บททั้งหมดของ เจ้านายสายฟ้าแลบ: บทที่ 381 - บทที่ 390

466

บทที่ 381

ในเวลานั้น สื่อมวลชนและคนภายนอกรับรู้เพียงแค่ว่าจวีเยี่ยฝานนอกใจสามีทว่าเรื่องที่เธอแอบให้กำเนิดลูกแฝดชายหญิงนั้นกลับมีคนรู้เพียงน้อยนิด เพราะตระกูลฮั่วได้สั่งปิดข่าวเงียบและวางกำลังป้องกันข้อมูลรั่วไหลอย่างแน่นหนาในทุกระดับชั้นยามนั้นจวีเยี่ยฝานกับฮั่วหมิ่นยังไม่มีสถานะหย่าขาดจากกันอย่างเป็นทางการ ชาวเน็ตในยุคนั้นจึงทำได้เพียงคาดเดากันไปสนุกปากทว่าทันทีที่มีใครทิ้งความเห็นในคอมเมนต์ เหล่าแฟนคลับรุ่นเก่าของจวีเยี่ยฝานก็จะรีบออกโรงโต้แย้งและแก้ข่าวให้เธอทันทีแม้ว่าเธอจะลาออกจากวงการไปนานหลายปีจนแฟนคลับเหล่านั้นล่วงเข้าสู่วัยอาวุโสกันหมดแล้วแต่ด้วยผลงานการแสดงระดับขึ้นหิ้งที่ยังคงถูกนำมาตัดต่อวนเวียนให้เห็นอยู่ในโลกโซเชียล ทำให้ชื่อเสียงของเธอยังคงขลังและไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลาทันทีที่จวีหย่าเชี่ยนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง เธอจึงได้รับฉายาว่าจวีเยี่ยฝานย่อส่วนเพราะเมื่อลองนำรูปถ่ายของทั้งคู่มาวางเปรียบเทียบกันแบบช็อตต่อช็อต จะพบว่าแม้กระทั่งตำแหน่งไฝเสน่ห์ที่หางตาของพวกเธอก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดียวกันราวกับพิมพ์เดียวกันและหลังจากที่เหล่าแฟนคลับช่วยกันออกโรงแก้ข่าว จวีเยี่ยฝ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 382

สวี่เพียวเพียวยอมรับความจริงข้อนี้อย่างเต็มอกลึก ๆ แล้วเหตุผลที่เธอเลือกเปิดใจให้ฮั่วจี้เซินในตอนแรก ก็เป็นเพราะความหล่อของเขาเป็นประเดิมนั่นแหละหากปราศจากใบหน้าฟ้าประทานที่ดูโดดเด่นเกินใครนั่น ฮั่วจี้เซินก็อาจจะไม่สามารถดึงดูดสายตาของเธอให้หยุดนิ่งได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาเดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำสวี่เจินหลี่จำต้องยอมอย่างจนปัญญา “ลูกคนนี้นี่จริง ๆ เลย”“แม่คะ อย่ากังวลไปเลยค่ะ หนูเข้าใจดีว่าแม่เป็นห่วงเรื่องอะไร ถึงแม้ว่าในเชิงธุรกิจบ้านเราจะเทียบกับตระกูลฮั่วไม่ได้ แต่แม่กับพ่อก็เลี้ยงหนูมาให้เติบโตมาอย่างมีความสุขและเพียบพร้อมมาโดยตลอด”“แม่ยังจำคุณป้าชุนเทียน เพื่อนบ้านข้าง ๆ เราตอนเด็ก ๆ ได้ไหมคะ ตอนนั้นฝ่ายชายระแวงสารพัดจนเธอต้องยอมเซ็นสัญญาก่อนสมรสไว้ตั้งมากมาย แต่พอถึงคราวจะหย่ากันจริง ๆ นอกจากเขาจะไม่เหลือเงินติดตัวให้เธอสักบาทแล้ว ยังทิ้งหนี้สินกองโตไว้ให้เธอรับผิดชอบอีก แม่จำไม่ได้เหรอคะ?”เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เจินหลี่ก็เริ่มมีสีหน้าหวั่นไหวคนที่สวี่เพียวเพียวหยิบยกมาอ้างถึงนั้นคือเพื่อนบ้านในอดีตซึ่งฐานะทางบ้านก็ดูจะทัดเทียมกับตระกูลสวี่ในเวลานั้น ก่อ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 383

