All Chapters of ซื่อจื่อรับอนุข้าขอลา บ้านนี้ก็พังไปหมด: Chapter 11 - Chapter 20

100 Chapters

บทที่ 11

“หากพี่ใหญ่ไม่พอใจในตำแหน่งที่เสด็จพ่อประทานให้ท่านซื่อจื่อ มิสู้ท่านบอกตำแหน่งและขั้นขุนนางที่ท่านต้องการมาเสียเลยดีไหม ข้าจะได้ไปผลัดเปลี่ยนชุดพิธีการเดี๋ยวนี้ แล้วเข้าวังไปทูลขอให้เสด็จพ่อจัดการตามความประสงค์ของพี่ใหญ่เสียให้สิ้นเรื่อง?”นางกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มฉีเฟยเยียนได้ยินดังนั้นสีหน้าก็พลันแข็งค้าง “เจ้า... เจ้าพูดจาเลอะเทอะอะไร? ข้ามีที่ไหนที่ไม่พอใจฝ่าบาทกัน?!” “อ้อ?” เซิ่งจือหว่านตีสีหน้าเย็นชา “เช่นนั้นเมื่อครู่พี่ใหญ่พูดว่าอะไรนะ? ที่ว่าข้าชอบปั้นน้ำเป็นตัว จนทำให้ตำแหน่งที่ท่านซื่อจื่อควรจะได้ต้องลดลงมาถึงสองระดับขั้นนั่นน่ะ?!”“หรือในสายตาพี่ใหญ่ ความดีความชอบของซื่อจื่อนั้นยิ่งใหญ่คับฟ้า จนตำแหน่งขั้นห้าชั้นโทที่เสด็จพ่อประทานให้นั้นต่ำต้อยเกินไป แล้วท่านคิดว่าเขาควรได้รางวัลอะไรล่ะ? หรือท่านคิดว่าการตัดสินพระทัยขององค์เหนือหัวผู้เป็นเจ้าชีวิตคนทั้งแผ่นดิน จะต้องมาเอนเอียงตามความต้องการของข้าเพียงคนเดียวหรือ?” ฉีเฟยเยียนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ชั่วขณะนั้นนางถึงกับไม่รู้จะโต้กลับอย่างไรนางเพียงแต่ทำตามคำสั่งของท่านแม่ที่ให้มาจับตัวเซิ่งจือหว่านไปศาลบรรพชนเ
Read more

บทที่ 12

“เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ ข้านึกว่าท่านพี่จะเลอะเลือนจนทำให้ท่านแม่พลอยเลอะเลือนตามไปด้วยเสียอีก! โชคดีที่ท่านแม่ยังคงมีเหตุผลแต่ว่า การที่ท่านพี่พูดจาไม่ระวังปากเช่นนี้ จำเป็นต้องให้บทเรียนเพื่อจะได้จดจำไว้ให้มั่น มิเช่นนั้นวันหน้าหากคุมปากไม่อยู่จนนำภัยมาสู่ตัวจะลำบาก ข้าเห็นว่า วิธีส่งไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนนั้นไม่เลวเลยเพคะ” เซิ่งจือหว่านกล่าวแล้วหาเก้าอี้นั่งลงอย่างสบายอารมณ์“เซิ่งจือหว่าน เจ้าอย่าให้มันมากเกินไปนักนะ!” ฉีเฟยเยียนกำหมัดแน่นด้วยสีหน้าอาฆาตแค้น“มากเกินไปหรือเพคะ?” เซิ่งจือหว่านทำสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะหันไปถามชุยซื่อ “วิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ บังอาจคาดเดาพระราชวินิจฉัย ท่านแม่คิดว่าการให้ท่านพี่ไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนนั้น มากเกินไปหรือเจ้าคะ?”ชุยซื่อเงียบ มือของชุยซื่อที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำเข้าหากันแน่น!แต่จะพูดอะไรได้เมื่อเผชิญหน้ากับรอยยิ้มที่คลุมเครือของเซิ่งจือหว่าน?นางทำได้เพียงกัดฟันสั่งท่ามกลางสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของฉีเฟยเยียน “ย่อมไม่มากเกินไป วันนี้พี่สาวเจ้าทำผิดเพราะวาจา เช่นนั้นก็ไป... คุกเข่าที่ศาลบรรพชนจนกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็นค่อยออกมา”พอพูดจบ ชุ
Read more

