All Chapters of เจ้านายสายฟ้าแลบ: Chapter 721 - Chapter 730

830 Chapters

บทที่ 721

ตั้งแต่บ้านสองไปจนถึงบ้านสาม เรื่องฉาวก็มีไม่เคยขาดสายแถมพอหลังจากงานศพ ความหลังที่ถูกปิดตายมานานหลายเรื่องก็ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาใหม่อีกครั้งกระทั่งเรื่องราวในอดีตสมัยที่ผู้อาวุโสฮั่วล่วงลับยังมีชีวิตอยู่ ก็ยังถูกสื่อมวลชนนำเอามาพูดถึงกันอย่างสนุกปากฮั่วสวินเจินถึงกับใช้ข่าวพวกนั้นเป็นกับแกล้มเวลาทานข้าวเลยทีเดียวแต่ถ้าให้ตัวเองต้องตกเป็นข่าวขึ้นมาบ้างล่ะก็ เธอขอปฏิเสธหัวชนฝาซูหว่านก็รีบปฏิเสธทันควันเช่นกัน “ฉันก็ไม่ได้เหมือนกันค่ะ ฉันดำรงตำแหน่งอยู่ในกลุ่มบริษัทแล้ว ถ้าเกิดฉันขึ้นไปพรีเซนต์ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องยุ่งเหยิงรุงรังเคลียร์ไม่จบสิ้นเอา”พูดไปพูดมา สุดท้ายแล้วก็เหลือแค่ทางเลือกเดียว คือต้องให้สวี่เพียวเพียวเป็นคนขึ้นไปนำเสนอด้วยตัวเองในส่วนของการขึ้นรูปชิ้นงาน สวี่เพียวเพียวยังคงตั้งใจว่าจะเดินทางไปที่เมืองซีสักรอบเพื่อไปดูว่าปรมาจารย์เสิ่นจะยังมีความสะดวกใจอยู่บ้างไหมเพียงแต่พอพ่วงเข้ากับเรื่องสุขภาพและวัยชรา สวี่เพียวเพียวก็อดรู้สึกเห็นใจและเกรงใจขึ้นมาไม่ได้เธอไม่เต็มใจที่จะไปรบกวนท่านเลยจริง ๆ ฮั่วสวินเจิน “ฉันเหมือนจะมีคุณน้าที่ทำงานด้านงานฝีมือการตีขึ้
Read more

บทที่ 722

แต่ในเมื่อถือมันติดมือมาแล้ว สู้เอาพกกลับไปเผาทำลายทิ้งที่บ้านน่าจะปลอดภัยกว่าฮั่วสวินเจินควานหากุญแจรถอยู่ตั้งนานสองนานแต่ก็หาไม่เจอคาดว่าเธอน่าจะเผลอโยนทิ้งไว้ที่บ้านตามความคุ้นเคยเสียมากกว่าเธอถือถุงบรรจุเศษกระดาษเดินออกมาด้านนอก ฮั่วสวินเจินกวาดสายตาหันไปมองทางประตูโดยอัตโนมัติ และสะดุดเข้ากับรถของเหลียงเจียเหยียนที่จอดอยู่ตรงมุมตึกพอดีความรู้สึกในใจตอนนี้บอกไม่ถูกเลยว่ามันคือความรู้สึกอะไรกันแน่ฮั่วสวินเจินยืนนิ่งอยู่กับที่ใบไม้สองใบปลิวร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้ ตกลงแทบเท้าของเธอราวกับกำลังตั้งคำถามกับเธอว่า จะเลือกหันซ้าย หรือหันขวาดีแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นรถคันนั้น แล้วโบกแท็กซี่กลับบ้านไปเสียหรือจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาเขาดีนะ?ฮั่วสวินเจินยื่นมือไปควานหาของในกระเป๋าทว่ากลับไปสัมผัสโดนซาลาเปาสองลูกจากเมื่อเช้าเข้าเสียอย่างนั้นซาลาเปาทั้งสองลูกเย็นชืดไปเสียแล้ว แต่ราวกับว่าต่อให้มีถุงพลาสติกกั้นอยู่ เธอก็ยังคงได้กลิ่นหอมของมันโชยออกมาจาง ๆเมื่อว่านฉู่กวางเห็นเธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับไปไหนเสียที “ผู้อำนวยการฮั่วครับ ฝั่งโน้นมีรถคันหนึ่งจอดรอคุณอยู่นะครับ!”
Read more

