All Chapters of ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Chapter 131 - Chapter 140

188 Chapters

บทที่ 131

เซิ่งจือหว่านให้เถ้าแก่หลินไปหาสาวใช้ที่มีอายุเหมาะสม มีฝีมือการต่อสู้ และเกิดในตระกูลที่ขาวสะอาด สามารถตรวจสอบได้ลำพังเพียงมีฝีมือต่อสู้และอายุเหมาะสมสองอย่างนี้ ก็ถือว่าหายากมากแล้วบุตรีวัยสิบสี่สิบห้าปีจากตระกูลใดเล่าจะได้เรียนวิชายุทธ์?ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องเกิดในตระกูลบริสุทธิ์ สามารถตรวจสอบได้แบบนั้นยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ ครอบครัวทั่วไปไม่มีเงื่อนไขให้ส่งบุตรีไปเรียนวิชายุทธ์อยู่แล้ว หรือต่อให้มี ก็ไม่มีทางยอมให้บุตรีไปศึกษาวิชายุทธ์อยู่ดีดังนั้นเถ้าแก่หลินต้องใช้เวลาหาอยู่สองเดือนถึงจะเจอตัวเลือกที่เหมาะสม ทว่าเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดองค์หญิงจะต้องละเอียดรอบคอบถึงเพียงนี้ภายนอกนางมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิง ภายในก็มีศักดิ์เป็นฮูหยินซื่อจื่อแห่งจวนกั๋วกงจะมีผู้ใดกล้าใช้อำนาจคุกคามนางได้?จะมีผู้ใดกล้าตรวจสอบคนข้างกายนาง?ทว่าเถ้าแก่หลินไม่เข้าใจ คนที่เซิ่งจือหว่านพยายามต้านทานอยู่นั้นมิใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้อยู่เหนือหัวขึ้นไปนั่นเองพวกคนสนิทที่ซื่อสัตย์และเป็นงานของนาง ล้วนถูกเสด็จพ่อสั่งโยกย้ายไปตำหนักอื่นทีละคน ๆ ไม่ใช่หรือ?“ลองเล่าเบื้องหลังมาสิ” เซิ่งจือหว่านขมวด
Read more

บทที่ 132

ไม่... จะเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร องค์หญิงยังอายุน้อยเพียงนั้น หรือบางทีนางอาจจะแค่บังเอิญรู้ว่าวันนั้นท่านกั๋วกงมานอนค้างที่เรือนของตน จึงเดาออกก็เป็นได้กระมังอนุเหลียนคิดในใจเซิ่งจือหว่านเขียนใบสั่งยาเสร็จเรียบร้อยก็เอ่ยขึ้น “เจ้าคิดไว้แล้วหรือยังว่าจะทำอย่างไรให้เด็กปลอดภัยไปจนถึงตอนคลอด ในเมื่อตอนแรกชุยซื่อให้เจ้ากินยาตัดทายาท ก็หมายความว่านางไม่ต้องการให้ผู้ใดนอกจากนางมีบุตร”“หม่อมฉันคิดไว้แล้วเพคะ!” อนุเหลียนกัดฟันกรอด เงยหน้าขึ้นมองเซิ่งจือหว่านพร้อมเอ่ยว่า “ความจริงในมือของหม่อมฉันกุมความลับหนึ่งของฮูหยินมาตลอด!”“ก่อนที่ฮูหยินจะได้แต่งเข้าเรือน ตอนนั้นท่านกั๋วกงมีญาติผู้น้องท่านหนึ่งซึ่งทั้งสองต่างมีความรักใคร่ต่อกัน ทว่าตอนนั้นฮูหยินมีใจหลงรักท่านกั๋วกงตั้งแต่แรกพบ จึงลอบวางอุบายจ้างคนไปย่ำยีเกียรติญาติผู้น้องท่านนั้นจนต้องได้รับความอับอาย”“ญาติผู้น้องท่านนั้นเป็นคนนิสัยเข้มแข็งและซื่อตรง ต่อมาจึงผูกคอจบชีวิตตนเอง และเป็นเพราะเรื่องนี้เอง ทำให้ท่านกั๋วกงต้องจมอยู่กับความทุกข์ตรมสิ้นหวังอยู่ช่วงหนึ่ง ฮูหยินจึงอาศัยโอกาสนี้เข้ามาใกล้ชิด ตีสนิทท่านกั๋วกง จนได้เข้าไปอยู่ใ
Read more

