มายาพ่ายเล่ห์ のすべてのチャプター: チャプター 101 - チャプター 110

124 チャプター

บทที่ 101

สิ่งที่หลิ่วเจี้ยนพูดเอาไว้นั้นไม่ผิด การจะนำดวงจิตมังกรกลับมา มีเพียงให้ฉินฉางเหยียนสิ้นใจในดาบเดียวโดยที่ตัวเขาเองก็ยินยอม...ท้องฟ้าแดงฉานเริ่มสั่นคลอนในยามที่ลมหายใจของฉินฉางเหยียนสูญสิ้น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าพลันไหวโยก เสียงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นดังขึ้นบาดแก้วหู สายลมที่พัดกรรโชกเข้ามา นำเอาเศษซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างลอยสูงขึ้นผู้คนต่างก็แตกตื่นและพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ท้องฟ้าเบื้องบนเกิดรอยร้าวและส่งเสียงสะเทือนทั้งแผ่นดิน รอยแยกบนท้องฟ้าสร้างความแตกตื่นให้ผู้คนบนพื้นจนแทบสิ้นสติพื้นดินตรงหน้าเกิดรอยแยกเป็นทางยาว หลายชีวิตร่วงลงไปในรอยแยก บ้างก็ถูกสายลมโหมกระหน่ำพัดพาไป บ้างก็ถูกอสุนีบาตฟาดฟันลงมาจนร่างแตกสลายกลายเป็นจุณถึงอย่างนั้นร่างของฉินฉางเหยียนและเหม่ยเซียนกลับค่อยๆ ลอยสูงขึ้น ไม่มีสิ่งใดแตะต้องได้ ทั้งสองยังคงกอดประคองกันและร่างยังคงสมบูรณ์แม้สายฝนและสายลมจะยังคงเทกระหน่ำซัดโหมฉินอวี้หลงเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง เขาเอื้อมมือขึ้นไปคว้าชายเสื้อของผู้เป็นพี่ชาย ก่อนกระซิบเรียกอีกฝ่ายเสียงเบา “เสด็จพี่”เพียงเท่านั้นภาพทุกอย่างก็หยุดชะงักลง เนิ่นนานราวชั
続きを読む

บทที่ 102

“ยังไงก็เถอะคุณช่วยพาฉันออกไปที” หญิงสาวเอ่ยออกไปทั้งที่ความรู้สึกบางอย่างบอกว่ามีบางอย่างไม่เหมือนเดิม เพียงแต่...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงรู้สึกเช่นนั้นรออยู่ครู่หนึ่งด้านบนของโลงน้ำแข็งพันปีก็ค่อยๆ ละลาย จนเกิดเป็นช่องขนาดใหญ่ ใบหน้างงงันของเหม่ยเซียนโผล่ออกมาช้าๆ ดวงตาที่จับจ้องบุรุษหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา เจ้าของเสียงหยอกเย้าที่สนทนากับนางผ่านโลงน้ำแข็งดวงตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความหวาดระแวง แต่ก็ยังก้าวออกมาโดยไม่ลืมหันไปมองบุรุษที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ในโลงนั้นให้เต็มตา ความอาลัยที่มีให้ผู้ที่นอนหลับตานิ่งทำให้นางรู้สึกเศร้าอย่างที่ไม่เคยเป็น“ฉันไปแล้วนะคะ” เหม่ยเซียนเอ่ยลาเขาทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินหรือไม่จื่อชิงหลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู “เจ้าไม่จำเป็นต้องกล่าวลา เจ้าต้องได้พบกับเขาอีกอย่างแน่นอน”ได้ยินดังนั้นเหม่ยเซียนก็หันกลับไปมองอีกฝ่าย “ทำไมเหมือนเคยได้ยินประโยคนี้มาก่อนนะ” หญิงสาวพึมพำก่อนจะเดินตามเขาไปและได้รู้ว่าเขาก็คือเทพอสูรมังกรเขียวจื่อชิงภาพต่างๆ ที่วนเวียนผ่านบทสนทนาที่ดูเหมือนเกิดขึ้นมาก่อน แต่บางครั้งก็มีความต่างที่นางไม่อาจแยกแยะ ทำให้นางรู้สึกสับสนและเป็นกั
続きを読む