“จริง ๆ บนอินเทอร์เน็ตก็มีข่าวซุบซิบเรื่องตระกูลเราโผล่มาให้เห็นตลอดแหละค่ะ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ภาพที่พี่แคปส่งมาเมื่อคืนน่ะมันเป็นเรื่องของบ้านอาสอง ซึ่งทั้งอาสองและอาสะใภ้สองต่างก็เคยเป็นคนในวงการบันเทิงทั้งคู่ ข่าวฉาวมันเลยพุ่งเป้าไปที่พวกเขาเยอะเป็นพิเศษ”“คนที่จับได้ว่าอาสะใภ้สองนอกใจน่ะไม่ใช่พี่เลี้ยงตามข่าวลือหรอกค่ะ แต่เป็นอาสองเองที่บังเอิญควงคู่ไปกับคุณป้าสะใภ้ใหญ่!”สวี่เพียวเพียวตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ“ตอนนั้นอาสะใภ้สองประกาศว่าตัวเองท้องค่ะ แล้วก็ขออนุญาตทางบ้านกลับมาพักฟื้นร่างกาย ป้าสะใภ้ใหญ่ที่หวังดีก็เลยหิ้วของบำรุงกะจะไปเยี่ยม อาสองเองก็ไม่ได้เฉลียวใจเลยพาป้าสะใภ้ใหญ่เดินขึ้นไปหาถึงบนห้องนอน แล้วก็เจอแจ็กพอตเข้า เพราะอาสะใภ้สองกับนักแสดงชายคนกำลัง...”“และพอเด็กแฝดคู่นั้นลืมตาดูโลก ผลตรวจ DNA ก็ออกมาเป็นเครื่องยืนยันค่ะว่า เด็กทั้งสองคนไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของอาสองจริง ๆ ”“หลังจากนั้น คุณปู่ก็ยื่นคำขาดบีบให้ทั้งคู่หย่าขาดจากกัน แต่อาสองกลับดื้อแพ่งไม่ยอมหย่าท่าเดียว เขาคร่ำครวญว่าต่อให้อาสะใภ้สองจะคบชู้ เธอก็ยังเป็นแรงบันดาลใจและเป็นนางเอกในดวงใจของเขาตลอดกาล ถึ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 384

เครื่องยนต์คำรามกึกก้องขณะที่รถทะยานเร่งความเร็วขึ้นเซ่ามู่หักพวงมาลัยหลบหลีกอย่างคล่องแคล่วและแซงผ่านรถคันหน้าไปได้อย่างรวดเร็วในจังหวะที่รถกำลังเคลื่อนเข้าสู่ทางโค้ง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับของรถคันหลังค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพลางทอดสายตาตรงไปข้างหน้าภายในรถคันที่เพิ่งแซงพ้นไปนั้น หญิงสาวคนหนึ่งกำลังก้มหน้าลงจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ในมือ แสงสว่างจาง ๆ จากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสะท้อนอาบใบหน้าของเธอให้โดดเด่นท่ามกลางความมืดมิดรูปหน้าด้านข้างของเธอนั้นดูวิจิตรบรรจง เส้นผมสีดำขลับที่รวบเป็นมวยเรียบร้อยไว้ที่ท้ายทอย มีปอยผมบางส่วนทิ้งตัวลงระต้นคอขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแสงสลัวจากไฟข้างทางสาดส่องเข้ามา กระทบเข้ากับผิวหน้าด้านข้างของสวี่เพียวเพียวจนดูขาวกระจ่างตาราวกับมีเรื่องราวบางอย่างในหน้าจอโทรศัพท์ที่ดึงดูดความสนใจและทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นมา จนเธอเผยรอยยิ้มละมุนออกมาบาง ๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฮั่วจี้รุ่ยมองเห็นรอยบุ๋มเล็ก ๆ ของลักยิ้มที่ข้างแก้มของเธอได้อย่างชัดถนัดตาทว่าเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นรถหรูพุ่งทะยานผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็วสายตาของเธอไม่ได้หยุดพักหรือเหล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 385

