All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 741 - Chapter 750

830 Chapters

บทที่ 741

แตกต่างจากความผิดพลาดเมื่อคืนก่อน เพราะในยามนี้เขากำลังเอ่ยปากถามความสมัครใจของเธอ ทั้งระยะห่างระหว่างกันยังเหลืออยู่อีกเกือบนิ้ว ฮั่วสวินเจินจึงมีพื้นที่และโอกาสมากพอที่จะปฏิเสธเขาทว่าเขากลับเก็บลูกอมที่เจินอวิ๋นให้มาไว้ แล้วนำมันมาส่งต่อถึงมือเธอทำให้ฮั่วสวินเจินไม่อาจปฏิเสธได้ลงเธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เพื่อร่วมลิ้มรสลูกอมเม็ดนี้ไปพร้อมกับเหลียงเจียเหยียนมันคือลูกอมรสองุ่น ทว่ายังคงความเปรี้ยวหวานของผลไม้ตามธรรมชาติเอาไว้ประดุจมีผลองุ่นสด ๆ กำลังถูกแบ่งปันอยู่ในปากของคนทั้งสอง ถูกคั้นจนหยาดหยดน้ำรสหวานค่อย ๆ ถูกกลืนลงคอไปช่างแตกต่างจากเมื่อคืนนี้โดยสิ้นเชิงกระทั่งเหลียงเจียเหยียนผละออกไป ฮั่วสวินเจินที่ได้ยินเสียงลมหายใจหอบแผ่วเบาของเขาดังอยู่ข้างหู ก็รู้สึกได้ถึงใบหูที่เห่อร้อนขึ้นมาทันทีเธอเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เพื่อไม่ให้เหลียงเจียเหยียนสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอในเวลานี้“อย่าคิดนะว่าพอพี่ใหญ่ฉันไม่ว่าอะไรคุณ แล้วฉันจะตกลงคบกับคุณน่ะ”“ผมไม่เคยคิดเข้าข้างตัวเองขนาดนั้นหรอก”ฮั่วจี้เซินเพียงเปิดโอกาสให้เขาได้เข้าใกล้ฮั่วสวินเจินอย่างเปิดเผยและถูกต้อง ซึ่งสำหรับเหลี
Read more

บทที่ 742

บริเวณริมหาดมีกลุ่มวัยรุ่นกำลังร้องเล่นเต้นระบำกันอย่างสนุกสนานฮั่วจี้เซินจูงมือสวี่เพียวเพียวเดินไปยังชายหาดอีกฝั่งหนึ่ง“รอฉันแป๊บหนึ่งนะ”เขาหันหลังเดินตรงเข้าไปหาวัยรุ่นกลุ่มนั้น แล้วพูดคุยอะไรบางอย่างเมื่อกลุ่มวัยรุ่นเห็นชายหนุ่มรูปงามเดินเข้ามาทักทาย ก็พากันส่งเสียงโห่ร้องชวนให้ฮั่วจี้เซินมาร่วมสนุกด้วยกันฮั่วจี้เซินมองดูเด็กหนุ่มสาวที่ยังมีเค้าหน้าของนักศึกษามหาวิทยาลัย พอเอ่ยปากถาม ถึงได้รู้ว่าเป็นนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งของมหาวิทยาลัยเอที่ทางชมรมจัดกิจกรรมพามาเที่ยวที่นี่บนใบหน้าของเขาแต้มไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ยามเมื่อสลัดเปลือกนอกอันเย็นชาในอาคารสำนักงานออกไป แม้ว่าเขาจะยังสวมชุดสูทอยู่ แต่ดูไปแล้วก็แทบไม่ได้แตกต่างไปจากกลุ่มวัยรุ่นวัยสิบเจ็ดสิบแปดปีตรงหน้านี้เลยสักนิดฮั่วจี้เซินเบือนสายตากลับไปมองสวี่เพียวเพียวที่ยืนรออยู่ด้านหลัง“ภรรยาของฉันยังรออยู่น่ะ”พอนักศึกษาหลายคนมองตามไป ก็เห็นหญิงงามคนหนึ่งกำลังยืนยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนอยู่ตรงนั้นสายลมพัดพลิ้วกระโปรงยาวของสวี่เพียวเพียว แสงไฟยามค่ำคืนตกกระทบร่างเธอ ราวกับวาดระลอกคลื่นแห่งความอ่อนหวานละมุนละไมขึ้นบนเรือน
Read more