บทที่ 13

เซิ่งจือหว่านมองดูด้วยสายตาเย็นชา หากเป็นเมื่อก่อน ป่านนี้นางคงรีบร้อนเข้าไปดูอาการ และลงมือเคี่ยวยาต้มซุปด้วยตัวเองไปแล้วแต่ตอนนี้ นางไม่แม้แต่จะปรายตามองอีกสักครั้ง พลางพาติงหลานเดินออกไปทันที“ฮูหยินเพคะ? ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ!” “สวรรค์! ฮูหยินถูกฮูหยินน้อยยั่วโมโหจนเป็นลมพับไปแล้ว! ฮูหยินอย่าทำให้ตกใจสิเพคะ...” เสียงอื้ออึงดังมาจากภายในห้องติงหลานได้ยินเข้าก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย “องค์หญิง ฮูหยินเหมือนจะเป็นลมไปแล้วนะเพคะ” “ท่านแม่ไม่เป็นลมง่ายๆ หรอก” เซิ่งจือหว่านเอ่ยน้ำเยาะเย้ย ไม่มีใครรู้จักร่างกายของชุยซื่อดีไปกว่านางอีกแล้วแม้หมอหลวงซ่งจะมาตรวจชีพจรที่จวนทุกเดือน แต่ความจริงแล้ว คนที่คอยบำรุงร่างกายให้ชุยซื่อมาตลอดคือนาง ที่เชิญหมอหลวงซ่งมาก็เพียงเพื่อให้ตำรับยาเดินตามขั้นตอนอย่างถูกต้องเท่านั้นนางทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจเคี่ยวยาสมุนไพรให้ชุยซื่อมาตลอดสองปี อีกทั้งยังคอยนวดกดจุดกระตุ้นเส้นลมปราณให้อยู่บ่อยครั้ง เมื่อทำควบคู่กัน ร่างกายของชุยซื่อจึงฟื้นตัวไปได้มากกว่าครึ่งตั้งนานแล้วที่แสร้งเป็นลม ก็แค่ต้องการบีบให้นางยอมอ่อนข้อให้อีกครั้งเท่านั้น เซิ่งจือ
Read more

บทที่ 14

“ไร้เหตุผลสิ้นดี!” ฉีซูเซี่ยนไม่เคยได้ยินคำพูดที่เหลวไหลเช่นนี้มาก่อนท่านแม่กับพี่สาวพูดไม่ผิดจริงๆ มีสถานะเป็นคนในราชวงศ์แล้วอย่างไร ถึงได้ทะนงตัวสูงส่งนัก! เมื่อก่อนเห็นว่านางอ่อนโยนมีเมตตา เขาถึงได้คอยเอาอกเอาใจ แต่ตอนนี้ดูเอาเถิด แต่งให้เขาแล้วแท้ๆ ยังจะอยากให้คนทั้งบ้านเทิดทูนนางเป็นองค์หญิงผู้สูงศักดิ์อยู่อีกหรือ? ฉีซูเซี่ยนไม่พอใจถึงขีดสุด!แต่เมื่อนึกถึงวันเวลาเก่าๆ เขาก็ยังคงเอ่ยเสียงเย็นว่า “เจ้าไปคิดทบทวนดูให้ดี หากยอมไปขอโทษท่านแม่กับพี่ใหญ่ ข้าจะไม่ถือสาหาความเรื่องนี้อีก มิเช่นนั้น ข้าจะไม่เหยียบเข้ามาที่นี่อีกแม้แต่ก้าวเดียว”เขาหมุนตัวกลับ ปรายตามองเซิ่งจือหว่านอย่างเย็นชาครั้งหนึ่ง ก่อนจะสาวเท้าเดินออกจากจวนผิงหลานไป หากวันใดนางไม่ยอมรับผิด หากวันใดนางไม่ยอมรับผิด เขาก็จะเมินเฉยใส่ไปวันนั้นเขาอยากจะรู้นักว่านางจะทนไปได้กี่น้ำ! “องค์หญิง...” อั้นจื่อและติงหลานเห็นเซิ่งจือหว่านนิ่งเงียบไปนาน ก็มองนางด้วยความกังวล เซิ่งจือหว่านดึงสติกลับมา พร้อมส่งสัญญาณว่านางไม่เป็นไรนางเพียงแค่สงสัยว่าเมื่อก่อนเหตุใดตนเองถึงได้ตาบอดถึงเพียงนั้น อุตส่าห์คัดแล้วคัดอีก สุดท้ายกลับม
Read more

