือบมองลูกสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่เหลียนฮว่าพูด“ฉินอวี่โยว หนูอธิบายมาเองเถอะจ้ะ”ฉินอวี่โยวอึกอัก พูดไม่ออกบอกไม่ถูกฮั่วจี้เซินก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้าแล้วเลิกผ้าห่มออก “พูดจาดี ๆ”คนที่เด็กชายกลัวที่สุดก็คือคุณน้าของเขานั่นเอง“ตอนกลางวันคุณย่าให้ผมกินข้าวแค่ถ้วยเดียวครับ แถมไม่ให้กินเนื้อสัตว์ด้วย”“ตอนบ่ายผมเลยหิวมาก”บ้านของฉินอวี่โยวอยู่ใกล้กับโรงเรียนอนุบาลมากแม่สามีของอวี๋ฮุ่ยอ้างว่ากลัวหลานจะกินข้าวเที่ยงที่โรงเรียนได้ไม่ดี จึงไม่ยอมให้เขากินที่นั่น และจะไปรับหลานกลับมากินข้าวที่บ้านทุกวันพอกินเสร็จค่อยส่งกลับไปอวี๋ฮุ่ยเองก็รู้สึกว่ามันวุ่นวายเกินเหตุแต
Baca selengkapnya

บทที่ 59

ผู้ใหญ่ทุกคนในห้องต่างตกอยู่ในความเงียบงันเหลียนฮว่าฉลาดกว่าฉินอวี่โยวมากนัก ในขณะที่เธอเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างแล้ว ฉินอวี่โยวกลับยังคงมองไปที่ฮั่วจี้เซินด้วยความสงสัย“คุณน้าครับ เธอพูดเรื่องอะไรเหรอ? คุณพ่อผมเป็นอะไร?”ฮั่วจี้เซินตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ไม่มีอะไร พ่อของนายสบายดี”“อ๋อ ผมก็ว่างั้นแหละ”สีหน้าของอวี๋ฮุ่ยยิ่งดูแย่ลงไปอีกเธอฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย “คุณแม่เหลียนฮว่า เราเพิ่มเพื่อนไลน์กันไว้หน่อยดีไหมคะ? เรื่องนี้จะจัดการยังไงต่อเดี๋ยวเราค่อยปรึกษากัน พอดีตอนนี้ฉันมีธุระด่วนต้องไปจัดการนิดหน่อยค่ะ”สวี่เพียวเพียวกำลังจะพยักหน้าตกลงทว่าฮั่วจี้เซินกลับขัดขึ้นเสียก่อน“ไม่ต้องหรอก มีอะไรก็คุยกับผมได้เหมือนกัน”อวี๋ฮุ่ยเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เรื่องของฉินอวี่โยว ฮั่วจี้เซินก็เป็นคนช่วยจัดการให้ตอนนี้เธอไม่มีกระจิตกระใจจะพะวงเรื่องอื่นจริง ๆ จึงฝากฝังให้ฮั่วจี้เซินช่วยดูฉินอวี่โยวให้ครู่หนึ่งจากนั้นเธอก็ถือโทรศัพท์เดินออกไปก่อนไป เธอขอเบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานกฎหมายชื่อดังหลายแห่งจากฮั่วจี้เซิน เพื่อให้พวกเขาช่วยประสานงานทนายความที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายครอบครั
Baca selengkapnya

บทที่ 60

จิตใจของเด็ก ๆ นั้นมักจะอ่อนไหวและรับรู้ความรู้สึกได้ไวเสมอสวี่เพียวเพียวทั้งขำทั้งสงสารจนทำตัวไม่ถูก“ก็ไม่เชิงว่าไม่ชอบหรอกจ้ะ”ทว่าในโลกของเด็ก ๆ กลับมีแค่คำว่าชอบกับไม่ชอบเท่านั้นฉินอวี่โยวเอียงคอทำหน้าไม่เข้าใจในคำตอบของเธอฉินอวี่โยวอายุเพียงสองขวบกว่าเขายังตัวเล็กนิดเดียว นอนอยู่บนเตียงคนไข้เพื่อฉีดยาฆ่าเชื้อโดยที่ไม่มีผู้ปกครองอยู่ข้างกายสักคน มองดูแล้วก็น่าสงสารอย่างบอกไม่ถูกสวี่เพียวเพียวเงยหน้ามองไปที่ประตูห้องพักฮั่วจี้เซินออกไปสูบบุหรี่ ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่อาจเป็นเพราะเธอเองก็เป็นแม่คนแล้ว พอเห็นเด็กที่ตกอยู่ในสภาพนี้จึงอดที่จะใจอ่อนไม่ได้เธอลุกขึ้นเปลี่ยนที่นั่งไปนั่งลงตรงกลางระหว่างเด็กทั้งสองคน เพื่อจะได้ดูแลได้สะดวกเธอกุมมือน้อย ๆ ของฉินอวี่โยวเอาไว้แล้วถามอย่างอ่อนโยน “เจ็บมือไหมจ๊ะ?”ฉินอวี่โยวส่ายหน้า“คุณน้าคนสวยครับ ผมเรียกคุณน้าว่าน้าเพียวเพียวได้ไหมครับ?”“ได้สิจ๊ะ”นิ้วเล็ก ๆ ของเขากุมมือสวี่เพียวเพียวไว้แน่น พลางถามด้วยความสับสน “ทำไมจู่ ๆ คุณแม่ถึงรีบไปล่ะครับ?”สวี่เพียวเพียวถึงกับน้ำท่วมปากเธอไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรด
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
45678
...
10
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status