Semua Bab มายาพ่ายเล่ห์: Bab 1 - Bab 10

14 Bab

บทที่ 1

แคว้นจ้าวท่ามกลางความมืดมิดและค่ำคืนอันเหน็บหนาวของหุบเขามังกรหลับ หมอกหนาทึบสีขาวปกคลุมไปทั่วพื้นที่จนมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ไม่ชัดเจนนัก เงาร่างของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังสาวเท้าออกวิ่งด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ความร้อนรนหวาดหวั่นฉายชัดเมื่อมองไปยังเบื้องหน้าซึ่งมีเพียงความมืดมิดชายกระโปรงตัวยาวเปียกชื้นลากระกับพื้นจนทำให้นางล้มลง กระนั้นนางก็ยังพยายามหยัดตัวขึ้นเพื่อวิ่งต่อไป เสียงหอบหายใจสับสนทำให้ตระหนักถึงความเหน็ดเหนื่อย จากนั้นเสียงอ้อนวอนก็หลุดรอดออกมา ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าท่ามกลางความมืดมน ‘ได้โปรด...อย่าพานางไป คืนนางให้ข้า’สิ่งที่นางกำลังเงยขึ้นมองท่ามกลางความมืด...คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตัวใหญ่ ซึ่งบัดนี้กำลังลอยห่างออกไปเรื่อยๆความหวาดกลัวที่จะสูญเสียบีบรัดหัวใจสตรีผู้นั้น นางลืมความหวาดกลัวแม้ในยามที่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์หันกลับมามองด้วยดวงตาวาววับ‘ข้าแต่เทพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ได้โปรด ขอเพียงให้ข้าได้เห็นหน้านางอีกสักครั้งก็ยังดี’ นางคุกเข่าลงอ้อนวอนอย่างไรซึ่งหนทาง‘เหยียนหว่านเอ๋อร์ ทายาทนักเดินทางข้ามเวลา’เสียงทุ้มต่ำของมังกรตนนั้นดังขึ้น ร่างสง่างามเรืองแสงสีเขี
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-04
Baca selengkapnya

บทที่ 2

“นี่! ที่โทรมาเนี่ย ตั้งใจโทรมาบ่นอย่างเดียวหรือไง”“เปล่าจะบอกว่าคุณลุงโทรหาเหม่ยเหม่ยหลายครั้งแล้ว เห็นไม่รับสายเลยเป็นห่วง”“อ๋อ พอดียุ่งอยู่ว่าจะโทรกลับช่วงสายๆ หน่อย”“เออ ให้มันจริงเถอะ ถ้าคุณลุงโทรมาหาพลอยอีกรอบ ไปถึงกรุงเทพเมื่อไหร่พลอยจะจับเหม่ยเหม่ยย่างกินเสียเลย แค่นี้นะ” พิมพ์พลอยพูดจบก็วางสายเพราะไม่อยากเซ้าซี้ ฐานะคนกลางระหว่างเหม่ยเซียนกับบิดาบุญธรรมของเธอ ทำให้รู้สึกเหมือนน้ำท่วมปากพูดอะไรมากก็ไม่ได้ เนื่องจากเอริค ลี นั้นเป็นเพื่อนของบิดา และเหม่ยเซียนเองก็เป็นเพื่อนรักของเธอตั้งแต่เด็กๆเรื่องราววัยเด็กของเหม่ยเซียน พิมพ์พลอยรู้ชัดทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องที่เหม่ยเซียนเป็นเด็กกำพร้าซึ่ง เอริค ลี รับมาอุปการะ ในตอนที่เขาเดินทางมาเปิดสนามกอล์ฟที่เชียงใหม่ สนามกอล์ฟที่บิดาของเธอและเอริค ลี ลงทุนร่วมกันตอนเอริคพบเหม่ยเซียนที่หน้าคฤหาสน์ของเขา เหม่ยเซียนที่อายุสองเดือนถูกห่อหุ้มด้วยผ้าไหมเนื้อดี เด็กน้อยถูกใส่ลงไปในตะกร้าหวาย ตามเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ผิวพรรณหรือก็ขาวเนียนราวน้ำนม ทั้งยังเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายไม่งอแงเลยสักนิด แม้ว่าจะมีคนแปลกหน้าอุ้มไปมาก็ตามของเพียงอย่างเด
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-04
Baca selengkapnya

