All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 391 - Chapter 400

466 Chapters

บทที่ 391

“มื้อนี้คุณฮั่วของพวกเธอเป็นคนเลี้ยง เพราะฉะนั้นจัดเต็มได้เลย”เยี่ยนชิวแกล้งเบ้ปากใส่ “สวี่เพียวเพียว นี่เธอเข้าสู่กระบวนการคอร์รัปชันไปแล้วจริง ๆ สินะ”สวี่เพียวเพียวจิบน้ำชาพลางหัวเราะร่า“ถ้างั้นพี่ก็ไม่ต้องกิน”“กิน ใครจะไม่กินล่ะ! กินให้เรียบทั้งความคอร์รัปชันและความหรูหรานี่แหละ! ว่าแต่คุณนายฮั่วคะ ช่วยแชร์สูตรลัดหน่อย ทำยังไงถึงจะได้สามีทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมเปย์หนักระดับนี้มาครอบครอง!”สวี่เพียวเพียวแกล้งลากเสียง อือ ยาวอย่างใช้ความคิด “ง่ายมาก ย้อนเวลากลับไปสมัยมหาวิทยาลัย ให้พี่เล็งผู้ชายที่หล่อที่สุดในรุ่นเอาไว้ ยิ่งดูนิ่ง ๆ ขรึม ๆ เหมือนจะไม่ค่อยมีตังค์นั่นแหละยิ่งดี จากนั้นพี่ก็เริ่มรุกด้วยการเปย์เขาเข้าไปค่ะ ขยันส่งรูปเซลฟี่สวย ๆ ไปละลายใจเขาบ่อย ๆ ตื๊ออีกไม่กี่เดือนก็จีบติดชัวร์ค่ะ”เยี่ยนชิวกับเจียนหลินถึงกับนั่งอึ้งไปครู่ใหญ่พวกเธอแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าสวี่เพียวเพียวไม่ได้แค่พูดเอาฮา แต่นี่มันคือการถ่ายทอดคัมภีร์การจีบสามีออกจริง ๆ เยี่ยนชิว “เดี๋ยว ๆ ไอ้ที่บอกว่าให้เล็งคนไม่มีตังค์นี่มันยังไงกันแน่?”“ก็กฎเหล็กประจำตระกูลฮั่วไงคะพี่ ที่ว่าต้องขยันทำงานส่งตั
Read more

บทที่ 392

ณ โต๊ะอาหารฝั่งนี้ ทุกคนต่างหยุดกิจกรรมในมือราวกับถูกแช่แข็งในขณะที่เสียงของเวินลี่จากแผนกกฎหมายที่นั่งร่วมโต๊ะของอันเหวินโม่ก็แว่วถามขึ้น“อ้าวในเมื่อคนเดิมมีปัญหา แล้วทำไมเธอไม่ลองติดต่อไปหาเหยียนเฟิงตัวจริงดูล่ะ? ฉันแว่ว ๆ มาว่าเมื่อก่อนเธอก็เคยทำงานที่แผนกการตลาดของเรานี่นา ตามหลักการถ้านักวาดระดับนั้นเขามีคิวว่าง ก็น่าจะพอเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่า ๆ ในฐานะที่ทำงานเดิมบ้างไม่ใช่เหรอ?”อันเหวินโม่ถอนหายใจออกมาลากยาวใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มแสนเข็ญ ก่อนจะขยับพูดด้วยท่าทางกระอักกระอ่วนราวกับไม่อยากจะเอ่ยถึง แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนจะจำใจต้องโพล่งความในใจออกมา“เหยียนเฟิงน่ะเหรอไม่สนใจฉันเลย ก่อนหน้านี้ฉันเคยถล่มตัวติดต่อไปขอจ้างงานดี ๆ แต่เธอกลับอ่านแล้วไม่ยอมตอบกลับมาสักคำ แล้วสมัยที่เธอยังทำงานอยู่ในบริษัทเนี่ย เธอก็ชอบหาเรื่องแวะเวียนไปหาคุณฮั่วที่ห้องทำงานอยู่บ่อย ๆ ฉันน่ะบังเอิญไปเห็นเข้าจัง ๆ ตั้งหลายครั้ง คงเป็นเพราะตอนนั้นฉันชอบเข้าไปขัดจังหวะล่ะมั้งคะ เธอถึงได้แอบจดชื่อฉันลงบัญชีหนังหมาจนถึงตอนนี้”เวินลี่ฟังแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระกับคำใส่ร้ายนั้นเท่าไหร่
Read more

