บททั้งหมดของ เจ้านายสายฟ้าแลบ: บทที่ 371 - บทที่ 380

466

บทที่ 371

การประกวดในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Blind Selection หรือการคัดเลือกโดยไม่เห็นชื่อเจ้าของผลงาน ซึ่งอัญมณีและเครื่องประดับทุกชิ้นที่แต่ละบริษัทส่งเข้าประกวดจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับขั้นสูงสุด“เหล่าผู้รับผิดชอบส่งแคตตาล็อกทั้งหมดมาให้ฉันดูเรียบร้อยแล้วนะ ถ้าเธออยากเห็นคงต้องมีค่าติดสินบนกันหน่อยแล้วล่ะ”“ฉันไม่ได้อยากรู้ถึงขนาดนั้นสักหน่อย”สวี่เพียวเพียวเอ่ยกลั้วยิ้มพลางเอนกายซบลงในอ้อมกอดของฮั่วจี้เซินอย่างออดอ้อน นิ้วเรียวสวยพลิกอ่านรายละเอียดงานนิทรรศการจิวเวลรี่ของฮั่วซื่อในปีก่อน ๆ “ผลงานพวกนี้ยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือจริง ๆ ”“แคตตาล็อกชุดนี้อยู่ที่เจินเจินเล่มหนึ่ง หากว่ากันตามเนื้องานแล้ว ผลงานออกแบบของพวกเธอมีโอกาสชนะสูงมากนะ แต่ในโลกของจิวเวลรี่ ฝีมือการฝังอัญมณีนั้นถือเป็นหัวใจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้พอ ๆ กับการออกแบบ”สวี่เพียวเพียวพยักหน้าเห็นด้วย“ตอนนี้เรากำลังทาบทามปรมาจารย์ด้านอัญมณีอยู่หลายท่านเลย แล้วดูเหมือนว่าพวกเขาเองก็นึกสนใจในโปรเจกต์นี้อยู่ไม่น้อย”ทว่าจุดด่างพร้อยเพียงหนึ่งเดียวคือคอลเลกชันนฤมิตปีกถือเป็นผลงานประเดิมสนามของบริษัทน้องใหม่ จึงยังขาดฐานอำ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 372

สายตาของฮั่วจี้รุ่ยกวาดมองสวี่เพียวเพียวอย่างพินิจพิเคราะห์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเขารีบชักสายตากลับอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ดูเสียมารยาทเกินไปนัก ทว่าร่องรอยของความตื่นตะลึงที่ฉายชัดในแววตา กลับไม่จางหายไปง่าย ๆ อย่างที่ใจนึกเขาเคยได้ยินข่าวมาบ้างว่าฮั่วจี้เซินแต่งงานแล้วในส่วนลึกของใจจึงอดไม่ได้ที่จะนึกอยากรู้นักว่าคนอย่างฮั่วจี้เซิน จะยอมมอบใจให้ผู้หญิงแบบไหนกันแน่เพราะตั้งแต่จำความได้ ฮั่วจี้เซินคือพี่ใหญ่ผู้สูงส่งต่อให้เป็นยามเล่นสนุกกับบรรดาเด็ก ๆ ในรั้วบ้านตระกูลใหญ่ ตำแหน่งแม่ทัพผู้กุมอำนาจสั่งการก็หนีไม่พ้นต้องเป็นของฮั่วจี้เซินทุกครั้งไปฮั่วจี้รุ่ยเฝ้าเพียรถามตัวเองมาตลอดว่าเพราะเหตุใดแต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า ตนเองฉลาดปราดเปรื่องไม่เท่าพี่ใหญ่เลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่คุณปู่ฮั่วตั้งโจทย์ยาก ๆ หรือวางข้อกำหนดอันเข้มงวดมาให้ ฮั่วจี้เซินมักจะเป็นคนแรกที่ทลายปมปัญหาได้ด้วยวิธีการเหนือความคาดหมาย อีกทั้งยังจัดเตรียมแผนการสำรองที่แยบยลไว้รองรับอีกหลายรูปแบบเสมอบรรดาเด็ก ๆ ในรั้วบ้านตระกูลใหญ่ต่างพากันเดินตามหลังฮั่วจี้เซินต้อย ๆ ยกย่องให้เขาเป็นผู้นำแต่เพียงผ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 373