บทที่ 3

“เหม่ยเหม่ย! นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!” เสียงตะโกนของพิมพ์พลอย ซึ่งหากไม่คิดว่าโอเวอร์ไป เหม่ยเซียนคิดว่ามันน่าจะเกินเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเดซิเบลหญิงสาวจำต้องพลิกกายหลบมือที่กำลังลากให้ลุกจากเตียง เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง เพราะพิมพ์พลอยยืนยันว่าจะไม่นั่งแท็กซี่มาคอนโดเพียงลำพัง ดังนั้นเหม่ยเซียนจึงนั่งรถเมล์ไปยังสนามบิน ก่อนจะพาอีกฝ่ายนั่งรถแท็กซี่กลับมายังคอนโด ขากลับยังโดนอีกฝ่ายบ่นจนหูชาเรื่องที่ไม่ยอมซื้อรถขับสักที ยังไม่พอพิมพ์พลอยยังตะโกนโหวกเหวกตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้าด้วยซ้ำ“โธ่พลอย ขอนอนต่อสักชั่วโมงนะแล้วจะยอมให้พลอยโวยวายต่อทั้งวันเลย” เหม่ยเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย“ไม่ได้! ลุกขึ้นมาคุยกับพลอยเดี๋ยวนี้เลย นี่มันเรื่องอะไรกัน!” พิมพ์พลอยไม่พูดเปล่าแต่กลับยื่นหนังสือเล่มหนึ่งออกมาต่อหน้าเหม่ยเซียน“อ้อ ก็เรื่อง The Baby From Nowhere เขียนโดยดิแอนเจลนี่ไง” เหม่ยเซียนตอบด้วยน้ำเสียงราวกับยังตื่นไม่เต็มตา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พิมพ์พลอยหัวเสีย“อย่ามาทำไขสือนะ เมื่อครู่พลอยอ่านไปหน่อยหนึ่ง นี่มันเรื่องตอนเด็กของเหม่ยเหม่ยนี่!”“ก็ใช่”“แล้วเอามาเขียนทำไม นี่มั
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-04
Baca selengkapnya

บทที่ 4

ดอกโบตั๋นดึงดูดความสนใจของเหม่ยเซียนไปจากร่างของชายหนุ่มในโลงศพ เนื่องจากแต่แรกเธอก็ชอบดอกไม้ชนิดนี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะดอกโบตั๋นสีชมพูเบ่งบานงดงามดึงความสนใจของหญิงสาวไปจากบรรดาพันธุ์ไม้ในถ้ำแห่งนี้...ครั้งที่สามเป็นครั้งที่น่าตื่นตกใจที่สุด เพราะเธอถึงกับฝันว่าตัวเองถูกขังอยู่ในโลงน้ำแข็งและกำลังนอนคร่อมร่างของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของโลงน้ำแข็งนั้น!!!คืนนั้นจำได้ว่าเหม่ยเซียนตกใจจนแม้จะลืมตาตื่น แต่หัวใจกลับยังคงเต้นรัวด้วยความหวาดผวา ทว่าในความหวาดหวั่นนั้นกลับปะปนมาด้วยความเสียดาย ...เธอยังไม่ทันได้มองหน้าเขาให้ชัดๆ เพราะนับจากวันนั้นเธอก็ไม่ได้ฝันแบบนั้นอีกเลย“สามปีแล้วสินะ” เหม่ยเซียนพึมพำคนเดียวเสียงเบา สามปีแล้วที่เธอไม่ได้ฝันถึงสถานที่แห่งนั้น กระทั่งเรียนจบและกลับมาอยู่ที่เมืองไทย“ฝันแบบเดียวกันซ้ำๆ ยังว่าไม่แปลกอีก พลอยว่านะเหม่ยเหม่ยโทรหาคุณแม่ดีไหม เรื่องนี้อาจมีอะไรมากกว่าที่เหม่ยเหม่ยคิดก็ได้นะ”“เอางั้นเหรอ” เหม่ยเซียนลังเลเนื่องจากคิดว่าคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร “แต่เหม่ยเหม่ยไม่ได้ฝันแบบนั้นมานานแล้วนะ”“นั่นสินะหนังสือเล่มนี้ออกตั้งสามปีแล้ว” พิมพ์พลอยทำท่าคิดหนัก“ถ้าอ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-04
Baca selengkapnya