บทที่ 743

“ไม่เหมือนกันสักหน่อย ใบเชิญของฉัน เขาก็เชิญฉันกับสามีของฉันเหมือนกันนั่นแหละ”ฮั่วจี้เซินยกมุมปากยิ้ม“ถ้าอย่างนั้นครั้งนี้คงต้องขอพึ่งบารมีของคุณสวี่ ช่วยพาฉันกลับไปเที่ยวชมสักหน่อยแล้ว”“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”เมื่อกลุ่มนักศึกษาเห็นว่าทั้งสองคนจะมาร่วมงานด้วย ก็พากันส่งเสียงเฮฮาด้วยความดีใจ พร้อมกับบอกเล่าถึงซุ้มกิจกรรมที่พวกตนจะเปิดในงาน และเอ่ยปากเชิญชวนให้สวี่เพียวเพียวกับฮั่วจี้เซินแวะไปอุดหนุนสวี่เพียวเพียวตกปากรับคำเด็ก ๆ กลุ่มนั้นรีบเร่งเท้าเพื่อไปให้ทันรถเที่ยวสุดท้ายกลับมหาวิทยาลัยสวี่เพียวเพียวมองตามแผ่นหลังของกลุ่มนักศึกษาเหล่านั้นไป พลางดึงมือฮั่วจี้เซินเอาไว้ แล้วเอ่ยงอแง “ฉันเดินไม่ไหวแล้ว นายแบกฉันกลับทีสิ!”ฮั่วจี้เซินได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนใจระยะทางที่เธอเดินในวันนี้ รวม ๆ กันแล้วคงยังไม่ถึงหนึ่งพันก้าวด้วยซ้ำเขาย่อตัวลงย่อเข่าครึ่งหนึ่งต่อหน้าเธอ พลางตบลงบนแผ่นหลังของตัวเองเบา ๆ “ขึ้นมาสิ”สวี่เพียวเพียวขยับเท้าสองสามก้าวแล้วโถมตัวขึ้นไป นอนหมอบอยู่บนหลังของฮั่วจี้เซิน พลางส่งเสียงบัญชา “ชะ!”ฮั่วจี้เซินประคองโอบรัดตัวเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ร่วงตกลงมาเขาเ
Read more

บทที่ 744

แมสเซนเจอร์เพิ่งมารับดอกไม้ไป สวี่เพียวเพียวก็เดินออกมาจากลานจอดรถพอดี“นั่นจะเอาไปไหนเหรอ?”“ดอกไม้ที่ฮั่วจี้เจ๋อส่งมาน่ะค่ะ ฉันเลยให้เอากลับคืนไป”ครั้งก่อนที่ฮั่วจี้เจ๋อส่งดอกไม้มาให้ซูหว่าน สวี่เพียวเพียวก็รู้สึกตงิดใจว่ามีบางอย่างผิดปกติอยู่แล้วเพียงแต่ซูหว่านไม่ใช่เด็ก ๆ ย่อมมีความคิดและการตัดสินใจเป็นของตัวเอง สวี่เพียวเพียวจึงไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรทั้งสองคนเดินเข้าสู่ภายในบริษัทด้วยกัน“เขาจะส่งดอกไม้มาทำไมกัน?”ซูหว่านถอนหายใจ พลางส่งยิ้มเจื่อน ๆ อย่างไร้ทางเลือก“ก็เพื่อทำให้พี่หกโมโหไงคะ เขาไปบอกพี่หกว่า ฉันเป็นผู้หญิงที่คุณฮั่วไม่เอา แล้วถูกจับคลุมถุงชนบังคับยกให้พี่หก”สวี่เพียวเพียว “...”ความคิดตรรกะป่วย ๆ ชวนขยะแขยงแบบนี้ มีแค่ฮั่วจี้เจ๋อคนเดียวเท่านั้นแหละที่คิดออกมาได้ทว่าคำพูดประการนี้ที่เขาเอ่ยออกมา สวี่เพียวเพียวกลับไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเท่าไรนัก“คุณชายหกเป็นคนบอกเธองั้นหรือ?”“ใช่ค่ะ กลับบ้านมาก็โผเข้ากอดฉันร้องไห้โฮใหญ่ ทั้งน้ำมูกน้ำตาเช็ดเปรอะตัวฉันไปหมดเลย”พอหวนนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อสองคืนก่อน ซูหว่านก็หลุดยิ้มออกมาการที่ซาลวี่เอินเมากลับบ้า
Read more