บทที่ 103

“เอาเป็นว่าข้าไปเพื่อให้ตัวเองกระจ่างว่าเหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าข้าเคยไปที่นั่นมาแล้ว ทั้งที่เจ้าก็บอกว่าข้าไม่เคยไปที่นั่น” เอ่ยจบนางก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจที่หาเหตุผลที่จะไปยังหุบเขาเมฆขึ้นมาได้ เพราะตั้งแต่แรกนางรู้สึกแค่ว่านางต้องไปที่นั่นให้ได้ หลังจากที่ได้ยินในสิ่งที่ภูตทั้งสองเล่าให้ฟัง นางไม่ได้เพียงเปรียบเปรยในยามที่บอกภูตโบตั๋นเรื่องทางแยก แต่นางรู้สึกเช่นนั้นจริงๆเรือนจื่อหมิง หุบเขาเมฆเหม่ยเซียนกวาดตามองไปรอบเรือนจื่อหมิงด้วยความคุ้นเคย นางไม่ได้รู้สึกไปเอง นางเคยมาที่นี่จริงๆ “จื่อเหยา”“เจ้าคะพระชายา”“ตอนที่เจ้ายังเป็นศิษย์หุบเขาเมฆเจ้าอยู่ที่ไหนหรือ”“เรือนพักด้านล่างเจ้าค่ะ”“เช่นนั้นหรือ” เหม่ยเซียนยังคงมองไปรอบๆ โดยไม่ได้หันมาสนใจจื่อเหยาที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง เนื่องจากนางกำลังมองหาทางหนีทีไล่ ที่สำคัญนางกำลังพยายามทำความเข้าใจว่าเหม่ยเซียนต้องการอะไร นางไม่อาจปลีกตัว และไม่อาจทำอะไรเนื่องจากภูตรับใช้ของอีกฝ่ายเอาแต่เฝ้านางแจ“เช่นนั้นครั้งนี้ข้าจะอนุญาตให้เจ้าพักที่นี่ก็แล้วกัน เจ้าดูจะคุ้นเคยกับที่นี่ที่สุด ภูตโบตั๋น”“เจ้าคะนายหญิง”“ให้จื่อเหยาพาเจ้าไปดูรอบๆ เรือน
続きを読む

บทที่ 104

ทว่าที่แตกต่างไปก็คือเมื่อไปถึงบ่อพันวิญญาณเหม่ยเซียนกลับชะงักและมองแผ่นหลังของหลิ่วเจี้ยนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น นางคว้าไหล่ของหลิ่วเจี้ยนก่อนบังคับให้เขาหันมานิ้วเรียววาดอักษรที่นางจดจำได้ว่าตนเป็นผู้ที่สะกดเขาเอาไว้ จากนั้นร่างของหลิ่วเจี้ยนก็ค่อยๆ จางหาย หลงเหลือเอาไว้เพียงกระบี่ใบหลิวในมือของหญิงสาว“ได้เวลาที่ทุกอย่างสมควรต้องสิ้นสุดลงแล้ว” เหม่ยเซียนมองไปยังบ่อพันวิญญาณ นางไม่ได้ลงไปในนั้นเพราะในยามนี้นางจดจำทุกสิ่งได้โดยสมบูรณ์“นายหญิงท่านจะทำอะไรเจ้าคะ/ขอรับ” เสียงของภูตทั้งสองดังขึ้นพร้อมกับที่ทั้งคู่ปรากฏกาย เหม่ยเซียนสะกดทั้งสองเอาไว้ ก่อนจะยิ้มให้ทั้งสองอย่างอ่อนโยน “ขอบใจพวกเจ้าทั้งสองมาก จากนี้ไปข้าขอคืนอิสรภาพให้เจ้าทั้งสอง เจ้าจะไม่มีนายอีกนับจากวันนี้” พูดจบภูตทั้งสองก็หวนคืนสู่กำเนิดเดิมซึ่งพระนางซีหวังหมู่ทรงพระราชทานเหม่ยเซียนมองไปยังทิศทางซึ่งครั้งหนึ่งจื่อเหยาเคยซุกซ่อนของบางสิ่ง ก่อนที่เท้าทั้งสองข้างจะก้าวออกไปอย่างหมายมั่น ปิ่นแห่งกาลเวลาซึ่งพระนางซีหวังหมู่พระราชทานยังคงปักอยู่บนเรือนผมมือเล็กยกขึ้นลูบปิ่นบนเรือนผม จากนั้นนางก็นั่งลงและเริ่มข
続きを読む