ตึกหลักหลังนี้ถูกกำหนดไว้เป็นที่อยู่ของผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลฮั่วคนต่อไปเท่านั้นนี่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่ยึดถือกันมาอย่างเคร่งครัดและยาวนานในเมื่อฮั่วหงคือบุตรชายคนโต และฮั่วจี้เซินคือหลานชายคนโต ทั้งยังเป็นผู้กุมบังเหียนบริหารเครือบริษัทอย่างเต็มตัวในปัจจุบัน การที่ครอบครัวของพวกเขาครอบครองตึกหลักจึงเป็นสิทธิที่สมเหตุสมผลทว่าโสงเจี๋ยกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“ตึกหลักของเรามีห้องตั้งมากมาย ต่อให้พักอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมดก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรหรอก เพียงแต่แม่เห็นว่าพวกเด็ก ๆ ก็เริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว การแยกสัดส่วนที่พักให้เป็นส่วนตัวย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า แต่ที่แม่หนักใจ ก็คือเรื่องของอารุ่ยนั่นแหละ แม่กลัวว่าเด็กคนนั้นจะเก็บเอาไปคิดมากน่ะสิ”สิ่งที่โสงเจี๋ยเป็นกังวลที่สุด คือนิสัยส่วนตัวของฮั่วจี้รุ่ยที่มักจะอ่อนไหวและคิดเยอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเธอเกรงว่าเขาจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า เหตุใดในช่วงเวลาที่ผ่านมาทุกคนถึงยังสามารถพำนักรวมกันอยู่ที่ตึกหลักได้อย่างสงบสุขแต่พอเขาก้าวเท้ากลับมาบ้านปุ๊บ กลับกลายเป็นว่าทุกคนต้องมาแยกย้ายบ้านกันอยู่ทันทีแม้ระยะห่างระหว
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 386

คำถามที่หลุดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยแม้แต่น้อยเพราะการที่ฮั่วจี้เซินอยู่ที่ตึกหลักนั้น ถือเป็นเรื่องที่มีความชอบธรรมและมั่นคงเสียยิ่งกว่าตัวฮั่วหงผู้เป็นบิดาเสียอีก เขาจึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องย้ายออกไปเลยเปลือกตาของโสงเจี๋ยกระตุกวูบไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่าเธอก็ยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ใบหน้ายังคงนิ่งสนิทและแผ่รัศมีผู้สูงศักดิ์ออกมาอย่างแนบเนียน“อาเซินกับเพียวเพียวเขาเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน จะให้หนุ่มสาวมาอุดอู้อยู่กับคนแก่อย่างเราสองคนไปตลอดมันก็น่าเบื่อแย่ อีกอย่าง แม่กับคุณลุงใหญ่ของพวกเธอก็เริ่มอยากจะมีพื้นที่ส่วนตัวเพื่อพักผ่อนบ้างเหมือนกัน”“เดิมที ตึกเหล่านั้นก็ถือเป็นกรรมสิทธิ์ในส่วนที่พวกเธอควรจะได้รับอยู่แล้ว เรื่องราวความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นกับพ่อแม่ของพวกเธอมันคือความผิดพลาดของคนรุ่นเรา มาถึงตอนนี้ ฉันจึงขอยกบ้านคืนให้พวกเธอไปจัดการแบ่งสรรและดูแลกันเอาเอง ต่อจากนี้จะใช้ชีวิตกันอย่างไรก็ให้เป็นเรื่องภายในของพวกเธอ ฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่าย”โสงเจี๋ยครองตำแหน่งคุณนายใหญ่แห่งตระกูลฮั่วมานานนับปีท่วงท่าและท่วงทำนองที่เธอแสดงออกมาในยามนี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 387

