All Chapters of ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Chapter 161 - Chapter 170

188 Chapters

บทที่ 161

แม่นมฟ่านได้ยินแล้ว ก็ทรุดตัวลงไปกับพื้นอย่างอ่อนแรง“ช้าก่อน” ทว่า เซิ่งจือหว่านกลับเอ่ยปากขึ้นในเวลานั้นแม่นมฟ่านพลันเกิดความหวังหนึ่งขึ้นในใจใช่แล้ว…เมื่อก่อนฮูหยินน้อยอ่อนโยนและมีเมตตาเป็นที่สุด แม้แต่กับบ่าวรับใช้อย่างพวกนางก็ยังมีวาจานุ่มนวลด้วยเสมอมา บัดนี้แม้เปลี่ยนไปบ้าง แต่เนื้อแท้ข้างในก็ยังคงเป็นเช่นเดิมหรือว่านาง… คิดจะเว้นทางรอดชีวิตให้ตนเอง?ทว่าน่าเสียดาย ที่ทำให้แม่นมฟ่านต้องผิดหวังเสียแล้วเซิ่งจือหว่านเอ่ย “เรื่องนี้ นอกจากแม่นมฟ่านแล้วน่าจะยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นอีก มิเช่นนั้นเจ้าโจรผู้นั้นจะย่องเข้ามาในเรือนของเราอย่างง่ายดายเพียงนั้นได้อย่างไร? ผู้เข้าเวรเฝ้าเรือนในคืนนี้ ไม่สู้ขายออกไปให้หมดดีกว่า”แม่นมฟ่านได้ยินดังนั้น น้ำมูกน้ำตาไหลพรากทันทียามเฝ้าเรือนคืนนี้ นอกจากสามีของนาง ยังมีบุตรชายของนางด้วย… จะขายออกไปได้อย่างไร!?ทว่าเสี้ยวขณะที่นางคิดจะอ้าปากขอความเมตตา ฉีซูเซี่ยนก็พยักหน้าเบา ๆ “ดี”แค่บ่าวรับใช้เพียงไม่กี่คน ตราบใดที่เซิ่งจือหว่านไม่สืบสวนเอาความมารดา หากต้องขายก็ขายออกไปเถิด“ไม่ได้เจ้าค่ะ! ฮูหยินท่านพูดอะไรสักหน่อยเถิด ทั้ง ๆ
Read more

บทที่ 162

เซิ่งจือหว่านไล่คนทั้งหมดออกไปซิ่วเหอจึงค่อยหยิบจดหมายฉบับหนึ่งให้นางพร้อมกล่าว “องค์หญิงเพคะ นี่คือจดหมายที่นายท่านส่งมาเมื่อคืนนี้ กำชับว่าต้องมอบให้ถึงมือท่านเพคะ”เซิ่งจือหว่านรับจดหมายมา ทว่ามิได้เปิดอ่านทันทีแต่กลับครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ถามซิ่วเหอว่า “เจ้าเองก็สามารถส่งข่าวกลับไปได้ด้วยใช่หรือไม่?”ซิ่วเหอชะงักไปเล็กน้อย เมื่อคิดถึงคำสั่งของเจ้านาย ก็พยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ได้เพคะ สมาคมการค้าของนายท่านมีศาลาพักม้ากระจายอยู่ทั่วทุกเมือง ฝั่งเท่อตันทางนั้นก็มีคนของนายท่านอยู่เช่นกันเพคะ”ครานี้ฝ่ายที่ตะลึงงันกลับกลายเป็นเซิ่งจือหว่าน เดิมทีนางเพียงคิดว่าจะฝากซิ่วเหอให้นำจดหมายของตนไปส่งให้ซางสิงอวี้เท่านั้น คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเปิดเผยเรื่องเหล่านี้ออกมาอย่างตรงไปตรงมาซิ่วเหอยอมพูดออกมาแบบนี้ ย่อมเป็นเพราะซางสิงอวี้อนุญาตแล้วแน่เขาไว้ใจตนถึงเพียงนี้เชียวหรือ?สมาคมการค้าตระกูลฉิน ดูท่าทางบัดนี้เจ้าของตัวจริงก็คือเขาไม่ผิดแน่ เขากำลังเผยไพ่ในมือให้ตนเห็นอย่างนั้นหรือ?เซิ่งจือหว่านกล่าว “เจ้านั่งรอสักครู่ เราจะไปเขียนจดหมายฝากเจ้านำไปให้เขา”“เพคะ”เซิ่งจือหว่านเดินกล
Read more