ภาพที่ปรากฏแก่สายตานั้นชวนให้รู้สึกนึกขันปนเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูกเหลียนฮว่ารีบกุลีกุจอส่งแก้วน้ำให้ “คุณปู่ ดื่มน้ำหน่อยนะคะ อย่าโกรธเลยนะคะ”ฮั่วหงรับแก้วน้ำมาไว้ในมือ ทันทีที่เห็นว่าเป็นแก้วลายการ์ตูนทวิงเกิลใบโปรดของหลานสาวตัวน้อยสีหน้าที่เคยบึ้งตึงเคร่งเครียดก็แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดทันใดนั้น พายุอารมณ์ที่เคยตั้งเค้าโหมกระหน่ำก็พลันมลายหายไปสิ้น ความโกรธขึงทั้งหลายถูกความน่าเอ็นดูสยบลงจนมิดชิด“มีแต่ฮว่าฮว่าของปู่เท่านั้นที่แสนดีที่สุด แต่ปู่ไม่แย่งแก้วใบโปรดของหนูหรอก เดี๋ยวปู่ใช้แก้วของปู่เองนะ”โสงเจี๋ยที่คอยจังหวะอยู่ขมวดคิ้วถาม “สรุปว่าเกิดอะไรขึ้น? ทางบ้านรองเขาว่ายังไงบ้าง?”ฮั่วหงพ่นลมหายใจออกมาอย่างฉุนเฉียว “ลองทายดูสิว่าเขาตอบกลับมาว่ายังไง? เขาบอกว่าเขากำลังคบหาดูใจกับแม่ดาราสาวคนนั้นอยู่จริง ๆ แถมยังกำชับให้ฉันเตรียมเงินปึกใหญ่ใส่ซองไว้รอรับขวัญได้เลย!”“อายุป่านนี้แล้วนะ? ยังจะมีหน้ามาเรียกเอาเงินใส่ซองรับขวัญเมียอยู่อีกเหรอ!”เป็นที่รู้กันว่าในแวดวงมายามักมีเรื่องพิลึกพิลั่นปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะพวกผู้กำกับสายอาร์ตที่มักใช้ชีวิตไล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 374

เมื่อรถยนต์เริ่มเคลื่อนตัวออกไปบรรยากาศภายในห้องโดยสารก็ตกอยู่ในความเงียบงันครู่หนึ่งโดยมีเซ่ามู่รับหน้าที่เป็นคนขับรถ ส่วนฮั่วจี้เซินที่นั่งอยู่เบาะหลังนั้นจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือซึ่งเขาหน้าจอนั้นปรากฏกำหนดการกิจกรรมประจำวันของโรงเรียนอนุบาลที่เหลียนฮว่าเข้าเรียนตามกำหนดการ วันนี้เด็ก ๆ จะต้องเดินทางไปทัศนศึกษาที่หอศิลป์ในละแวกใกล้เคียงเพื่อฝึกปั้นแจกันเซรามิกและนำใบไม้ที่พากันสะสมไว้คราวก่อนออกมาใช้ตกแต่งผลงานส่วนในช่วงบ่ายแก่ ๆ จะมีกิจกรรมเสริมสร้างร่างกายในยิมเนเซียมอีกราวครึ่งชั่วโมงและเนื่องจากอากาศเริ่มมีไอเย็นปกคลุม กิจกรรมส่วนใหญ่ของทางโรงเรียนจึงถูกปรับเปลี่ยนมาจัดในร่มฮั่วจี้เซินเอ่ยสั่งการ “เซ่ามู่ เดี๋ยวช่วยประสานงานกับทางโรงเรียนอนุบาลของฮว่าฮว่าด้วยนะ เรื่องอาหารกลางวันให้เปลี่ยนซัพพลายเออร์ใหม่ ไปเลือกดูร้านในเครือของตระกูลซา เอาสาขาที่ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนที่สุด ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนต่างทั้งหมดให้มาเรียกเก็บที่ฉัน”“รับทราบครับคุณฮั่ว”ขณะนั้นเอง แววตาภายใต้กรอบแว่นของฮั่วจี้รุ่ยพลันวูบไหวด้วยประกายบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึงเขาเคยเห็นเด็กคนนั้นมา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 375