บทที่ 15

“องค์หญิง ทรงตรัสว่าอะไรนะเพคะ?” ติงหลานได้ยินไม่ชัด เซิ่งจือหว่านละสายตากลับมาพลางส่ายหน้าเล็กน้อย เสียงเคาะประตูยามหน้าห้องดังขึ้นได้จังหวะพอดีชายผู้หนึ่งในชุดสุภาพเรียบร้อยผลักประตูเข้ามา เมื่อเห็นเซิ่งจือหว่าน สีหน้าของเขาไร้ซึ่งความประหลาดใจหรือการหยั่งเชิงใด ๆ เพียงโค้งคำนับเล็กน้อย แม้แต่ศีรษะก็ยังไม่เงยขึ้น “หม่อมฉัน โม่ชิง โรงน้ำชาของเรามีถ้วยชาสี่ประเภทให้แขกเลือกรับประทาน ถ้วยขาวชำนาญการแพทย์ ถ้วยเขียวชำนาญยาพิษ ถ้วยทองชำนาญกลอุบาย และถ้วยดำชำนาญวรยุทธ์ ไม่ทราบว่าท่านผู้มีเกียรติประสงค์จะรับถ้วยชาสีใดดี?” เซิ่งจือหว่านเอ่ย “ข้าไม่อยากชิมชา แต่อยากทราบว่าถ้วยชาในโรงน้ำชาแห่งนี้ขายขาดหรือไม่?” คำว่า ถ้วยชา ที่นางพูดถึงย่อมไม่ได้หมายถึงถ้วยชาจริงๆ แต่ละสีนั้นเป็นรหัสลับแทนคนที่มีความสามารถโดดเด่นในด้านนั้นๆโรงน้ำชาจวี้เสียนทำธุรกิจลับเกี่ยวกับการรับจ้างหรือการจ้างงานยอดฝีมือเหล่านี้เซิ่งจือหว่านเองก็เพิ่งจะทราบเรื่องนี้โดยบังเอิญในชาติก่อน ครั้งนี้จึงลองมาเสี่ยงดูว่าพอจะซื้อยอดฝีมือสายวรยุทธ์สักสองสามคนมาเป็นคนของตนแบบถาวรได้หรือไม่ โม่ชิงได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองด้
Read more

บทที่ 16

“ซางสิงอวี้? เขาคือไอ้สวะเสเพลที่ไปเที่ยวหอนางโลมกับผู้หญิงห้าคนพร้อมกันเมื่อวันก่อนคนนั้นนี่...” “เพียะ!” คนที่พูดประโยคนั้นถูกถ้วยชาฟาดเข้าที่ปาก“สิงอวี้!!” ซางซิวหย่วนขมวดคิ้วแน่นแต่ว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ ถ้วยชาอีกใบก็พุ่งตรงไปยังหัวของพี่จางอย่างแม่นยำ “พอได้แล้ว!” ซางซิวหย่วนลากพี่จางหลบถ้วยชาที่ตกลงพื้นแตกกระจาย ก่อนจะหันไปสั่งคนข้างหลัง “พวกเจ้าไปคุมตัวคุณชายรองลงมาเดี๋ยวนี้!”“ขอรับ!” บ่าวสองคนจากจวนแม่ทัพรีบวิ่งขึ้นไปชั้นบนซางสิงอวี้เบะปาก “พอๆ ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก ข้าลงไปเองได้ จริงสิพี่ใหญ่ เงินที่ข้าติดค้างโรงน้ำชาจวี้เสียน พี่ใหญ่อย่าลืมจ่ายให้ด้วยนะ แล้วก็ถ้วยชาสองใบที่ข้าเพิ่งทำแตกไปน่ะ เป็นของแพงที่สุดของที่นี่เลย ท่านก็อย่าลืมชดใช้เงินล่ะ”“เดิมทีข้ากะว่าจะเอาหยกที่ท่านตาให้มาไปจำนำ แต่ในเมื่อพี่ใหญ่กับท่านพ่อต่างก็อยากได้มันนักไม่ใช่หรือ? ถ้าข้าเอาไปจำนำ พวกท่านก็คงจะหลอกเอาจากข้าไม่ได้อีกน่ะสิ”“ซางสิงอวี้!” เส้นเลือดที่ขมับของซางซิวหย่วนเต้นตุบๆ เขามองดูน้องชายที่ถูกบ่าวคุมตัวแต่ยังทำหน้าระรื่นกวนประสาท พยายามกลั้นความโกรธแล้วสั่งว่า “ขอโทษเดี๋ยว
Read more