บทที่ 745

สวี่เพียวเพียวขมวดคิ้ว“เธอจะบอกว่า มีคนขโมยแบบร่างงานออกแบบของเธอไปงั้นเหรอ?”“ใช่ค่ะ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นใคร พี่ดูแหวนวงนี้สิ เทคนิคงานช่างที่อยู่บนนี้ มองดูแล้วมันเหมือนกับคอลเลกชันร่วมปรีดาที่พวกเรากำลังจะเปิดตัวเลยไม่ใช่เหรอ?”สวี่เพียวเพียวเพ่งมองรูปภาพบนหน้าจอ นิ้วมือจีบขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย“เหมือนจริง ๆ ด้วย”“นั่นเป็นข้อผิดพลาดที่ฉันเคยคิดไม่ตกตอนออกแบบช่วงแรก ๆ ตอนคุณน้าจัดสรรเรื่องงานตีขึ้นรูปเคยบอกกับฉันว่า นี่เป็นเทคนิคที่ค่อนข้างพบได้ทั่วไปในงานช่างทองคำ แต่มันไม่เหมาะกับคอลเลกชันร่วมปรีดา”ดังนั้นฮั่วสวินเจินกับเจินหยวนหลางจึงร่วมมือกันเลือกเทคนิคอื่นที่ซับซ้อนและใช้เวลามากกว่าซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็สมบูรณ์แบบกว่างานเดิมที่ฮั่วสวินเจินเคยออกแบบไว้จริง ๆ ทว่าเรื่องแบบร่างรั่วไหล ถือเป็นเรื่องใหญ่หลวงนัก“เธอมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?”“ฉันพอจะเดาออกแล้วค่ะว่าใครเป็นคนทำ แต่เรื่องนี้มันติดตามเอาความได้ยากจริง ๆ ”เนื่องจากแบบร่างชุดนี้ยังไม่ได้ยื่นจดสิทธิบัตร และยังไม่มีลิขสิทธิ์ ต่อให้คิดจะฟ้องร้องปกป้องสิทธิ์ ก็ต้องสูญเสียทั้งเวลาและกำลังทรั
Read more

บทที่ 746

เธอเข้ารับการตรวจสารพัดรายการในโรงพยาบาลแต่ก็ยังตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดไม่ได้สักทีคุณหมอมองสวี่เพียวเพียว แล้วจู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “มีแพลนมีบุตรอยู่หรือเปล่าครับ? หรือว่าจะลองนัดเวลาไปตรวจที่แผนกสูตินรีเวชดูไหม?”แผนกสูตินรีเวชเหรอ?สวี่เพียวเพียวชะงักไปครู่หนึ่งเธอไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้เลยจริง ๆ หลังจากพาฮั่วจี้เซินไปตรวจร่างกายครั้งก่อน พวกเขาก็ไม่ได้คุมกำเนิดอีกเลย ซ้ำช่วงนี้ยังคอยหมั่นออกกำลังกาย ทานกรดโฟลิกและแคลเซียมอยู่อย่างสม่ำเสมอทว่าสวี่เพียวเพียวก็ไม่ได้คิดไปถึงขั้นที่ว่า ตัวเองกำลังตั้งครรภ์อยู่จริง ๆ หรือเปล่าพอนึกทบทวนดูดี ๆ เธอมีอาการง่วงเหงาหาวนอนบ่อย ๆ แถมยังเลือกกินมากขึ้น แม้จะไม่ได้ถึงขั้นกินอาหารไม่ลง แต่ก็พิถีพิถันเรื่องอาหารการกินมากกว่าแต่ก่อนอยู่พอสมควรสถานการณ์คล้ายคลึงกับตอนที่ตั้งครรภ์ครั้งก่อนอยู่ไม่น้อยกระนั้นสวี่เพียวเพียวก็ยังไม่กล้าปักใจเชื่อเธอจึงนัดเวลากับคุณหมอเอาไว้เรียบร้อย และตกลงกันว่าจะกลับมาตรวจอีกครั้งในอีกสองสามวันข้างหน้าคุณหมอเอ่ยกำชับ “ช่วงสองสามวันนี้ก็อย่าเพิ่งปล่อยให้ตัวเองเหนื่อยล้าจนเกินไปล่ะครับ ต่อให้ไม่ได้กำลังตั้
Read more