บทที่ 105

“ไม่จริง ข้า...ข้าหาใช่สตรีสายเลือดมังกรอีกต่อไปแล้ว”จื่อเหยาทิ้งกายลงนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง ตอนนี้ตัวนางจะบอกว่าเป็นเทพธิดาที่มีสิทธิ์อยู่สวรรค์เก้าชั้นฟ้าก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นภูตรับใช้ที่สามารถอยู่ดูแลตำหนักหวงหลงหรือก็ยิ่งไม่อาจเรียกเช่นนั้น จะกลับไปยังตำหนักชิงหลงเพื่อได้ใกล้ชิดบุรุษที่นางหลงรักก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อเฟิ่งเซียนจงเกลียดจงชังนาง จะกลับไปยังหุบเขาเมฆหากเรื่องที่นางก่อเอาไว้ได้รับการเปิดโปง นางก็ต้องถูกขับไล่จากเผ่าพันธุ์สายตาของจื่อเหยากวาดมองตรงไปยังบ่อพันวิญญาณ ครั้งหนึ่งนางเคยบอกกับมารดาของเทพธิดาเหม่ยเหริน ภายในบ่อพันวิญญาณมีโลกอีกใบซุกซ่อนอยู่ โลกที่เรียกว่าแดนมายา หากนางกระโดดลงไปนางจะยังหาเทพอสูรมังกรเขียวพบหรือไม่ นางจะพบเขาก่อนที่เขาจะพบเฟิ่งเซียนและได้ครองรักกับเขาดังใจหมาย หรือชีวิตของนางจะเดียวดายเช่นในยามนี้“ข้าจะหาเขาให้พบก่อนเฟิ่งเซียน ข้าจะแย่งทุกสิ่งที่ควรจะเป็นของข้ามาครอง!”จื่อเหยาเดินตรงไปยังบ่อพันวิญญาณ กระทั่งตัดสินใจกระโดดลงไปอย่างไม่ลังเล ความดำมืดในใจทำให้นางลืมไปสนิทว่าแม้แต่เทพมังกรและเทพธิดาเหม่ยเหรินที่ตกลงไปดวงจิตก็แทบแตกสลาย แล้วนางท
続きを読む

บทที่ 106

พื้นน้ำแข็งตรงหน้าขยับไหวและเริ่มยุบตัวลง กระนั้นพวกเขายังคงมองเห็นได้อย่างชัดเจน มังกรทองตัวใหญ่กำลังขดกายเข้าหากันเป็นวงกลมช่องว่างนั้นยังมีร่างของเทพธิดาเหม่ยเหรินหลับใหลอยู่ ภายใต้การปกป้องของมังกรทอง เทพผู้ค้ำจุนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า นางกำลังหลับใหลด้วยใบหน้าสงบ เช่นกันกับมังกรทองที่ค่อยๆ ขยับกายเพื่อปิดช่องโหว่ของอุโมงค์น้ำแข็งผนังน้ำแข็งค่อยๆ แปรสภาพเป็นหินผาแกร่งกล้า ทวยเทพทั้งหลายสามารถมองเห็นได้ชัดเจนว่าทั้งเทพมังกรและเทพธิดาเหม่ยเหรินหลับใหลอยู่เคียงคู่กันโดยที่พลังของทั้งสองยังคงวนเวียนรักษาสมดุลของประตูเชื่อมภพภูมิ“จบลงแล้ว” เทพแห่งชะตายิ้มออกมา“แล้วดวงจิตสองดวงนี้เล่า” จื่อชิงเอ่ยถามเมื่อก้มลงมองหยกแก้วที่ถูกแบ่งออกเป็นสอง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องดวงจิตที่ซุกซ่อนอยู่ของเหม่ยเซียนและฉินฉางเหยียน ดวงจิตที่ถูกแยกออกมาจากเทพธิดาเหม่ยเหรินและเทพมังกรจื่อหมิงอย่างสมบูรณ์“ดวงจิตสองดวงมีวาสนาต่อกัน เช่นนี้แล้วก็ส่งเสริมวาสนาของทั้งสองเถิด” เทพแห่งชะตารับดวงจิตทั้งสองมาจากจื่อชิงก่อนที่ทั้งสองจะยิ้มให้กัน “เรื่องนี้ถือว่าเป็นความลับหรือไม่”“แน่นอนว่าย่อมเป็นความลับ ปล่อยคนทั้งสองไป
続きを読む