บทที่ 17

พี่จางคนนั้นขาสั่นพั่บๆ ด้วยความหวาดกลัวแม้แต่บนใบหน้าที่เคยดูสุขุมลุ่มลึกของซางซิวหย่วน ก็เปลี่ยนจากความตกตะลึงเป็นความตื่นตระหนก “ข้าน้อยขอคารวะองค์หญิงชิ่งหนิง...” ซางซิวหย่วนหลับตาลงพลางโค้งกายทำความเคารพไปทางชั้นบนอย่างนอบน้อมความหวังริบหรี่สุดท้ายในใจของเหล่าบัณฑิตก็พังทลายลง การนินทาแล้วถูกเจ้าตัวมาได้ยินเข้าจังๆ เช่นนี้ หากเป็นซางสิงอวี้ก็แล้วไปเถอะ แต่เหตุใดองค์หญิงชิ่งหนิงถึงมาอยู่ที่นี่ได้?ไหนว่านางเก็บเนื้อเก็บตัว ตั้งแต่แต่งเข้าจวนฉีกั๋วกงก็แทบไม่มีข่าวคราวเล็ดลอดออกมาเลยวันนี้พวกเขาทำไมถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนเช่นนี้?แต่ตอนนี้จะมาเสียใจก็สายไปแล้ว ทำได้เพียงลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าซีดเผือด ทำความเคารพด้วยความยำเกรง “ข้าน้อย ขอคารวะองค์หญิง!”คนที่อยู่ที่นี่บางคนสอบผ่านเป็นขุนนางแล้ว บางคนยังไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ แม้ภูมิหลังครอบครัวจะไม่ธรรมดา แต่ก็เป็นเพียงเมื่อเทียบกับคนทั่วไปเท่านั้น คนที่มีชาติตระกูลสูงที่สุดในที่นี้ก็มีเพียงซางซิวหย่วนและซางสิงอวี้สองพี่น้อง สายตาของเซิ่งจือหว่านกวาดมองไปทีละคน ก่อนจะหยุดอยู่ที่จางหยวนจั๋ว “คำพูดของเจ้าที่ว่า... ฉีซื่อจื่อไม่ได้กลับมาพร
Read more

บทที่ 18

ต่อให้เป็นถึงองค์หญิง เงินจำนวนนี้ก็มากเกินไปอยู่ดี!“องค์หญิงทรงเห็นว่าข้าน้อยไม่มีทางตรวจสอบได้รึ ถึงได้กล้าแต่งเรื่องโกหกเพื่อเรียกร้องความสนใจเช่นนี้!” หวังไหวจือยิ่งพูดยิ่งฉายแววตาดูแคลน ติงหลานโต้กลับทันควัน “แค่นี้จะนับเป็นอะไรได้? วันที่องค์หญิงของพวกเราแต่งเข้าจวน ขบวนสินเดิมยาวเหยียดล้อมรอบเมืองถึงสิบลี้! หากไม่ใช่เพราะสองปีมานี้ต้องควักเงินตัวเองจุนเจือจวนฉีกั๋วกงไปหลายหมื่นตำลึง องค์หญิงยังจะบริจาคได้มากกว่านี้เสียอีก!”คำพูดของติงหลานทำเอาคนรอบข้างอึ้งไปตามๆ กัน คำว่า ‘จุนเจือจวนกั๋วกงไปหลายหมื่นตำลึง’ หมายความว่าอย่างไร? หรือว่าจวนฉีกั๋วกงจะยากจนข้นแค้นถึงขั้นต้องสูบเลือดสูบเนื้อจากสินเดิมขององค์หญิงเชียวรึ?เซิ่งจือหว่านอดไม่ได้ที่จะยิ้มพลางปรายตามองติงหลาน แม่สาวใช้คนนี้ช่างหาโอกาสป่าวประกาศความอยุติธรรมที่นางได้รับในจวนกั๋วกงได้ทุกที่ทุกเวลาจริงๆ “สินเดิมงั้นรึ?!” หวังไหวจือยิ่งไม่เชื่อเข้าไปใหญ่สินเดิมคือหน้าตาของสตรี สตรีทุกคนที่เขารู้จัก ต่างก็มีแต่จะพยายามหาของมีค่ามาเติมใส่หีบสินเดิมของตนทั้งนั้น! บริจาคเหรอ? นางจะไปตัดใจทำลงได้อย่างไร!
Read more