บทที่ 393

“ไม่เป็นไรเลย จริง ๆ มื้อนี้ฉันก็ไม่ได้เป็นคนเลี้ยงเองหรอกนะ พอดีใช้เงินสามีจ่ายน่ะ”พูดจบสวี่เพียวเพียวขยิบตาให้เวินลี่ทีหนึ่งพร้อมกับส่งรอยยิ้มอ่อนโยนและเป็นมิตรให้อย่างจริงใจตลอดเวลาที่แอบฟัง สวี่เพียวเพียวรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเวินลี่พยายามจะโต้แย้งและใช้เหตุผลปกป้องเธอผ่านคำพูดอ้อม ๆ อย่างสุดความสามารถความหวังดีนี้ สวี่เพียวเพียวสลักมันไว้ในใจเรียบร้อยแล้วสวี่เพียวเพียวเดินนวยนาดออกจากร้านไป โดยไม่แม้แต่จะเหลือบหางตาไปมองอันเหวินโม่แม้แต่นิดเดียวเซ่ามู่หันมามองคนโต๊ะข้าง ๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แววตาของเขาเต็มไปด้วยการแจ้งเตือน รังสีคุกคามแผ่ออกมาจนคนมองถึงกับขนลุกซู่ไปทั้งตัวเวินลี่รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันทีลำพังแค่การแอบนินทาคนอื่นลับหลังก็นับว่าเสียมารยาทมากพออยู่แล้วแต่นี่เจ้าตัวดันมานั่งฟังอยู่จัง ๆ ทว่ารอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูของสวี่เพียวเพียวเมื่อครู่ ก็ช่วยชะล้างความกังวลที่แบกไว้ในอกให้เบาบางลงไปได้มากในขณะที่อันเหวินโม่ ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับหมดอารมณ์ทานข้าวโดยสิ้นเชิงสวี่เพียวเพียวมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้?แล้วทำไมเซ่ามู่ก็มาอยู่ที่นี
Read more

บทที่ 394

เมื่อเห็นว่าสวี่เพียวเพียวดูมีท่าทีสนใจฮั่วจี้เซินก็กินพาสต้าในชามไปพลาง เล่าเรื่องวีรกรรมของฮั่วหมิ่นที่เคยก่อเอาไว้ไปพลางซึ่งเรื่องเหล่านั้นมันมากมายเหลือเกิน จนบรรยายไม่หมด“ตอนที่ฉันอายุสามขวบ อาสองอยากให้พ่อแม่มีลูกเพิ่มอีกคน ถึงกับส่งชุดนอนมาให้กว่ายี่สิบชุด พร้อมกับอุปกรณ์เสริมตัวช่วยอีกสารพัดอย่าง”เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เพียวเพียวก็เข้าใจได้ทันทีว่าชุดนอนที่ส่งมานั้นเป็นชุดนอนแบบไหน“ปีที่คุณย่าเสีย อาสองกลัวว่าคุณปู่จะเหงา เลยส่งตุ๊กตายางมาให้ตัวหนึ่ง บอกว่าเอาไว้ให้คุณปู่คลายเหงา”“ตอนฉันอายุแปดขวบ เขาพานักแสดงเข้ามาถ่ายหนังในบ้าน แถมยังเป็นฉากเลิฟซีนที่ดุเดือดบนเตียงของเขากับอาสะใภ้สองด้วย ทำเอาคุณปู่โกรธจนความดันขึ้นเลย แต่เขายังกล้าถามคุณปู่อีกนะว่าอยากลองแสดงสักตอนไหม เดี๋ยวจะจัดฉากจูบให้”“เรื่องพรรค์นั้นมีมาให้เห็นแทบจะทุกปีเลยล่ะ”สวี่เพียวเพียวฟังจบก็นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ “...”ฮั่วหมิ่นคนนี้ ช่างเป็นคนที่เดินนอกกรอบได้สุดโต่งจะว่ามีความเป็นศิลปินเกินเบอร์จนน่าสะพรึงกลัวไปหน่อย“คุณปู่ที่เจ้าระเบียบขนาดนั้น เลี้ยงลูกชายทั้งสามคนออกมาให้มีนิสัยต่างกันสุดขั้
Read more