อันเชียนฮุ่ยหลับตาลงช้า ๆ เธอนิ่งงันไปครู่หนึ่งด้วยท่าทีลังเล ก่อนจะตัดสินใจเอ่ย “พี่มีลูกพี่ลูกน้องอยู่คนหนึ่ง เห็นว่าเคยทำงานที่เดียวกับเธอด้วยนะ เธอพอจะรู้จักไหม? เธอชื่ออันเหวินโม่”สวี่เพียวเพียวถึงกับชะงักงันไปในทันทีภายในร้านอาหารยามพักเที่ยงเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดเสียงพูดคุยจอแจดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ ลูกค้าคนอื่น ๆ เดินขวักไขว่ผ่านโต๊ะของพวกเธอไปมาไม่ขาดสายสวี่เพียวเพียวถามย้ำด้วยความประหลาดใจ “อันเหวินโม่ เป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่เชียนฮุ่ยหรือคะ?”อันเชียนฮุ่ยพยักหน้ารับช้า ๆ สีหน้าของเธอฉายแววหนักใจออกมา“ความจริงเราก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่นักหรอก ตั้งแต่พี่ตัดสินใจหย่าร้าง ทางตระกูลฝั่งนั้นเขาก็พากันมองว่าพี่เป็นตัวซวย บ้านเดิมของพี่ถือกันว่า ผู้หญิงที่หย่าร้างห้ามเหยียบกลับเข้าบ้านเด็ดขาด มีครั้งหนึ่งพี่แอบกลับไปไหว้หลุมศพพ่อกับแม่แล้วบังเอิญเจอเขาเข้าพอดี เขาเป็นลูกสาวของบ้านอาเขยพี่เอง”“ตอนนั้นพี่ถูกคนในหมู่บ้านรุมประณามและขับไล่ ไม่ต้องการให้พี่เข้าไปรบกวนความสงบของคนตาย และเป็นจังหวะที่เธอขับรถผ่านมาพอดี เลยเรียกให้พี่ขึ้นรถไปด้วย”อันเชียนฮุ่ยขมวดคิ้วมุ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 376

ในช่วงบ่ายของวันนั้นฮั่วจี้เซินต่อสายตรงหาสวี่เพียวเพียวด้วยความตั้งใจเดิมที่จะมารับเธอไปร่วมการสอบสัมภาษณ์ที่โรงเรียนประถมสาธิตด้วยกันทว่าจังหวะนั้นเอง ฉีเหมี่ยวเพิ่งจะประสานงานจนสามารถนัดหมายกับปรมาจารย์ด้านการฝังอัญมณีฝีมือฉกาจท่านหนึ่งได้สำเร็จ สวี่เพียวเพียวเห็นว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ไม่ควรพลาด เธอจึงต้องรีบพาทีมงานรุดไปพบปรมาจารย์เพื่อเจรจาธุรกิจในทันที สุดท้ายเธอจึงต้องฝากฝังให้ฮั่วจี้เซินเป็นคนไปรับเหลียนฮว่าและเดินทางไปที่โรงเรียนเพียงลำพังในเวลาเดียวกันนั้นเอง อวี๋ฮุ่ยก็ได้พาฉินอวี่โยวเดินทางมาเข้ารับการสอบสัมภาษณ์ที่โรงเรียนแห่งนี้ด้วยเช่นกันย้อนกลับไปคราวก่อน อวี๋ฮุ่ยเคยตั้งใจจะพาลูกชายไปเปลี่ยนชื่อใหม่ ทว่าใครจะไปคาดคิดว่าเมื่อถึงหน้างานจริง เพียงแค่ใบหย่าฉบับเดียวกลับไม่มีน้ำหนักพอ เจ้าหน้าที่ยืนกรานตามระเบียบว่าต้องได้รับการเซ็นยินยอมจากผู้เป็นพ่อด้วยอวี๋ฮุ่ยที่คร้านจะกลับไปติดต่อประสานงานกับทางนั้นให้เสียอารมณ์จึงตัดสินใจตัดปัญหาว่ารอให้ฉินอวี่โยวอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์เสียก่อน แล้วค่อยปล่อยให้เจ้าตัวไปจัดการเปลี่ยนเองตามใจชอบบรรยากาศที่โรงเรียนประถมสาธิตในวั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 377