บทที่ 723

“อืม ดีแล้ว”ฮั่วสวินเจินจำใจต้องเอ่ยปากชวน “ถ้าอย่างนั้นคุณไปกินด้วยกันไหมคะ?”เหลียงเจียเหยียนปรายตามองเธอแวบหนึ่งด้วยท่าทีเรียเฉย“ไม่ต้องหรอกครับ”เมื่อเขาปฏิเสธ ฮั่วสวินเจินจึงไม่ได้เอ่ยปากเซ้าซี้ต่อรถแล่นมาถึงหน้าประตูหมู่บ้าน เหลียงเจียเหยียนยังไม่ได้รีบกดปลดล็อกประตูรถทันทีภายในรถไม่ได้เปิดไฟ อาศัยเพียงแสงไฟสว่างจ้าจากดวงโคมขนาดใหญ่บริเวณหน้าประตูหมู่บ้านหรู เหลียงเจียเหยียนก็เอ่ยปากขึ้น“คุณเกลียดผมมากเลยเหรอ?”“เปล่าสักหน่อยค่ะ”“งั้นคุณคิดว่าคนอย่างผมเป็นยังไงบ้างครับ?”ปลายนิ้วของฮั่วสวินเจินจิกเกร็งเข้ากับเบาะที่นั่งรถยนต์เนื่องจากคำถามที่จู่ ๆ ก็โพล่งออกมาอย่างไร้ปี่มีขลุ่ย ทำให้ความรู้สึกข้างในใจของเธอยุ่งเหยิงสับสนไปหมด“ก็ดีนี่คะ คุณคู่ควรกับคนที่ดีกว่านี้แหละค่ะ”ชายหนุ่มข้างกายพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเห็นได้ชัดราวกับถูกคำพูดของเธอทำเอาโมโหจนกลายเป็นเรื่องขำขันเขายกศีรษะขึ้นเล็กน้อย เอนหลังพิงกับเบาะที่นั่ง สันจมูกและลูกกระเดือกโดดเด่นชัดเจน ราวกับคมดาบแหลมคมที่สามารถกรีดผ่านกลุ่มหมอกตรงหน้าให้แยกออกจากกันได้“คุณไม่เข้าใจความหมายของผมจริง ๆ
Read more

บทที่ 724

สายการผลิตของแบรนด์ลูกถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็วสวี่เพียวเพียวครุ่นคิดอยู่นานสองนาน ก่อนจะตัดสินใจตั้งชื่อแบรนด์ลูกนี้ว่า ผสานวสันต์ผลิตภัณฑ์ชุดแรกที่จะปล่อยออกมามีชื่อว่า ร่วมปรีดาโดยเน้นชูจุดเด่นไปที่คอลเลกชั่นเครื่องประดับแต่งงาน แต่ในขณะเดียวกันก็คำนึงถึงการสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ในส่วนของงานฝีมือและการผลิตจะรับผิดชอบโดยฝ่ายของเจินหยวนหลาง นับเป็นการร่วมมือกันแบบพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างไร้ที่ติเมื่อกระบวนการผลิตถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว ทั่วทั้งบริษัทก็เริ่มหมุนวนขับเคลื่อนและประสานงานกันราวกับเฟืองจักรที่ขบเข้าหากันอย่างรวดเร็วสวี่เพียวเพียวพาเหล่าผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมาร่วมประชุมกันพี่เฉิน หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์เอ่ยขึ้นก่อนว่า “คุณสวี่คะ ทางเราได้เตรียมแผนเส้นทางการโปรโมตไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่มีผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเลยที่แสดงความคาดหวังอยากให้ร่วมงานกับอาจารย์เหยียนเฟิงอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ในคอลเลกชันนฤมิตปีกและคอลเลกชันสวนอีเดน เราเคยแนบภาพประกอบผลงานของเหยียนเฟิงแถมไปด้วย ซึ่งเป็นล็อตที่ขายหมดเกลี้ยงเร็วที่สุดเลยค่ะ”สวี่เพียวเพียวระบายยิ้มมุมปาก “พว
Read more