บทที่ 395

พี่ปิงก้มหน้าก้มตาจัดการกับหน้าจอมือถือพลางเอ่ยยิ้ม ๆ “ตอนแรกที่คุณฮั่วมีคำสั่งให้ย้ายพี่มาอยู่ที่นี่ พี่ก็นึกระแวงไปเองว่าตัวเองไปทำอะไรผิดเข้า แต่พอได้ย้ายมาจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าชีวิตที่นี่สงบและมีอิสระกว่าตอนอยู่เมืองเอตั้งเยอะเลยล่ะ”สวี่เพียวเพียวฟังแล้วถึงกับหนังตากระตุกวูบฮั่วจี้เซิน ผู้ชายคนนี้เจ้าแผนการเกินไปแล้ว“คุณฮั่วเป็นคนสั่งย้ายพี่ปิงด้วยตัวเองเลยเหรอคะ?”“ใช่จ้ะ เห็นว่าเป็นคำสั่งโดยตรงจากเบื้องบนลงมาเลยล่ะ แล้วทางเครือบริษัทเขาก็พิจารณาเพื่อพี่จริง ๆ นั่นแหละ เพราะสามีพี่ทำงานอยู่ที่นี่คนเดียวมาตั้งนาน น่าสงสารจะตาย อ้อ ว่าแต่พอพี่ไม่อยู่แล้ว ใครย้ายมาแทนตำแหน่งพี่ล่ะ?”ฮั่วสวินเจินยื่นหน้าทะเล้นเข้าไปใกล้ “ฉันเองค่ะ ฉันเป็นคนเสียบแทนตำแหน่งพี่เอง แต่ตอนนี้ฉันก็ลาออกมาเป็นลูกน้องกึ่งหุ้นส่วน ลุยธุรกิจส่วนตัวกับคุณสวี่คนนี้เรียบร้อยแล้วเหมือนกันค่ะ”พี่ปิงได้ฟังก็หัวเราะร่า“เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะเนี่ย”ในสายตาของพี่ปิงนั้น สวี่เพียวเพียวคือภาพจำของพนักงานต้นแบบที่ทำงานได้ละเอียดรอบคอบ เธอเป็นคนประเภทที่ไม่เคยสร้างศัตรู และคุยง่ายเสียจนใครต่อใครมักจะมาขอแลกเวรกะทัน
Read more

บทที่ 396

แม้เมืองซีจะอยู่ห่างจากเมืองเอไม่ไกลมากนักทว่าด้วยทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ซึ่งขยับขึ้นไปทางทิศเหนือมากกว่าเพียงเล็กน้อย กลับทำให้ท้องฟ้าที่นี่เริ่มส่งเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาเสียแล้ว ทั้งที่เมื่อเช้าตอนที่เธอก้าวเท้าออกจากบ้านในเมืองเออากาศยังคงมีแดดจ้าอยู่แท้ ๆ เกล็ดหิมะเม็ดละเอียดร่วงหล่นลงบนเสื้อโค้ทสีดำสนิทที่ฮั่วจี้เซินสวมใส่แต่ชายหนุ่มกลับไม่มีกะจิตกะใจจะใส่ใจเลยสักนิดมือหนาเอื้อมไปปัดเกล็ดหิมะออกจากเสื้อผ้าของสวี่เพียวเพียว ก่อนจะช่วยดึงผ้าพันคอของเธอให้ขึ้นมาห่อหุ้มร่างกายจนมิดชิด แล้วจึงรีบประคองยัดตัวเธอเข้าไปในรถทันทีที่ฟากฝั่งตรงข้ามของถนนรถของโรงแรมเคลื่อนตัวมาจอดเทียบท่าได้จังหวะพอดี ฮั่วสวินเจินยืนอยู่ตรงนั้นพลางโบกมือลาฮั่วจี้เซินทว่าหลังจากที่เธอก้าวขึ้นรถไปแล้วสายตาเธอมองผ่านกระจกหน้าต่างรถที่เริ่มมีฝ้าเกาะ ฮั่วสวินเจินเห็นพี่ชายของเธอจัดการปิดประตูรถฝั่งที่สะใภ้ใหญ่นั่งเสร็จสรรพ จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปยังแผงขายมันเผาริมถนนดูเหมือนเขาจะกลัวว่ามันเผาที่เพิ่งขึ้นจากเตาจะเย็นชืด จึงจัดแจงซุกมันเผาราคาไม่กี่สิบหยวนไว้ใต้เสื้อโค้ทแบรนด์เนมตัวหรูราคาหลักแสนอย่า
Read more