บทที่ 163

“…อะแฮ่ม ก็แค่นิทานคำกลอน” เซิ่งจือหว่านเอ่ย พลางคิดถึงเรื่องที่ต้องทำวันนี้ “ไปหยิบชุดบุรุษของเรามา เจ้ากับหลิวซางเองก็ไปเปลี่ยนด้วย พวกเราจะไปสถานที่ดี ๆ แห่งหนึ่งด้วยกัน”“ชุดบุรุษ? องค์หญิง พวกเราจะไปที่ใดกันหรือเพคะ?” ติงหลานดีใจเป็นที่สุดบัดนี้สิ่งที่นางชอบที่สุดก็คือการได้ออกจากจวนไปด้านนอกด้วยกันกับองค์หญิงของตนประตูจวนที่ตลอดสองปีมานี้ไม่เคยได้ก้าวพ้นออกไป บัดนี้ ไม่ใช่สถานที่ที่จะสามารถกักขังองค์หญิงของนางได้อีกต่อไปแล้ว!“ไปถึงก็รู้เอง”ไม่นานนัก เซิ่งจือหว่านก็เปลี่ยนเป็นชุดบุรุษเรียบร้อย พร้อมแปลงโฉมให้ตนเองและติงหลานกับหลิวซางเมื่อบุรุษหนุ่มรูปงามหมดจดสองคนปรากฏตรงหน้า เซิ่งจือหว่านจึงพาทั้งสองออกจากจวนไปพร้อมกันจางต้าได้ยินสถานที่ที่จะต้องไปในครั้งนี้แล้ว ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงก่ำทันที“คุณ… คุณชาย ท่านจะไปที่นั่นจริงหรือขอรับ?”“ใช่แล้ว”หอเยียนจือเป็นหนึ่งในสี่หอคณิกาอันเลื่องชื่อของเมืองหลวง แหล่งผลาญเงินทองของเหล่าบุรุษ สถานที่ที่บรรดาสตรีต่างพากันเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันองค์หญิงจะเสด็จไปที่นั่นเพื่ออะไร?แต่ในเมื่อองค์หญิงมีประสงค์จะเสด็จไปที่นั่น จางต้าก
Read more

บทที่ 164

หลังจากนั้น หงเยียนต้องเผชิญอันตรายอยู่หลายครั้ง เซิ่งจือหว่านจึงเริ่มตระหนักได้ว่ามีใครบางคนกำลังจ้องลงมือกับคนเคียงกายที่มีประโยชน์ของนางกระทั่งครั้งหนึ่งที่หงเยียนได้รับบาดเจ็บสาหัส นางจึงตัดสินใจส่งหงเยียนออกไปให้ไกลตัวที่สุดดังนั้น หงเยียนจึง ‘ตาย’ ไปจากโลกและผู้ที่เข้ามาแทนที่ก็คือแม่เล้าแห่งหอเยียนจือในตอนนี้ เยียนจือนั่นเองเซิ่งจือหว่านยังคงนั่งอยู่ในหอเยียนจือต่ออีกครู่หนึ่ง เรียกให้หญิงงามหลายคนมาเต้นรำเพิ่มความครึกครื้นแล้วจึงจากไปในคืนวันนั้น ก็ได้เกิดเรื่องราวน่าสนใจที่ไม่ถึงกับใหญ่โตแต่ก็ไม่ถึงกับเงียบกริบขึ้นในเมืองหลวงมีคุณชายกลุ่มหนึ่งที่ดื่มสุราเคล้านารีจนเมามาย ได้ไปลวนลามสตรีรูปงามที่กำลังตั้งครรภ์คนหนึ่งตรงตรอกหลางเหมินสตรีรูปงามคนนั้นรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น งามเพริศพริ้งน่าทะนุถนอมแม้จะกำลังตั้งครรภ์ แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวชวนให้หลงใหลและในหมู่คุณชายกลุ่มนี้ ช่างบังเอิญที่มีหนึ่งคนที่ชอบสตรีของผู้อื่น โดยเฉพาะสตรีที่กำลังตั้งครรภ์…ดังนั้น คุณชายที่กำลังเมามายขาดสติและหลงใหลในความงดงามของสตรีจนหัวปักหัวปำคนนั้น จึงทำเหมือนอย่างที่เคยทำมาตลอด อ้างฐานะข
Read more