“ใช่ชีสเค้กของร้านตรงหัวมุมถนนข้างหน้านั่นหรือเปล่า? เดี๋ยวสัมภาษณ์เสร็จ พ่อจะพาหนูไปเลือกซื้อเค้กเอาไปฝากคุณแม่นะ แล้วเราค่อยไปรับแม่เลิกงานพร้อมกัน”เหลียนฮว่าพยักหน้าหงึกหงัก “ค่ะ”เมื่อคุณครูจดบันทึกคำตอบลงในสมุดคู่มือการสัมภาษณ์จนครบถ้วนทุกข้อ เธอก็ลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือออกมาเพื่อขอจับมือเป็นการแสดงความยินดีกับฮั่วจี้เซิน“ลูกสาวของคุณยอดเยี่ยมมากจริง ๆ ค่ะ ความรู้และไหวพริบหลายอย่างล้ำหน้าเกินวัยไปมาก ไม่ทราบว่าปกติคุณมีเคล็ดลับหรือวิธีการเลี้ยงดูยังไงคะ?”“ทั้งหมดนี้เป็นความดีความชอบของภรรยาผมเพียงคนเดียวครับ”ตลอดช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา ชีวิตของเหลียนฮว่าดำเนินไปโดยไม่มีเขาอยู่เคียงข้างฮั่วจี้เซินตระหนักดีว่าตนเองไม่ใช่พ่อที่สมบูรณ์แบบ เขาทำเวลาช่วงที่สำคัญที่สุดในชีวิตลูกสาวหล่นหายไปอย่างไม่อาจเรียกคืนได้และเป็นสวี่เพียวเพียวที่ใจกว้างพอจะมอบโอกาสให้เขาได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโลกของพวกเธออีกครั้งทางด้านการสัมภาษณ์ของฉินอวี่โยว แม้จะมีจังหวะที่ติดขัดและตะกุกตะกักไปบ้างตามประสาเด็กซน แต่ก็ถือว่าผ่านพ้นไปได้โดยไม่มีเหตุการณ์น่ากังวลใด ๆ คำถามที่เขาได้รับนั้นแทบไม่ต
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 378

ทันทีที่รับสวี่เพียวเพียวขึ้นรถมาฮั่วสวินเจินก็เริ่มบ่นอุบอิบระบายความอัดอั้นมาตลอดทาง“พี่สะใภ้ พี่คิดดูสิว่าปรมาจารย์คนนั้นเขาใช้ตรรกะอะไรคิดกันแน่? มาบอกว่าพวกเราเป็นผู้หญิงกันหมดเลยไม่ยอมร่วมงานด้วย ยุคสมัยไหนแล้วยังมาเหยียดเพศกันแบบนี้อีก น่าโมโหจริง ๆ เลย!”สวี่เพียวเพียวนั่งอยู่เบาะหน้า“พี่ลองไปเช็กข้อมูลดูอย่างละเอียดแล้ว ก่อนหน้านี้ปรมาจารย์หลี่เขาก็เคยร่วมงานกับแบรนด์จิวเวลรี่ที่มีผู้หญิงเป็นเจ้าของอยู่นะ เพราะฉะนั้นเหตุผลจริง ๆ คงแค่หาเรื่องไม่อยากร่วมงานกับพวกเราก็เท่านั้นแหละ”ยิ่งครุ่นคิด สวี่เพียวเพียวก็ยิ่งรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ชอบกลทว่าในวงการศิลปะ การพบเจอคนที่มีอุดมการณ์แรงกล้าจนเข้าขั้นแปลกประหลาดนั้นไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเขาอาจจะมองว่าแบรนด์ของพวกเธอเพิ่งจะตั้งไข่ และยังมองไม่เห็นอนาคตที่มั่นคงพอจะร่วมหัวจมท้ายด้วยซึ่งก็นับเป็นเหตุผลที่พอจะทำความเข้าใจได้สวี่เพียวเพียววางโทรศัพท์ลงพลางทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ในหัวยังคงติดตาอยู่กับแววตาของปรมาจารย์หลี่ที่วูบไหวด้วยความทึ่งที่ได้เห็นแบบร่างของคอลเลกชันนฤมิตปีกแบบร่างที่พวกเธอส่งไปให้ดูนั้นเป็นเพีย
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 379