เหลียนฮว่าเงยหน้าขึ้นสบตากับสวี่เพียวเพียว“เหมือนตอนที่เราเคยอยู่กันแค่สองคนก่อนหน้านี้ไงคะ มันก็มีความสุขดีอยู่หรอกค่ะ แต่มันก็แอบเหงาไปหน่อยจริง ๆ นะคะ”ถ้อยคำที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายกลับทำให้หัวใจของสวี่เพียวเพียวสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเธอมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ไร้เดียงสาของลูกสาว แววตาคู่นั้นบรรจุไปด้วยความปรารถนาดีและความกังวลที่มีต่ออวี๋ฮุ่ยและฉินอวี่โยวอย่างจริงใจที่สุดก่อนหน้านี้ภาพของครอบครัวที่มีกันเพียงไม่กี่คนของพวกเธอก็เคยอยู่ในสภาพที่โดดเดี่ยว ไม่ต่างจากครอบครัวของอวี๋ฮุ่ยในยามนี้เลยไม่มีผิดเพี้ยนเด็กตัวน้อย แม้จะยังเยาว์วัยนักทว่าในบางแง่มุมของชีวิต พวกเขากลับสามารถเข้าใจทุกอย่างได้อย่างลึกซึ้งเกินกว่าที่ผู้ใหญ่จะคาดคิดสวี่เพียวเพียวใช้ปลายนิ้วลูบไล้แก้มใสที่นุ่มนิ่มของเหลียนฮว่า พร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยนราวกับกระแสสายน้ำที่ช่วยชโลมหัวใจ“ได้สิจ๊ะ แต่หนูต้องรอให้คุณพ่อกลับมาก่อน แล้วลองถามความเห็นเขา โอเคไหมจ๊ะ?”“ตกลงค่ะ”ฮั่วจี้รุ่ยยังคงนั่งนิ่งพลางลอบมองเหลียนฮว่าวันนี้เด็กน้อยสวมชุดคลุมสีแดงสดขลิบด้วยผ้าลายสก๊อต มองเผิน ๆ ราวกับหลุดออกมาจาก
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 388

น้ำเสียงของเธอนั้นเปี่ยมไปด้วยความหยอกเย้ากล้ามเนื้อบริเวณแผ่นหลังอันกำยำของชายหนุ่มแข็งเกร็งขึ้นมาทันควันทันทีที่เขาหมุนตัวหันกลับมา ก็พบกับสวี่เพียวเพียวที่กำลังยืนพิงขอบประตู ในอ้อมแขนของเธอยังคงโอบกอดกล่องอาหารเอาไว้แน่นวันนี้เธอสวมเสื้อคลุมโทนสีเหลืองนวลดูละมุนตา ตัดกับกระโปรงสั้นสีขาวสะอาดและรองเท้าบูทสั้นส้นสูงที่ขับเน้นเรียวขาให้ดูเพรียวยาวภาพตรงหน้าซ้อนทับกับภาพของเด็กสาวจอมแสบในวันวานที่ชอบสวมเสื้อฮู้ดตัวโคร่งคู่กับกระโปรงเทนนิสและรองเท้าด็อกเตอร์มาร์ตินส์ ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกที่ต่างกันออกไปสิ่งที่เปลี่ยนไปอาจเป็นเพียงเครื่องแต่งกายตามกาลเวลาทว่าสิ่งที่ยังคงหนักแน่นและไม่เคยเปลี่ยนแปรเลย คือรอยยิ้มสดใสที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าของเธอเสมอฮั่วจี้เซินหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาซับหยดน้ำที่เกาะพราวบนใบหน้า ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเธอ“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”“ก็มีคนแถวนี้ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องทั้งคืน ฉันก็เลยต้องมาเดินตรวจเวรดูหน่อย อยากรู้เหมือนกันว่าแอบแวะไปแซ่บที่ไหนหรือเปล่า”ฮั่วจี้เซินหลุบสายตาลงจ้องมองคนตรงหน้าในระยะประชิดเขาเพิ่งจะล้างหน้ามาหมาด ๆ ห
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 389