บทที่ 5

ท่ามกลางความมืดรอบกายเหม่ยเซียนพยายามยกเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก สัมผัสบางอย่างใต้ร่าง ทำให้ต้องชะงักและเริ่มตั้งสติ ลำดับความคิดเริ่มทำงานอย่างหนักเมื่อตระหนักได้ถึงบางอย่างที่น่าตื่นตระหนกหญิงสาวใช้มือสองข้างที่ขยับแสนลำบากดันตัวขึ้น ในหัวก็พยายามเรียบเรียงความทรงจำทั้งหมด แต่ศีรษะด้านหลังกลับฟาดเข้ากับของแข็งอย่างจังจนต้องส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บ“นั่นสินะฉันนี่มันโง่จริงๆ เลย” พูดกับตัวเองจบเหม่ยเซียนก็ทิ้งตัวลงไปนอนคว่ำตามเดิมผ่านไปสักระยะสายตาที่เริ่มปรับเข้ากับความมืดก็เริ่มชิน แม้ว่าแสงที่ส่องเข้ามาจะมีไม่มาก แต่นั่นก็ช่วยให้หญิงสาวมองเห็นทุกอย่างรอบกายได้ลางๆภาพตรงหน้ายืนยันทุกอย่างที่คิดได้เป็นอย่างดี เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หญิงสาวเคยเห็นสถานที่แห่งนี้ แต่ทุกครั้งมันเป็นแค่ความฝันไม่ใช่การมาเยือนด้วยตัวเองอย่างเช่นตอนนี้!“คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมฉันถึงฝันเห็นคุณ แล้วทำไมฉันต้องมาที่นี่ นี่เป็นความฝันหรือเปล่า...” พูดจบก็ขมวดคิ้วเพราะความเจ็บที่ศีรษะด้านหลังยังคงชัดเจน ตอกย้ำว่าสิ่งที่เธอเมื่อครู่นั้นเธอเพียงแค่ต้องการปลอบใจตัวเองเท่านั้นคางน้อยๆ ถูไถไปมากับคน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-07
Baca selengkapnya

บทที่ 6

เมื่อมองสูงขึ้นไปยังเส้นผมที่ยาวสลวยของเขา หญิงสาวกลับพบว่าเขาปล่อยเอาไว้ด้านบนโดยไม่มีการรวบมัดแต่อย่างใด ราวกับว่านี่เป็นเพียงการนอนหลับพักผ่อน ซึ่งนั่นก็ออกจะน่าแปลกเพราะเหม่ยเซียนเคยได้ยินว่าก่อนฝังศพ หากเป็นคนที่มียศศักดิ์ อย่างน้อยเขาก็ควรมีเกี้ยวหยกครอบมวยผมหรือที่เรียกว่า กวาน[1] ไม่ก็รวบผมขึ้นแล้วปักปิ่นเพื่อบ่งบอกถึงฐานะหรืออะไรทำนองนั้น“คุณตายไปแล้วจริงๆ เหรอคะ หล่อขนาดนี้...น่าเสียดายจัง” กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เหม่ยเซียนก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา ที่ตนเพิ่งจะบอกว่าเสียดายความหล่อของคนที่ตายไปแล้ว ช่างบ้าบอดีแท้!“ถึงคุณจะหล่อแต่ถ้าให้เลือกฉันขออยู่ข้างนอกดีกว่า อย่าว่ากันนะคะที่ลวนลามคุณไปตั้งเยอะแต่ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อน ฉันว่าฉันควรหาทางออกไปจากโลงน้ำแข็งของคุณเสียที” พูดจบก็ลูบไล้ไปยังผนังโลงศพเพื่อดูว่าจะทำอะไรได้บ้างถึงตอนนี้เองที่เหม่ยเซียนเพิ่งจะสังเกตว่าโลงน้ำแข็งดังกล่าวนั้นไม่ได้เย็นเยียบอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่ามันจะโปร่งใสและเย็นสบาย แต่มันช่างต่างจากน้ำแข็งทั่วไปโดยสิ้นเชิง กระนั้นหญิงสาวก็ให้สงสัยนักว่าหากมันไร้ซึ่งความเย็นแล้ว เหตุใดศพของบุรุษที่หญิง
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-07
Baca selengkapnya