บทที่ 747

“ใช่แล้วจ้ะ”สวี่เพียวเพียวยิ้มออกมาเล็กน้อยเธอกลับหลังหันไปมองหาฮั่วจี้เซินหลังจากลงนามเซ็นชื่อที่ซุ้มคณะของตัวเองเสร็จ เขาก็หมุนตัวออกตามหาสวี่เพียวเพียวท่ามกลางฝูงชน จนกระทั่งสายตาปะทะเข้ากับสายตาของเธอเขาค่อย ๆ ก้าวเดินตรงมาหาเธอทีละก้าวสวี่เพียวเพียวพลันนึกถึงประโยคหนึ่งขึ้นมาได้ในหัวไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาใด การยินยอมมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดของตนเองให้ออกไป นั่นแหละคือความรักยามอยู่ในวัยเรียน สิ่งนั้นคือเงินทอง ยามที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน สิ่งนั้นคือเวลาความกล้าหาญของผู้ขลาดกลัว ความจริงใจเปิดเผยของผู้สับสนย้อนแย้ง ศักดิ์ศรีของผู้เซนซิทีฟอ่อนไหว และการก้มหัวยอมลงให้ของผู้ถือดีจองหองและทั้งหมดทั้งมวลนี้ ฮั่วจี้เซินล้วนเคยสืบทอดมันให้แก่เธออย่างไม่มีกั๊ก ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปเสมอมาทว่ายังไม่ทันที่ฮั่วจี้เซินจะเดินมาถึงข้างกายเธอพลันมีแฟนคลับของเหยียนเฟิงสองสามคนหันมาเห็นสวี่เพียวเพียวเข้าพอดีพวกเขารีบเขยิบเข้าไปหาเพื่อขอถ่ายรูปคู่และขอลายเซ็นเมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นน้องนักศึกษาในมหาวิทยาลัยเดียวกัน สวี่เพียวเพียวจึงไม่ได้ปฏิเสธ และได้วาดรูปการ์ตูนลา
Read more

บทที่ 748

หอประชุมวิชาการแห่งมหาวิทยาลัยเอวันนี้มีการเรียนเชิญศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จหลายต่อหลายท่านขึ้นเวทีเพื่อกล่าวแสดงความรู้สึกและให้แรงบันดาลใจทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการปลุกไฟและส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่เหล่านักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในปัจจุบันสวี่เพียวเพียวยืนอยู่บนเวที กวาดสายตามองลงไปยังบรรดารุ่นน้องเบื้องล่าง ซึ่งใบหน้ายังคงฉายความไร้เดียงสาและอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งวัยเยาว์อันโชติช่วงเธอกระแอมไอปรับโทนเสียงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงกังวาน“ไม่คิดเลยนะคะว่า ครั้งแรกที่พี่ได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้ กลับเป็นช่วงเวลาหลังจากเรียนจบมาแล้วตั้งหลายปี สมัยที่ยังเรียนอยู่ คณบดีมักจะพูดใส่หูพี่เสมอว่า พี่เป็นพวกไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน”บรรดารุ่นน้องเบื้องล่างเวทีพลันส่งเสียงหัวเราะครื้นเครงกันยกใหญ่คณบดีคนปัจจุบันก็คืออาจารย์ในอดีตของสวี่เพียวเพียวนั่นเอง เขาเคยถ่ายทอดเทคนิคการวาดภาพให้แก่เธอมากมายยามนั้น อาจารย์เล็งเห็นและเชื่อมั่นในพรสวรรค์ของสวี่เพียวเพียวเป็นอย่างมากเขาหวังอยากจะปลุกปั้นเธอ มุ่งมั่นให้เธอเดินบนเส้นทางสายนี้อย่างลึกซึ้งและยาวนานต่อไป“พี่จบการศึกษาจากคณะเรา สาข
Read more