บทที่ 165

ทว่ารองเจ้ากรมจางกลับจดจำเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน!เพราะขุนนางผู้น้อยเมื่อปีก่อนคนนั้น เข้ารับราชการในปีเดียวกับเขา มิหนำซ้ำก่อนสอบ ยังพักอยู่ในโรงเตี๊ยมเดียวกับเขาด้วยกระต่ายตายสุนัขจิ้งจอกเศร้า สรรพสิ่งย่อมเห็นใจสงสารพวกเดียวกัน แน่นอนว่ารองเจ้ากรมจางย่อมให้ความสนใจเรื่องนี้มากขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้ยินมาอีกว่าสตรีที่ถูกคุณชายรองหยางบีบบังคับให้ต้องจบชีวิตนั้นมีไม่น้อยกว่าสิบคนแม้แต่ขุนนางผู้น้อยเมื่อปีก่อนที่ไปตีกลองร้องทุกข์ก็ยังถูกกดด้วยอำนาจบัดนี้เป็นเพียงพ่อค้ามั่งคั่งคนหนึ่งเท่านั้นเองหากสกุลหยางคิดจะเล่นงานอีกฝ่าย ช่างง่ายดายเสียยิ่งกว่าอะไร!รองเจ้ากรมจางคิดได้ถึงจุดนี้ ก็รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าโอกาสที่จะได้จารึกชื่อของตนเองลงในหน้าประวัติศาสตร์มาถึงแล้ว!แม้เขาจะเป็นเพียงรองเจ้ากรมตรวจการตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ทว่าในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นปัญญาชนผู้รับราชการรองเจ้ากรมจางเองก็มีจิตวิญญาณของผู้ตรวจการอยู่เต็มเปี่ยม มีจิตสำนึกในหน้าที่อันแรงกล้าที่จะคอยสอดส่องและทัดทานความผิดพลาดขององค์จักรพรรดิบัดนี้ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงโปรดปรานฉีกุ้ยเฟยเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้ง
Read more

บทที่ 166

ก็แค่สุนัขอาศัยอำนาจคนทำตัวกร่าง กระทำความผิดร้ายแรงอย่างไม่สมควรให้อภัย เป็นคนชั่วช้าบาปหนาโดยแท้จริงยามอยู่กับแม่นางเถาฐานะของเขาในตอนนี้เป็นเพียงพ่อค้ามั่งคั่งคนหนึ่งเท่านั้นหากหยางจวิ้นคังไปหาเรื่องก่อกวนแม่นางเถาอีกเล่า…ฉีกั๋วกงคิดมาถึงตรงนี้ก็กลุ้มจนศีรษะแทบล้านรถม้าเคลื่อนมาถึงหน้าประตูวังแล้วฉีซูเซี่ยนพูดกับเขาไปหลายประโยคแล้ว ทว่าฉีกั๋วกงในตอนนี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแม้แต่น้อยแม้กระทั่งเริ่มต้นประชุมสภาขุนนางแล้ว เขาก็ยังคงเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ว่าจะจัดการหยางจวิ้นคังอย่างไรไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ เขารู้สึกคล้ายจะได้ยินชื่อของหยางจวิ้นคังแว่วมาราง ๆ?ฉีกั๋วกงนิ่งไปครู่หนึ่ง และตั้งใจฟังอีกครั้ง“กระหม่อมรองเจ้ากรมตรวจการจางห้วน ขอบังอาจใช้ถ้อยคำอันต่ำต้อย กล่าวโทษหยางจวิ้นคัง! ผู้เป็นบุตรชายคนรองสายตรงของเสนาบดีหยาง และเป็นน้องชายร่วมครรภ์มารดาของฉีกุ้ยเฟย บุคคลผู้นี้ได้กระทำการอุกอาจข่มเหงหญิงชาวบ้านกลางท้องตลาดอย่างโจ่งแจ้ง ฉุดคร่าสตรีมีสามี อาศัยอำนาจรังแกผู้คน ไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา…”ฉีกั๋วกงอึ้งงัน “…”ใบหน้าของฉีกั๋วกงพลันฉายแววยินดีขึ้นมา
Read more