บทที่ 7

สามร้อยปีก่อนองค์เง็กเซียนฮ่องเต้[1]ได้พระราชทานสมรสให้กับจื่อหมิงหวงหลงกับเทพธิดาเหม่ยเหริน พระธิดาบุญธรรมของพระนางซีหวังหมู่[2] เทพธิดาพระองค์นี้เป็นเพียงองค์เดียวที่พระนางซีหวังหมู่ไว้พระทัยให้ช่วยควบคุมดูแลกาลเวลาของโลกมนุษย์หลังจากสองร้อยปีของการสมรสเทพธิดาเหม่ยเหรินพลันขอหย่ากับจื่อหมิงโดยไม่ทราบสาเหตุ แม้ว่าพระนางซีหวังหมู่จะตรัสถามสาเหตุเท่าไร เทพธิดาเหม่ยเหรินก็เอาแต่นิ่งเงียบจนองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงกริ้วมาก ทรงตรัสว่าหากยังไม่เล่าความจริงจะทรงลงโทษนาง เนื่องจากพระองค์เป็นผู้ที่พระราชทานสมรสหากเทพธิดายังคงยืนยันจะหย่านั่นก็เท่ากับขัดพระราชโองการสวรรค์ไม่ว่าจะถูกข่มขู่เท่าไรเทพธิดาเหม่ยเหรินก็ยังยืนยันคำเดิม จนองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงขู่ว่าหากยังไม่พูดจะลงโทษตามอาญาสวรรค์ นั่นก็คือไม่ว่าผู้ใดขัดราชโองการจะต้องถูกโยนลงไปยังบ่อพันวิญญาณ ซึ่งไม่ว่าเทพหรือเซียนตนใดหากตกลงไปก็จะดับสูญ ไม่อาจกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกชั่วกัปชั่วกัลป์เทพธิดาเหม่ยเซียนได้ยินเช่นนั้นก็คุกเข่าลงรอรับพระอาญาโดยไม่ปริปาก ซึ่งนั่นทำเอาทั้งองค์เง็กเซียนฮ่องเต้และพระนางซีหวังหมู่ถึงกับทรงถอนพระปัสสาสะเพรา
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-08
Baca selengkapnya

บทที่ 8

เหม่ยเซียนเลิกคิ้วที่อีกฝ่ายเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด ก็แน่ล่ะเธอตั้งใจพูดเป็นภาษาไทยเพื่อไม่ให้เขาเข้าใจ เพราะยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นถึงเทพอสูรที่เป็นคนไปรับตัวเธอมา ที่สำคัญกว่านั้นภาษาจีนที่อีกฝ่ายใช้นั้น มันเป็นภาษาจีนแบบดั้งเดิมที่แม้เธอจะฟังออกแต่กลับรู้สึกไม่คุ้นเคยเอาเสียเลย“คุณเป็นใครหรือคะ พอจะรู้ไหมว่าฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“เจ้ามาเพราะต้องมา ในเมื่อมาแล้วก็ตามข้ามาเถิด ระหว่างนี้ยังต้องเจอกับคำถามมากมาย เจ้าอยากตอบก็ตอบ ตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบ มาเถิดข้าจะนำทางให้เจ้า” จื่อชิงกล่าวเป็นนัยแล้วเดินนำหญิงสาวออกมา“คือ... ฉันมีคำถามค่ะ หมายถึงข้าขอถามท่านสักข้อได้หรือไม่เจ้าคะ” จากภาษาไทยเปลี่ยนเป็นภาษาจีนอย่างกล้าๆ กลัวๆ จนตัวหญิงสาวเองยังรู้สึกขายหน้า ...ที่เรียนมาห้าปีนั้นไม่ได้ช่วยอะไรในยามที่กำลังประหม่าอย่างนี้“เหม่ยเหริน เจ้าเป็นคนปรับตัวเก่ง ไม่นานเจ้าจะรู้สึกคุ้นชินดังนั้นฝึกเอาไว้เถิด เพราะเจ้ายังต้องอยู่ที่นี่อีก...ชั่วระยะหนึ่ง” จื่อชิงเว้นระยะไปเล็กน้อยคล้ายกับว่าเขาเองก็ลังเลเหม่ยเซียนเบิกตากว้าง “คุณหมายถึงคุณรู้ว่าฉันเป็นใคร...” เหม่ยเซียนชะงักเมื่อจื่อชิงหยุดเดิ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-08
Baca selengkapnya