บทที่ 749

“สิ่งเดียวที่พี่พอจะแบ่งปันกับทุกคนได้ ก็คืออยากให้ทุกคนยึดมั่นในตัวตนดั้งเดิมของตัวเอง มองเห็นตัวเองให้แจ่มชัด เชื่อมั่นในตัวเอง และหยัดยืนในสิ่งที่เป็นตัวเองตลอดไปค่ะ”สวี่เพียวเพียวขยิบตาข้างหนึ่งอย่างมีเลศนัย“และแน่นอนค่ะ ยินดีต้อนรับทุกคนตบเท้าส่งเรซูเมเข้ามาสมัครงานที่บริษัทของพี่ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ à l'aube หรือแบรนด์ผสานวสันต์ในอนาคตนะคะ”คณบดีที่นั่งอยู่ด้านล่างหลุดยิ้มอย่างอ่อนใจและเอ็นดูในยามนี้ แบรนด์ à l'aube กำลังโด่งดังและเป็นกระแสฮิตติดลมบนอย่างยิ่งนักศึกษาเบื้องล่างจำนวนไม่น้อยต่างก็รู้จักแบรนด์นี้เป็นอย่างดีนักศึกษาคนหนึ่งเอ่ยหยอกเย้าหัวเราะร่า “พี่ครับ กว่าพวกผมจะเรียนจบ แบรนด์ของพี่คงเติบโตจนพวกผมเอื้อมไม่ถึงแล้วล่ะมั้งครับเนี่ย”สวี่เพียวเพียวยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี “ไม่ขนาดนั้นหรอกจ้ะ ขอแค่มั่นใจว่าตัวเองมีศักยภาพพอ ต่อให้ต้องพังประตูหลังบ้านทิ้ง พี่ก็ต้องคว้าตัวพวกเธอเข้ามาทำงานให้ได้อยู่ดี”เสียงหัวเราะครื้นเครงดังกระหึ่มขึ้นอีกรอบสวี่เพียวเพียวก้าวเดินลงจากเวที เปิดทางให้ศิษย์เก่าคนอื่นขึ้นมาแบ่งปันประสบการณ์ต่อเธอก้มตัวลงจับมือพูดคุยทักทายกับคณบดี
Read more

บทที่ 750

เมื่อเปรียบเทียบกับการขึ้นกล่าวพูดคุยแบบกะทันหันของสวี่เพียวเพียวแล้วทางฝั่งของฮั่วจี้เซินถือว่าดูเป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญกว่ามากบรรยากาศและสถานการณ์เช่นนี้สำหรับฮั่วจี้เซินแล้ว ถือเป็นเรื่องปลอกกล้วยเข้าปากที่รับมือได้อย่างสบาย ๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าบรรดารุ่นน้อง ฮั่วจี้เซินจึงผ่อนคลายและดูเป็นกันเองขึ้นมากพอสมควรหลังจากแบ่งปันประสบการณ์เสร็จสิ้น ก็เข้าสู่ช่วงการถามตอบ“พี่ฮั่วครับ โพสต์ที่พี่เคยลงไว้ในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยตอนนั้น เป็นเรื่องจริงเหรอครับ?”เสียงหัวเราะดังครื้นเครงขึ้นมาจากเบื้องล่างเวทีทันใดคำถามนี้หนีไม่พ้นเรื่องโพสต์ที่ฮั่วจี้เซินเคยตั้งถามว่า ทำไมแฟนสาวถึงหนีหายไปโดยไม่บอกกล่าวหลังจากเลิกกันโพสต์นี้เคยโด่งดังจนกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในมหาวิทยาลัยเออยู่ช่วงหนึ่ง จะเรียกว่าเป็นมหากาพย์โศกนาฏกรรมรักเค้นอารมณ์ฉบับมหาวิทยาลัยเอก็คงไม่เกินจริงนักฮั่วจี้เซินพลอยยิ้มตามไปด้วยก่อนจะส่ายหัวเอ่ยอย่างอ่อนใจว่า “เรื่องจริงครับ ตอนนั้นคิดไม่ตกไปชั่วขณะ ก็เลยลงโพสต์ลงไป ถ้าทุกคนติดตามอ่านต่อ ก็น่าจะรู้แล้วว่า ตอนนี้พวกเราแต่งงานกันเรียบร้อยแล้วครับ”“พี่ไ
Read more
PREV
1
...
7374757677
...
83
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status