บทที่ 133

“ไม่มีตาไว้ดูหรือ! ยังไม่รีบไปรินน้ำชาให้ข้าอีก!” ฉีเฟยเยียนสายตามืดครึ้มน่าขนลุกชุนฉานรีบลุกขึ้นอย่างลนลาน เดินตัวสั่นงันงกไปรินน้ำชาทว่าครั้นยื่นถ้วยชาไปถึงมือฉีเฟยเยียน ฉีเฟยเยียนก็สาดน้ำชาใส่หน้าชุนฉานทันทีชุนฉานร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดพลางเอามือกุมหน้าไว้ รู้สึกเพียงว่าทั้งใบหน้าแสบร้อนระอุไปหมด“นางหน้าด้าน ทาแป้งแต้มชาดทุกวัน ข้าว่าเจ้าคงอยากฉวยโอกาสตอนที่ข้าไม่อยู่ยั่วยวนคุณชายใหญ่ล่ะสิ ไสหัวไปให้พ้น นางสวะไร้ประโยชน์ แค่รินน้ำชายังทำไม่ได้เรื่อง”ฉีเฟยเยียนกล่าวพลาง ก็เขวี้ยงถ้วยชาที่ว่างเปล่ากระแทกใส่ศีรษะชุนฉานอย่างแรงไม่กี่วันต่อมา แม้ฉีเฟยเยียนจะมิได้ถูกขอหย่าร้าง แต่ชีวิตในจวนเหลียนก็มิได้ราบรื่นมีความสุขนักฮูหยินผู้เฒ่าเหลียนและฮูหยินเหลียนมิได้ปฏิบัติต่อนางด้วยความใจกว้างอ่อนโยนเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ส่วนเหลียนเหวินฮุยก็เอาแต่มั่วสุมกับสหายและสตรีนอกเรือน มีเพียงยามที่ต้องการเงินเท่านั้น ถึงจะกลับจวนมาเอาอกเอาใจฉีเฟยเยียนได้สักสองวันปากของบุรุษหากเคลือบน้ำผึ้งไว้แล้ว แม้รู้ว่ามีพิษแต่ก็อยากจะลิ้มลองให้ได้สักครั้งฉีเฟยเยียนเองก็เป็นคนเช่นนั้นเพราะเหตุนี
Read more

บทที่ 134

เขาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะลังเลแล้วทำความเคารพ “ท่านผู้นี้คือคุณหนูใหญ่ฉีแห่งจวนกั๋วกงใช่หรือไม่?”ฝีเท้าของฉีเฟยเยียนที่กำลังก้าวออกจากร้านพลันหยุดชะงัก “เจ้ารู้จักข้าหรือ?”“ข้าน้อยจางหวยเหริน ส่วนผู้นี้หูซ่าน เมื่อครั้งมาถึงเมืองหลวงคราแรก พวกข้าน้อยสองคนเคยได้รับพระคุณจากท่านกั๋วกงขอรับ”“คุณหนูใหญ่ฉีไม่รู้จักพวกข้าน้อย แต่พวกข้าน้อยรู้จักคุณหนูใหญ่ฉีขอรับ! ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมีโอกาสได้พบกันที่นี่!” จางหวยเหรินคารวะพร้อมกล่าวด้วยความตื่นเต้นหูซ่านกล่าวเสริมว่า “ไม่มีท่านกั๋วกงก็ไม่มีพวกข้าน้อยสองคนในวันนี้ น่าเสียดายที่พวกข้าน้อยมีฐานะต่ำต้อย มิอาจกล่าวขอบคุณต่อหน้าท่านกั๋วกงด้วยตนเองได้…”ฉีเฟยเยียนคิดไม่ถึงว่าสองคนนี้จะรู้จักกับท่านพ่อนางพยักหน้าอย่างระมัดระวัง สองคนนี้เป็นเพียงพ่อค้า ต่อให้ไปบอกท่านพ่อ เกรงว่าท่านพ่อเองก็จำพวกเขาไม่ได้ด้วยซ้ำนางจึงกล่าวตัดบทลวก ๆ กับพวกเขาสองคน และเตรียมจะจากไปทว่าทันทีที่ยกเท้าขึ้น ก็นึกถึงเรื่องการค้าขายที่สองคนนี้เพิ่งจะสนทนากันไปเมื่อครู่ขึ้นมาได้เหตุผลที่ช่วงนี้ท่านแม่กับแม่สามีคอยเหน็บแนมเสียดสีตนเองตลอด ทางหนึ่งก็เพราะรู้สึก
Read more