สวี่เพียวเพียวส่ายหน้าเบา ๆ “ความจริงตอนนั้นฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันลำบากขนาดนั้นหรอก อาจจะเพราะไม่มีเวลาหยุดคิดเรื่องตัวเองเลย หรือบางทีมันอาจจะเป็นกลไกการป้องกันตัวเองตามธรรมชาติของมนุษย์ยามที่ต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตหนัก ๆ มั้ง ตอนนั้นในหัวของฉันมีแต่เรื่องอาการป่วยของคุณพ่อ จนบางครั้งเผลอละเลยฮว่าฮว่าไปบ้างเหมือนกัน”เพราะเหลียนฮว่าลืมตาดูโลกพร้อมกับร่างกายที่ไม่สู้จะแข็งแรงนัก เด็กน้อยจึงมีอาการเจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและทุกครั้งที่ฤดูกาลผันเปลี่ยน ลูกน้อยต้องล้มป่วยลงเสมอเพียงแค่หนูน้อยร้องไห้หนักเกินไป หรือมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยบนร่างกาย ก็สามารถเป็นชนวนเหตุให้พิษไข้พุ่งสูงขึ้นได้ทันควันนอกจากร่างกายที่แสนเปราะบางแล้ว เรื่องอาหารการกินก็เป็นปัญหาใหญ่ เพราะเหลียนฮว่ามีสิ่งที่ทานไม่ได้เยอะจนน่าตกใจ หากรายการสารก่อภูมิแพ้ที่ตรวจเจอสามารถนำมาต่อกันจนยาวลากพื้นได้ มันก็คงจะยาวสุดลูกหูลูกตาและตัวสวี่เพียวเพียวเอง ในตอนนั้นเธอก็เป็นเพียงหญิงสาวที่เพิ่งจะได้เรียนรู้การเป็นแม่เป็นครั้งแรกในชีวิตตอนที่เหลียนฮว่าไข้ขึ้นสูงเป็นครั้งแรก คุณหมอไม่แนะนำให้ใช้ยาเคมีกับเด็กท
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 390

“พี่ใหญ่ โปรเจกต์นั้นที่ต้องพับเก็บไปตอนแรก เพราะมันติดปัญหาเรื่องสายป่านทางการเงินที่ไม่ยาวพอ แถมเทคโนโลยีในตอนนั้นก็ยังไม่นิ่งพอที่จะรองรับความเสี่ยงได้”“แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนเดิมครับ ผมมั่นใจว่ารอบนี้ผมจะสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่จากกลุ่มทุนฝั่งฝรั่งเศสมาลงในโปรเจกต์นี้ได้สำเร็จ แถมทางนั้นเขายังยินดีจะส่งวิศวกรระดับหัวกะทิมาช่วยดูแลให้เราโดยเฉพาะด้วย”แววตาของฮั่วจี้เซินยังคงราบเรียบและเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ “แล้วนายจะเอาอะไรไปเป็นเหยื่อล่อล่ะ?”ฮั่วจี้รุ่ยกระแอมไอออกมาเล็กน้อยเพื่อลดความประหม่า“คุณพ่อกำลังจะเดินทางไปถ่ายหนังที่ฝรั่งเศส ผมเลยอยากจะถือโอกาสนี้ขอลาหยุดสักอาทิตย์หนึ่งเพื่อตามไปด้วย สถานที่ถ่ายทำหลักของหนังเรื่องนี้ดันบังเอิญตั้งอยู่ในเมืองเดียวกับสำนักงานใหญ่ของกลุ่มนักลงทุนที่ผมเล็งไว้พอดีครับ”เมื่อพูดถึงฮั่วหมิ่น เขาคือผู้กำกับสายอาร์ตตัวพ่อเขามักจะบินไปละเลงความคิดสร้างสรรค์ผ่านฟิล์มภาพยนตร์ตามประเทศต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ฝีมือของเขาจะการันตีด้วยรางวัลมาไม่น้อย แต่เม็ดเงินมหาศาลที่หามาได้กลับมักจะถูกเผาทิ้งไปกับงานศิลปะเหล่านั้นจนเกือบเกลี้ยง อย่าว
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
3738394041
...
47
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status