บทที่ 397

“...ใครนะ? เมื่อกี้เธอพูดถึงใครน่ะ?”“ก็คุณชายเล็กตระกูลซาไงคะ เท่าที่ฉันสังเกตดู เขาดูจะดูแลคุณดีมากเลยไม่ใช่เหรอคะ?”ฮั่วสวินเจินหันขวับมามองซูหว่านด้วยสายตาเบิกกว้าง คล้ายจะถามกลับว่า นี่คุณกำลังเข้าใจอะไรผิดไปใหญ่หรือเปล่า“เขาดูแลฉันน่ะมันก็ถูกแล้วค่ะ! ก็แหม ตอนเด็ก ๆ เขาเกือบจะช็อกตายเพราะดันไปกินถั่ววอลนัทเข้า ก็ฉันนี่แหละที่เป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้!”ฮั่วสวินเจินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่าแฝงความขำขัน“นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว การแต่งงานในหมู่ญาติสนิทน่ะเขาเลิกฮิตกันไปนานแล้ว! นี่ข่าวการปฏิรูปบ้านเมืองเขาไม่ได้แจ้งไปถึงบ้านเธอบ้างหรือไงคะ? ฉันว่าเธอต้องรีบกลับไปเรียนประวัติศาสตร์ยุคใหม่ด่วนเลยนะ”ซูหว่านถึงกับอึ้งกิมกี่ไปชั่วขณะ“ญาติสนิทงั้นเหรอคะ?”ฮั่วสวินเจินเอ่ยขยายความเพิ่ม“คุณย่าของพี่ซาน่ะ เป็นคุณย่าทวดแท้ ๆ ของฉันเลยนะ จริง ๆ แล้วตอนพี่ซาเกิดมาน่ะ เขาต้องใช้นามสกุลฮั่วด้วยซ้ำไป แต่เป็นเพราะทางตระกูลซาดันไปหาซินแสชื่อดังมา แล้วซินแสก็ทักว่าเด็กคนนี้ดวงมหาเศรษฐี พอรู้ว่าดวงดีขนาดนี้ ตระกูลซาเลยหัวเด็ดตีนขาดไม่ยอมให้เขาย้ายมาใช้นามสกุลบ้านเราเด็ดขาดเลยล่ะ”“ไม่อย
Read more

บทที่ 398

เฒ่าทั้งสองดูท่าจะนอนไม่หลับกันจริง ๆ เสียด้วยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จิตใจของพวกเขามัวแต่จดจ่ออยู่กับการคัดเลือกชุดที่เหมาะสมที่สุด และวางแผนว่าจะแต่งตัวอย่างไรเพราะสำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือวันเกิดครั้งแรกของเหลียนฮว่าภายใต้ชายคาบ้านตระกูลฮั่วและตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เด็กน้อยคนนี้จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการให้ญาติสนิทมิตรสหายและผู้คนในแวดวงสังคมได้รู้จัก ทุกคนจะได้รับรู้โดยทั่วกันว่าตระกูลฮั่วได้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นมาแล้วเธอคือหลานสาวคนโตที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของฮั่วหง และเป็นลูกสาวคนแรกในชีวิตของฮั่วจี้เซินเพียงแค่จินตนาการถึงภาพเหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้ โสงเจี๋ยก็ตื่นเต้นจนไม่อาจข่มตาลงได้หัวใจของเธอพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!“นี่เหล่าฮั่ว หรือว่าฉันควรจะใส่กี่เพ้าผ้ากำมะหยี่ตัวนั้น คู่กับเสื้อโค้ทที่สั่งตัดมาคราวก่อนดี? ฉันว่ามันดูเรียบง่ายดีนะ จะได้ไม่ไปแย่งซีนใครในงาน”พูดจบเธอก็ทำท่าจะผุดลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังห้องแต่งตัวเพื่อรื้อหาชุดทันที ราวกับตั้งใจจะลองสวมให้ดูเดี๋ยวนั้นเพื่อความมั่นใจ“แต่งแบบนั้น คุณกะจะไปขึ้นเวทีร้องเพลงแถวเซี่ยงไฮ้ยุคเก่าหรือไงกัน?”โสงเ
Read more