บทที่ 725

นอกจากตอนที่ไปร่วมงานแต่งงานของสวี่เพียวเพียวกับฮั่วจี้เซินเมื่อครั้งก่อน แล้วบังเอิญได้เพิ่มไลน์กันไว้โดยบังเอิญซูหว่านก็คิดไม่ตกเลยว่าเพราะเหตุใดฮั่วจี้เจ๋อถึงส่งดอกไม้มาให้เธอแถมยังเขียนการ์ดที่มีความกำกวมชวนคิดขนาดนั้นอีกจะมองมุมไหนก็น่าสงสัยอยู่ดีทว่าในเมื่อส่งมาแล้ว ซูหว่านจึงหันไปบอกกับซาลวี่เอิน“พี่ช่วยส่งของขวัญตอบแทนให้ทีนะคะ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาต้องการจะทำอะไร”ซาลวี่เอินก็รู้สึกงุนงงเช่นกันฮั่วจี้เจ๋อมีแผนการอะไรซ่อนอยู่กันแน่?หลังจากซูหว่านสั่งความเสร็จก็วางโทรศัพท์ไว้ข้างกายกระทั่งช่วงเลิกงานยามบ่าย ณ ลานจอดรถ ซูหว่านยังไม่ทันหารถของตัวเองเจอ เสียงบีบแตรก็ดังขึ้นข้างกายเธอฮั่วจี้เจ๋อที่นั่งอยู่บนเบาะคนขับ ยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้ง “คุณซู ได้รับดอกไม้ที่ผมส่งไปหรือยังครับ? สนใจไปทานมื้อค่ำร่วมกับผมสักมื้อไหม”ซูหว่านชะงักไปจากนั้นจึงหันกลับไปมองฮั่วจี้เจ๋อที่นั่งอยู่ในรถราคาแพงระยับลูกหลานตระกูลฮั่วล้วนมีรูปร่างหน้าตาที่ดี แต่กระดูกกับผิวพรรณนั้นแตกต่างกันโครงกระดูกของฮั่วจี้เซินชวนให้รู้สึกยำเกรง เกิดมาก็มีใบหน้าราวกับปั้นแต่งส่วนฮั่ว
Read more

บทที่ 726

คำพูดนี้ช่างกำกวมและคลุมเครือราวกับว่าตัวของซูหว่านเป็นหนึ่งในอาหารบนจานที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เขาลิ้มลองเช่นนั้นความรู้สึกไม่สบายใจเล็ก ๆ จึงก่อตัวขึ้นในใจของซูหว่านทว่าเธอก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา พร้อมกับปฏิเสธคำชวนดื่มไวน์ของฮั่วจี้เจ๋ออย่างนิ่มนวล “ฉันต้องขับรถค่ะ คุณชายเจ๋อเชิญตามสบายเลย ไวน์แดงของที่นี่รสชาติดีมากทีเดียวค่ะ”“ผมก็นึกว่าพี่หกจะควบคุมเข้มงวดซะอีก ขนาดออกข้างนอกยังไม่ยอมให้คุณดื่มสักแก้วเลยเหรอ”“นั่นสิคะ” ซูหว่านเท้าคาง แกล้งทำท่าทางถอนหายใจด้วยความหนักใจ แต่บนใบหน้ากลับประดับไว้ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่ใครมองปราดเดียวก็รู้ทันที “เขาเป็นแบบนั้นแหละค่ะ แม้แต่อยู่บ้านก็ยังไม่ยอมให้ฉันดื่มเลย พอดีฉันแพ้แอลกอฮอล์น่ะค่ะ”มุมปากของฮั่วจี้เจ๋อยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มจาง ๆ ออกมาทว่าพออาหารยกมาเสิร์ฟ รอยยิ้มจางๆ นั้นก็พลันมลายหายไปจนหมดสิ้นเซ็ตอาหารที่ซูหว่านสั่งมีแต่ผักล้วน ปากบอกว่ามากินข้าว แต่เอาเข้าจริงแทบไม่ต่างอะไรกับการกินหญ้าเลยหากพูดตามคำของฉีเหมี่ยวแล้ว วัวยังกินอาหารที่มีเนื้อสัตว์มากกว่าที่ซูหว่านกินเสียอีกซูหว่านเป็นคนอ้วนง่าย ปกติถ้ามีเวลา
Read more