บทที่ 135

ฉีเฟยเยียนคิดได้ถึงจุดนี้ก็เอ่ยขึ้นว่า “หึ พวกเจ้าพูดจาน่าฟังดี ไม่ยอมบอกให้ชัดเจนแล้ว ยังจะให้ข้าออกเงินอีก เช่นนี้ไม่เท่ากับให้ข้ากระโดดเข้ากองไฟหรือ?”หูซ่านถอนหายใจ “ช่างเถิด อย่างไรเสียท่านกั๋วกงก็มีพระคุณต่อพวกข้าน้อยสองคน เงินอีกหนึ่งพันตำลึงของคุณหนูใหญ่ฉี ข้าน้อยจะออกให้ท่านก่อน หากสามวันให้หลังทำกำไรได้แล้ว ท่านค่อยคืนให้ข้าน้อยตอนนั้นก็พอ แต่หากขาดทุน ก็ถือเสียว่าข้าน้อยได้ตอบแทนพระคุณของท่านกั๋วกงก็แล้วกัน”แบบนี้ก็เท่ากับว่านางไม่จำเป็นต้องออกเงินเอง ก็สามารถได้ผลกำไรมาลอย ๆ แล้วฉีเฟยเยียนนึกหวั่นไหวในใจ ทว่าก็ยังไม่โง่เขลาถึงเพียงนั้น “พวกเจ้าจิตใจดีถึงเพียงนี้ คงมิใช่เพราะมีเจตนาอื่นกับข้าหรอกกระมัง?”จางหวยเหรินและหูซ่านได้ยินเช่นนั้นก็รีบโบกมือปฏิเสธทันควัน “คุณหนูใหญ่ฉีคิดมากเกินไปแล้ว พวกข้าน้อยเป็นเพียงคนทำมาค้าขาย หวังเพียงหาเงินได้อย่างสงบปลอดภัย ฐานะของท่านสูงศักดิ์ยิ่งนัก ว่ากันตามตรงแล้วพวกข้าน้อยเองก็อยากผูกสัมพันธ์กับจวนกั๋วกง จะกล้ามีเจตนาอื่นแอบแฝงไว้ได้อย่างไรกันเล่าขอรับ”ว่าไปก็จริง!ถึงอย่างไรเงินก็ไม่ต้องออกเองก่อน ต่อให้ขาดทุน ก็ไม่ต้องเสียอะไร
Read more

บทที่ 136

“หุบปาก!”ฉีเฟยเยียนกัดฟันกรอด “ความมั่งคั่งล้วนแสวงหาได้ท่ามกลางความเสี่ยง อีกอย่างมิใช่ว่าพวกเราต้องลงมือทำเอง เจ้าจะกลัวอะไรนัก? แค่ทำเป็นไม่รู้เรื่องก็พอแล้ว”ฉีเฟยเยียนเตรียมจะให้หูซ่านและจางหวยเหรินรับหน้าที่เป็นคนกลางให้ตนเองต่อไปทว่าหลายวันต่อมา จางหวยเหรินและหูซ่านกลับหายตัวไปประหนึ่งไร้ร่องรอย เรือนที่เช่าอยู่แต่เดิมก็ว่างเปล่าเสียแล้วนางให้ชุนฉานไปสืบถาม ถึงได้รู้ว่าทั้งสองคนไปทำการค้าที่เมืองซิ่งโจวซึ่งอยู่ข้างเคียงแล้วได้กำไรจากการค้าเกลือเถื่อนแล้วยังไม่พอ? ยังจะไปทำการค้าอื่นอีก“ช่างเถิด!”ไม่มีพวกเขา ก็ใช่ว่าตนจะหาเงินเองไม่ได้เสียหน่อย?ท้ายที่สุดฉีเฟยเยียนก็อดกลั้นไม่ไหวเงินหนึ่งพันสี่ร้อยตำลึงนั้นเปรียบเสมือนเปลวไฟที่จุดประกายความโลภของนางให้ลุกโชนขึ้นมาขอเพียงให้นางส่งคนไปสืบข่าวว่าจะสามารถติดต่อกับพ่อค้าเกลือเถื่อนได้อย่างไร ถึงครานั้นข่าวสารที่เตรียมไว้ล่วงหน้าก็จะส่งถึงนางทันที เมื่อนางหอบเงินมาให้เมื่อใด เท่านี้ก็เหยียบกับดักที่วางไว้ล่วงหน้าเข้าเต็มเปาแล้ว*ทางฝั่งเซิ่งจือหว่านตอนนี้ได้พบกับสี่ตี้ แม่นางน้อยที่สามารถยกคนหวดไปมาเป็นกระบองได้แล
Read more