บทที่ 399

นั่นเป็นเพราะความรู้สึกที่เธอมีให้เขานั้น แม้จะยังหลงเหลืออยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ลึกซึ้งดั่งวันวานที่เคยเป็นมาการวิ่งตามหาสิ่งที่ทำหล่นหายไปตามกาลเวลา แน่นอนว่ามันทั้งดูทุลักทุเลและยากลำบากทว่าเขากลับเป็นคนโลภคนหนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะปรารถนาจะครอบครองทุกเศษเสี้ยวความเป็นตัวเธอไว้เพียงผู้เดียวน้ำเสียงของฮั่วจี้เซินที่ดังอยู่ข้างหูฟังดูอู้อี้และสั่นพร่า“ที่รัก เมื่อไหร่จะยอมให้เปิดตัวอย่างเป็นทางการสักที?”“ไม่ใช่ว่าเปิดตัวแล้วเหรอ?”ในความเป็นจริงตอนนี้ นอกจากเรื่องที่เขายังไม่ได้ประกาศว่าเจ้าสาวผู้โชคดีคนนั้นคือใคร คนทั้งโลกต่างก็รับรู้กันหมดแล้วว่าฮั่วจี้เซินแต่งงานแล้วจะมีผู้ชายคนไหนในแวดวงสังคมที่กล้าอวดแหวนแต่งงานต่อหน้าสื่ออย่างออกนอกหน้าได้เท่าเขาอีกล่ะทั้งที่มูลค่าของแหวนวงนั้นเทียบไม่ได้เลยกับชุดสูทหรูที่เขาสวมใส่ในวันนั้นเสียด้วยซ้ำแต่เขากลับทะนุถนอมมันราวกับอัญมณีที่ล้ำค่าที่สุดในโลกฮั่วจี้เซินส่ายหัวเบา ๆ “มันไม่เหมือน ฉันอยากประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าเธอคือภรรยาของฉันอย่างภาคภูมิใจ”“ตอนนี้ยังก่อนดีกว่านะ ฉันยังมีงานต้องทำอีกเยอะ”สวี่เพียวเพียวยังไ
Read more

บทที่ 400

ใบหน้าของคุณปู่ฮั่วนั้นขึ้นชื่อเรื่องความเคร่งขรึมและดุดันด้วยหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นอยู่ตลอดเวลาบวกกับบุคลิกเจ้าระเบียบพูดน้อย แถมมุมปากยังคว่ำลง มันคือลักษณะใบหน้าประเภทที่เด็กคนไหนเห็นเข้าเป็นต้องขวัญผวาเด็กหลายคนในตระกูลฮั่ว แค่เผลอสบสายตาคุณปู่เข้าเพียงเสี้ยววินาที ก็อดไม่ได้ที่จะแผดเสียงร้องไห้ออกมาทว่าเหลียนฮว่ากลับนิ่งสนิทถึงแม้ลึก ๆ ในใจจะแอบตำหนิอย่างซื่อตรงว่าคุณปู่ทวดคนนี้หน้าตาจะไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่นัก แต่กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวหรือเสียขวัญเลยแม้แต่น้อยในฐานะลูกสาวของฮั่วจี้เซินและสวี่เพียวเพียว เหลียนฮว่าได้รับเอายีนเด่นและข้อดีของทั้งพ่อและแม่มาอย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่นสวี่เพียวเพียวในวัยเยาว์นั้นขึ้นชื่อเรื่องความร่าเริงแจ่มใสและซุกซนขี้เล่นส่วนฮั่วจี้เซินนั้นก็เปี่ยมไปด้วยความสงบนิ่งและรู้จักกาลเทศะมาแต่ไหนแต่ไร เขามักจะสุขุมและไม่แสดงอารมณ์ที่รุนแรงออกมาพร่ำเพรื่อสุดท้ายกลับกลายเป็นคุณปู่ฮั่วเสียเองที่เริ่มทนรับแรงกดดันไม่ไหวจนต้องกระแอมไอออกมาคำหนึ่ง“ฮั่วหง ยัยหนูนี่ชื่ออะไร?”“ฮว่าฮว่าครับ”ฮั่วหงเอ่ยตอบเพียงชื่อเล่นสั้น ๆ โดยจงใจไม่ยอมบอก
Read more
PREV
1
...
3839404142
...
47
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status