บทที่ 727

ฮั่วจี้เจ๋อยกมือขึ้นแตะมุมปากของตนเอง ซ่อนเร้นความประสงค์ร้ายเอาไว้-รถแล่นออกไปไกลพอสมควรแล้วซูหว่านถึงได้เอ่ยถามขึ้น “พี่รู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่ไหนคะ?”“อาเจ๋อส่งรูปมาให้พี่ พี่เห็นอาหารบนโต๊ะเป็นของโปรดที่เธอชอบกิน ก็เลยตามแกะรอยมาน่ะสิ”ช่างเอาอกเอาใจเก่งเสียจริง สมเป็นซาลวี่เอินพอเห็นในรูปของฮั่วจี้เจ๋อมีแก้วไวน์ นึกขึ้นได้ว่าเธออาจจะขับรถเองไม่ได้ เขาจึงนั่งแท็กซี่มาทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้เธอซูหว่านขมวดคิ้ว “เขาต้องการอะไรกันแน่นะ? ตอนฉันเลิกงานก็ดึงดันจะชวนไปกินข้าวให้ได้ พอตอนกินข้าวเข้าจริง ๆ กลับเงียบกริบ พอกินเสร็จฉันก็กลับเลย”“เธอได้ดื่มเหล้าไหมเนี่ย?”“ไม่ได้ดื่มสักหน่อยค่ะ”รถแล่นตรงไปยังทางแยกข้างหน้า ซาลวี่เอินหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าจอดในช่องจอดใต้ต้นไม้ข้างทางตำแหน่งที่ตั้งของบริษัทและโรงงาน àl'aube ค่อนข้างเปลี่ยวร้างอยู่บ้างหากต้องการกลับเข้าเมือง เส้นทางที่ใกล้ที่สุดคือการขึ้นถนนหลวง รอบข้างยิ่งรกร้างว่างเปล่า ยอดไม้แทบจะบังแสงไฟถนนไปกว่าครึ่ง บนท้องถนนว่างเปล่าไร้ผู้คนมือของซาลวี่เอินประคองท้ายทอยของซูหว่านเอาไว้โน้มตัวเข้าไปใกล้แล้วจูบเธอลม
Read more

บทที่ 728

นี่ตั้งใจไว้แล้วสินะว่าจะต้องทำให้ซาลวี่เอินเอ่ยปากพูดให้ได้“เธอมีเบอร์โทรศัพท์ของพี่ได้ยังไง?”“คุณพ่อเป็นคนบอกฉันค่ะ คุณชายเล็กซา ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยนะคะ...”ซูหว่านแอบหาวออกมาเบา ๆ มือบางถือโทรศัพท์มือถือของซาลวี่เอินแกว่งไปมา เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างแล้วซาลวี่เอินเห็นดังนั้นก็เลิกมุมปากขึ้น ทว่าบนใบหน้ายังคงแสดงสีหน้าเรียบตึง “จะให้ช่วยเรื่องอะไร?”ซูเหย่าฉิงเห็นว่าซาลวี่เอินยอมคุยกับเธอแล้ว ก็พลันฮึกเหิมมีกำลังใจขึ้นมาทันที“พี่ไม่รู้อะไร พี่สาวทำเกินไปแล้วจริง ๆ ค่ะ! ถึงขั้นเอากระทั่งบ้านของคุณพ่อคุณแม่ฉันไปขาย ทำให้พวกเราทั้งครอบครัวต้องจำใจกลับบ้านเกิด แถมบ้านเกิดก็ไม่มีใครคอยซ่อมแซม ตอนนี้ฝนตกทีไรก็รั่วไปหมด...”บ้านเดิมของตระกูลซูตั้งอยู่ในมณฑลเจียงซึ่งอยู่ติดกับเมืองเอแม้พื้นที่ทางตอนเหนือของมณฑลเจียงจะไม่มั่งคั่งร่ำรวยเท่ากับทางตอนใต้ แต่ก็ถือว่าพอไปวัดไปวาได้บ้านที่นั่นเดิมทีก็เป็นซูเหวินเฉียงที่ทุ่มเงินก้อนใหญ่ซ่อมแซมไว้ก่อนหน้านี้ การจะให้อยู่กันทั้งครอบครัวจึงไม่ใช่แค่พออยู่ได้ แต่ยังมีพื้นที่เหลือแหล่เสียด้วยซ้ำเพียงแต่หากซูเหย่าฉิงคิดจะเสวยสุขใช้ชีวิ
Read more