บทที่ 107

ในยามที่ทั้งสองให้กำเนิดเด็กน้อย ดวงไฟสีทองในหยกแก้วแห่งกาลเวลาก็สว่างวาบขึ้น ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า กระทั่งในที่สุดจื่อหมิงก็ได้พบกับสตรีผู้หนึ่งทายาทคนสุดท้ายของนักเดินทางข้ามเวลาสตรีที่ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยเรียกขานนางเป็นมารดาวันวิสาข์ หรือ เหยียนหว่านเอ๋อร์ นักเดินทางข้ามเวลาคนสุดท้าย ผู้ซึ่งจะให้กำเนิดเด็กน้อยผู้เป็นทั้งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดจื่อหมิงนำทางเหยียนหว่านเอ๋อร์ไปพบกับจ้าวเหยียนเจี๋ย หรืออดีตเทพมังกรหยางเจี๋ยหวงหลง กระทั่งเขารวบรวมดวงจิตที่สมบูรณ์ของเทพธิดาเหม่ยเหรินครบตำหนักหวงหลง ณ สวนโบตั๋นแก้วจื่อหมิงหวงหลงสองร่างกำลังยืนเผชิญหน้ากันด้วยท่าทีสงบ ทั้งสองรับรู้ดวงจิตของตนจากร่างอีกฝ่าย ดังนั้นไม่ต้องถามอะไรมากก็ตระหนักดีว่าคงมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นเป็นแน่ทั้งสองใช้พลังสร้างเส้นกีดขวางขึ้นเพื่อให้บทสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นความลับที่สุด จากนั้นจึงหันมามองหน้ากัน “จื่อหมิงหวงหลง เราคือตัวเจ้าในอนาคตอีกหลายร้อยปีต่อจากนี้”“เชื่อว่าท่านคงมีเหตุให้ต้องมาพบเรา”“เรามาเพื่อชี้แนะเจ้าในเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องที่สำคัญมาก”“เชิญกล่าว”“สิ่งที่เจ้าสงสัยในวันนี้ทั้งหมดค
続きを読む

บทที่ 108

ขณะนั้นพระหัตถ์ของพระนางซีหวังหมู่ก็คลึงหยกแก้วแห่งกาลเวลาไปด้วย จื่อหมิงมองหยกแก้วนั้นด้วยดวงตาสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถาม“ระหว่างมังกรสองเผ่าพันธุ์ สักวันสงครามต้องประทุขึ้นอย่างแน่นอน หากถึงวันนั้นที่สงครามดำเนินไปจนถึงขั้นที่ไม่อาจควบคุม เจ้าจงเดินทางไปยังสมรภูมิด้วยตัวเอง”จื่อหมิงขมวดคิ้วกระทั่งพระนางซีหวังหมู่เดินเข้ามาใกล้เขาและแตะไปยังหน้าผากตน เขาจึงได้แต่เบิกตากว้างเพราะรู้สึกร้อนวูบไปทั้งกาย“จื่อหมิงหวงหลง คิดว่าจะสามารถผ่านแดนเวทย์ของเราไปได้โดยง่ายหรือ หากเราไม่อนุญาตเจ้าไหนเลยจะเข้าไปยังอาศรมไร้กาลเวลาของเราได้”“ทรงตรัสว่าอย่างไรนะพ่ะย่ะค่ะ”พระนางซีหวังหมู่แย้มสรวลให้เขา แต่ก็หาได้มอบความกระจ่าง เขากลับออกมาทั้งที่ยังคงสับสน กระทั่งหลายร้อยปีต่อจากนั้นเขามีโอกาสได้รับความช่วยเหลือจากเด็กน้อยผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งเขาไม่มั่นใจนักว่านางเป็นภูตบุปผา หรือเทพธิดาไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของนาง ไม่รู้อะไรเลย กระทั่งเขารับรู้กลิ่นไอของนางจากสตรีผู้หนึ่งซึ่งบุกเข้าไปยังเรือนจื่อหมิงของเขาในหุบเขาเมฆกลิ่นอายของนางมีบางอย่างดึงดูดเขาให้เข้าไปหา เพราะเขารับรู้ถึงดวงจิตของตนที่ปกป้องดวงจิตข
続きを読む

