เมื่อคิดได้เช่นนั้นเหม่ยเซียนพลันเงยหน้าขึ้นสบตากับเทพแห่งชะตา ก่อนจะละสายตาไปมองจื่อชิง ความสับสนลังเลฉายชัด ทำให้ทั้งสองจ้องมองนางอย่างสงสัย“มีอะไรหรือ”หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ เหม่ยเซียนก็ถอนใจออกมาเสียงดัง “ข้าค้นจนทั่วกลับพบเพียงพู่กันด้ามเดียวซึ่งดูเหมือนจะอยู่ผิดที่ผิดทาง ตอนนี้วางมันเอาไว้บนโต๊ะ มาเถิดเข้าไปสนทนากันด้านใน ข้ามีเรื่องจะถามพวกท่านถึงได้มายืนลังเลอยู่ตรงนี้ เพราะยังคิดไม่ตกว่าจะถามอย่างไรดี พวกท่านมาก็ดีแล้วข้าจะได้ไม่ต้องไปตามหาให้เสียเวลา”ท่าทีอันแสนเป็นธรรมชาติของหญิงสาวกลับมาแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะเผลอแสดงอากัปกิริยาเช่นใดออกไป แต่นางก็มั่นใจว่าตอนนี้นางได้กลบเกลื่อนจนไม่หลงเหลือสิ่งใดให้ทั้งสองสงสัย แต่ถึงจะสงสัยหากนางยืนกรานคิดว่าทั้งสองก็คงไม่สามารถบังคับให้นางพูดออกมาได้กระมังเหม่ยเซียนคิดเช่นนั้นแล้วลอบถอนหายใจ ร่างอรชรหันหลังกลับและเดินนำเข้าไปยังเรือนจื่อหมิง แต่เมื่อจะเดินผ่านเข้าไปยังประตูเรือน ทั้งเทพแห่งชะตาและจื่อชิง กลับถูกพลังของปราณมังกรจู่โจม ผลก็คือทั้งสองกระเด็นออกไปคนละทิศละทางลำแสงสีทองสาดออกไปเป็นวงกลมขนาดใหญ่ แต่เมื่อตั้งตัวได้ทั้
Read more