บทที่ 137

เซิ่งจือหว่านได้ยินดังนั้นก็ตอบกลับเสียงเรียบ “เก็บไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว”พูดจบ ใบหูกลับร้อนผ่าวขึ้นอย่างอดไม่ได้“เก็บไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว? ความจำบ่าวย่ำแย่เพียงนี้เชียวหรือ ไยจึงจำไม่ได้เลยสักนิด…” ติงหลานขมวดคิ้วพลางพึมพำกับตนเองอั้นจื่อที่อยู่ด้านข้างหยิกแขนนางไปหนึ่งทีอย่างเอือมระอาพร้อมตำหนิเบา ๆ “พอได้แล้ว ทำงานของเจ้าไปเถิด จะมัวตั้งคำถามมากมายเพียงนี้เพื่ออะไร”ติงหลานเบะปาก ภายใต้สายตาของอั้นจื่อจึงไม่กล้าถามอะไรขึ้นมาอีกทว่าเซิ่งจือหว่านมองผลมณีสวรรค์ในมือ ในใจกลับเผลอคิดถึงซางสิงอวี้ที่ส่งพวกมันมาให้โดยไม่รู้ตัว…ลองคำนวณวันเวลาแล้ว ทางฝั่งเขาก็น่าจะใกล้ถึงช่วงเก็บเกี่ยวแล้วกระมังไม่รู้ว่าทุกอย่างจะราบรื่นดีหรือไม่*จวนเหลียน ฉีเฟยเยียนคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องจะราบรื่นและสำเร็จอย่างง่ายดายเพียงนี้!จริงดังคาด เงินทองต่างหากคือสิ่งมีประโยชน์มากที่สุดนับแต่จางหวยเหรินและหูซ่านหายตัวไปจากเมืองหลวง นางก็ทำได้เพียงให้คนไปจ่ายเงินเพื่อสืบข่าว ไป ๆ มา ๆ ก็ทุ่มเงินในตลาดมืดไปมากกว่าสองพันห้าร้อยตำลึงแล้วจนกระทั่งเมื่อวาน ภายใต้การชักจูงของตัวกลางคนหนึ่ง ใน
Read more

บทที่ 138

กับคนที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันเพียงสองครั้งยังกล้าวางใจ กล่าวให้ชัดเจนก็คือ นางมั่นใจกับฐานะคุณหนูใหญ่สายตรงแห่งจวนกั๋วกงของตนเองเกินไปทว่านางกลับไม่เคยคิดดูเลยสักนิด ทั้งที่นางมีศักดิ์เป็นถึงคุณหนูสายเลือดหลักของจวนกั๋วกง ก็ยังโลภกับเงินเพียงไม่กี่ร้อยตำลึงขึ้นมาได้แล้วผู้ที่ต่ำต้อยยิ่งกว่านั้น ไยจะไม่กล้าหลอกลวงคุณหนูสายเลือดหลักของจวนกั๋วกงอย่างนาง เพื่อเงินเพียงไม่กี่สิบตำลึงบ้าง?ในเมื่อความโลภถูกกระตุ้น เรื่องหลังจากนี้ก็ง่ายขึ้นแล้วตู้อี้จือสั่งให้หวงหยวนกุ้ยและลูกจ้างอีกคนที่มีนามว่าหลู่เหลียงเพิ่มเงินอีกจำนวนหนึ่งเข้าไป แล้วจากนั้นค่อยนำไปให้ฉีเฟยเยียนในอีกสามวันฉีเฟยเยียนเมื่อได้เห็นเงินจริงที่จับต้องได้แล้ว ย่อมเชื่ออย่างสนิทใจทว่าความจริงแล้ว เงินนี้มิใช่เงินที่ได้มาจากการค้าเกลือเถื่อนแต่อย่างใดแต่เป็นเงินที่เซิ่งจือหว่านมอบให้ตู้อี้จือเอาไว้ต่างหาก!ถัดจากนี้ก็ยิ่งง่ายดาย แค่อ้างเหตุผลไปว่า ‘จางหวยเหริน’ และ ‘หูซ่าน’ เดินทางออกจากเมืองหลวงไปทำการค้าขายที่อื่นแล้ว ฉีเฟยเยียนที่ถูกกระตุ้นความโลภย่อมไม่มัวรอเฉยแน่นางอยากเข้าร่วมทำการค้าเกลือเถื่อน ตู้อี้จือซึ่งคล
Read more