บทที่ 109

“เราจะดูแลเจ้าเอง เจ้าหาต้องกังวลไม่ มาสิ” มือใหญ่ยื่นออกมาหาเหม่ยเหรินอย่างรอคอย ดวงตาคมกริบมองตรงมายังนางจนทำให้นางรู้สึกประหม่า“ข้าน้อยขอถามท่านก่อนสักคำถามได้หรือไม่เจ้าคะ” เหม่ยเหรินเอ่ยถามออกไปด้วยความลังเล“ได้สิ” เขายิ้มพร้อมกับพยักหน้า“ได้ยินมาว่าท่านเทพมังกรมาที่นี่เพื่อขออนุญาตพระนางพาข้าไปยังโลกมนุษย์”“ใช่”“เพราะเหตุใดเจ้าคะ”“เราอยากพาเจ้าไปเที่ยว ครั้งก่อนตอนพบกันที่สระทิพย์เจ้าบอกเองว่าอยากลงไปยังโลกมนุษย์”“แค่นั้นหรือเจ้าคะ”“หรือเจ้าไม่อยากไปกับเรา”“ข้าน้อยมิกล้า”เทพมังกรจื่อหมิงมองนางนิ่งนานก่อนที่เขาจะเก็บมือซึ่งยื่นออกไปรอหญิงสาว มือสองข้างถูกดึงไปไขว้เอาไว้เบื้องหลัง พร้อมกันนั้นก็ก้าวเข้ามาหานางอีกสองเก้า ทำให้ทั้งสองยืนชิดกันมากกว่าเดิม“เราเพียงอยากใช้เวลาเพื่อให้เจ้ารู้จักเรามากขึ้น เช่นกันกับเราที่ต้องการรู้จักเจ้าให้มากกว่าที่เป็น”“แล้วเหตุใดท่านจึงต้องการ...” นางยังคงเอ่ยถามเพราะคำตอบนั้นไม่ได้ให้ความกระจ่างใดๆ กระทั่งมองเห็นรอยยิ้มอ่อนโยนจากดวงตา“เจ้าอยากได้คำตอบตอนนี้เลยหรือ”เหม่ยเหรินเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตางงงัน กระนั้นเมื่อมีเสียงซุบซิบเบื้
続きを読む

บทที่ 110

“คู่ควรหรือไม่เจ้าเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย”“เพราะข้าคือว่าที่พระชายาองค์ชายสามซึ่งองค์ฮองเฮาทรงหมั้นหมายเอาไว้น่ะสิ ตอนที่ทำพิธีตัดพระเกศาสวมพระมาลา ข้าเองก็เป็นคู่ปักปิ่นให้พระองค์ นางรู้ตัวว่าตัวเองเป็นหญิงบ้านนอกเป็นท่านหญิงแต่เพียงในนาม กลัวว่าตัวเองจะแพ้ข้าเลยไม่เข้าร่วมละสิ”“อะไรนะ หญิงบ้านนอกเรอะ ท่านหญิงแต่ในนามเรอะ” เหยียนหว่านเอ๋อร์โกรธจัด ส่วนผู้ชมที่ยืนอยู่ข้างหลังได้แต่ยืนดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ“เจ้าคิดว่าเจ้ากล้าหาญนักหรือจึงได้เที่ยวออกมาประกาศว่าตัวเองดีกว่าสตรีอื่น ทั้งที่นั่นเป็นการยืนยันว่าเจ้าหมดหนทางที่จะทำให้องค์ชายสามหันมาสนพระทัยน่ะ”“เจ้าว่าอะไรนะ”“เรื่องที่น้องสาวของข้าจะเข้ารับการคัดเลือกเข้าวังหลวงหรือไม่ เป็นเรื่องระหว่างนางกับองค์ชายสามเท่านั้น ไม่มีที่ให้คนนอกอย่างเจ้าเข้ามาแทรก”“งั้นเจ้าก็ให้นางเข้ารับการคัดตัวแข่งกับข้าดูสิ หรือว่านางขี้ขลาด ไม่มีดีอะไรสักอย่าง ถึงได้ไม่กล้าปรากฏตัวพิสูจน์” หยินเสี่ยวเกี้ยวตวาดลั่น“ได้ นางจะเข้ารับการคัดตัวแน่ จะได้รู้กันไปเลยว่าท่านหญิงขี้วีน ขี้อิจฉาอย่างเจ้าหรือ ที่จะคู่ควรเป็นชายาองค์ชายสาม”“ดี แล้วเราจะได้เห็นกั
続きを読む
前へ
1
...
8910111213
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status