บทที่ 167

ถ้อยคำของเสนาบดีหยาง กล่าวได้งดงามยิ่งนักยอมรับความผิดก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยชี้แจงว่าหยางจวิ้นคังได้ชดใช้ความผิดทั้งหมดที่เคยกระทำในอดีตไปแล้ว และสุดท้ายประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่า ก็คือชี้แจงให้เห็นว่าครั้งนี้หยางจวิ้นคังยังไม่ได้ก่อเรื่องให้บานปลายจนกลายเป็นความผิดมหันต์ไปจริงแต่ถึงกระนั้น หากตรวจสอบแล้วว่าเป็นความจริง เขาในฐานะเสนาบดีกรมกลาโหม ก็ยินดีแบกกิ่งหนามไปขอขมาในความผิดที่ตนเองสั่งสอนบุตรได้ไม่ดีด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็สามารถลดทอนประเด็นที่จางห้วนยื่นฎีกากล่าวโทษตนเองว่าดูหมิ่นกฎหมายและบ่อนทำลายบ้านเมือง ให้ลงมาเหลือเพียงเรื่องราวในระดับครอบครัว และการอบรมสั่งสอนบุตรหลานได้แล้ว…จางห้วนนิ่งไปเขาคิดไม่ถึงว่าเสนาบดีหยางจะยอมรับอย่างตรงไปตรงมา โดยที่ไม่โต้แย้งแม้แต่ประโยคเดียวเช่นนี้ถ้อยคำฮึกเหิม และหลักฐานทรงพลังที่เขาตั้งใจเตรียมมา คล้ายกับกำปั้นชกบนใยฝ้ายบนบัลลังก์มังกร ฮ่องเต้ฉงเซิ่งทรงพยักพระพักตร์อย่างไม่ใส่ใจนัก “ท่านกล่าวได้มีเหตุผล เพียงแต่หยางจวิ้นคังเป็นน้องชายแท้ ๆ ของฉีกุ้ยเฟย เช่นนั้นย่อมนับว่าเป็นน้องเขยของเราด้วย หากมีผู้ใดบังอาจกล่าวหาว่าร้ายเข
Read more

บทที่ 168

“ก่อนหน้าบุตรีคนโตค้าเกลือเถื่อน ครานี้ยังก่อเรื่องวุ่นวายแอบเลี้ยงอนุไว้นอกจวนอีกหรือ? หากเจ้าพึงใจ ก็แค่รับเข้ามาเป็นอนุภรรยาอย่างเปิดเผย หากไม่ชอบ ก็ไม่จำเป็นต้องกระทำการฝ่าฝืนจารีตประเพณีเช่นนี้ หรือว่า… ฐานะของสตรีผู้นั้นมีปัญหาอันใด?”สายพระเนตรดุดันทรงอำนาจของฮ่องเต้ฉงเซิ่งมองกดลงมาจนฉีกั๋วกงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเขาก้มกายลงต่ำยิ่งกว่าเก่า พลางโขกศีรษะแล้วกล่าวว่า “ฝ่าบาทโปรดพิจารณาด้วยความเป็นธรรม! ฐานะของแม่นางเถาบริสุทธิ์ เพียงแต่… เพียงแต่…”“เพียงแต่อะไร?”“เพียงแต่ชุยซื่อภรรยาของกระหม่อม แท้จริงแล้วมีความริษยาอย่างรุนแรง แม้กระหม่อมจะมีอนุภรรยาสองคน ทว่ากลับไม่มีผู้ใดสามารถให้กำเนิดบุตรได้เลย เพราะเหตุนี้ กระหม่อมถึงได้คิดหาวิธีเลี้ยงดูอนุคนนั้นไว้นอกจวนพ่ะย่ะค่ะ”สิ้นเสียงของฉีกั๋วกง ขุนนางอำมาตย์จำนวนไม่น้อยต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาแปลกประหลาดทั้งสิ้นทั้งเวทนา ดูแคลน และเหยียดหยามที่แท้ นี่ก็คือแบบอย่างของบุรุษที่รักภรรยาอย่างที่ใครต่างก็เล่าลือกัน?ที่แท้ นี่ก็คือสามีที่ภรรยาของใคร ๆ ต่างก็อิจฉา?เหอะ! กลับไปต้องเล่าเรื่องในวันนี้ให้นางฟังให้ได้เชียว ให้นางได้เห็น
Read more