บทที่ 139

ฉีกั๋วกงยุ่งอยู่กับการดูแลเถาซื่อที่กำลังตั้งครรภ์ฉีซูเซี่ยนนำสิ่งของที่เก็บรวบรวมมาจากโรงรับจำนำและที่ฉีเฟยเยียนส่งมายังเรือนผิงหลานเซิ่งจือหว่านสั่งให้อั้นจื่อและติงหลานตรวจสอบอย่างละเอียด ครั้งนี้เป็นของจริงสมราคา“ลำบากซื่อจื่อแล้ว เพียงแต่ซื่อจื่อยังคงต้องมุมานะต่อไปอย่าได้ลดละความพยายาม ส่วนที่เหลือก็มีเพียงเครื่องประดับศีรษะ เครื่องประดับ รวมถึงตำราและภาพวาดอักษรที่น้องหญิงรองนำติดตัวไปด้วยตอนเดินทางกลับไปเยี่ยมญาติแล้ว”เซิ่งจือหว่านสั่งให้อั้นจื่อนำรายการที่ขีดทำเครื่องหมายไว้แล้วส่งให้ฉีซูเซี่ยนตอนที่นางหวนกลับชาติมาเกิดใหม่ เป็นช่วงที่ฉีเฟยหรุ่ยเดินทางไปเยี่ยมญาติที่ชิงเหอ เมืองหลินโจวพอดี ด้วยนิสัยของฉีเฟยหรุ่ยที่ไม่ว่าเดินทางไปที่ใดก็ต้องได้แวะเที่ยวเขาชมลำน้ำ วาดภาพแต่งกลอนตามอารมณ์สุนทรีย์ การเดินทางไปกลับครานี้อย่างน้อยต้องใช้เวลากว่าสองสามเดือนดังนั้น จนถึงตอนนี้นางยังไม่เคยพบว่าที่พระชายาองค์ชายสามผู้นี้เลย“วางใจเถิด ไม่ขาดส่วนของเจ้าแน่” ฉีซูเซี่ยนกล่าวเสียงเย็น ทว่าสายตากลับทอดมองใบหน้าของเซิ่งจือหว่านที่นับวันยิ่งงดงามเจิดจ้าบาดตาอย่างอดไม่ได้ว่าไปก็น
Read more

บทที่ 140

“ก็ไล่ตามลำดับบนฎีกานี้!”“ไท่เว่ย…จวนของหวังเหวินเย่!”…...ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงหมุนเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า พร้อมกับสีท้องฟ้าที่ค่อย ๆ มืดลงเมื่อคนที่ถูกจับตามองในรายชื่อถูกควบคุมตัวไปจำนวนหนึ่งแล้ว หัวใจของเซี่ยอันและโจวโส่วกุยก็ยิ่งผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อย ๆกระทั่งเห็นรายชื่อในลำดับถัดไปโจวโส่วกุยไม่เข้าใจยิ่งนัก “จวนของรองเสนาบดีขั้นห้าชั้นโทผู้นี้ อยู่ดีไม่ว่าดี เข้าไปพัวพันกับการค้าเกลือเถื่อนเพื่ออะไร?”เทียบกับบรรดาเชื้อพระวงศ์ในราชวงศ์ ขุนนางอำมาตย์ขั้นสองขั้นสามที่มีรายชื่ออยู่ก่อนหน้านี้ แค่รองเสนาบดีขั้นห้าชั้นโทคนหนึ่ง กลับดูต้อยต่ำและไม่สะดุดตาเอาเสียเลยเล็กน้อยไม่สะดุดตาเสียจนก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ทันได้ใส่ใจสังเกตพอมาสังเกตตอนนี้ ก็ยิ่งรู้สึกแปลกขึ้นมาเซี่ยอันขมวดคิ้ว “เรื่องนั้นช่างมันเถิด ในเมื่อมีรายชื่ออยู่ในนี้ เช่นนั้นก็ไม่มีทางผิดพลาด! ไป ถีบประตู ล้อมจวน!”ณ จวนเหลียนรองเสนาบดีเหลียนบัดนี้กำลังร้องอุปรากรอยู่ในห้องหนังสือ นี่เป็นหนึ่งในความชอบเล็ก ๆ ที่มีอยู่เพียงไม่กี่อย่างของเขาทว่าวันนี้การแสดงอุปรากรเพิ่งเริ่มต้นเพียงไม่นาน ก็ถูกเสียงฝีเท้าเ
Read more
PREV
1
...
1213141516
...
19
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status