บทที่ 729

“คุณพ่อคุณแม่ของเธอเนี่ย ถ้าไม่ได้ไปทำอาชีพแฮกเกอร์คงเสียดายความสามารถแย่ นี่เบอร์ที่พี่เพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อเดือนที่แล้วเองนะ”แม้ว่าซูเหวินเฉียงจะล้มละลายและไม่มีทรัพย์สินเงินทองติดตัวหลงเหลืออยู่เลย แต่เครือข่ายความสัมพันธ์ในอดีตก็ยังคงอยู่จริง ๆ ยิ่งไปกว่าคราวไหน ๆ หลายคนต่างก็รู้ดีว่าซูหว่านกำลังคบหาดูใจอยู่กับซาลวี่เอินเมื่อเขาเอ่ยปากถามหาเบอร์โทรศัพท์ของซาลวี่เอินจากบรรดาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเก่า ๆ ฝ่ายนั้นย่อมยินดีบอกให้อย่างแน่นอน การยอมขายน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรซูหว่านใช้นิ้วคลึงขมับของตัวเองเบา ๆ รู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดหน่อย“งั้นหลังจากนี้ถ้าพวกเขาโทรมาอีก พี่ไม่ต้องไปสนใจนะ”“ได้สิ พี่ฟังเธออยู่แล้ว”ซาลวี่เอินเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ “นี่เป็นเรื่องเล็ก เรื่องคนและเรื่องราวอื่น ๆ ก็ล้วนเป็นเรื่องเล็กทั้งหมดนั่นแหละ”ซูหว่านเหลือบมองเขานี่เขากลัวว่าคำพูดเมื่อครู่ของซูเหย่าฉิงจะเกินเลยไป จนทำให้เธอรู้สึกขัดใจหรืออึดอัดงั้นเหรอ?ก่อนหน้านี้อาจจะเคยเป็นแบบนั้น แต่ตอนนี้ซูหว่านฝึกฝนให้ตัวเองรู้จักเมินเฉยเสียแล้ว เพียงแค่รู้สึกดูแคลนพวกเขาจากก้นบึ้งขอ
Read more

บทที่ 730

ภายใต้ชุดของเหลียงเจียเหยียนคือเครื่องแบบพนักงานเสิร์ฟของบาร์แม้จะบอกว่าเป็นเด็กเสิร์ฟ แต่ก็สวมสูทผูกเนกไทมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อผ้าด้อยคุณภาพบางเฉียบ แนบชิดติดไปกับมัดกล้ามเนื้อจนเห็นเป็นรูปร่างชัดเจน เต็มไปด้วยความตึงแน่นเปี่ยมพลังบนศีรษะของเหลียงเจียเหยียนยังคาดที่คาดผมปุกปุยอันหนึ่งเอาไว้ด้วยขับให้ดูมีเสน่ห์เย้ายวนชวนมองยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเจินหลิ่นพูดจบ เขาก็ยื่นมือไปกุมมือของฮั่วสวินเจินขึ้นมา แล้วพาไปวางทาบไว้บนแผ่นอกของตัวเองแรงเต้นอันทรงพลังของหัวใจดังตุบ ๆ อยู่ใต้ฝ่ามือของฮั่วสวินเจิน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังที่ชายหนุ่มพรมมา กลิ่นอายความเย็นเยือกของสนซีดาร์ผสมผสานเข้ากับกลิ่นเหล้าภายในห้องส่วนตัว ลอยอบอวลเข้ามาในโพรงจมูกของฮั่วสวินเจินพร้อมกัน“คุณผู้หญิงอยากให้ผมถอดไหมครับ?”สายตาของเขาจ้องตรงดิ่งเข้ามาในดวงตาของฮั่วสวินเจินอย่างไม่หลบเลี่ยงริมฝีปากขยับเปล่งเสียงไร้เสียงว่า “ฮั่วสวินเจิน”เขากล่าวเรียกชื่อของเธอ มือข้างหนึ่งกดทับมือของเธอเอาไว้ แนบชิดติดอยู่กับร่างกายของเขาโดยไม่มีทีท่าว่าจะขยับหนีปลายนิ้วของฮั่วสวินเจินร้อนผ่าวเธอถูกกล
Read more
PREV
1
...
7172737475
...
83
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status