บทที่ 9

แทนที่จื่อชิงจะพาเหม่ยเซียนไปเข้าเฝ้าองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ยังท้องพระโรงสวรรค์ แต่เขากลับนำทางนางเข้าไปยังลานแห่งเทพธิดา ซึ่งที่นั่นพระนางซีหวังหมู่และเทพธิดาทั้งเจ็ดได้ทรงรออยู่ก่อนแล้ว“จากตรงนี้เจ้าต้องเข้าไปเพียงลำพัง”“แต่ว่าท่าน...”“เรียกข้าว่าจื่อชิง”“ท่านเป็นเทพอสูรมังกรเขียวใช่หรือไม่เจ้าคะ ข้าได้ยินเสียงพูดคุยกันเกี่ยวกับท่าน ยังมี...เทพอสูรทั้งสาม ตอนที่รอให้มีคนช่วยออกมาจากโลงน้ำแข็ง”“ข้ากับเจ้าเคยเป็นสหายกัน ดังนั้นเรียกข้าว่าจื่อชิง จำคำของข้าเอาไว้ให้ดี ตอบเมื่ออยากตอบ ตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องตอบ นั่นเป็นสิทธิ์ของเจ้า ข้าจะไปรอเจ้าตรงนั้นไม่ต้องกลัว” พูดจบเขาก็ชี้ไปยังต้นกุ้ยฮวา[1]ที่อยู่ห่างออกไปหลายก้าวจากจุดที่ทั้งสองยืนอยู่ จากนั้นก็ยิ้มให้เหม่ยเซียนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ทำไมเล่าเจ้าคะ”“ที่นี่คือลานแห่งเทพธิดา ข้าเป็นเทพอสูรทั้งยังเป็นบุรุษ”ความหมายก็คือมีเพียงเทพธิดาเท่านั้นที่เข้าไปได้นั่นเอง นั่นก็คือที่มาของชื่อลานเทพธิดา ซึ่งพระนางซีหวังหมู่หมู่ทรงพระราชทานให้ หลังจากที่ทรงร่ายคาถาเอาไว้เพื่อให้เทพธิดาทั้งเจ็ดพระองค์ทรงพระสำราญได้อย่างเต็มที่ โดยไร้ซึ่งเงาบุรุษเข้าม
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-09
Baca selengkapnya

บทที่ 10

“มากันแล้วหรือพวกเรารอกันตั้งนาน” โม่เฉินส่งเสียงขึ้นเป็นคนแรกทั้งยังเดินตรงเข้ามาหาเหม่ยเซียน “เหมือนเดิมจริงๆ ด้วยไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด”“นั่นสิ” ชางอี้เสริม“เปลี่ยนสิทำไมจะไม่เปลี่ยน” ผู้ที่ไม่เห็นด้วยนั้นคือเฟิ่งเซียน ผู้ซึ่งจับจ้องเหม่ยเซียนมานับตั้งแต่หญิงสาวเดินใกล้เข้ามา“ตรงไหนหรือ” แม้แต่จื่อชิงยังอดที่จะสงสัยไม่ได้“นางกล้าสบตาพวกเราทุกคน ไม่สังเกตหรือนางจ้องทุกคนไม่มีท่าทีขัดเขินแล้วก็ไม่หลบตาสักนิด” เฟิ่งเซียนเอ่ยแล้วส่งยิ้มให้เหม่ยเซียน “ต้องอย่างนี้สิจึงจะสนุก มาเถิดข้าจะพาเจ้าไปยังตำหนักในของเทพมังกร เจ้าเคยอยู่ที่นั่นมาถึงสองร้อยปีน่าจะมีตรงไหนที่ดูคุ้นตาบ้าง ไม่แน่อาจช่วยให้เจ้าจดจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง”เหม่ยเซียนยอมเดินตามเฟิ่งเซียน ผู้ซึ่งเป็นถึงเทพอสูรแห่งทิศใต้ไป ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม แต่อีกฝ่ายกลับเพียงแค่ยิ้มให้แล้วจับจูงนางให้ออกเดิน“แล้วพวกข้าเล่า” จื่อชิงเอ่ยถามเสียงดัง“ก็ตามมาสิ ใครไปห้ามพวกท่านเอาไว้กันเล่า” เฟิ่งเซียนตอบโดยไม่หันกลับไปมอง นางกำลังชี้ชวนให้เหม่ยเซียนจดจำส่วนต่างๆ ของตำหนักหวงหลงเอาไว้ เนื่องจากความสลับซับซ้อนของตัวตำหนักอาจจะทำให้เห
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-01-09
Baca selengkapnya
Sebelumnya
12
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status