เซิ่งจือหว่านผุดยิ้มบาง ๆ “อนุเมิ่งลืมไปแล้วหรือ? เราเคยบอกว่า หากเจ้าป่วยขึ้นมาอีกก็จำเป็นต้องใช้โลหิตของชิงหลิ่วแล้ว เจ้าดูสิ สิ่งนี้ก็คือโลหิตของชิงหลิ่วมิใช่หรือ?”“ว่าไปแล้ว ชิงหลิ่วก็ช่างเป็นบ่าวรับใช้ผู้แสนภักดีจริงแท้ เพียงโลหิตหนึ่งชามก็สามารถทำให้อนุเมิ่งฟื้นคืนสติได้แล้ว เดิมทีเรายังคิดว่าอาจต้องใช้โลหิตหลายชามเสียอีก”“อ๊อก…แหวะ…เซิ่งจือหว่าน ท่าน…ท่าน…” เมิ่งยางกระโจนตัวไปยังหัวเตียงอย่างรวดเร็ว เกือบจะอาเจียนเอาน้ำดีออกมาเซิ่งจือหว่านได้ยินเช่นนั้นก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนถอยหลังไปครึ่งก้าวอย่างรังเกียจ “อนุเมิ่งอยากจะพูดอะไรหรือ? คิดให้ดีเสียก่อนจะพูดออกมา”“…” เมิ่งยางได้ยินเช่นนั้นกลิ่นคาวเลือดในลำคอกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เพียงแต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโลหิตของชิงหลิ่ว หรือเป็นเพราะความโกรธกันแน่เซิ่งจือหว่านเห็นนางเงียบไป ก็กลั้วหัวเราะพลางเอ่ยว่า “ในเมื่อโลหิตของชิงหลิ่วได้ผลถึงเพียงนี้ ต่อจากนี้ ก็ให้นางคอยหลั่งโลหิตให้เจ้าทุกวันจนกว่าเจ้าจะหายดีแล้วกัน”“ไม่! หม่อมฉันไม่มีวันดื่มโลหิตของคนอื่น!” เมิ่งยางสวนกลับทันที“อย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้” เซิ่งจ
Read more