บทที่ 169

ซูกงกงลงจากรถม้า ตั้งแต่อยู่นอกจวนกั๋วกงฉีกั๋วกงมองชาวบ้านรอบบริเวณ ก่อนจะเอ่ยขอร้องด้วยสีหน้าแข็งทื่อ “ซูกงกง… มิสู้ท่านเข้าไปข้างในจวนก่อนแล้วค่อยประกาศเป็นอย่างไร?”“ไม่จำเป็น” ซูกงกงยิ้มแต่ในใจไม่ยิ้มด้วย “ข้าจะรอฮูหยินกั๋วกงอยู่ที่นี่”เขาเองก็นับว่าเฝ้าดูองค์หญิงชิ่งหนิงเติบโตมาตลอดสองปีที่ผ่านมานี้จวนกั๋วกงอาศัยความจริงใจที่องค์หญิงชิ่งหนิงมีต่อฉีซื่อจื่อ ข่มเหงรังแกนางสารพัดฝ่าบาททรงไม่สนพระทัย ทว่าเขากลับจดจำเอาไว้ในใจในเมื่อเวลานี้สบโอกาสที่จะทำให้จวนกั๋วกงเสียหน้าแล้ว ซูกงกงย่อมเลือกกระทำในสถานที่ซึ่งมีคนพลุกพล่านณ เรือนเหวินซีตอนที่ชุยซื่อได้ยินแม่นมเข้ามารายงานว่า มีพระบัญชาจากฝ่าบาทมาถึงนาง ขณะนั้นนางยังนอนซมสะลึมสะลืออยู่บนเตียง“อะไรนะ?”“พระบัญชาจากฝ่าบาท? ระบุว่าถึงข้า?”ชุยซื่อคิดว่าตนเองฟังผิดไปนางเป็นเพียงสตรีในเรือน ฝ่าบาทจะมีพระบัญชาถึงนางได้อย่างไร?กระทั่งแม่นมยืนยันครั้งแล้วครั้งเล่านางจึงรีบพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียง ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อย ก็ผัดแป้งแต้มสีชาดบนผิวหน้าอีกชั้น พอให้มีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง ถึงจะรีบร้อนออกไปต้อนรับนอกจวน ซูกงก
Read more

บทที่ 170

เมื่อครู่เสียงของซูกงกงไม่ดังไม่เบา ไม่เพียงชุยซื่อกับบรรดาสาวใช้และแม่นมด้านหลังนางได้ยิน แม้แต่ชาวบ้านรอบบริเวณก็ได้ยินชัดเจนเช่นเดียวกันบัดนี้สายตาของทุกคน ล้วนเคลื่อนจากใบหน้าของชุยซื่อไปยังฉีกั๋วกงที่ใบหน้าเป็นสีแดงก่ำ“เลี้ยงอนุภรรยาไว้นอกจวน?”“ฉีกั๋วกงมิใช่ได้ชื่อว่าเป็นแบบอย่างของบุรุษผู้รักภรรยาหรอกหรือ? ที่แท้ก็เป็นเพราะฮูหยินกั๋วกงบีบคั้นให้ต้องทำเช่นนี้?”“เชอะ! บีบคั้นอะไร? ข้าว่าเป็นพวกเสแสร้งจอมปลอม เป็นพวกชอบสร้างภาพเอาหน้ามากกว่า!”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆชุยซื่อรู้สึกภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะ นางจ้องมองเถาซื่ออย่างเหม่อลอยอนุนอกจวน…?สามีที่นางถือเป็นความภาคภูมิใจ กลับแอบเลี้ยงดูอนุไว้นอกจวน?!เริ่มแรกนางไม่เชื่อ แต่เมื่อเห็นใบหน้าของเถาซื่อแล้ว… ดูคล้ายคลึงกับคนในความทรงจำถึงเจ็ดแปดส่วน ต่อให้นางจะไม่อยากเชื่อเพียงใด แต่ในยามนี้ ไม่เชื่อก็ไม่ได้แล้วฉีกั๋วกงยกมือขึ้นปิดใบหน้า รีบสาวเท้ามาหานาง พร้อมกดเสียงต่ำเร่งเร้าว่า “ยังมัวเหม่ออะไรอีก? กลับเข้าไปในจวนแล้วค่อยว่ากัน”ชุยซื่อได้ยินเช่นนั้นนัยน์ตาพลันสั่นไหวเบา ๆแล้วพลันง
Read more
PREV
1
...
141516171819
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status