บทที่ 19

ซางซิวหย่วนได้ยินดังนั้น ใบหน้าหล่อเหลาก็เกร็งแน่นจนเห็นเส้นเลือดตรงกันข้าม ซางสิงอวี้กลับมีแววตาเป็นประกายยิ่งกว่าเดิม นางยังคงเป็นนางคนเดิม ปากคมกริบ น่าหมั่นไส้ แต่ทุกคำพูด ล้วนแทงลงจุดที่เจ็บที่สุดของผู้คน“ขอโทษน่ะไม่จำเป็นหรอก พี่ใหญ่แค่ช่วยจ่ายหนี้ที่ข้าติดค้างตามเหลาอาหารและโรงน้ำชาต่างๆ ให้หมดก็พอแล้ว” ซางสิงอวี้พูดขึ้นซางซิวหย่วนถอนหายใจโล่งอกเรื่องที่ใช้เงินแก้ได้ อย่างไรก็ดีกว่าการเสียหน้าเซิ่งจือหว่านสบสายตากับซางสิงอวี้ ดวงตาสวยที่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อยคู่นั้นกะพริบถี่ๆ อย่างมีเลศนัย ไม่รู้ทำไม นางถึงได้ลางสังหรณ์ว่าเขากำลังขุดหลุมดักซางซิวหย่วนอยู่“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เอาตามความต้องการของคุณชายรองซางเถิด” หลังจากออกจากโรงน้ำชาจวี้เสียน เซิ่งจือหว่านยังไม่กลับจวน นางมีเรื่องสำคัญยิ่งกว่าต้องจัดการ จึงสั่งให้คนขับรถม้ามุ่งหน้าไปยังหอว่านเป่า“องค์หญิง เมื่อวานพระองค์เพิ่งมาตรวจบัญชีที่นี่ไม่ใช่หรือเพคะ?” ติงหลานเอ่ยอย่างงุนงงเซิ่งจือหว่านยิ้มบาง ๆ แต่ไม่ตอบ เมื่อนางลงจากรถม้า เถ้าแก่หลินก็รีบออกมารับนางไปที่ห้องโถงด้านหลัง ครั้งนี้เซิ่งจือหว่านอนุญาตให้ติงหลานตาม
Read more

บทที่ 20

เถ้าแก่หลินทราบดีว่าองค์หญิงทรงรักใคร่ฉีซื่อจื่อเพียงใด แต่คิดไม่ถึงว่านางจะยอมทุ่มเทเพื่อเขาได้ถึงขนาดนี้! “จะรีบร้อนไปไย?”ดวงตาของเซิ่งจือหว่านเป็นประกายวูบหนึ่ง “ไม่ใช่ว่ายังมีเล่มถัดไปอยู่อีกหรือ?”มีคำกล่าวว่า ยิ่งชูไว้สูงเพียงใด ยามตกลงมาก็ยิ่งเจ็บปวดเพียงนั้นในเมื่อเมิ่งยางอยากมีชื่อเสียงนัก นางก็จะช่วยสงเคราะห์ให้เสียหน่อย เพียงแต่เกรงว่า หากยกย่องขึ้นไปสูงเกินไป นางจะรับไว้ไม่ไหวเองน่ะสิ“จริงสิ มีอีกเรื่อง” เซิ่งจือหว่านเกือบจะลืมไป “เจ้าจงไปส่งข่าวที่จวนท่านหมอหลวงซ่ง บอกว่าสิ่งที่ชิ่งหนิงเคยขอไว้ ให้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้” เมื่อก่อนเพื่อฉีซูเซี่ยน นางยอมเสียสละไปมากมายเหลือเกินยามนี้ในเมื่อเตรียมจะหย่าขาด สิ่งที่นางเคยทุ่มเทไปย่อมต้องเรียกคืนมาให้หมด ทรัพย์สินเงินทองหรือบุญคุณความสัมพันธ์... อะไรก็ตามที่จวนฉีกั๋วกงเคยได้ไปจากนาง นางจะไม่ยอมรามือแม้แต่สิ่งเดียว! “องค์หญิง พระองค์จะหย่าขาดกับซื่อจื่อจริงๆ หรือเพคะ?” หลังจากออกจากหอว่านเป่า ดวงตาของติงหลานก็เป็นประกายสดใสการเตรียมการทั้งหมดที่เซิ่งจือหว่านทำลงไปไม่ได้ปิดบังนางเลย ติงหลานย่อมฟังออกว่าองค์หญิงกำลังจะตัดข
Read more
PREV
123456
...
10
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status