สวี่เพียวเพียวยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างมั่นคง“ลองสู้ดูสักตั้งก็ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย ในเมื่อปรมาจารย์เสิ่นอยู่ที่เมืองซีและปรมาจารย์เหวินเองก็พักอยู่ที่นั่นเหมือนกัน ถ้าหากปรมาจารย์เสิ่นไม่ตอบตกลง เราค่อยเบนเข็มไปหาปรมาจารย์เหวินก็ได้”ตามความเป็นจริงแล้ว ปรมาจารย์เหวินเองก็อยู่ในรายชื่อที่พวกเธอตั้งใจจะติดต่อเพื่อขอความร่วมมืออยู่แล้ว เพียงแต่หากพิจารณาถึงระดับฝีมือที่เลื่องชื่อและบารมีในวงการ ปรมาจารย์เสิ่นย่อมถือว่าเหนือกว่าปรมาจารย์เหวินอยู่หลายขุมนักฮั่วสวินเจินเริ่มรู้สึกใจชื้นและฮึดสู้ตามขึ้นมาบ้าง“ค่ะ งั้นเราลองไปพบพวกเขาให้ครบทุกคนเลย! แต่ถ้าสุดท้ายแล้วพวกเขาพร้อมใจกันปฏิเสธเราล่ะ?”“พี่เชื่อมั่นว่าอัญมณีของพวกเราจะได้พบกับปรมาจารย์ที่มองเห็นคุณค่าและเข้าใจพวกมันอย่างลึกซึ้งที่สุด หากท้ายที่สุดพวกเขาจะปฏิเสธ นั่นก็เป็นเพียงบทพิสูจน์ว่าพวกเขายังไม่ใช่คนที่ใช่สำหรับแบรนด์ของเราเท่านั้นเอง”ฮั่วจี้เซินเอ่ยแทรกขึ้น “ฉันพอจะมีช่องทางการติดต่อส่วนตัวของเสิ่นอิ้นซานอยู่นะ”ทั้งสวี่เพียวเพียวและฮั่วสวินเจินต่างหันขวับมามองเขาเป็นตาเดียวเพียงครู่หนึ่ง สวี่เพียวเพียวก็
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 380

เมื่อได้ยินเรื่องราวดังกล่าวสวี่เพียวเพียวถึงกับนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่จนแทบจะตั้งตัวไม่ติดกับความจริงนี้หากจะว่ากันตามความสัตย์จริง ฮั่วหมิ่นกับเด็กสาวคนนั้นอาจจะไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดผูกพันกันเลยแม้แต่น้อยแต่การที่เขาตัดสินใจมาลงเอยกับลูกสาวของอดีตภรรยาเช่นนี้ ไม่ว่าจะพิจารณาจากบรรทัดฐานของสังคมใด ก็นับว่าเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นแม้แต่คนที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนอย่างสวี่เพียวเพียวเอง ยังรู้สึกใจสั่นระรัวจนหนังตากระตุกถี่ ๆ อย่างไม่อาจควบคุม“อาสองรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”“รู้ และเขานั่นแหละที่เป็นคนเปิดปากบอกเรื่องนี้กับคุณพ่อและคุณปู่ด้วยตัวเอง”ฮั่วจี้เซินซบหน้าลงกับซอกคอของสวี่เพียวเพียวพลางส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ น้ำเสียงของเขาในยามนี้ทั้งแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างเหลือร้าย ทั่วทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้า จนมีท่าทางที่ดูเกียจคร้านและปล่อยตัวตามสบาย“ที่รัก จะว่าไปพวกเราก็นับว่าโชคดีนะ”เขาหัวเราะอีกครั้ง “คุณปู่บอกว่า ถ้ารู้แต่แรกว่าอาสองจะคว้าเมียรุ่นคราวลูกแบบนี้มาเข้าบ้าน คงไม่เสียเวลามานั่งตำหนิเรื่องของพวกเราให้เหนื่อยเปล่
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
3637383940
...
47
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status